LOGINเรนเติบโตมาในตระกูลนักการเมืองที่มีชื่อเสียง แต่ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยิ่งเมื่อรู้ว่าตนเป็นเพียงลูกบุญธรรมถึงได้เข้าใจว่า ทำไมถึงถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คนมาตลอด โดยเฉพาะพี่ชายอย่างจินไตย์ที่ทำเหมือนเขาเป็นเพียงที่ระบายความใคร่ จนกระทั่งวันหนึ่งเรนถูกบังคับให้ไปทำเรื่องผิดกฎหมายบางอย่าง ทำให้ได้พบกับแอรอน คนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
View Moreเรนยังคงใจแข็งไม่ยอมกลับไปอยู่เพนต์เฮาส์ของแอรอน เขาเลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนอะไรหลายอย่าง การเลือกเส้นทางชีวิต หากก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว อาจทำสูญเสียตัวตนของตัวเองไปตลอดกาล และการไม่เป็นตัวของตัวเองนี่แหละที่น่ากลัว เรนไม่ต้องการแบบนั้น“คุณจะพาผมไปไหนอีกแล้ว วันนี้ผมจะไปสมัครงานนะ ไหนบอกจะส่งผมลงป้ายรถเมล์ตรงนั้นไง”พอเขาเริ่มเชื่อใจ แอรอนก็ทำแบบนี้อีกแล้วกว่าสองชั่วโมงที่แอรอนขับรถพาเขาออกนอกเส้นทาง ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ เรนโมโหจนไม่อยากคุยด้วย เขานิ่งเงียบไปตลอดทางรถยนต์แล่นเข้าสู่ตัวเมืองชายทะเลที่เงียบสงบ ลมพัดเอากลิ่นไอทะเลจางๆ เข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เรน นั่งมองทิวทัศน์ด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าแอรอนจะพาเขาไปไหน จนกระทั่งรถหยุดลงหน้าบ้านสวนหลังเล็กที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา“ที่นี่ที่ไหนครับ” เรนถามพลางมองรั้วไม้ที่มีดอกไม้สีสดใสเลื้อยพันอยู่“ที่ที่ความดีของนายถูกเก็บรักษาไว้ไง” แอรอนตอบสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากที่เรนเริ่มจะคุ้นตาทันทีที่ก้าวลงจากรถ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งรัวมาตามทางเดินสั้นๆ ในสวน พร้อมเสียงเจื้อยแจ้วที่ทำให้หัวใจของเรนหยุดเต้นไปชั่วขณะ“พี่เรน
“เรน! กูนึกว่าจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้วนะ ไอ้หนวดนั่นมันชอบประชดกู ถามกี่ที่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร โคตรกวนตีน” เซนต์เอ่ยเสียงใส ในสายตาของเรน เซนต์ดูดีขึ้นมากเทียบกับที่แยกจากกันคราวก่อน “ที่นี่ปลอดภัยมาก หมอก็มาดูอาการให้กูทุกวันจนหายดีแล้ว ต้องขอบคุณคุณบารมีที่ช่วยพวกเราไว้”ในขณะที่เรนกำลังคุยกับเซนต์ บารมี นายตำรวจตงฉินที่เป็นพันธมิตรกับแอรอนมาตลอดก็เดินเข้ามาในห้อง เรนรีบเดินเข้าไปหาเขาพร้อมพนมมือไหว้ด้วยความซาบซึ้ง“คุณบารมีครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยจัดการเรื่องเซฟเฮาส์และคอยดูแลพี่เซนต์กับคุณลุง ถ้าไม่มีคุณ แอรอนก็คงทำอะไรลำบากกว่านี้”บารมีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอ เขาเหลือบมองแอรอนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ก่อนจะหันมามองเรนด้วยสายตาจริงจัง“เข้าใจผิดแล้วล่ะเรน” บารมีเอ่ยขึ้นพลางตบบ่าเรนเบาๆ “ผมเป็นแค่คนช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้นแหละ คนที่จัดการหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด จ้างทีมอารักขานอกเครื่องแบบ 24 ชั่วโมง และออกค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้เพื่อนของคุณ คือแอรอนต่างหาก”เรนอึ้งจนพูดไม่ออก “แต่วันนั้น เขาบอกผมว่าเขาทำเพราะต้องช่วยคุณ”“เขาก็พูดไปงั้นแหละ เพราะกลัวว่าถ้านายรู้ว่า
เย็นวันนั้นอากาศในห้องเช่าค่อนข้างอบอ้าว เรนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนตัวโคร่ง เขาชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของแอรอนนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าห้องที่เดิมแต่สิ่งที่ทำให้เรนต้องขยี้ตาซ้ำ คือชุดที่แอรอนใส่...นักธุรกิจหนุ่มที่ปกติจะใส่สูทอิตาเลียนสุดเนี้ยบ ต่อให้อยู่ในชุดลำลองก็ยังดูดีไม่ต่างจากนายแบบ ตอนนี้กลับสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายกราฟิกสีนีออนแสบตากับกางเกงขาสั้นผ้าเจอร์ซีย์ที่ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นสตรีทแฟชั่นหลงยุค“คุณ... คุณใส่อะไรของคุณน่ะ” เรนถามพลางกลั้นขำจนหน้าแดงเขาสมองกลับไปแล้วรึไง“คริสบอกว่า...วัยรุ่นสมัยนี้เขาใส่กันแบบนี้ แล้วคนที่ตึกนี้ก็แต่งตัวง่าย ๆ แนวนี้ ฉันจะแต่งตัวแปลกแยกให้อึดอัดสายตาผู้คนไปทำไม” แอรอนตอบด้วยสีหน้าจริงจังขัดกับสีสันของชุดที่สวมใส่“แล้วนั่น...คุณจะทำอะไร” เรนมองไปที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่มีแอปเปิ้ลวางอยู่สามสี่ลูก ทุกวันแอรอนจะขนอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมายมาอยู่ที่หน้าห้องของเรน ไม่สนว่าใครจะผ่านไปมาและมองเขายังไง แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงมีมาดสุขุมและเค้าโครงใบหน้าที่ดูดีทำให้คนที่ผ่านไปมาคิดไปเพียงว่ามันเป็นรสนิยมของเขาเท่านั้น“วันนี้ฉ
ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาลชั้นนำ กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจดังประสานกันอย่างสม่ำเสมอ ร่างของเรนนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ใบหน้าที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ซีดเซียวจนเกือบเป็นสีเดียวกับหมอน สายระโยงระยางและรอยเข็มที่ต้นแขนจากการถูกฉีดยาเสพติดเกินขนาดคือตราบาปที่ย้ำเตือนแอรอนทุกครั้งที่มองเรนเกือบตายก็เพราะเขาแอรอนนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนากุมมือที่ผอมบางและเย็นเฉียบของเรนไว้แน่น เขาไม่สนว่าเสื้อสูทราคาแพงจะยับยู่ยี่ หรือใบหน้าของเขาจะดูอิดโรยเพียงใดจากการไม่ได้พักผ่อนมาตลอดครึ่งเดือน“14 วันแล้วนะเรน..." แอรอนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “นายนี่มันดื้อจริงๆ ขนาดฉันสั่งให้ตื่น นายยังกล้าขัดคำสั่งฉันอีก”สายตาของแอรอนทอดมองเครื่องวัดสัญญาณชีพที่แสดงเส้นกราฟการหายใจที่ผิดปกติเป็นระยะ ปอดของเรนเสียหายอย่างหนักจากการผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากในอดีตและฤทธิ์ยาที่กดประสาทจนระบบหายใจเกือบหยุดทำงานในคืนนั้นในขณะที่กลางวันแอรอนคือชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าเรนด้วยความหวัง แต่กลางคืนเขาคือมัจจุราชที่ไล่ล่ากวาดล้างซากเดนที่เหลือของจินไตย์กับพรรคพวกอย่างไม่ปรานีโกดังร้างที่ห้องเก็บ
การอดหลับอดนอนและร่างกายที่อิดโรยจากการโหมทำงานหามรุ่งหามค่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายของเรนอ่อนแอไม่น้อย และเพิ่งจะมารู้ตัวเอาก็วันนี้ ภายใต้ความคับแคบท้ายรถ นอกจากกลิ่นอับชื้นและมวลอากาศที่แสนบางเบา ยังมีละอองฝุ่นเล็กๆ ที่เขาสูดเข้าปอดไปเต็มๆ ไม่นานก็ไอแล้วสำลักไม่หยุด เลือดกำเดากำลังไหลออกทางโพร
อึ่ก!!“คุกเข่าไอ้ขยะถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็ทำตัวว่าง่าย” ปลายกระบอกปืนจ่อติดอยู่กับท้ายทอยของร่างเล็กที่ถูกถีบจากทางด้านหลังจนขาพับยวบลงกับพื้นห้องน้ำ เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มยังคงดึงความสนใจจากนักท่องราตรีใน RJK คลับได้เป็นอย่างดี ได้ดี ในขณะที่คนอีกกลุ่มกำลังจัดการคนบางคนในมุมมืดอย่างเงียบๆ‘เรน’ ม
[6 ปีก่อน]“พ่อ อย่าตีเรนเลย เรนยอมแล้ว”“ยอมเหรอ ที่ก่อนหน้าทำไมแกไม่คิด หา! ไอ้เด็กเวร ไปเดินตัดหน้าท่านรองแบบนั้น คิดจะทำอะไร”“เรนไม่ได้ตั้งใจนะพ่อ พี่จินไตย์ให้เรนเอาน้ำเข้าไปเสิร์ฟ”“ไม่ต้องมาแก้ตัว ใครใช้ให้แกเสนอหน้าเข้าไปแบบนั้นกัน แต่งตัวซอมซ่อยังกล้าทะเล่อทะล่าเข้าไป แกไม่รู้รึไงว่าทำฉัน
“อึก...”ไม่รู้ต้องอยู่กับไอ้ของแปลกปลอมนี่นานแค่ไหน แต่เรนรู้แล้วว่าความรู้สึกของอาการใจจะขาดแต่ก็ไม่ขาดมันทรมานสิ้นดี ร้องก็ไม่ได้ ขยับทีก็สะดุ้ง ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมดอาการที่เป็นอยู่ทำให้เรนเหมือนคนหูดับ ตาลายไม่ได้รับรู้ถึงความเป็นไปของสิ่งรอบข้างจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เดิน