เข้าสู่ระบบลูซี่นักฆ่าสาวที่มีฝีมือระดับพระกาฬหาตัวจับยากแต่ต้องมาข้ามมิติไปในยุคโบราญที่อยู่ในช่วงภัยแล้ง ภัยแล้งก็ต้องหนีไหนจะโจรป่าที่ค่อยดักปล้นอีก เธอจะสามามรสพาครอบครัวผ่านภัยแล้งไปได้ยังไง
ดูเพิ่มเติมลูซี่เป็นนักฆ่าที่มีฝีมือเก่งกาจหาตัวจับยาก เพราะเธอมีความสามารถพิเศษคือประดิษฐ์อาวุธใช้เองทั้งปืนทั้งระเบิดได้อย่างชนิดตลาดมืดยอมจ่ายราคาไม่อั้นขอแค่เธอยอมขายให้
แล้วด้วยความเก่งเกินไปของเธอทำให้เป็นที่หวาดกลัวขององค์กรจนโดนสั่งเก็บ แต่การฆ่ามือสังหารอันดับ1ไม่ใช้เรื่องง่าย ลูซี่เป็นคนระวังตัวตลอดและไม่เคยไว้ใจใคร บ้านของเธอเต็มไปด้วยกับดักและอาวุธมากมาย "นี้คืองานใหม่ของเธอ"เลขาหัวหน้าใหญ่นำไฟล์งานมาให้หญิงสาวดู "แค่งานอารักขาเด็กทำไมต้องถึงมือชั้นด้วย"ฝีมือระดับเธอไม่น่าเหมาะกับงานระดับมือสมัครเล่นแบบนี้ "เห็นว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของเพื่อนนายใหญ่ เขาไว้ใจเธอเท่านั้น" "โอเค..ชั้นรับงานนี้"นักฆ่าสาวรับไฟล์มาเปิดดูแล้วทำลายไฟล์ทิ้ง ถึงเวลาต้องไปรับเด็กสาววัย12จากโรงเรียนเพื่อพาไปส่งบ้าน ทุกอย่างก็เหมือนจะไม่มีอะไร ลูซี่ระวังตัวรอบด้านแม้เด็กสาวจะพยามชวนคุยอย่างไรลูซี่ก็ไม่คุยด้วย หรือแม้แต่เด็กสาวจะร้องขอแวะซื่อของกินเล่นเธอก็เฉยๆ "พี่สาวหนูขอแวะซื้อชาไข่มุกก่อนได้มั้ย ขอแวะแปบเดียวเองนะคะ ไม่นานเลยเดี๋ยวหนูซื้อเลี้ยงแก้วหนึ่ง นะๆๆๆ"จนบอดิการ์ดสาวทนไม่ไว้จะหันไปตอบแต่อยู่ๆก็รู้สึกเจ็บตรงชายโครงซ้ายพอหันกลับไปมองก็เห็นเด็กสาวถือมีดแทงเธอตรงตำแหน่งหัวใจพอดี "ครั้งนี้แกไม่รอดแน"เสียงเด็กสาวที่ไม่ใช้เด็กสาวแต่เป็นนักฆ่าสาวที่มีขนาดตัวเล็กปลอมตัวมาอย่างแนบเนียน "แก.."หญิงสาวพยามจะตอบโต้ แต่มีดที่แทงนั้นกลับอาบยาพิษเพื่อให้มั่นใจว่าเธอต้องไม่รอดจากการสังหารครั้งนี้ และทุกอย่างก็เริ่มพล่ามัวเธอรู้สึกไม่ยินยอม ทำไมถึงอยากฆ่าเธอขนาดนั้นเพียงแค่เธอเก่งกว่าใครแค่นั้นหรือเป็นเพราะคลังอาวุธที่เธอสร้างขึ้น พวกมันอยากได้เหรอไม่มีทาง ของๆเธอถ้าเธอไม่คิดให้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังมาชกฉวยมันไปได้ หญิงสาวได้แค่คิดแล้วทุกอย่างก็มืดลง ลูซี่รู้สึกไม่สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็เวียนหัวมากจนต้องลืมตามอง "ชิงอี่ฟื้นแล้วเหรอลูก"หลีฮวาหลิงเห็นบุตรสาวฟื้นก็เรียกด้วยความดีใจ ลูซี่งงว่าหญิงสาวคนนี้พูดถึงใคร อยู่ๆเธอก็รู้สึกปวดหัวแล้วความจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัว ร่างนี้มีชื่อว่า'หลีชิงอี่'อายุ14หนาวเป็นลูกสาวคนกลางของ'หลีฟู'อายุ32กับภรรยา'หลีฮวหลิว'อายุ30มีบุตรด้วยกันสามคนคือคนโต'หลีเสี่ยวหมิง'อายุ16หนาวแล้วมีน้องสาวอีกคน'หลีซูซู'อายุ10หนาว ครอบครัวหลีอาศัยอยู่ที่เมืองเกาหยาในยุคสมัยโบราญที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ ช่วง2ปีมานี้เกิดภัยแล้ง ปีแรกยังพอผ่านมันไปได้แต่มาปีนี้ฝนก็ยังไม่ตกจนชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหวค่อยๆอพยพขึ้นเหนือเพราะทางเหนือยังมีแหล่งน้ำ ครอบครัวหลีก็เช่นกัน 5คนพ่อแม่ลูกพร้อมวัวเทียมเกวียนอีก1ตัดสินใจอพยพตามหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านอีก20กว่าครอบครัวเดินทางขึ้นเหนือและด้วยอากาศที่ร้อนทำให้หลีชิงอี่ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงล้มป่วย แต่ด้วยเป็นช่วงอพยพไม่สามารสจะหยุดพักได้เด็กสาวเลยทนอาการป่วยไม่ไหวแล้วจากไปในที่สุดแล้วเธอลูซี่นักฆ่าสาวยุคปี2030เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเด็กสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราวได้ก็กลอกตามองลอบๆ ตอนนี้เธอนอนอยู่น่าจะบนเกวียนวัวของครอบครัว มีบิดาและพี่ชายคอยคุมเกวียนส่วนเธอกับมารดาและน้องสาวนั้งภายในเกวียนมารดาค่อยเอาผ้าที่ชุบน้ำน้อยๆค่อยเช็ดใบหน้าและตามเนื้อตัวให้ ครอบครัวเธอเป็นชาวนาพอไม่มีฝนก็ยากจะทำมาหากิน มีบ้างที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์หาของป่าแต่เพราะอากาศที่แล้งทำให้สัตว์ป่าก็หนีภัยแล้งไปเช่นกัน "เดี๋ยวจะมีการหยุดพังตั้งกระโจมค้างแรมนะตรงข้างหน้านะ ใครจะไปหาอาหารหรือหาฟืนก็ตามสบายแต่อย่าไปไกลจากกลุ่ม"เสียงลูกชายหัวหน้าประกาศให้ชาวบ้านได้รับรู้ ครอบครัวหลีก็หยุดและตั้งกระโจมข้างๆเกวียน "เดี๋ยวข้าจะไปดูว่ามีสัตว์หรือผลไม้อะไรพอเอามาทำอาหารได้บ้าง"หลีฟุบอกกล่าวแกภรรยาและลูกๆ "ข้าไปด้วยท่านพ่อ"หลีเสียวหมิงก็อยากตามไปด้วย "อย่าเลย..เจ้าคอยดูแลท่านแม่และน้องๆอยู่ที่แหละ พ่อไม่ไว้ใจ"สถานการณ์แบบนี้ไว้ใจใครไม่ได้ เมื่อบุตรชายคนโตฟังก็คิดตามผู้เป็นบิดา "ขอรับ..ข้าจะอยู่เฝ้าที่นี้เอง" ลูซี่นอนฟังพ่อลูกปรึกษากัน ตอนนี้เธอยังทำอะไรไม่ถูกเลยนอนมองการกระทำของทุกคน แม่หลีเอาเศษไม้มากองๆแล้วจุดไฟเพื่อจะทำอาหาร ซูซูก็เอาหญ้าแห้งให้วัวกิน ตอนนี้น้ำมีอย่างจำกัดเพราะฉะนั้นจำทำอะไรก็ต้องนึกถึงว่าใช้น้ำให้น้อยที่สุด "เกินไปครึ่งก้านธูปมีแหล่งน้ำ เราสามารถไปตักเอามาตุนระหว่างเดินทางได้ "เสียงชาวบ้านที่เดินไปหาอาหารตะโกนบอกข่าวให้ผู้อพยพให้รับรู้กัน "ท่านแม่รออยู่นี้นะขอรับ ข้าจะไปตักน้ำเอามาเก็บไว้"เสียวหมิงรีบบอกมารดา "ไปเถอะลูก ระวังตัวด้วย"นางอยากไปกับลูกชายแต่จนใจเพราะไม่กล้าทิ้งบุตรสาวทั้งสอง "พี่ชิงอี่เป็นไงบ้างจ้ะ..หายปวดหัวยัง?"ซูซูเดินมานั้งข้างๆพี่สาวแล้วเอามืออังหน้าผาก "ยังปวดอยู่นิดหน่อยนะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่ ไปนั้งพักเหอะนะ"เธอไม่เคยมีญาติพี่น้องมาก่อยเพราะเป็นเด็กกำพร้า พอเข้ามาอยู่ในร่างนี้ถึงจะมีความทรงจำเดิมแต่มันก็ยังแปลกๆอยู่ดี ซูซูคิดว่าพี่สาวยังป่วยเลยไม่ได้คิดอะไรมากกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเด็กสาวเดินไปช่วยมารดาอุ่นแผ่นแป้งและตักผักดองเอามาเตรียมทำเครื่องเคียง เมียหัวหน้าหมู่บ้านได้ข่าวว่าบุตรสาวคนกลางของบ้านหลีป่วยก็เป็นห่วงเลยเดินมาดู "ฮวาหลิว ข้าได้ข่าวบุตรสาวเจ้าล้มป่วยเหรอ"คนอยู่หมู่บ้านเดียวกันมีอะไรก็ไม่เคยทิ้งกันเลยอดห่วงกันไม่ได้ "เจ้าคะ..ไม่สบายมาสองวันแล้ววันนี้ยังคิดว่าจะแย่สะแล้วเพราะตัวร้อนมาก แต่พอบ่ายๆก็ดีขึ้นนะ"ลูกสาวนางเริ่มป่วยตั้งแต่ออกเดินทางแรกๆแล้วแต่ก็ฝืนเดินทางต่อด้วยไม่อยากเป็นภาระให้ครอบครัวแต่เมื่อสองวันที่แล้วอาการก็เริ่มหนักลงจนเมื่อเช้าก็ยังไม่ดีขึ้น พ่อหลีคิดว่าถ้ายังไม่ดีขึ้นพอไปถึงเมืองข้างหน้าจะหยุดแวะพักจนกว่าบุตรสาวจะหาย ถึงจะต้องแยกทางจากกลุ่มยอม "ดีแล้วดีแล้ว พวกข้าก็ห่วงอยู่แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้"แล้วเมียหัวหน้าหมู่บ้านก็อยู่คุยด้วยอีกสักพักก็ขอตัวกลับกระโจมของตัวเอง ผ่านไปพักใหญ่ๆพ่อหลีก็กลับมาพร้อมไก่ป่า1ตัวกับกระรอกอีก1ตัว "วันนี้เรามีเนื้อกินแล้วนะ"พ่อหลีโชว์ผลงานอวดครอบครัว "งั้นเรากินกระรองแล้วกันส่วนไก่ป่าเดี๋ยวแม่จะรมควันไว้กินมื้ออื่น"ด้วยในยุคนี้ของกินต้องกินอย่างถนอมเผื่อวันที่หาอาหารไม่ได้ด้วย "แล้วเสียวหมิงไปไหนละ"เมื่อไม่เห็นบุตรชายคนโตก็ถามถึง "มีคนบอกว่ามีแหล่งน้ำจ้ะเสียวหลิงเลยไปตักเอามาเก็บไว้ "ปากก็พูดไปมือก็ลงมือชำแหละอาหารไปด้วย "งั้นเดี๋ยวข้าไปช่วยลูกอีกแรงดีกว่านะแม่ ได้เอาน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวกันด้วย"ว่าแล้วก็เตรียมถังไม้ไปช่วยบุตรชายอีกแรก ชิงอี่เริ่มปรับตัวได้ก็ลุกลงมาจากเกวียน แล้วมองไปรอบๆก็เห็นมารดากับน้องสาวชวยกันเตรียมอาหาร มองเลยไปก็เห็นวัวสาวก้มลงเล็มหญ้า ที่บ้านเธอมีวัวเป็นตัวเมียเพราะวัวตัวนี้รางกายไม่แข็งแรงจนไม่สามารสเอามาทำเป็นแม่พันธุ์ได้แถมอาจอายุไม่ยืนเลยขายให้พ่อหลีในราคา2ตำลึงจากราคา5ตำลึง พอมาอยู่บ้านที่บ้านรู้ว่ามันรางกายไม่แข็งแรงเหมือนบุตรสาวเลยสงสารไม่พยามใช้งานมันหนักๆแถมยังดูแลมันอย่างดี ชิงอี่เดินมาดูวัวสาวใกล้ๆพอวัวสาวเห็นเจ้านายก็หันมาเอาหัวถูตัวเจ้านายเป็นการแสดงความรัก หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็เอ็นดูเจ้าสัตว์สี่ขาขึ้นมาทันที เธอคิดถ้าอยู่ในร่างเดิมเธอจะเอาเครื่องดื่มบำรุงพิเศษที่เธอคิดค้นขึ้นมาใครที่ได้ดื่มจะมีพละกำลังเริ่มขึ้น แต่เธอไม่รู้สัตว์จะกินได้มั้ยแต่ถ้ามีโอกาสเธอจะลองแนๆ เสียดายตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างเด็กยุคโบราญแบบนี้ คิดถึงคลังแสงที่บ้านจัง ในบ้านเธอมีห้องวิจัยและห้องเก็บของทุกอย่างเพราะเธอต้องแปลงโฉมตลอดเลยมีสิ่งของมากมายในนั้น แค่เห็นวัวสาวที่ผอมแห้งขนาดนี้ก็นึกถึงยาชูกำลัง และในขนาดที่เด็กสาวคิดอะไรเล่นเพลินๆอยู่ๆในมือเธอก็ปรากฏสิ่งของ พอยกขึ้นมาดูก็ต้องตกใจ 'มันมาได้ไง'ฮูหยินใหญ่ยืนดูท่านหมอตรวจลูกสะใภ้ด้วยความห่วงใย ลูกสะใภ้นางปกติแข็งแรงไม่เคยนอนป่วย จะเป็นอะไรหรือไม่นะพอท่านหมอตรวจเสร็จก็หันมายิ้มแล้วบอกอาการ"ชีพจรมงคล นางกำลังตั้งครรภ์ได้เดือนหนึ่งแล้ว..เดี๋ยวข้าจัดยาแก้แพ้อาการและบำรุงครรภ์ให้ ช่วงนี้ก็ให้ฮูหยินน้อยนอนพักให้มาก" พอท่านหมอบอกว่าลูกสะใภ้นางตั้งครรภ์ฮูหยินใหญ่ถึงกับยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความดีใจ"อี่เอ๋อกำลังจะมีทายาทให้ตระกูลไป๋..ดีๆ ต่อไปนี้จวนเราจะได้คึกครื่น"นางจะมีหลานแล้ว "เจ้าเป็นไงบ้าง ต่อไปนี้ห้ามออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วนะ ต้องดูแลตัวเองด้วย"ชิงอี่พอได้ฟังแม่สามีบอกก็ทำหน้าเซง งานเธอมีออกเยอะแยะ ไหนจะอ๋อนตวนคิดกอกบฏอีก จะให้เธอนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ขอนอนหลับตาก่อน บ้านหมุนลืมตาไม่ไหวจริงๆ ฮูหยินใหญ่อยู่ดูแลลูกสะใภ้อย่างใกล้ชิด แล้วสั่งให้ในครัวทำโจ๊กเกลือกับยำผักดองให้ลูกสะใภ้กินรองท้อง แล้วไม่ลืมให้คนไปส่งข่าวบอกบ้านคนสกุลหลีให้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วย พระชายาจิวจิวรู้ข่าวว่าพี่สะใภ้ตั้งครรภ์ก็รู้สึกอิจฉา พี่สะใภ้ผู้นี้วันๆทำแต่งานแถมยังออกรบกับสามีอีก ร่างกายทำงานหนักไม่น่าจะท้องได้ง่าย ส่วนตัวนางเองบำรุงทุก
เมื่อกล้องอินฟาเรดจับความร้อนของคนได้และตรวจสอบจนมั่นใจว่าเป็นทหารของอ๋องตวนไม่ใช้ชาวบ้าน แม่ทัพหนุ่มก็เตรียมให้ทุกคนโจมตี แต่ชิงอี่กลับให้ใช้ยาพิษเธอยิงใส่กลุ่มทหารที่มีเกือบร้อยนายอย่างตั้งตัวไม่ติดพร้อมปืนเก็บเสียง การโจมตีต้องให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ทหารที่ซ้อนตัวกลุ่มอื่นรู้ตัวเธอยังให้ธนูที่สามารสยิงลูกธนูได้ครั้งละ4ดอกและยิงโดนเปาอย่างแม่นยำแก่ทหารฝีมือดีของสามี เมื่อจัดการทหารกลุ่มแรกได้ก็หาทหารกลุ่มอื่นที่ซ้อนตัวกระจายทั่วป่า "ถ้าเรามัวแต่หาที่ละกลุ่มแบบนี้จะเสียเวลา ไม่สู้เราแยกกลุ่มกันไปจัดการน่าจะดีกว่า"อ๋องชินเสนอแนะความคิดซึ่งแม่ทัพหนุ่มก็คิดตาม ทั้งหมดเลยจัดกลุ่มๆละ5คนเพื่อแยกตัวไปโจมตีและนัดมารวมตัวที่ชายป่าเมื่อเสร็จงาน ชิงอี่ให้อาวุธพิษและกล้องอินฟาเรดและบอกวิธีการใช้ ป่าแห่งนี้กล้างใหญ่ การหากลุ่มคนนั้นไม่บากแต่มันต้องแยกให้ออกก่อนว่าผู้คนกลุ่มนั้นเป็นชาวบ้านจริงหรือทหารในยามค่ำคืนแบบนี้สิยาก เมื่อแยกตัวกลุ่มของไป๋เฮอหมิงซึ้งแนนอนมีเขากับภรรยาและเจ้าสองเผือกเป็นผู้ช่วย ก็ทำอะไรถนัดขึ้นเพราะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย สองสามีภรรยาให้เจ้าสองเผือกหากลุ่มคนให้ เ
ไป๋เฮอหมิงมองอ๋องตวนตรงๆอย่างไม่หลบสายตา อ๋องตวนเลยยกจอกสุราขึ้นมายกตรงหน้าให้แม่ทัพหนุ่มหเป็นการชนจอก ชิงอี่ที่มองการกระทำของอ๋องผู้นี้ก็ให้รู้สึกหมั่นใส้ยิ่งหนัก คนอะไรแค่เห็นหน้าก็อยากชกหน้า ด้วยฮองเต้ไม่ได้จัดงานมานาน งานเลี้ยงคืนนี้จึงจัดดึกจนฮองเฮาต้องเตือนฝ่าบาทว่าดึกแล้วควรเสด็จกลับตำหนักไปพักได้แล้ว ฮองเต้ถึงลุกแล้วกลับ แต่ก่อนกลับก็หันไปมองหน้าโอรสองค์โตก่อนจะเสด็จออกจากงาน ขันทีประกาศเสียงดังการเสด็จกลับของฮองเต้ ทุกคนในงานจึงลุกขึ้นคำความเคารพพอองค์เหนือหัวกลับองค์ชายและองค์หญิงก็เริ่มออกจากงานเลี้ยงกลับตำหนักที่พัก แขกในงานก็เตรียมตัวกลับเช่นกันเพราะดึกมากแล้ว องค์ชายสามเดินกลับตำหนักแต่ก่อนกลับพระชายาก็เดินมาหาชิงอี่แล้วกำชับให้เธอพาหลัวหลัวไปเที่ยวที่วังลิ่วหลง คนจวนโหวก็เตรียมตัวกลับ ชิงอี่เดินข้างแม่สามีโดยมีพ่อสามีเดินนำ คืนนี้ฮูหยินไป๋รู้สึกภูมิใจมากที่มีแต่คนชมลูกสะใภ้ไม่ขาดปากว่าเหมาะสมกับตระกูลไป๋เป็นอย่างมากเพราะนางทั้งสง่างามและเก่งสมกับเป็นภรรยาแม่ทัพลือชื่อรถม้าจวนโหวมีมา2คัน ของท่านโหวหนึ่งคันกับของแม่ทัพไป๋อีกหนึ่งคัน กลับถึงจวนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน พอก
การที่อ๋องชินมาประทับที่จวนโหว ทำให้สองสามีภรรยาคุยกันมากขึ้น ชิงอี่รู้ว่าสามีเธออยากให้ทั้งสองได้มีโอกาสเรียนรู้กันใหม่เพราะแต่เริ่มอ๋องชินไม่พยามเปิดใจให้ภรรยาเลยอ๋องหนุ่มห่วงแต่กองทหารไม่เคยใส่ใจพระชายา การที่อ๋องหนุ่มความจำเสื่อมอาจเป็นโอกาสดีของไป๋จิวจิวก็ได้เพราะอ๋องชินตอนนี้ดูเอาใจใส่พระชายากว่าแต่ก่อนมากตอนร่วมโต๊ะรับมื้อเย็นชิงอี่ก็เห็นได้ว่าอ๋องหนุ่มคอยเอาใจพระชายาจนนางยิ้มอย่างมีความสุข พระชายาจิวจิวช่วงนี้ดูสดใสใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข ตอนนี้อ๋องชินพักราชการรักษาตัวจนกว่าจะจำอะไรได้เหมือนเดิมถึงกลับไปรับตำแหน่ง ที่จริงแล้วความจำของอ๋องชินกลับมาเกือบหมดแล้ว เขาจำการต่อสู้ในสนามรบได้แต่ยังจำเรื่องราวในชีวิตตัวเองไม่ได้ ทุกเช้าเฮอหมิงจึงให้อ๋องหนุ่มฝึกการต่อสู้ทุกวันเพื่อความคล่องตัวและได้เกิดความเคยชิน ซึ่งอ๋องหนุ่มก็ไม่ทำให้แม่ทัพไป๋ผู้นี้ผิดหวัง ใกล้งานเลี้ยงฉลองในวังหลวง ฮูหยินเหล่าขุนนางต่างก็ไปร้านผ้าเพื่อตัดชุดใส่ไปงาน แม่สามีก็ให้สาวใช้มาเรียกชิงอี่ไปพบเพื่อเลือกผ้าไว้ใส่ไปงานเลี้ยงไปถึงเรือนใหญ่เห็นแม่สามีนั้งอยู่กับพระชายาจิวจิว เธอเข้าไปคารวะ "ลูกสะใภ้มาแล้ว
ความคิดเห็นเพิ่มเติม