LOGINเรนเติบโตมาในตระกูลนักการเมืองที่มีชื่อเสียง แต่ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยิ่งเมื่อรู้ว่าตนเป็นเพียงลูกบุญธรรมถึงได้เข้าใจว่า ทำไมถึงถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คนมาตลอด โดยเฉพาะพี่ชายอย่างจินไตย์ที่ทำเหมือนเขาเป็นเพียงที่ระบายความใคร่ จนกระทั่งวันหนึ่งเรนถูกบังคับให้ไปทำเรื่องผิดกฎหมายบางอย่าง ทำให้ได้พบกับแอรอน คนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
View Moreอึ่ก!!
“คุกเข่าไอ้ขยะถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็ทำตัวว่าง่าย” ปลายกระบอกปืนจ่อติดอยู่กับท้ายทอยของร่างเล็กที่ถูกถีบจากทางด้านหลังจนขาพับยวบลงกับพื้นห้องน้ำ เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มยังคงดึงความสนใจจากนักท่องราตรีใน RJK คลับได้เป็นอย่างดี ได้ดี ในขณะที่คนอีกกลุ่มกำลังจัดการคนบางคนในมุมมืดอย่างเงียบๆ
‘เรน’ มาที่คลับแห่งนี้ก็เพื่อจะมาส่งของขวัญที่พี่ชายของเขาวานให้มาส่งให้ แต่คนพวกนี้เป็นใครกันถึงได้ลากเขาเข้ามุมแถมยังยึดทุกอย่างจากตัวเขาไว้ มิหนำซ้ำยังใช้วาจาขู่เข็ญกันอีก
ชิ้นส่วนโลหะบางอย่างแตะโดนท้ายทอยทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ถึงเขาจะไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าถ้าโดนมันเข้าล่ะก็คงได้วิญญาณหลุดจากร่างแน่ๆ
“หน้ามึงเหมือนไอ้อลันจังวะ เป็นอะไรกับมัน ญาติกันเหรอ” ชายที่ยืนจ่อปืนใช้ปลายกระบอกของมันกดน้ำหนักลงบนศีรษะของเรนจนเขาต้องเบี่ยงหน้าลงอัตโนมัติ “ตอบ”
“ผมไม่รู้จักคนชื่ออลัน คุณคงจำผิดคนแล้ว ปล่อยผม” ด้วยใบหน้าที่หวานเหมือนผู้หญิง เรนมักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ ถ้าให้เขาวิเคราะห์ก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนหมั่นไส้แล้วจ้างคนพวกนี้มารังแกเขาเหมือนที่เคยมีแน่ๆ แต่มันแรงไปหน่อยหรือเปล่า ถึงขั้นเอาปืนมาจ่อหัวกันเล่นแบบนี้
“ไม่ใช่ก็ได้ เรื่องไอ้อลันช่างมันก่อน แต่หุ่นผอมแห้ง ผิวขาวอมชมพู เส้นผมสีทองแดงกับหน้าสวยๆ ของมึง กับคนที่กูดูในรูปไม่ผิดแน่” อีกฝ่ายมองเรนสลับกับรูปภาพที่ถืออยู่ในมือ สาธยายรูปลักษณ์ของเขาละเอียดยิบ ราวกับว่ามั่นใจว่าไม่มีทางจับผิดตัว
“พวกคุณต้องการอะไร”
“ต้องการเอาเลือดหัวพวกลอบกัดไง หึ หลักฐานแน่นขนาดนี้ มึงไปแก้ตัวกับนายกูเองแล้วกัน แต่กูไม่รับประกันนะว่าถ้ามึงไปถึงตรงนั้นแล้วจะได้ตายดีหรือตายทั้งเป็นน่ะ”
“ผมทำอะไรผิด”
“เห้ย! หน้าตามึงก็ดูฉลาดนะแต่ก็ไม่คิดว่าจะถามอะไรโง่ๆ ของในตัวมึงก็บอกอยู่แล้วว่ามึงมาทำอะไรที่นี่ แต่ช่างเถอะ ยังไงมึงก็คงไม่รอด” ว่าเสร็จเขาก็ลากคอเสื้อของคนตัวเล็กออกไปทางด้านหลังร้านและโยนเขาเข้าหลังรถยนต์ไปเหมือนของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
ฝากระโปรงหลังรถยนต์ถูกปิดลงแล้ว ทุกอย่างด้านในเหม็นอับและมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องยนต์กับกลิ่นน้ำมันที่คละคลุ้งเท่านั้นที่ทำให้เรนพอจะรู้ว่ารถกำลังเคลื่อนที่ไปที่ไหนสักแห่ง
เมื่อแหกปากร้องให้คนช่วยแล้วไม่มีใครได้ยิน สิ่งเดียวที่เรนพอจะทำได้คือการขยับตัวหาท่าที่สบายตัวที่สุด หัวเข่าของเขาดูเหมือนจะระบมการโดนโยนขึ้นรถเมื่อครู่ ถ้านี่เป็นเรื่องล้อเล่นล่ะก็เขาขอให้มันจบโดยเร็วเถอะ เมื่อกี้ที่ล้มลงทำให้เข่าของเขากระแทกพื้นเต็มๆ ให้ลุกตอนนี้ก็ไม่รู้จะยืนได้หรือเปล่า
**********
[3 ชั่วโมงก่อน]
เรนที่ออกมาเช่าห้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวนานหลายปีถูก ‘ธนิน’ ผู้เป็นพ่อเรียกให้กลับไปเจอที่บ้าน แต่พอไปถึงกลับเจอแค่ ‘จินไตย์’ ผู้เป็นทั้งพี่ชายและนักการเมืองหนุ่มไฟแรงที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนหลายกลุ่ม
จินไตย์เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม แต่เพราะความกดดันจากผู้เป็นพ่อทำให้เขากลายเป็นคนโหยหาอำนาจ เงินทอง และลาภยศ
“เรน” ทุกครั้งที่พี่ชายเรียกชื่อเขา ในน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นมักจะมีอะไรซ่อนอยู่ “มานี่สิ”
“พ่อล่ะครับ”
“ติดธุระด่วน ออกไปกับคุณน้าวิจิตราแล้ว” หลังจากแม่เสีย พ่อที่สนใจแต่เรื่องอำนาจก็แต่งภรรยาใหม่อย่าง ‘วิจิตรา’ เข้าบ้านและเธอเองที่เป็นคนเขี่ยเรนให้ออกจากบ้านด้วยการป้ายความผิดต่าๆ นานาให้กับเรน และเป่าหูให้สามียิ่งเกลียดลูกชายคนเล็กมากขึ้นไปอีก ขนาดจินไตย์คัดค้านหัวชนฝาก็ไม่ได้ผล แต่พักหลังเมื่อพ่อใจอ่อน จินไตย์จึงโน้มน้าวให้พ่อเห็นใจ และยอมให้เรนกลับมาเยี่ยมบ้านแทนเป็นครั้งคราวแทน
คนถูกเรียกค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ บทเรียนบางอย่างในอดีตสอนให้เขาระมัดระวังตัวแม้คนคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม เรนช้อนสายตาขึ้นมองพี่ชายที่ตอนนี้กำลังยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นช่างปลอมเปลือก
“พี่มีเรื่องอยากจะให้เรนช่วยหน่อย” เรนตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ ไม่เจอหน้ากันตั้งนาน ถามไถ่ความเป็นอยู่กันสักหน่อยก็ไม่มี เป็นแบบนี้จนเขาชินแล้ว แต่นี่แหละที่มันน่ากลัว เพราะนั่นหมายความว่าชีวิตของเขาไม่ใช่เรื่องที่จินไตย์จะต้องแคร์ “วันนี้วันเกิดเดียร์ เธอจะฉลองวันเกิดที่ RJKคลับ แต่พอดีพี่มีงานด่วนไปไม่ได้ เลยจะฝากให้เรนเอาของขวัญวันเกิดไปให้แทนหน่อย”
“พี่เดียร์?” เท่าที่เรนจำได้ เดียร์คือแฟนเก่าของจินไตย์ เคยคบหากันเพราะผู้ใหญ่แนะนำให้แต่ก็เลิกรากันไปสักพักแล้ว
“ทำไม มีปัญหาอะไร อย่าถามให้มากความ เอานี่ไป แล้วอย่านิสัยเสียแอบเปิดดูล่ะ” จินไตย์ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวขนาดสิบสองคูณสิบสองนิ้วผูกโบว์สีแดงให้
“เรนถามได้มั้ย ว่าของนี่คืออะไร”
“เรน! เสียมารยาทว่ะ” จินไตย์ขึ้นเสียงเล็กน้อยแต่พอรู้ตัวก็ลดระดับเสียงลงให้เป็นปกติ “ทำไมต้องถาม ถ้ารู้มันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ”
“พี่จะเซอร์ไพรส์พี่เดียร์ไม่ใช่เหรอครับ ไม่ใช่ผมซะหน่อย”
“ก็เพราะไม่ใช่ พี่ก็คิดว่าเรนไม่จำเป็นต้องรู้”
“งั้นเรนจะจ้างไรเดอร์ไปส่งให้แล้วกัน”
“ไม่ได้” จินไตย์เริ่มขึ้นเสียงหนักขึ้น “เรนต้องไปส่งเอง พี่จะได้มั่นใจว่าของจะถึงมือเดียร์จริงๆ”
คิ้วของเรนเริ่มขมวดเป็นปม เขาเงียบลงแล้วกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ทำไมเรนต้องไปส่งเอง”
“ก็ถ้าไม่ทำแบบนั้นมันก็เสียมารยาทไง เดียร์เป็นถึงลูกสาวโฆษกพรรคร่วมรัฐบาล อย่างน้อยก็ต้องให้เกียรติเธอบ้าง ไปเถอะน่าเรน ช่วยพี่หน่อย” จินไตย์ผุดยิ้มพรายเดินเข้ามาหา ยกมือขึ้นลูบแก้มน้องชาย ทำเอาเรนขนลุกขนชันอยู่ไม่น้อยถึงกับรีบถอยห่าง
“พี่คิดจะทำอะไรกันแน่....อึก!” แววตาที่แข็งกร้าวต่างจากเดิมของเรนทำให้จินไตย์หมดความอดทน เขาปรี่เข้าหาแล้วบีบคอเรนในทันที “ทำตามที่พี่บอกถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“ไม่”
“ไอ้เรน มึงจะลองดีกับกูเหรอ” จินไตย์โมโหเงื้อมืออีกข้างขึ้นจะตบ แต่ก็ยั้งใจไว้ทัน ถึงอย่างนั้นก็เลือกจะกำหมัดชกเข้ากลางอกของเรนแทนจนอีกฝ่ายไอแห้ง
แค่กๆ
“พี่จินนนนนนไต....” เสียงใสดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาเสียอีก ‘เมลินดา’ เด็กน้อยวัย 4 ขวบ ลูกบุญธรรมที่พ่อเขาประกาศรับอุปการะไว้อย่างเป็นทางการเนื่องจากวิจิตรามีลูกไม่ได้ วิ่งเข้ามาทำให้จินไตย์ต้องรีบผละมือจากเรน เปลี่ยนมาอ้าแขนรับน้องสาวคนเล็กแทน เมลินดาโผกอดพี่ชายทั้งสองด้วยความดีใจ ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูที่หอบมาด้วยบวกกับดวงตาที่แสนฉ่ำปรือบ่งบอกว่าเธอน่าจะเพิ่งตื่นนอน
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีน้องเมงอแงอยากมาหา พี่วิ่งตามก็ไม่ทัน น้องเมคะ เดี๋ยวเราไปหาอะไรหม่ำกันดีกว่าค่ะ อย่าเพิ่งไปกวนพี่ ๆ เขาเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่แดง พี่ไปเตรียมอาหารให้น้องเมก่อนเถอะ เดี๋ยวผมพาเธอตามไปทีหลัง”
“ค่ะ” พี่เลี้ยงรับคำแล้วก็ออกจากห้องไป
“ตื่นแล้วเหรอคะ แม่กวางน้อยของพี่” จินไตย์เปลี่ยนน้ำเสียงเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นหอมแก้มฟอดใหญ่ ในขณะที่เรนกลับถลึงตาใส่เขา
“อย่าเรียกเธอแบบนั้น” ในความหมายของเมลินดา กวางน้อยก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง เธอชอบใจที่ถูกเรียกแบบนั้น กลับกันสำหรับเรน กวางคือตัวแทนของหญิงสาวที่จินไตย์ตั้งใจพูดมันออกมาเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้กับเขา
“ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็แค่กวาง ใช่มั้ยคะ น้องเมเองก็อยากเป็นใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ พี่จินไตย์บอกว่า หนูเป็นกวาง หนูจะเป็นเหมือนพี่เรน เป็นกวางสวย”
“ไม่นะน้องเม เป็นไม่ได้” เรนบอกกับน้องสาว ในขณะที่จินไตย์หัวเราะเหี้ยม
“เลือกเอานะเรนว่านายจะทำรึเปล่า น้องเมจะเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย”
ยิ่งเห็นเรนกำหมัดแน่นไม่โต้ตอบ จินไตย์ยิ่งหัวเราะดังขึ้นอีก แล้วก็พาเจ้าตัวเล็กออกจากห้องไป
เรนยังคงใจแข็งไม่ยอมกลับไปอยู่เพนต์เฮาส์ของแอรอน เขาเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนอะไรหลายอย่าง การเลือกเส้นทางชีวิต หากก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว อาจทำสูญเสียตัวตนของตัวเองไปตลอดกาล และการไม่เป็นตัวของตัวเองนี่แหละที่น่ากลัว เรนไม่ต้องการแบบนั้น“คุณจะพาผมไปไหนอีกแล้ว วันนี้ผมจะไปสมัครงานนะ ไหนบอกจะส่งผมลงป้ายรถเมล์ตรงนั้นไง”พอเขาเริ่มเชื่อใจ แอรอนก็ทำแบบนี้อีกแล้วกว่าสองชั่วโมงที่แอรอนขับรถพาเขาออกนอกเส้นทาง ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ เรนโมโหจนไม่อยากคุยด้วย เขานิ่งเงียบไปตลอดทางรถยนต์แล่นเข้าสู่ตัวเมืองชายทะเลที่เงียบสงบ ลมพัดเอากลิ่นไอทะเลจางๆ เข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เรน นั่งมองทิวทัศน์ด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าแอรอนจะพาเขาไปไหน จนกระทั่งรถหยุดลงหน้าบ้านสวนหลังเล็กที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา“ที่นี่ที่ไหนครับ” เรนถามพลางมองรั้วไม้ที่มีดอกไม้สีสดใสเลื้อยพันอยู่“ที่ที่ความดีของนายถูกเก็บรักษาไว้ไง” แอรอนตอบสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากที่เรนเริ่มจะคุ้นตาทันทีที่ก้าวลงจากรถ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งรัวมาตามทางเดินสั้นๆ ในสวน พร้อมเสียงเจื้อยแจ้วที่ทำให้หัวใจของเรนหยุดเต้นไปชั่วขณะ“พี่เรน
“เรน! กูนึกว่าจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้วนะ ไอ้หนวดนั่นมันชอบประชดกู ถามกี่ที่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร โคตรกวนตีน” เซนต์เอ่ยเสียงใส ในสายตาของเรน เซนต์ดูดีขึ้นมากเทียบกับที่แยกจากกันคราวก่อน “ที่นี่ปลอดภัยมาก หมอก็มาดูอาการให้กูทุกวันจนหายดีแล้ว ต้องขอบคุณคุณบารมีที่ช่วยพวกเราไว้”ในขณะที่เรนกำลังคุยกับเซนต์ บารมี นายตำรวจตงฉินที่เป็นพันธมิตรกับแอรอนมาตลอดก็เดินเข้ามาในห้อง เรนรีบเดินเข้าไปหาเขาพร้อมพนมมือไหว้ด้วยความซาบซึ้ง“คุณบารมีครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยจัดการเรื่องเซฟเฮาส์และคอยดูแลพี่เซนต์กับคุณลุง ถ้าไม่มีคุณ แอรอนก็คงทำอะไรลำบากกว่านี้”บารมีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอ เขาเหลือบมองแอรอนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันมามองเรนด้วยสายตาจริงจัง“เข้าใจผิดแล้วล่ะเรน” บารมีเอ่ยขึ้นพลางตบบ่าเรนเบาๆ “ผมเป็นแค่คนช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้นแหละ คนที่จัดการหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด จ้างทีมอารักขานอกเครื่องแบบ 24 ชั่วโมง และออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้เพื่อนของคุณ คือแอรอนต่างหาก”เรนอึ้งจนพูดไม่ออก “แต่วันนั้น เขาบอกผมว่าเขาทำเพราะต้องช่วยคุณ”“เขาก็พูดไปงั้นแหละ เพราะกลัวว่าถ้านายรู้ว่า
เย็นวันนั้นอากาศในห้องเช่าค่อนข้างอบอ้าว เรนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนตัวโคร่ง เขาชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของแอรอนนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าห้องที่เดิมแต่สิ่งที่ทำให้เรนต้องขยี้ตาซ้ำ คือชุดที่แอรอนใส่...นักธุรกิจหนุ่มที่ปกติจะใส่สูทอิตาเลียนสุดเนี้ยบ ต่อให้อยู่ในชุดลำลองก็ยังดูดีไม่ต่างจากนายแบบ ตอนนี้กลับสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายกราฟิกสีนีออนแสบตากับกางเกงขาสั้นผ้าเจอร์ซีย์ที่ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นสตรีทแฟชั่นหลงยุค“คุณ... คุณใส่อะไรของคุณน่ะ” เรนถามพลางกลั้นขำจนหน้าแดงเขาสมองกลับไปแล้วรึไง“คริสบอกว่า...วัยรุ่นสมัยนี้เขาใส่กันแบบนี้ แล้วคนที่ตึกนี้ก็แต่งตัวง่าย ๆ แนวนี้ ฉันจะแต่งตัวแปลกแยกให้อึดอัดสายตาผู้คนไปทำไม” แอรอนตอบด้วยสีหน้าจริงจังขัดกับสีสันของชุดที่สวมใส่“แล้วนั่น...คุณจะทำอะไร” เรนมองไปที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่มีแอปเปิ้ลวางอยู่สามสี่ลูก ทุกวันแอรอนจะขนอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายมาอยู่ที่หน้าห้องของเรน ไม่สนว่าใครจะผ่านไปมาและมองเขายังไง แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงมีมาดสุขุมและเค้าโครงใบหน้าที่ดูดีทำให้คนที่ผ่านไปมาคิดไปเพียงว่ามันเป็นรสนิยมของเขาเท่านั้น“วันนี้ฉ
ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาลชั้นนำ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจดังประสานกันอย่างสม่ำเสมอ ร่างของเรนนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ใบหน้าที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ซีดเซียวจนเกือบเป็นสีเดียวกับหมอน สายระโยงระยางและรอยเข็มที่ต้นแขนจากการถูกฉีดยาเสพติดเกินขนาดคือตราบาปที่ย้ำเตือนแอรอนทุกครั้งที่มองเรนเกือบตายก็เพราะเขาแอรอนนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนากุมมือที่ผอมบางและเย็นเฉียบของเรนไว้แน่น เขาไม่สนว่าเสื้อสูทราคาแพงจะยับยู่ยี่ หรือใบหน้าของเขาจะดูอิดโรยเพียงใดจากการไม่ได้พักผ่อนมาตลอดครึ่งเดือน“14 วันแล้วนะเรน..." แอรอนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “นายนี่มันดื้อจริงๆ ขนาดฉันสั่งให้ตื่น นายยังกล้าขัดคำสั่งฉันอีก”สายตาของแอรอนทอดมองเครื่องวัดสัญญาณชีพที่แสดงเส้นกราฟการหายใจที่ผิดปกติเป็นระยะ ปอดของเรนเสียหายอย่างหนักจากการผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากในอดีตและฤทธิ์ยาที่กดประสาทจนระบบหายใจเกือบหยุดทำงานในคืนนั้นในขณะที่กลางวันแอรอนคือชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าเรนด้วยความหวัง แต่กลางคืนเขาคือมัจจุราชที่ไล่ล่ากวาดล้างซากเดนที่เหลือของจินไตย์กับพรรคพวกอย่างไม่ปรานีโกดังร้างที่ห้องเก็บ
[6 ปีก่อน]“พ่อ อย่าตีเรนเลย เรนยอมแล้ว”“ยอมเหรอ ที่ก่อนหน้าทำไมแกไม่คิด หา! ไอ้เด็กเวร ไปเดินตัดหน้าท่านรองแบบนั้น คิดจะทำอะไร”“เรนไม่ได้ตั้งใจนะพ่อ พี่จินไตย์ให้เรนเอาน้ำเข้าไปเสิร์ฟ”“ไม่ต้องมาแก้ตัว ใครใช้ให้แกเสนอหน้าเข้าไปแบบนั้นกัน แต่งตัวซอมซ่อยังกล้าทะเล่อทะล่าเข้าไป แกไม่รู้รึไงว่าทำฉัน
“อึก...”ไม่รู้ต้องอยู่กับไอ้ของแปลกปลอมนี่นานแค่ไหน แต่เรนรู้แล้วว่าความรู้สึกของอาการใจจะขาดแต่ก็ไม่ขาดมันทรมานสิ้นดี ร้องก็ไม่ได้ ขยับทีก็สะดุ้ง ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดอาการที่เป็นอยู่ทำให้เรนเหมือนคนหูดับ ตาลายไม่ได้รับรู้ถึงความเป็นไปของสิ่งรอบข้างจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เดิน
เฮือก!เรนสะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวสะอาดตา เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ กลับไม่พบอะไรเลยนอกจากเตียงขนาด 3.5 ฟุตโล่ง ๆ กับห้องน้ำที่มีเพียงชักโครกกับอ่างล้างหน้าเท่านั้นนี่เขายังไม่ตาย?ร่างกายของเขายังอยู่ครบ แขนขาขยับได้ ติดอย่างเดียวคือข้อมือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือล็อกติดไว้กับหัวเตียง ทำให้เขาต้องอ
การอดหลับอดนอนและร่างกายที่อิดโรยจากการโหมทำงานหามรุ่งหามค่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายของเรนอ่อนแอไม่น้อย และเพิ่งจะมารู้ตัวเอาก็วันนี้ ภายใต้ความคับแคบท้ายรถ นอกจากกลิ่นอับชื้นและมวลอากาศที่แสนบางเบา ยังมีละอองฝุ่นเล็กๆ ที่เขาสูดเข้าปอดไปเต็มๆ ไม่นานก็ไอแล้วสำลักไม่หยุด เลือดกำเดากำลังไหลออกทางโพร