Se connecterจุดเริ่มต้นของทุกอย่างเริ่มมาจากการที่นิลจะต้องไปทำน้ำมันพราบในป่าช้า กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพบกันอีกครั้งของเขาสองคนที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่สถานะเปลี่ยนไปคนหนึ่งเป็นหมอผีที่จะเข้ามาทำน้ำมันพรายในป่าช้า อีกคนกลายเป็นสัปเหร่อที่นอนเฝ้าอยู่ในป่าช้า
Voir plusภายในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นบ้านสามชั้น มีกำแพงล้อมรอบบ้านหลังนี้เอาไว้ เป็นบ้านที่ทั้งดูธรรมดาและไม่ธรรมดาไปในตัว ที่บอกว่าธรรมดาเพราะบ้านสองชั้นแบบที่นี่แม้จะหาได้ไม่มากนักที่นี่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหมือนบ้านธรรมดาๆหลังหนึ่ง
แต่ที่บอกว่าไม่ธรรมดานั้นก็คือบรรยากาศที่สถานที่แห่งนี้มอบให้ ทั้งน่ากลัวและอึดอัดไปพร้อมกัน แต่ที่ด้านนอกบ้านหลังนี้กลับเต็มไปด้วยรถยนต์มากหลายแบรนด์ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนต่างก็มีให้เห็นที่นี่ กระทั่งรถมอเตอร์ไซค์ก็มีมากกว่าหลายสิบเท่าจอดรวมกันอยู่รอบๆที่นี่
รอบบ้านไม่มีคนอยู่เป็นเพียงป่าไม้ที่ไม่มีอะไร มีเพียงถนนเส้นเดียวที่ตัดผ่านเข้าตรงมาที่หน้าบ้าน ที่หน้าบ้านมีป้ายเขียนเอาไว้ว่า'ตำหนักอาจารย์นิล' ขณะนี้ภายในบ้านชั้นหนึ่งและทางขึ้นบันไดไปชั้นสองนั้นต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวชุดต่างๆมากหน้าหลายตา
ส่งเสียงกันเซ็งแซ่จนทั่วทุกแห่งภายในตำหนักอาจารย์นิลเต็มไปด้วยคนพูดกันมากมายจนไม่ได้คำ คนที่มารวมตัวกันอยู่ที่ตำหนักแห่งนี้มาด้วยเรื่องทุกข์ใจต่างๆกันมากมาย เพื่อขอให้อาจารย์นิลที่เชี่ยวชาญในเรื่องแบบนี้แก้ไขให้
แต่ที่ภายในวันนี้มีคนมากันมากมายกว่าปกตินั้น ก็เพราะว่าอีกไม่กี่วันหวยรัฐบาลไทยงวดต่อไปก็จะมาแล้ว ในวันนี้อาจารย์ได้ประกาศเอาไว้ว่าจะเป็นวันที่เขาจับลูกปิงปองให้โชค เพื่อให้เหล่าลูกศิษย์ลูกหาได้เอาเลขไปจับและซื้อให้ร่ำรวยกันถ้วนหน้า
ที่คนมารอเลขปิงปองจากอาจารย์นิลมากขนาดนี้ก็เพราะว่าอาจารย์นิลนั้น ไม่ได้เก็บค่าบอกเลขหรือเก็บเงินค่าอะไรเลยทั้งนั้น อาจารย์ให้เลขด้วยความหวังดี และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์ทำแบบนี้ อาจารย์ให้ถูกมามากกว่าแปดครั้งแล้วและทุกครั้งต่างก็ถูกตลอด
ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามาขอเลขกันมากมาย แต่ที่ครั้งนี้คนมากันเยอะก็เพราะว่างวดก่อน อาจารย์นิลได้ให้เลขปิงปองไปหกตัว แล้วมีคนเอาไปจับเรียงเลขซื้อถูกรางวัลที่หนึ่งไปกว่าห้าสิบล้านใต้ดินอีกไม่รู้กี่ล้าน
ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่ยังมีคนที่ถูกสองตัวบนและสามตัวบนใต้ดินอีกหลายร้อยคน เรียกได้ว่ารวยกันถ้วนหน้าและก็เพราะว่ามีคนเอาข้อมูลที่อาจารย์ให้เลขแม่นโดยไม่เก็บเงินไปลงติกตอก คนดูกันเป็นล้านก็เลยทำให้วันนี้คนมาคอยรอเลขปิงปองที่อาจารย์จับกันมากมาย
"ที่นี่จริงๆอ่ะนะที่ให้เลขแม่น"
"จริงสิ ไม่เห็นหรอว่ามีคนมารอเลขกันอยู่มากมาย"
"แต่ของที่อยู่ด้านหลังอาจารย์นิลมันของดำไม่ใช่"
"ใครสนกัน แต่ทำให้กูถูกหวยได้ไม่ว่าจะดำจะขาวกูก็ไม่สนใจ"
"คนด้านหลังอย่าเบียดกัน!"
"คนเข้ามาเยอะเกินไป ข้างในมันร้อนไปหมดแล้วเนี่ย"
"เงียบ!"
เสียงพูดคุยที่ดังวุ่นวายหายไปหมดกลายเป็นความเงียบเหมือนที่ป่าช้า หลังจากที่คนที่ใส่ชุดที่ดำไปทั้งตัวนั่งอยู่ด้านหน้าห้อง ด้านหลังเป็นแท่นบูชาที่มีตั้งแต่ข้าวสารเสก ควายธนู รูปปั้นกุมารแดง หม้อที่มียันต์ปิด กะโหลกมนุษย์และของที่ดูมืดมนหลายอย่างอยู่ด้านหลังพูดขึ้นเสียงดัง
"กูรู้ว่าพวกมึงหลายๆคนที่มารอเลขปิงปองที่มาใหม่สงสัยของที่อยู่ด้านหลังกู ใช่! มันเป็นอย่างที่พวกมึงคิด กูเป็นสายดำ!" หลังจากพูดออกไปนิลก็มองไปรอบๆห้องรวมถึงตรงหน้าประตูติดบันไดที่มีคนออกันอยู่มากมาย
"แต่ก็ไม่ได้จะทำของใส่พวกมึง กูจะให้เลข จะให้พวกมึงรวยกัน ในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้" นิลเงียบชั่วขณะหนึ่งขณะที่มองไปรอบห้อง
"พวกมึงมาเอาความรวยจากกู ก็อย่ามากลัวกู กูให้ฟรีๆ ไม่ได้ขออะไรตอบแทน เพราะงั้นเงียบปากสงบคำเอาไว้ด้วย! ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆพวกมึงจะมาทำเสียงดังกันได้! " เห็นหลายคนไม่กล้าที่จะพูดคุยกันแล้วนิลก็พอใจมาก
"ไอ้จ้อย!" นิลพูดเสียงดังก่อนที่คนที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาคนหนึ่งจะตอบรับเสียงเรียก
"ครับอาจารย์นิล"
"เอาไหมา กูจะล้วงเลขปิงปองแล้วให้พวกมันออกไปกันได้แล้ว" นิลพูดขึ้นเสียงดังเพื่อให้คนที่มารอเลขไม่ว่าจะในห้องนี้ ตามราวบันได หรือใต้ถุนด้านล่างบ้านได้ยิน สายตาคนที่มารอเลขต่างก็เต็มไปด้วยประกายภายในดวงตา
"นี่ครับอาจารย์นิล" จ้อยรีบยกไหดินที่ด้านในมีปิงปองที่มีเลขมาวางด้านหน้าอาจารย์นิลด้วยความนอบน้อม
"กูจะเริ่มจับแล้ว พวกมึงตั้งใจดูกันให้ดี" นิลใช้มือล้วงเข้าไปในไหดินด้านหน้ากวนด้านในให้ลูกปิงปองส่ายหมุนไปตามมือ
"3!"
"2!"
"4!"
"1!"
"5!"
"8!"
"324158!"
คนที่อยู่ด้านในห้องต่างก็พากันพูดออกมากันเสียงดัง เมื่อเห็นเลขบนลูกปิงปองที่อาจารย์นิลหยิบขึ้นมา เมื่อเห็นอาจารย์นิลหยิบลูกปิงปองขึ้นมาครบหกเลขแล้ว
ภายในห้องก็กลับมาเต็มไปด้วยเสียงวุ่นวายอีกครั้ง ต่างคนต่างก็หันไปพูดคุยปรึกษาเกี่ยวกับเลขปิงปองทั้งหกกับคนที่มาด้วยกัน
"เงียบ!" เห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในห้องอีกครั้งนิลก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินคำที่ออกมาจากปากเขาพื้นที่บริเวณบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
"กูให้เลขพวกมึงแล้ว ใครที่มาเอาเลขอย่างเดียวก็ออกไปซะหมดธุระของพวกมึงแล้ว ส่วนใครที่ที่มาทำอย่างอื่นรออยู่ที่นี่อย่าพึ่งไปไหน"
"ไปกันได้แล้ว!"
พรึบๆๆ
เสียงลุกขึ้นดังขึ้นพร้อมกับคนที่อยู่ด้านเดินออกไปกันมากมาย ไม่ว่าจะข้างในบ้านหรือราวบันได ต่างก็พากันเดินออกไปอย่างเป็นระเบียบไม่ส่งเสียงกัน เพราะรู้ว่าอาจารย์นิลค่อนข้างอารมณ์ไม่ดีในตอนนี้
คนที่เคยมาแล้วนั้นไม่ได้ส่งเสียงดังอะไรเมื่อเข้ามาที่ตำหนักแห่งนี้เพราะรู้จักอาจารย์นิลเป็นอย่างดี ส่วนพวกคนที่ทำเสียงดังกันนั้นเป็นพวกคนที่มาใหม่ที่ไม่รู้จักที่นี่เลย เข้ามาตามติกตอกเพราะอาจจะได้เลขของอาจารย์
ผ่านไปสักพักภายในห้องแห่งนี้ก็เหลือเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ไม่ไปไหน นิลจ้องมองทั้งสามคนไม่วางตา เพราะคนสามคนนี้คือคนที่จะให้เงินเขาจริงๆ ไม่ใช่คนที่มาขอหวยแล้วเขาไม่ได้อะไรเลยแบบพวกนั้น
แต่นิลก็ยังไม่ได้พูดอะไร เขายังคงนั่งเงียบจ้องมองลูกค้าของตน และก็รอคนที่มาขอหวยที่ยังคงส่งเสียงดังอยู่ด้านล่างออกไปก่อน ที่นี่เป็นตำหนักของมนต์ดำแน่นอนว่าคนที่มาต่างก็มีเรื่องที่อยากจะให้เขาช่วย
"ไอ้จ้อยเอาไหไปเก็บที่ด้านหลัง ไอ้เกมไปปิดประตูห้องดูให้ดีล่ะ ว่าพวกนั้นออกไปหมดแล้ว อย่าให้มีคนมาเข้ามาขัด"
"ครับ"
"ครับ"
ทั้งจ้อยและเกมที่นั่งอยู่ด้านหลังต่างก็ตอบรับคำสั่งของอาจารย์นิลกันเสียงดัง พวกเขาลุกขึ้นยืนไปทำตามที่อาจารย์นิลสั่งเมื่อทำเสร็จแล้วจึงมานั่งที่ด้านหลังอีกฝ่ายเหมือนเดิม
"เอาล่ะ ทีนี้ใครจะพูดก่อน" นิลมองลูกค้าทั้งสามคนตรงหน้ารอว่าใครจะพูดขึ้นมาก่อน
"ฉันมาทำสาลิกาที่ลิ้นค่ะ อาจารย์นิลทำได้ใช่ไหมคะ" โอปอรีบยกมือขึ้นพูดอย่างรวดเร็วกว่าว่าจะมีคนมาแย่ง
"กูทำได้อยู่แล้วเรื่องง่ายๆแค่นี้ ไอ้จ้อยไปเอาของมา" นิลจ้องมองลูกค้าที่เป็นหญิงสาวที่นิ้วมือและคอต่างก็ใส่ทองคำด้วยสายตามันวาว หันไปสั่งให้ไอ้จ้อยเตรียมของสำหรับทำสาลิกา
"ก่อนที่กูจะทำให้ มึงต้องรู้ข้อห้ามเอาไว้ก่อน ต่อไปจากนี้มึงห้ามทำผิดศีล ห้ามพูดจาดูหมิ่นใส่ร้ายคนอื่น ห้ามถุยน้ำลายลงไปที่พื้นธรณี ข้อห้ามสำคัญมีแค่นี้ถ้ามึงทำได้กูก็จะทำให้" ระหว่างที่พูดนิลก็จ้องหน้าลูกค้าคนแรกไม่ละสายตารอคอยคำตอบที่อีกฝ่ายจะพูด
"ฉันทำได้ค่ะ ฉันจะทำ" โอปอพูดอย่างมั่นใจ เรื่องแค่นี้ง่ายมากสำหรับเธอ
"รักษาคำพูดมึงเอาไว้ด้วย งั้นกูจะเริ่มทำละนะ"
ไม่นานต่อจากนั้นนิลก็ใช้ไม้ที่มีการสักยันต์รอบด้าม ปลายหัวมีหัวเข้มที่แหลมเอามากๆสอดเอาไว้ที่ไอ้จ้อยเอามาวางรอนานแล้ว ทำการสักสาลิกาที่ลิ้นให้กับอีกฝ่ายพร้อมกับท่องคาถาภายในใจระหว่างที่สัก ก่อนที่จะจบด้วยการปิดทองลงไปบนลิ้นก็เป็นอันจบ
" ต่อไปนี้มึงก็ทำตามที่เคยพูดเอาไว้ด้วยล่ะ ของกูมันแรง ถ้ามึงพลาด ชีวิตมึงจบเห่แน่" เสร็จพิธีนิลก็ไม่ลืมที่จะย้ำอีกฝ่าย
"หยุด! อย่าพูด " เห็นอีกฝ่ายกำลังจะพูดนิลก็รีบขัดใช้มือปิดปากอีกฝ่าย
"มึงห้ามพูดจนกว่าจนหมดวันนี้ เข้าใจแล้วก็พยักหน้า" เขาจ้องตาอีกฝ่ายเห็นว่าคนที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าก็พึงพอใจ ปล่อยมือจากปากอีกฝ่าย
"วางค่าครูเอาไว้แล้วก็ออกไปได้แล้ว อย่าพูดล่ะวันนี้" โอปอรีบพยักหน้าแล้ววางเงินที่อยู่ในซองสีขาว เอาไว้บนพานทองด้านหน้าอาจารย์นิลเดินออกไปจากห้องนี้
"ฉันก็อยากจะทำแบบคนนั้นด้วยค่ะ" ผู้หญิงที่อยู่ในห้องรีบยกมือแล้วพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว นิลก็ไม่อิดออดรีบสักลงสาลิกาลิ้นทองให้กับอีกฝ่าย จนอีกฝ่ายที่ได้ทำแล้วก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสุขเดินออกไปจากในห้อง
"แล้วแกอยากจะทำอะไรล่ะ" นิลจ้องมองลูกค้าคนสุดท้ายที่เป็นผู้ชายที่เหลืออยู่ขึ้น
"ผมอยากได้น้ำมันพรายครับ"
ผ่านไปสามวันนิลที่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็ออกมาจากโรงพยาบาล พร้อมกับไอ้จ้อยกับไอ้เกมเพื่อกลับไปดูที่บ้าน ไอ้จ้อยกับไอ้เกมทั้งสองคนไม่ได้เป็นอะไรมากนักเพียงแค่สลบไปช่วงหนึ่งเท่านั้น วันต่อมาที่โรงพยาบาลทั้งคู่ก็ฟื้นตื่นขึ้นมากันแล้วจะมีก็แต่ไวท์ที่ยังคงนอนสลบไสลอยู่คนเดียวไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักที ไวท์บาดเจ็บทั้งภายในภายนอกแม้จะไม่หนักมากนัก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตื่นขึ้นมาสักทีจนนิลเริ่มเป็นห่วง แต่เขาก็ช่วยอะไรมากไม่ได้หลังจากอยู่เฝ้ามาสามวันนิลจึงอยากจะออกไปดูที่บ้านสักหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง พวกเขาทั้งสามคนเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับรถพยาบาล ตอนจะกลับจึงจะต้องเหมารถให้ไปส่งที่บ้าน"โห...ทำไมบ้านเราเละจังเลยครับ" จ้อยเห็นสภาพบ้านในตอนนี้ก็รู้สึกขนลุก พวกเขาไม่อยู่สามวันแต่บ้านดูเก่าขึ้นไปสิบปีเลย"พี่นิลหาหรอใครครับ" เกมถามคนพี่หลังจากที่เห็นว่านิลกำลังมองไปรอบๆเหมือนกำลังหาใครอยู่"ไม่มีอะไรหรอก พวกมึงสองคนก็ทำความสะอาดบ้านเก็บชั้นล่างกับชั้นสองไปก่อน ไม่ต้องกลัวอะไรของทั้งหมดในบ้านกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปแล้ว" นิลสั่งงานไอ้จ้อยกับไอ้เกม ก่อนจะเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป นิลกลับมาไม่เห็นปู่อยู่ที่นี่ก
เหนือฟ้าและหลวงตาดำต่างก็จ้องมองกันและกัน เหนือฟ้าสองมือปรากฏลูกไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้าปาลูกไฟเข้าโจมตีใส่หลวงตาดำอย่างจังตู้ม!"มันไม่มีประโยชน์หรอกโยมเหนือฟ้า" รอบร่างหลวงตาดำรอบล้อมไปด้วยโล่แสงสีทองเป็นประกาย มีอักษรภาษาสันสกฤตอยู่บนโล่นั้นเต็มไปหมด"ถึงเวลาต้องจบเรื่องทุกอย่างที่ยืดเยื้อมานานแล้วนะเหนือฟ้า" หลวงตาดำประนมมือขึ้น ก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถาท่องบทสวดภาษาสันสกฤตมีตัวอักษรภาษาสันสกฤตสีทองดำลอยออกมาจากหลวงตาดำขณะที่ท่อง ตัวอักษรสีทองลอยอยู่ในอากาศ ก่อนจะเข้าไปรัดพัวพันเข้ากับร่างเหนือฟ้าทั้งร่างยิ่งหลวงตาดำเริ่มบริกรรมคาถามากขึ้นเท่าไร ตัวอักษรสันสกฤตสีทองดำก็ยิ่งออกมาจากปาก ลอยเข้าไปรัดพัวพันตามร่างกายเหนือฟ้ามากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเริ่มที่จะห่อเหนือฟ้าให้กลายเป็นลูกวงกลม"ไอ้แก่นี่ ปล่อยกูนะเว้ย สัส ตัวอักษรบ้านี่คืออะไรกัน แกะไม่ออกเลย..." เสียงเหนือฟ้าดังออกมาจากด้านในตัวอักษรภาษาสันสกฤตที่พันรัดทั่วร่าง ก่อนค่อยๆเบาเสียงลงเมื่อถูกห่อมิดจนไม่เห็นร่างกลายเป็นลูกบอลสีทองดำลูกใหญ่"มันจบแล้วเรื่องทุกอย่างนี่ ลาก่อนโยมเหนือฟ้า "บู้ม!"อ๊ากกก..." ลูกบอลอักษรสันสกฤตพอ
ลูกไฟสีแดงเพลิงระเบิดขึ้นมาจากทางด้านหลังเหนือฟ้า"อักก ไอ้หนูหงงั้นหรอ ซ่อนตัวจนฉันหาไม่เจอเลยนะ" เหนือฟ้าที่โดนโจมตีเข้าที่แผ่นหลังตรงร้องออกมาตัวโซเซ เหนือฟ้าปัดควันที่เกิดจากการระเบิดออกไป ก่อนจะหันกลับไปมองร่างเด็กสีแดงที่ปรากฏตัวขึ้นตอนไหนก็ไม่รู้"ไอ้หง!" นิลที่เห็นหงปรากฏตัวก็ร้องออกมาด้วยความดีใจตอนแรกเขาก็เรียกอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบกลับ จนนิลคิดว่าหงนั้นหนีไปแล้วซะอีก"โอ๊ยยย ปวดหัวปวดหลังชะมัด" ไวท์ลืมตาตื่นขึ้นมาจากเสียงระเบิดที่ดังขึ้น ใช้มือจับที่หัวตัวเองและยันตัวลุกขึ้นมาอย่างอยากลำบาก รู้สึกเจ็บปวดที่หลังมาก"ไวท์รีบมาช่วยกันเสริมมนต์เข้าไปเร็ว โล่จะแตกแล้ว" นิลเห็นไวท์ตื่นแล้วก็รีบช่วยอีกฝ่ายดึงร่างให้นั่งขึ้น"อื้มม นิลพักก่อนเดี๋ยวเราจะทำแทนไปก่อน" แม้จะพึ่งตื่นแต่เมื่อมองไปรอบๆ ตัว ไวท์ก็พอรู้สถานการณ์คร่าวๆแล้ว แม้นิลจะยังไม่ได้บอกอะไรไวท์เอาลูกประคำมาจากมือนิลแล้วใส่พลังมนต์ของตัวเองเข้าไป โล่จากที่เป็นสีดำก็เปลี่ยนกลายเป็นสีขาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซ่อมแซมรอยแตกร้าวต่างๆ จนกลายเป็นเหมือนใหม่ดูไม่ออกเลยว่าโล่นี้เคยร้าวมาก่อนนิลนั่งสมาธิรีบรวบรวมม
"นิลรีบมาอยู่ด้านหลังเร็ว!" ไวท์หันหน้าพรึบมองไปทางบันไดขึ้นชั้นสาม รีบเดินไปอยู่ด้านหน้านิลใช้ตัวบังร่างนิลเอาไว้ที่ด้านหลัง สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต"หื้มม มีอะไรวะ" นิลตกใจที่อยู่ๆ ไวท์ก็เป็นแบบนี้ ดันร่างเขาให้อยู่ด้านหลังกางแขนออกปกป้องตัวเขา นิลยังคงงงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ"ลองสัมผัสไอหยินรอบๆ ดูีๆ สิ ไอหยินมันเข้มข้นขึ้นมากเกินจะควรไปแล้ว" ไวท์จ้องมองทางบันไดสีหน้าเคร่งเครียด เขาได้ยินเสียงเดินอย่างชัดเจน แต่เสียงเดินมันมีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้นที่ลงมา แต่คนที่ขึ้นไปชั้นสองมีสองคน"เออ ทำไมมันเข้มข้นขึ้นกัน" นิลตกใจเมื่อลองใช้มนต์สัมผัสไอหยินรอบตัว เขาก็พบว่ารอบๆ ตัวนั้นไอหยินในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นมากนิลไม่ได้เอะใจเลยว่าไอหยินมันเพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะว่าตอนที่เปิดประตูห้องชั้นสามไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ไอหยินที่ห้องนั้นปล่อยออกมาก็จะทำให้ที่นี่มีไอหยินเพิ่มขึ้น แต่คราวนี้ไอหยินที่นิลสัมผัสได้นั้นมันมีมากกว่าครั้งก่อนเป็นสิบๆ เท่านิลได้ยินเสียงเท้าเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ เสียงเดินที่ได้ยินน