Masuk'นี้มันยาชูกำลังสูตรพิเศษที่เธอคิดค้นนี้หน่า..มันมาอยู่ในมือเธอได้ไง' หญิงสาวคิดแล้วก้มดูในแขนเสื้อก็ไม่เห็นมีอะไร แล้วมันมาอยู่ในมือได้ไง
เธอรองนึกถึงยาบำรุงอีกครั้ง แล้วอยู่ๆขวดยาบำรุงขนาดเท่าขวดนมเปรี้ยวก็ปรากฏให้เห็นอีกขวด แต่ก่อนที่จะนึกอะไรต่อแม่วัวสาวก็เอาหัวมาถูไถตัวเธอ ชิงอี่เลยป้อนยาบำรุงใหมันหมดขวดแล้วตัวเองดื่มอีกหนึ่งขวด "ให้กินของอร่อยแล้วห้ามบอกใครนะเดี๋ยววันหลังให้อีก"พูดกับวัวสาวแล้วลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู "ชิงอี่มาทำอะไรตรงนี้นะลูก..ยังไม่หายดีไม่ใช้เหรอ"พ่อหลีที่เดินกลับมากับบุตรชายเมื่อเห็นบุตรสาวคนโตยืนข้างๆวัวของครอบครัวก็เอยถาม "ข้าเดินมาดูว่ามันหิวน้ำหรือเปล่านะเจ้าคะ" "ข้าเอาน้ำมาให้มันพอดีเลย..คนไปตักน้ำกันเยอะมาก"เสี่ยวหมิงพูดแล้วก็เอาถังน้ำมาวางให้วัวสาวกิน พอวัวสาวเห็นถังน้ำก็กระดิกหูกระดิกหางด้วยความดีใจ "ไปนังพักเถอะลูก ยังไม่หายดีเดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก"บอกบุตรสาวแล้วเดินหิ้วถังน้ำสองถังไปไว้บนเกวียน ชิงอี่ที่เห็นแบบนั้นก็เดินไปไกล้ๆถังน้ำแล้วเอายาบำรุงเทใส่ในถังน้ำให้ทุกคนให้ดื่ม หลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จก็มานั้งกินมื้อค่ำกัน ซึ้งก็มีแผ่นแป้งทอดกับซุปกระรอกและผัดกระรอกใส่ผักดอง ส่วนไก่ป่าแม่หลีเอามารมควันอยู่ข้างๆกองไฟ ช่วงหัวค่ำเสียวหมิงรับหน้าที่เฝ้ายามส่วนดึกๆค่อยเป็นหน้าที่พ่อหลีเฝ้าจนถึงเช้า สามแม่ลูกนอนข้างๆกองไฟ ชิงอี่ยังไม่หลับเด็กสาวกำลังนอนคิดถึงเรื่องคลังแสงที่บ้าน เธอสามารสเอาของออกมาได้ทุกอย่างที่อยู่ในบ้าน แล้วถ้าเธออยากเข้าไปในนั้นละ เธอจะสามารสผลิตของได้อีกเลื่อยๆ พอนอนคิดถึงบ้านในภพก่อนอยู่ๆเธอก็หายตัวเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเอง เธอมองไปรอบๆ ใช้แล้วไม่ผิดแน ที่นี้คือบ้านของเธอที่เป็นบ้านขนาด3ชั้นรวมชั้นใต้ดินที่เป็นห้องเก็บอาวุธ เธอยืนอยู่ในห้องรับแขก เมื่อแนใจว่าใช้บ้านตัวเองเธอก็รีบเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเปิดตู้เย็นหาของกินทันที เมื่อเย็นเธอกินแผ่นแป้งทอดมันฝืดคอมากตอนนี้อยากได้อะไรซ่าๆมาล้างคอ ลูซี่เป็นคนไม่ชอบสังคมนอกบ้านเธอจะชอบอยู่บ้านวิจัยอาวุธหรือยาสูตรพิเศษต่างๆเพราะฉะนั้นในบ้านของเธอจะมีเสบียงเก็บไว้เต็มบ้านเสมอ และพอเธอทิ้งกระป๋องน้ำอัดลมลงถังขยะและจะเปิดไปหยิบผลไม้มากินต่อก็เห็นมีน้ำอัดลมกระป๋องใหม่โผล่ขึ้นมาตรงที่เดิม หมายความว่าของในนี้ไม่มีวันหมดเหรอ?!ดีจริง ครอบครัวที่เธอมาอยู่ด้วยถึงแม้จะไม่ได้ถึงกับอดอยากแต่ด้วยอยู่ในช่วงหนี้ภัยแล้งจึงทำให้การกินอยู่ค่อนข้างลำบาก ของที่มีในบ้านจะสามารสชวยเหลือพวกเขาได้มาก แต่ก่อนอื่นขอไปอาบน้ำก่อนนะไม่ไหวเหม็นตัวเองมาก อาบน้ำสระผมเสร็จถึงกับเบาหัวสบายตัว เธออยากให้ท่านแม่และน้องสาวเธอเข้ามาอาบน้ำในนี้สะจริง สามารสพาเข้ามาได้มั้ยนะ แต่จะบอกครอบครัวว่าไงดี เอาไวค่อยคิดตอนนี้ออกไปก่อน แต่พอหญิงสาวปรากฏตัวข้างกองไฟกับเห็นมารดามองมาด้วยความตกใจ พอเห็นมารดาทำท่าจะร้องเธอก็จับมือมารดาแล้วก็หายตัวเข้ามาในบ้านของตัวเองแถมห้อยท้ายซูซูมาด้วยเพราะน้องสาวตื่นมาแล้วจับตัวเธอพอดี "เกิดอะไรขึ้นชิงอี่..ที่นี้มันที่ไหน"ฮวาหลิวร้องด้วยความตกใจ ส่วนซูซูกำลังงัวเงียยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ชิงอี่เห็นมารดาตกใจก็ค่อยๆปลอบ "ไม่มีอะไรท่านแม่..คือว่า เออออที่นี้เป็นมิติของข้าเอง "เธอเคยเห็นพวกพนักงานทำความสะอาดตอนเธอแฝงตัวพูดเรื่องซีรี่แดนเทพแดนมารแล้วมีพวกมิตินี้ด้วยเลยพูดให้มารดาเข้าใจไปแบบนั้น "แล้วชิงอี่ ลูกมีมิติได้ไง"มันก็ยังไม่ชวยให้นางกระจ่างกับเรื่องนี้อยู่ดี "คือแบบว่าตอนที่ข้าป่วยอาการสาหัสอยู่ๆก็มีท่านเซียนหนวดขาวมาชวยข้าไว้นะ แล้วท่านเห็นครอบครัวเราลำบากเลยให้สิ่งของพวกนี้แกข้าเพื่อชวยปกป้องครอบครัว"มัวๆซัวๆไปแล้วกัน "การเดินทางของพวกเราจะต้องลำบากมากมันต้องมีของพวกนี้ชวยเจ้าคะพวกเราถึงผ่านมันไปได้"ที่เธอพูดคือเรื่องจริงในยุคภัยแล้งแบบนี้ไม่มีคำว่าปลอดภัย "แล้วท่านเซียนต้องให้เจ้าแลกอะไรด้วยมั้ย?"ที่บุตรสาวคนโตพูดมาก็มีเหตุผล "ไม่เจ้าคะแต่เราต้องไม่ให้คนอื่นรู้ มันจะไม่ปลอดภัย"เรื่องนี้สำคัญมากยิ่งรู้น้อยยิ่งปลอดภัย "ไหนๆท่านแม่กับซูซูก็เข้ามาแล้ว พวกท่านไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะได้สบายตัว เดี๋ยวข้าบอกเองว่าของแต่ละอย่างใช้อย่างไร"มาแล้วก่อนอื่นต้องอาบน้ำแปรงฟันก่อนเป็นอันดับแรก เดี๋ยวค่อยพากินของอร่อย "พี่ชิงอี่ นี้มันอะไร้หรอเจ้าค่ะ"ซูซูหยิบเยลลี่ให้พี่สาวดู "อันนี้เรียกว่าเยลลี่จ้ะ เจ้ารองกินดูมันอร่อยมาก" "เดี๋ยวเราเอาของกินไปฝากท่านพ่อกับเสียวหมิงด้วยดีมั้ย"ฮวาหลิวเมื่อเจอของดีก็อดนึกถึงสามีและบุตรชายไม่ได้ "เดี๋ยวข้าเตรียมขนมปังกับยาบำรุงไปเขาทั้งสองเองเจ้าค่ะ ยาบำรุงนี้ดื่มแล้วจะเพิ่มพลังให้รางกายได้" "ดีจริง พ่อกับพี่ชายเจ้าต้องค่อยระวังภัยไม่ค่อยได้พักผ่อนเลย" แล้วสามแม่ลูกก็ออกจากมิติมาอยู่ข้างกองไฟเหมือนเดิม หลีฟูกำลังพักผ่อนอยู่ข้างกองไฟส่วนเสียวหมิงนั้งข้างๆวัวของครอบครััวสถานการณ์แบบนี้วัวถือว่ามีค่ามาก ชิงอี่เห็นพี่ชายเลยเดินเข้าไปหาแล้วยื่นของกินและยาบำรุงให้ "พี่เสียวหมิงกินนี้ก่อนเจ้าค่ะ"พูดแล้วก็ยื่นยาบำรุงให้ "เป็นยาบำรุงไม่มีอันตรายท่านไม่ต้องห่วงมันจะชวยทำให้ท่านไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ"เสียวหมิงเชื่อใจน้องสาวเลยยกขวดแปลกๆขึ้นดื่ม แล้วเขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที "น้องไปเอาของพวกนี้มาจากไหนเหรอ"ของดีแบบนี้น้องสาวเธอไปได้มันมาได้ยังไง ชิงอี่มองรอบๆแล้วก็พูดให้ให้ได้ยินกันแค่สองคน "เอาไว้ตอนนั้งเกวียนข้าจะเล่าให้ฟัง..แล้วนี้หน้าไม้ เอาไว้ป้องกันตัวเจ้าค่ะ"พูดแล้วก็ส่งหน้าไม้ทำจากเหล็กกล้าให้พี่ชายก่อนจะป้อนยาบำรุุงให้วัวสาวอีกรอบก่อนจะเดินกลับไปที่กองไฟ ชิงอี่เอาผ้าห่มออกมาให้มารดากับน้องสาวห่มด้วยกันส่วนเธอก็อยู่เฝ้ายามเป็นเพื่อนพี่ชาย แล้วด้วยเสียวหมิงดื่มยาบำรุงกำลังสูตรพิเศษไปทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนง่ายๆจึงไม่คิดปลุกบิดาเพราะอยากให้ได้พักผ่อนเต็มที่ พ่อหลีตื่นมาในยามอิ๋น(ตี3ถึงตี5)ก็สงสัยทำไมบุตรชายไม่ปลุก "เสียวหมิงทำไมไม่ปลุกพ่อ..แบบนี้เจ้าก็ไม่ได้พักนะสิ"เขาห่วงบุตรชายจะไม่ได้พักเพราะกลางวันยังต้องคุมเกวียนอีก "ไม่เป็นไรท่านพ่อ เดี๋ยวข้าไปพักตอนนี้ก็ยังมีเวลา"เขาไม่รู้สึกง่วงเลยแถมยังรู้สึกสดชื่นอีกด้วย "แล้วเจ้าถืออะไรนะ..นี้มันหน้าไม้นี้เจ้าเอามาจากไหน"เห็นลูกชายถือหน้าไม้ก็สงสัย บ้านเขามีแต่ธนูไม่มีหน้าไม้แล้วลูกชายเอามาจากไหน "ชิงอี่เอามาให้ข้านะ ข้าก็ไม่รู้นางเอามาจากไหน"อาวุธนี้ดูมีราคามากแถมน้ำหนักยังเบาอีกด้วย "เอาไว้ค่อยถามนางแต่ตอนนี้เจ้าไปพักเหอะ"เดี๋ยวค่อยถามบุตรสาวตอนเช้าก็ได้ พอตอนเช้าชิงอี่ก็เอาขนมปังกับโจ๊กสำเร็จรูปมาให้ทุกคนกินพ่อหลีกับเสียวหมิงก็แปลกใจว่าของกินพวกนี้มันมาได้ไง แต่ชิงอี่บอกจะเล่าให้ฟังบนเกวียนเพราะปลอดภัยกว่า "ไม่มีอะไรไม่ดีเจ้าค่ะท่านพี่ ข้ากับซูซูรู้เรื่องแล้ว" พอทุกคนเก็บของขึ้นเกวียนเรียบร้อยก็จะไปรากวัวสาวเอามาเทียมเกวียนก็รู้สึกว่าวัวดูรูปร่างเปลี่ยนไป จากเดิมหุ่นผอมดูไม่มีสง่าราศีเช้านี้กลับดูรูปร่างแข็งแรงดูเป็นวัวราคาแพงขึ้นมาทันที เจ้าวัวพอเห็นเจ้านายเดินมาก็ขยับเตรียมตัวทันทีพอแกะเชือกผูกมันก็เดินไปที่เกวียนด้วยความเคยชิน ก่อนออกเดินทางชิงอี่ยังเดินมาป้อนยาบำรุงให้มันอีกขวด ในระหว่างเดินทางชิงอี่ก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวให้บิดากับพี่ชายฟัง "ท่านพ่อดื่มนี้ก่อนเจ้าค่ะ"ชิงอี่ยื่นยาบำรุงให้พ่อตัวเอง "มันคืออะไรนะลูก"เขาเห็นบุตรสาวป้อนสิ่งนี้ให้เจ้าวัวก่อนจะเดินทางด้วย "เป็นยาบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ..คือตอนที่ข้าป่วยมีท่านเซียนมาชวยชีวิตข้าไวแล้วมอบของต่างๆไว้ให้ครอบครััวเราเจ้าค่ะ" "พี่ชิงอี่มีมิติด้วยนะเจ้าค่ะท่านพ่อ"ซูซูเล่าให้บิดาฟังอย่างตื่นเต้น "ท่านเซียนยังสอนวิธีการต่อสู้ให้ข้าด้วยนะเจ้าค่ะ ต่อไปนี้ข้าก็จะชวนดูแลครอบครัวเราอีกแรงเจ้าค่ะ" "แต่ก่อนอื่นท่านพ่อกับพี่เสียวหมิงสลับกันเข้าไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าค่ะ"กลิ่นตัวบุรุษนี้มันแรงจนชิงอี่จะเป็นลมฮูหยินใหญ่ยืนดูท่านหมอตรวจลูกสะใภ้ด้วยความห่วงใย ลูกสะใภ้นางปกติแข็งแรงไม่เคยนอนป่วย จะเป็นอะไรหรือไม่นะพอท่านหมอตรวจเสร็จก็หันมายิ้มแล้วบอกอาการ"ชีพจรมงคล นางกำลังตั้งครรภ์ได้เดือนหนึ่งแล้ว..เดี๋ยวข้าจัดยาแก้แพ้อาการและบำรุงครรภ์ให้ ช่วงนี้ก็ให้ฮูหยินน้อยนอนพักให้มาก" พอท่านหมอบอกว่าลูกสะใภ้นางตั้งครรภ์ฮูหยินใหญ่ถึงกับยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความดีใจ"อี่เอ๋อกำลังจะมีทายาทให้ตระกูลไป๋..ดีๆ ต่อไปนี้จวนเราจะได้คึกครื่น"นางจะมีหลานแล้ว "เจ้าเป็นไงบ้าง ต่อไปนี้ห้ามออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วนะ ต้องดูแลตัวเองด้วย"ชิงอี่พอได้ฟังแม่สามีบอกก็ทำหน้าเซง งานเธอมีออกเยอะแยะ ไหนจะอ๋อนตวนคิดกอกบฏอีก จะให้เธอนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ขอนอนหลับตาก่อน บ้านหมุนลืมตาไม่ไหวจริงๆ ฮูหยินใหญ่อยู่ดูแลลูกสะใภ้อย่างใกล้ชิด แล้วสั่งให้ในครัวทำโจ๊กเกลือกับยำผักดองให้ลูกสะใภ้กินรองท้อง แล้วไม่ลืมให้คนไปส่งข่าวบอกบ้านคนสกุลหลีให้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วย พระชายาจิวจิวรู้ข่าวว่าพี่สะใภ้ตั้งครรภ์ก็รู้สึกอิจฉา พี่สะใภ้ผู้นี้วันๆทำแต่งานแถมยังออกรบกับสามีอีก ร่างกายทำงานหนักไม่น่าจะท้องได้ง่าย ส่วนตัวนางเองบำรุงทุก
เมื่อกล้องอินฟาเรดจับความร้อนของคนได้และตรวจสอบจนมั่นใจว่าเป็นทหารของอ๋องตวนไม่ใช้ชาวบ้าน แม่ทัพหนุ่มก็เตรียมให้ทุกคนโจมตี แต่ชิงอี่กลับให้ใช้ยาพิษเธอยิงใส่กลุ่มทหารที่มีเกือบร้อยนายอย่างตั้งตัวไม่ติดพร้อมปืนเก็บเสียง การโจมตีต้องให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ทหารที่ซ้อนตัวกลุ่มอื่นรู้ตัวเธอยังให้ธนูที่สามารสยิงลูกธนูได้ครั้งละ4ดอกและยิงโดนเปาอย่างแม่นยำแก่ทหารฝีมือดีของสามี เมื่อจัดการทหารกลุ่มแรกได้ก็หาทหารกลุ่มอื่นที่ซ้อนตัวกระจายทั่วป่า "ถ้าเรามัวแต่หาที่ละกลุ่มแบบนี้จะเสียเวลา ไม่สู้เราแยกกลุ่มกันไปจัดการน่าจะดีกว่า"อ๋องชินเสนอแนะความคิดซึ่งแม่ทัพหนุ่มก็คิดตาม ทั้งหมดเลยจัดกลุ่มๆละ5คนเพื่อแยกตัวไปโจมตีและนัดมารวมตัวที่ชายป่าเมื่อเสร็จงาน ชิงอี่ให้อาวุธพิษและกล้องอินฟาเรดและบอกวิธีการใช้ ป่าแห่งนี้กล้างใหญ่ การหากลุ่มคนนั้นไม่บากแต่มันต้องแยกให้ออกก่อนว่าผู้คนกลุ่มนั้นเป็นชาวบ้านจริงหรือทหารในยามค่ำคืนแบบนี้สิยาก เมื่อแยกตัวกลุ่มของไป๋เฮอหมิงซึ้งแนนอนมีเขากับภรรยาและเจ้าสองเผือกเป็นผู้ช่วย ก็ทำอะไรถนัดขึ้นเพราะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย สองสามีภรรยาให้เจ้าสองเผือกหากลุ่มคนให้ เ
ไป๋เฮอหมิงมองอ๋องตวนตรงๆอย่างไม่หลบสายตา อ๋องตวนเลยยกจอกสุราขึ้นมายกตรงหน้าให้แม่ทัพหนุ่มหเป็นการชนจอก ชิงอี่ที่มองการกระทำของอ๋องผู้นี้ก็ให้รู้สึกหมั่นใส้ยิ่งหนัก คนอะไรแค่เห็นหน้าก็อยากชกหน้า ด้วยฮองเต้ไม่ได้จัดงานมานาน งานเลี้ยงคืนนี้จึงจัดดึกจนฮองเฮาต้องเตือนฝ่าบาทว่าดึกแล้วควรเสด็จกลับตำหนักไปพักได้แล้ว ฮองเต้ถึงลุกแล้วกลับ แต่ก่อนกลับก็หันไปมองหน้าโอรสองค์โตก่อนจะเสด็จออกจากงาน ขันทีประกาศเสียงดังการเสด็จกลับของฮองเต้ ทุกคนในงานจึงลุกขึ้นคำความเคารพพอองค์เหนือหัวกลับองค์ชายและองค์หญิงก็เริ่มออกจากงานเลี้ยงกลับตำหนักที่พัก แขกในงานก็เตรียมตัวกลับเช่นกันเพราะดึกมากแล้ว องค์ชายสามเดินกลับตำหนักแต่ก่อนกลับพระชายาก็เดินมาหาชิงอี่แล้วกำชับให้เธอพาหลัวหลัวไปเที่ยวที่วังลิ่วหลง คนจวนโหวก็เตรียมตัวกลับ ชิงอี่เดินข้างแม่สามีโดยมีพ่อสามีเดินนำ คืนนี้ฮูหยินไป๋รู้สึกภูมิใจมากที่มีแต่คนชมลูกสะใภ้ไม่ขาดปากว่าเหมาะสมกับตระกูลไป๋เป็นอย่างมากเพราะนางทั้งสง่างามและเก่งสมกับเป็นภรรยาแม่ทัพลือชื่อรถม้าจวนโหวมีมา2คัน ของท่านโหวหนึ่งคันกับของแม่ทัพไป๋อีกหนึ่งคัน กลับถึงจวนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน พอก
การที่อ๋องชินมาประทับที่จวนโหว ทำให้สองสามีภรรยาคุยกันมากขึ้น ชิงอี่รู้ว่าสามีเธออยากให้ทั้งสองได้มีโอกาสเรียนรู้กันใหม่เพราะแต่เริ่มอ๋องชินไม่พยามเปิดใจให้ภรรยาเลยอ๋องหนุ่มห่วงแต่กองทหารไม่เคยใส่ใจพระชายา การที่อ๋องหนุ่มความจำเสื่อมอาจเป็นโอกาสดีของไป๋จิวจิวก็ได้เพราะอ๋องชินตอนนี้ดูเอาใจใส่พระชายากว่าแต่ก่อนมากตอนร่วมโต๊ะรับมื้อเย็นชิงอี่ก็เห็นได้ว่าอ๋องหนุ่มคอยเอาใจพระชายาจนนางยิ้มอย่างมีความสุข พระชายาจิวจิวช่วงนี้ดูสดใสใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข ตอนนี้อ๋องชินพักราชการรักษาตัวจนกว่าจะจำอะไรได้เหมือนเดิมถึงกลับไปรับตำแหน่ง ที่จริงแล้วความจำของอ๋องชินกลับมาเกือบหมดแล้ว เขาจำการต่อสู้ในสนามรบได้แต่ยังจำเรื่องราวในชีวิตตัวเองไม่ได้ ทุกเช้าเฮอหมิงจึงให้อ๋องหนุ่มฝึกการต่อสู้ทุกวันเพื่อความคล่องตัวและได้เกิดความเคยชิน ซึ่งอ๋องหนุ่มก็ไม่ทำให้แม่ทัพไป๋ผู้นี้ผิดหวัง ใกล้งานเลี้ยงฉลองในวังหลวง ฮูหยินเหล่าขุนนางต่างก็ไปร้านผ้าเพื่อตัดชุดใส่ไปงาน แม่สามีก็ให้สาวใช้มาเรียกชิงอี่ไปพบเพื่อเลือกผ้าไว้ใส่ไปงานเลี้ยงไปถึงเรือนใหญ่เห็นแม่สามีนั้งอยู่กับพระชายาจิวจิว เธอเข้าไปคารวะ "ลูกสะใภ้มาแล้ว
อ๋องชินถึงจะรักษาจนเลือดที่คั่งสลายหมดและขาก็ปกติแล้วแต่เขาก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่่ดี ชายหนุ่มอยากกลับไปหาท่านผู้เฒ่าทั้งสองไม่อยากอยู่ที่นี้ เขาไม่เข้าใจว่าในอดีตเขาจะจับดาบฆ่าคนได้เหรอ เขาชอบปลูกผักอยู่อย่างสงบมากกว่ามาจับดาบทางกองกำลังทหารก็กลับมาสงบอย่างเดิมเมื่อมีแม่ทัพปีศาจมาคุม แล้วเรื่องที่แม่ทัพหนุ่มไม่อยากได้ยินก็มาถึงจริงๆ"มีคำสั่งให้พวกเราพาท่านอ๋องกลับเมืองหลวง""แต่ถ้าเราไปจะไม่มีใครเฝ้าชายแดนนะ"ชิงอี่ไม่เข้าใจเพราะถ้าให้พวกเธอพาอ๋องชินกลับแล้วชายแดนจะอยู่ยังไง ถึงตอนนี้จะดูสงบแต่มันก็ยังวางใจไม่ได้ ต้องมีคนเฝ้าระวังตลอด"ฝ่าบาทส่งแม่ทัพเหอมาคุมแทนชั่วคราว เรื่องที่อ๋องชินความจำเสื่อมเข้าหูพระองค์ เลยมีคำสั่งให้พาท่านอ๋องกลับไปรักษาตัวด่วน"ก่อนกลับทั้งสองก็เตรียมเสบียงให้เหล่าทหารเต็มคลังเสบียงเพื่อให้ทหารได้รับอาหารที่มีประโยชน์และอิ่มท้อง "ระยะทางกลับเมืองหลวงห่างไกลเดินทางเป็นเดือนอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แบบนี้ระหว่างทางเราก็ต้องระวังตัวนะสิ"หญิงสาวคิดหนัก ถ้าลำพังเธอกับสามีไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่อ๋องชินนี้สิตอนนี้เขาเหมือนชายหนุ่มธรรมดาไม่มีวรยุทธใดๆ อันตรายเกิดกับเข
"ชินหลง..เป็นเจ้าจริงด้วย"เฮอหมิงเดินเข้าไปใกล้อ๋องหนุ่มที่ตอนนี้ยืนงงสับสนไปหมดว่าคนผู้นี้เรียกใคร"ท่านเรียกข้าหรือ"ชายหนุ่มชี้ตนเอง "ใช้นะสิ ท่านรู้มั้ยจิวจิวภรรยาท่านพอรู้ว่าท่านหายไปก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงขนาดให้สามีข้าออกตามหาท่านนะ"ชิงอี่พูดคำปกติตามสามี เพราะไม่อย่างให้ใครรู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร"ข้าต้องขออภัย เพราะเกิดอุบัติเหตุทำให้ความจำข้าหายไป ข้าเป็นใครแม้ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก ""เจ้าเป็นน้องเขยข้า เป็นแม่ทัพใหญ่ เมื่อสองเดือนที่แล้วอยู่ๆเจ้าก็หายตัวไปไม่มีร่องรอย ทุกคนเป็นห่วงเจ้ามากโดยเฉพาะบิดาเจ้า"อ๋องชินมีสีหน้าสับสน เขาตั้งตัวไม่ติด ตลอด2เดือนที่อยู่นี้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เขารู้สึกพอใจในชีวิตทุกวันนี้ ยังคิดว่าจะอยู่ดูแลผู้เฒ่าไปตลอด"ท่านกังวลเรื่องใดหรือ"เฮอหมิงเห็นความสับสนกังวลในสายตาของอ๋องหนุ่ม "ข้าเป็นห่วงท่านผู้เฒ่าทั้ง2ขอรับ"อ๋องหนุ่มตอบอย่างสุภาพพอผู้เฒ่าหยางได้ฟังก็ยิ้ม"เจ้าไม่ต้องห่วงพวกข้า เราสองผัวเมียอยู่มาได้ตั้งหลายปี ถ้าเจ้าคิดถึงพวกข้ามีเวลาว่างก็แค่แวะมาหาก็ได้"เมื่อผู้เฒ่าหยางพูดแบบนั้นชายหนุ่มเลยตัดสินใจกลับไปกับสองสามีภรรยา
ขนาดนั้นทหารยามที่ได้ยินเสียงการต่อสู้ก็เข้ามา พอเห็นสองนักฆ่าตาแดงถึงกับไปไม่ถูก ทั้งสองจึงใช้จังหวะนั้นหนี แต่ทหารก็ตั้งสติได้แล้วตามล่าผู้ร้าย ไป๋เฮอหมิงจึงพาชิงอี่เข้าไปแอบในมิติ พอทหารวิ่งไปอีกทางก็พากันออกมาแล้ววิ่งไปเพื่อออกจากวังหลวง แต่ด้วยทหารเต็มวังหลวงไม่ใช้เรื่องง่ายที่ทั้งคู่จะหนีออกไ
กองทัพพอมาถึงเขตชายแดนฮัวเปยแม่ทัพไป๋ก็ตั้งทัพออกรบทันทีโดยไม่มีการพัก "ท่านใส่ชุดนี้ไว้ข้างในก่อนออกไปรบ มันเป็นชุดนาโนช่วยป้องกันตัวท่านได้"ชิงอี่เอ่ยบอกแม่ทัพหนุ่ม ชายหนุ่มเลยเอาชุดมาใส่ไว้ด้านใน ส่วนชิงอี่ไป๋เฮอหมิงก็จะหาชุดเกราะให้นางใส่ แต่หญิงสาวไม่ชอบเพราะดูมันหนักไม่คล่องตัวเธอเลือกใส่ชุด
เมื่อมาส่งหญิงสาวถึงจวนเขาก็ลากลับ แต่หลัวหลัวน้อยกลับงอแงไม่ยอมให้ชายหนุ่มไป จนแม่ทัพหนุ่มต้องอุ้มจนเด็กน้อยหลับถึงกลับ แต่ก่อนกลับเขาก็ได้ส่งเครื่องมือส่งรหัสมอสไว้ให้หญิงสาวเพื่อมีอะไรก็ส่งรหัสบอกกัน หลีฟูพอแขกกลับเลยเดินเข้ามาหาบุตรสาวเพื่อถามข่าวคราว"เรียบร้อยมั้ยลูก.."เขาทั้งห่วงสำนักและห่ว
ถึงเมืองหลวงชิงอี่ก็ไม่ส่งองค์ชายสามกับพระชายาก่อน"หมดหน้าที่พวกหมอมฉันแล้วขอตัวก่อนนะเพคะ""เจ้ามาเที่ยวหาเราบ้างนะพาหลัวหลัวมาด้วย"พอจะแยกทางพระนางก็อดคิดถึงสหายไม่ได้"เพคะ สิ่งนี้ติดตัวไว้ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินหมุนกระบอกมันจะเป็นสัญญาณแล้วคนของสำนักพยักบินจะมาชวยเพคะ"บอกลาแล้วกลับสำนักพยักบินเพื่







