LOGINชิงอี่สลับพาบิดากับพี่ชายเข้าไปอาบน้ำในมิติ
ขบวนแวะหยุดพักกลางวันเพราะแดดแรง บางครอบครัวไม่มีเกวียนจะได้พักขาบ้าง พอหยุดพ่อหลีก็รีบถอดเทียมเกวียนพาวัวเข้าร่มและเอาน้ำให้มันกินทันที ส่วนสมาชิกก็ลงมายืดแข้งยืดขา แล้วกินแผ่นแป้งกับผักดองเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ เพื่อนบ้านก็แวะเวียนมาถามไถ่เรื่องอาการป่วยของชิงอี่ แล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดกัน "ข้าว่าพอไปถึงเมืองเฉินตู่จะขอพักอยู่กับญาติดีกว่าไม่ขึ้นเหนือไปพวกเจ้าแล้ว"บางคนก็จะไปอาศัยอยู่กับญาติไม่เดินทางขึ้นเหนือไปถึงชายแดน "ถ้ามีญาติอยู่แบบนี้ก็ดีสิ..กว่าจะเดินทางไปถึงชายแดนใช้เวลาไม่ใช้น้อยไหนจะเงินทองอีก" "แต่ข้ากะจะไปตั้งรกรางทางเหนือเลย ข้าขายที่ทางหมดแล้วไปเริ่มต้นใหม่อาจจะดีกว่าเก่าก็ได้"บางคนก็อาจไปตั้งรกรากอยู่ที่ชายแดนเลย ส่วนบ้านหลียังตัดสินใจไม่ได้ จริงๆพ่อหลีมีท่านแม่และพี่ชายอยู่เมืองตงเย่ว แต่สมัยก่อนด้วยไม่ชอบว่าเขาแต่งฮวาหลิวเข้าตระกูลเพราะบ้านฮวาหลิวยากจน มีท่านแม่ที่ร่างกายไม่แข็งแรงแถมน้องชายยังเล็กอีกสองคน ทำให้มารดาโกรธมากจนตัดขาดเขาจากตระกูล เขากับภรรยาเลยต้องย้ายไปเริ่มต้นใหม่ทีเมืองเก่าหยา ส่วนบ้านเดิมภรรยาตอนแรกจะหนี้ภัยแล้งด้วยกันแต่เพราะแม่หวองไม่ยอมทิ้งบ้านเลยไม่มีใครกล้าขัดใจ "ข้าแก่แล้ว ถ้าจะตายก็ให้ตายที่นี้แหละถ้าพวกเจ้าจะไปก็ไปเถอะนะ"แต่ไหนเลยลูกชายทั้งสองจะกล้าทิ้งมารดาฮวาหลิวเลยต้องจำใจแยกจากมารดาและน้องชาย ผ่านไปครึ่งเดือนในขนาดที่ขบวนพักแรมอยู่ตีนเขา เฟยหลงน้องชายของฮวาหลิวอายุ20ก็ตามขบวนมาทันแล้วบอกมารดากับพี่ชายกำลังเร่งเดินทางมาสมทบขบวน "ท่านแม่ยอมมาแล้วเหรอ"ฮวาหลิวเอยถามด้วยความดีใจที่มารดายอมหนีมากับพวกตน "ใช้..แต่บ้านเราเดินเท้าเลยเดินทางได้ช้านะ พี่เฟยเทียนให้ข้าล้วงหน้ามาบอกท่านก่อน " งั้นเดี๋ยวข้าจะขับเกวียนไปรับท่านแม่เอง"หลีฟูพอได้ยินว่าแม่ยายต้องเดินเท้าก็รีบจะไปรับด้วยรู้ว่าสุขภาพแม่ยายไม่แข็งแรง หลีฟูกับเฟยหลงเลยขับเกวียนย้อนกลับไปรับแม่เฒ่าหวอง ส่วนทางฮวาหลิงกับลูกๆก็เดินเท้ารอ เมื่อไม่มีเกวียน4แม่ลูกก็ตั้งกระโจมอยู่ด้วยกันและกินอาหารจากมิติ พอถึงเมืองหลงเสวย ชิงอี่เลยเอายารักษาบาดแผลอย่างดีเอาไปขายในร้านโอสถได้ตำลึงมาถึง180ตำลึง "ยาดี..ไม่ทราบว่าแม่นางยังมีอีกมั้ยข้าซื่อหมดเลย" "ข้ามีเท่านี้แหละเจ้าค่ะ พอดีครอบครัวข้าเดือดร้อนเลยจำใจต้องเอายาดีมาขายเพื่อความอยู่รอด"ชิงอี่ไม่อยากทำให้มันเป็นของที่หาง่ายเกินไป มีโอกาสค่อยว่ากันใหม่ พอออกจากร้านโอสถชิงอี่เลยให้พี่ชายพาไปตลาดค้าสัตว์ซื่อวัวเทียมเกวียนอีกคัน ที่บ้านเธอมีวัวสาวอยู่แล้วครั้งนี้เลยจะซื้อวัวหนุ่มเอาไปเป็นคู่ให้มัน เมืองมาถึงตลาดค้าสัตว์ก็มองหาสิ่งที่ต้องการ "เชิญเลยขอรับ เชิญแวะทางนี้ก่อน" เสียงพ่อค้าร้านต่างๆร้องเรียกลูกค้าให้เข้ามาดูร้านตัวเอง ชิงอี่มองรอบๆสายตาก็ไม่สะดุดกับล่อตัวหนึ่งเข้า ลักษณะมันน่าสนใจมาก มันดูไม่สนใจสิ่งไดสายตามองไปที่ลาตัวหนึ่งแล้วค่อยดูแลลาตัวนั้นอย่่างใกล้ชิด "ลาตัวนั้นมันเป็นอะไรเหรอเถ้าแก "ชิงอี่เห็นมันน่าสนใจเลยถามดู "ลามันป่วยนะแม่นาง" "แล้วมันเป็นอะไรกับล่อตัวนั้นเห็นมันเฝ้าไม่ห่างกันเลย"หรือจะเป็นคู่รักกัน "มันเป็นพี่น้องกันนะขอรับแต่ตัวลามันไม่แข็งแรงทำงานอะไรไม่ไหว ถ้าท่านสนใจล่อตัวนี้ข้าขายให้ในราคา25ตำลึงแถมลาตัวนี้ไปเลย"อยู่ก็ไม่คุ้มค่ารักษาอย่างน้อยก็ขายล่อได้ ชิงอี่เห็นสายตาที่ล่อมองมาทางเธอด้วยสายตาอ้อนวอน เธอเลยตัดสินใจซื้อสองพี่น้องนี้ไว้ เดี๋ยวค่อยป้อนยาบำรุงให้ เธอไม่เชื่อว่าจะไม่สามารสรักษามันได้ "แล้วแบบนี้เรายังต้องซื้อวัวอีกมั้ย"เสียวหมิงเห็นน้องสาวได้ล่อกับลาแล้วคงไม่คิดอยากได้วัวแล้วมั้ง "ซื้อสิไปดูวัวกัน..เถ้าแก่ข้าฝากเจ้าสองพี่น้องนี้ก่อนนะเดี๋ยวข้ามารับ"บอกแล้วก็เตรียมจะเดินไปดูวัว แต่เถ้าแก่เรียกเอาไว้ "ถ้าพวกเจ้าอยากได้วัวข้ามีร้านแนะนำ รับรองได้วัวลักษณะดีแนนอน"ในเมืองลูกค้าดีเขาก็อยากแนะนำร้านที่ดีไม่เอาเปรีบบลูกค้า "พวกท่านตรงไปแล้วขวาตรงหัวมุมจะเจอร้านขายวัวบอกว่ามาจากเถ้าแก่จางเขาจะเลือกวัวดีให้ท่าน" เมืองสองพี่น้องเดินไปตามทางที่ถ้าแก่จางบอกก็เจอร้านค้าวัว "มาจากเถ้าแก่จากเหรอ งั้นเชิญทางนี้ข้ามีวัวลักษณะดีแนะนำ" เมื่อเข้ามาด้านในก็เจอวัวรูปรางดีอยู่3,4ตัว ชิงอี่ลองเดินดูรอบก็เลือกมาหนึ่งตัวแล้วถามหาร้านเทียมเกวียนเถ้าแก่เลยบอกว่าที่ร้านมีบริการรวมทั่งหมดจ่ายไป39ตำลึง ตอนเสียวหมิงกับชิงอี่กลับไปหามารดาเลยมีทั้งวัว ล่อแล้วก็ลาที่พอถึงที่หมายก็ล้มตัวลงนอนแล้วหอบหายใจแรงทันที ชิงอี่เห็นดังนั้นเลยรีบเดินไปป้อนยาบำรุงให้มันก่อนใครเพื่อน พอมันกินยาบำรุงสักพักก็หายใจดีขึ้นแล้วลุกขึ้นได้ในที่สุด เจ้าล่อที่เห็นน้องชายลุกขึ้นก็เดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ "น้องแกดีขึ้นแล้วนะไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว"พูดพร้อมกับลูบหัวเจ้าล่อไปด้วย "กินสะแกจะได้แข็งแรงกว่าเก่า"พูดแล้วก็ป้อนยาบำรุ่งให้เจ้าล่อและเจ้าวัวหนุ่ม "ซื้ออะไรมาเยอะแยะนะลูก"ฮวาหลิวถามบุตรทั้งสองเบาๆ "ก็สมาชิกเราจะเพิ่มขึ้น ข้ากับพี่เสียวหมิงเลยไปซื้อพวกแป้งกับธัญพืชมาเพิ่มนะเจ้าค่ะ" ผ่านไปสองวันพ่อหลีก็พาแม่เฒ่าหวองมาสบทบขบวนทัน "ท่านพ่อมาไวจังเลยเจ้าค่ะ"ซูซูเข้าไปกอดบิดาด้วยความคิดถึง "เจ้าวัวมันเดินไม่ยอมหยุดเลยนะสิ พ่อละกลัวมันจะหัวใจวาย"พ่อฟูไม่ได้เร่งให้วัวมันเดินไม่ได้หยุด แต่มันเดินทางไม่ยอมหยุดพักเลยเขาละเป็นห่วงมันจริงๆเพราะวัวตัวนี้เป็นยานพาหนะเดียวของครอบครัว แม่เฒ่าหวองเมื่อลงมาจากเวียนก็เห็นบุตรสาวถึงกับหลั่งน้ำตา "แม่ไม่คิดว่าจะได้พบลูกอีก..แม่น่าจะฟังพวกเจ้าแต่แรก"พูดไปก็กอดบุตรสาวไปด้วย "ตอนนี้เราก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้วท่านแม่ไม่ต้องร้องนะเจ้าค่ะ"ฮวาหลิวก็อดร้องไห้ตามมารดาไม่ได้ "ตลอดการเดินทางแม่ได้เฟยเทียนแบกขึ้นหลังมาตลอดทางจนเท้าเขาเป็นแผลไปหมด"พูดแล้วก็หันไปมองบุตรชายวัย22หนาวที่เท้าทั้งสองข้างเต็มไปด้วยบาดแผล ที่มีไห่เม้ยภรรยาวัย21หนาวค่อยดูแลทั้งสองมีลูกด้วยกัน1คนคือต้าเป่าอายุ3หนาว ชิงอี่เห็นดังนั้นเลยรีบเข้าไปช่วยทำแผลให้ท่านน้า "ท่านน้าดื่มยานี้ก่อนนะเจ้าค่ะมันช่วยฟื้นฟูร่างกาย"พูดแล้วก็ให้น้าชายดื่มยาบำรุงก่อนแล้วนั้งลงทำแผลให้ "ระหว่างทางลำบากพวกเจ้าไม่น้อย"ฮวาหลิวเอยกับครอบครัวเดิมตัวเอง "ตอนนี้มีครอบครัวแม่กับน้องชายเจ้าเข้ามาเพิ่มจะเป็นการเพิ่มภาระให้้พวกเจ้ามั้ย"แม่เฒ่าหวองรู้สึกเกรงใจลูกเขย ตอนแรกถึงดึงดันที่จะอยู่บ้านเดิม แต่พอเวลาผ่านไปนางก็รู้สึกสงสารลูกๆแล้วหลานชายวัย3หนาวที่ต้องอยู่อย่่่งอดๆอยากๆเลยตัดสินใจตามมาสบทบกับบุตรสาว "ท่านยายไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ ข้าเตรียมเกวียนไว้ให้แล้ว เราเดินทางได้ไม่มีปัญหาแนนอนเจ้าค่ะ"ชิงอี่ให้ความมั้นใจ เธอไม่เคยมีครอบครัวมาก่อนพอมีครอบครัวเธอก็อยากดูแลให้เต็มที่ พอถึงวันเดินทางหลังจากที่พักเตรียมเสบียงกันมา4วัน มีบางครอบครัวเลือกที่จะแยกไปอีกทางเพื่อไปบ้านญาติขบวนลี้ภัยจึงลดลงไปอีก7,8ครอบครัว ครอบครัวหลีกับแม่เฒ่าหวองเลยนังเกวียนวัวกันครอบครัวละคัน แล้วเฟยเทียนนั้งรถลากจากล่อส่วนเจ้าลาให้แบกเสบียง หลังจากกินยาบำรุงไปเจ้าลาก็แข็งแรงขึ้นไม่มีอาการของลาป่วยให้เห็นอีกเลย ครอบครัวหลีกรายเป็นครอบครัวใหญ่ทันที แต่ก็ไม่เป็นภาระให้กลุ่ม เดินทางไปอยู่ๆชิ่งอี่ก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ แถวนี้มันเงียบเกินไป เธอเลยให้ท่านพ่อไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้ระวังตัว "แถวนี้มันไม่น่าไว้ใจนะขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ทางที่ดีเราตั้งกระโจกติดๆกันดีกว่าเพื่อป้องกันเอาไว" หลีฟูพูดตามที่บุตรสาวสั่ง พอหัวหน้าหมู่บ้านได้ฟังก็คิดตามทันที "งั้นบอกให้ทุกคนตั้งกระโจมอย่าห่างกันเยอะและคอยสอดส่องดูด้วย" "ท่านน้าทั้งสองใช้อาวุธเป็นมั้ยเจ้าค่ะ"ชิงอี่ถามน้าชายทั้งสอง "น้ามีพละกำลังมากต่อสู้ได้ดีพอตัวส่วนเฟยหลงก็พอมีวิชาหมัดมวยบ้าง"เฟยเทียนบอกแกหลานสาว พอชิงอี่ฟังแล้วก็พอจะหาอาวุธให้ท่านน้าทั้งสองได้ เฟยเทียนให้ใช้กระบอกลูกตุ้มเพราะเป็นอาวุธหนักเหมาะแกพละกำลังมาก ส่วนเฟยหลงให้ใช้ดาบเพราะสามารสรำเป็นท่วงท่าได้ ส่วนพี่ชายเธอให้ใช้หน้าไม้บิดาใช้ขวานเพราะบิดาเธอใช้เครื่องมือนี้ถนัดที่สุด ตอนกลางคืนเธอให้เอารถทั้งสามคันมาจอดร่วมกันแล้วให้ผู้หญิงและเด็กอยู่แต่ในเกวียนเพราะชิงอี่เปลี่ยนผ้าคุมหลังคาเป็นผ้าใบกันกระสุนและของมีคมต่างๆจะไม่สามารสกรีดผ้าใบนาโนนี้ขาดได้ และกลางดึกก็มีเสียงโวกแวกกังมาแต่ไกลฮูหยินใหญ่ยืนดูท่านหมอตรวจลูกสะใภ้ด้วยความห่วงใย ลูกสะใภ้นางปกติแข็งแรงไม่เคยนอนป่วย จะเป็นอะไรหรือไม่นะพอท่านหมอตรวจเสร็จก็หันมายิ้มแล้วบอกอาการ"ชีพจรมงคล นางกำลังตั้งครรภ์ได้เดือนหนึ่งแล้ว..เดี๋ยวข้าจัดยาแก้แพ้อาการและบำรุงครรภ์ให้ ช่วงนี้ก็ให้ฮูหยินน้อยนอนพักให้มาก" พอท่านหมอบอกว่าลูกสะใภ้นางตั้งครรภ์ฮูหยินใหญ่ถึงกับยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความดีใจ"อี่เอ๋อกำลังจะมีทายาทให้ตระกูลไป๋..ดีๆ ต่อไปนี้จวนเราจะได้คึกครื่น"นางจะมีหลานแล้ว "เจ้าเป็นไงบ้าง ต่อไปนี้ห้ามออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนแล้วนะ ต้องดูแลตัวเองด้วย"ชิงอี่พอได้ฟังแม่สามีบอกก็ทำหน้าเซง งานเธอมีออกเยอะแยะ ไหนจะอ๋อนตวนคิดกอกบฏอีก จะให้เธอนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ขอนอนหลับตาก่อน บ้านหมุนลืมตาไม่ไหวจริงๆ ฮูหยินใหญ่อยู่ดูแลลูกสะใภ้อย่างใกล้ชิด แล้วสั่งให้ในครัวทำโจ๊กเกลือกับยำผักดองให้ลูกสะใภ้กินรองท้อง แล้วไม่ลืมให้คนไปส่งข่าวบอกบ้านคนสกุลหลีให้รับรู้ข่าวดีนี้ด้วย พระชายาจิวจิวรู้ข่าวว่าพี่สะใภ้ตั้งครรภ์ก็รู้สึกอิจฉา พี่สะใภ้ผู้นี้วันๆทำแต่งานแถมยังออกรบกับสามีอีก ร่างกายทำงานหนักไม่น่าจะท้องได้ง่าย ส่วนตัวนางเองบำรุงทุก
เมื่อกล้องอินฟาเรดจับความร้อนของคนได้และตรวจสอบจนมั่นใจว่าเป็นทหารของอ๋องตวนไม่ใช้ชาวบ้าน แม่ทัพหนุ่มก็เตรียมให้ทุกคนโจมตี แต่ชิงอี่กลับให้ใช้ยาพิษเธอยิงใส่กลุ่มทหารที่มีเกือบร้อยนายอย่างตั้งตัวไม่ติดพร้อมปืนเก็บเสียง การโจมตีต้องให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ทหารที่ซ้อนตัวกลุ่มอื่นรู้ตัวเธอยังให้ธนูที่สามารสยิงลูกธนูได้ครั้งละ4ดอกและยิงโดนเปาอย่างแม่นยำแก่ทหารฝีมือดีของสามี เมื่อจัดการทหารกลุ่มแรกได้ก็หาทหารกลุ่มอื่นที่ซ้อนตัวกระจายทั่วป่า "ถ้าเรามัวแต่หาที่ละกลุ่มแบบนี้จะเสียเวลา ไม่สู้เราแยกกลุ่มกันไปจัดการน่าจะดีกว่า"อ๋องชินเสนอแนะความคิดซึ่งแม่ทัพหนุ่มก็คิดตาม ทั้งหมดเลยจัดกลุ่มๆละ5คนเพื่อแยกตัวไปโจมตีและนัดมารวมตัวที่ชายป่าเมื่อเสร็จงาน ชิงอี่ให้อาวุธพิษและกล้องอินฟาเรดและบอกวิธีการใช้ ป่าแห่งนี้กล้างใหญ่ การหากลุ่มคนนั้นไม่บากแต่มันต้องแยกให้ออกก่อนว่าผู้คนกลุ่มนั้นเป็นชาวบ้านจริงหรือทหารในยามค่ำคืนแบบนี้สิยาก เมื่อแยกตัวกลุ่มของไป๋เฮอหมิงซึ้งแนนอนมีเขากับภรรยาและเจ้าสองเผือกเป็นผู้ช่วย ก็ทำอะไรถนัดขึ้นเพราะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย สองสามีภรรยาให้เจ้าสองเผือกหากลุ่มคนให้ เ
ไป๋เฮอหมิงมองอ๋องตวนตรงๆอย่างไม่หลบสายตา อ๋องตวนเลยยกจอกสุราขึ้นมายกตรงหน้าให้แม่ทัพหนุ่มหเป็นการชนจอก ชิงอี่ที่มองการกระทำของอ๋องผู้นี้ก็ให้รู้สึกหมั่นใส้ยิ่งหนัก คนอะไรแค่เห็นหน้าก็อยากชกหน้า ด้วยฮองเต้ไม่ได้จัดงานมานาน งานเลี้ยงคืนนี้จึงจัดดึกจนฮองเฮาต้องเตือนฝ่าบาทว่าดึกแล้วควรเสด็จกลับตำหนักไปพักได้แล้ว ฮองเต้ถึงลุกแล้วกลับ แต่ก่อนกลับก็หันไปมองหน้าโอรสองค์โตก่อนจะเสด็จออกจากงาน ขันทีประกาศเสียงดังการเสด็จกลับของฮองเต้ ทุกคนในงานจึงลุกขึ้นคำความเคารพพอองค์เหนือหัวกลับองค์ชายและองค์หญิงก็เริ่มออกจากงานเลี้ยงกลับตำหนักที่พัก แขกในงานก็เตรียมตัวกลับเช่นกันเพราะดึกมากแล้ว องค์ชายสามเดินกลับตำหนักแต่ก่อนกลับพระชายาก็เดินมาหาชิงอี่แล้วกำชับให้เธอพาหลัวหลัวไปเที่ยวที่วังลิ่วหลง คนจวนโหวก็เตรียมตัวกลับ ชิงอี่เดินข้างแม่สามีโดยมีพ่อสามีเดินนำ คืนนี้ฮูหยินไป๋รู้สึกภูมิใจมากที่มีแต่คนชมลูกสะใภ้ไม่ขาดปากว่าเหมาะสมกับตระกูลไป๋เป็นอย่างมากเพราะนางทั้งสง่างามและเก่งสมกับเป็นภรรยาแม่ทัพลือชื่อรถม้าจวนโหวมีมา2คัน ของท่านโหวหนึ่งคันกับของแม่ทัพไป๋อีกหนึ่งคัน กลับถึงจวนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน พอก
การที่อ๋องชินมาประทับที่จวนโหว ทำให้สองสามีภรรยาคุยกันมากขึ้น ชิงอี่รู้ว่าสามีเธออยากให้ทั้งสองได้มีโอกาสเรียนรู้กันใหม่เพราะแต่เริ่มอ๋องชินไม่พยามเปิดใจให้ภรรยาเลยอ๋องหนุ่มห่วงแต่กองทหารไม่เคยใส่ใจพระชายา การที่อ๋องหนุ่มความจำเสื่อมอาจเป็นโอกาสดีของไป๋จิวจิวก็ได้เพราะอ๋องชินตอนนี้ดูเอาใจใส่พระชายากว่าแต่ก่อนมากตอนร่วมโต๊ะรับมื้อเย็นชิงอี่ก็เห็นได้ว่าอ๋องหนุ่มคอยเอาใจพระชายาจนนางยิ้มอย่างมีความสุข พระชายาจิวจิวช่วงนี้ดูสดใสใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข ตอนนี้อ๋องชินพักราชการรักษาตัวจนกว่าจะจำอะไรได้เหมือนเดิมถึงกลับไปรับตำแหน่ง ที่จริงแล้วความจำของอ๋องชินกลับมาเกือบหมดแล้ว เขาจำการต่อสู้ในสนามรบได้แต่ยังจำเรื่องราวในชีวิตตัวเองไม่ได้ ทุกเช้าเฮอหมิงจึงให้อ๋องหนุ่มฝึกการต่อสู้ทุกวันเพื่อความคล่องตัวและได้เกิดความเคยชิน ซึ่งอ๋องหนุ่มก็ไม่ทำให้แม่ทัพไป๋ผู้นี้ผิดหวัง ใกล้งานเลี้ยงฉลองในวังหลวง ฮูหยินเหล่าขุนนางต่างก็ไปร้านผ้าเพื่อตัดชุดใส่ไปงาน แม่สามีก็ให้สาวใช้มาเรียกชิงอี่ไปพบเพื่อเลือกผ้าไว้ใส่ไปงานเลี้ยงไปถึงเรือนใหญ่เห็นแม่สามีนั้งอยู่กับพระชายาจิวจิว เธอเข้าไปคารวะ "ลูกสะใภ้มาแล้ว
อ๋องชินถึงจะรักษาจนเลือดที่คั่งสลายหมดและขาก็ปกติแล้วแต่เขาก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่่ดี ชายหนุ่มอยากกลับไปหาท่านผู้เฒ่าทั้งสองไม่อยากอยู่ที่นี้ เขาไม่เข้าใจว่าในอดีตเขาจะจับดาบฆ่าคนได้เหรอ เขาชอบปลูกผักอยู่อย่างสงบมากกว่ามาจับดาบทางกองกำลังทหารก็กลับมาสงบอย่างเดิมเมื่อมีแม่ทัพปีศาจมาคุม แล้วเรื่องที่แม่ทัพหนุ่มไม่อยากได้ยินก็มาถึงจริงๆ"มีคำสั่งให้พวกเราพาท่านอ๋องกลับเมืองหลวง""แต่ถ้าเราไปจะไม่มีใครเฝ้าชายแดนนะ"ชิงอี่ไม่เข้าใจเพราะถ้าให้พวกเธอพาอ๋องชินกลับแล้วชายแดนจะอยู่ยังไง ถึงตอนนี้จะดูสงบแต่มันก็ยังวางใจไม่ได้ ต้องมีคนเฝ้าระวังตลอด"ฝ่าบาทส่งแม่ทัพเหอมาคุมแทนชั่วคราว เรื่องที่อ๋องชินความจำเสื่อมเข้าหูพระองค์ เลยมีคำสั่งให้พาท่านอ๋องกลับไปรักษาตัวด่วน"ก่อนกลับทั้งสองก็เตรียมเสบียงให้เหล่าทหารเต็มคลังเสบียงเพื่อให้ทหารได้รับอาหารที่มีประโยชน์และอิ่มท้อง "ระยะทางกลับเมืองหลวงห่างไกลเดินทางเป็นเดือนอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แบบนี้ระหว่างทางเราก็ต้องระวังตัวนะสิ"หญิงสาวคิดหนัก ถ้าลำพังเธอกับสามีไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่อ๋องชินนี้สิตอนนี้เขาเหมือนชายหนุ่มธรรมดาไม่มีวรยุทธใดๆ อันตรายเกิดกับเข
"ชินหลง..เป็นเจ้าจริงด้วย"เฮอหมิงเดินเข้าไปใกล้อ๋องหนุ่มที่ตอนนี้ยืนงงสับสนไปหมดว่าคนผู้นี้เรียกใคร"ท่านเรียกข้าหรือ"ชายหนุ่มชี้ตนเอง "ใช้นะสิ ท่านรู้มั้ยจิวจิวภรรยาท่านพอรู้ว่าท่านหายไปก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงขนาดให้สามีข้าออกตามหาท่านนะ"ชิงอี่พูดคำปกติตามสามี เพราะไม่อย่างให้ใครรู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร"ข้าต้องขออภัย เพราะเกิดอุบัติเหตุทำให้ความจำข้าหายไป ข้าเป็นใครแม้ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก ""เจ้าเป็นน้องเขยข้า เป็นแม่ทัพใหญ่ เมื่อสองเดือนที่แล้วอยู่ๆเจ้าก็หายตัวไปไม่มีร่องรอย ทุกคนเป็นห่วงเจ้ามากโดยเฉพาะบิดาเจ้า"อ๋องชินมีสีหน้าสับสน เขาตั้งตัวไม่ติด ตลอด2เดือนที่อยู่นี้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เขารู้สึกพอใจในชีวิตทุกวันนี้ ยังคิดว่าจะอยู่ดูแลผู้เฒ่าไปตลอด"ท่านกังวลเรื่องใดหรือ"เฮอหมิงเห็นความสับสนกังวลในสายตาของอ๋องหนุ่ม "ข้าเป็นห่วงท่านผู้เฒ่าทั้ง2ขอรับ"อ๋องหนุ่มตอบอย่างสุภาพพอผู้เฒ่าหยางได้ฟังก็ยิ้ม"เจ้าไม่ต้องห่วงพวกข้า เราสองผัวเมียอยู่มาได้ตั้งหลายปี ถ้าเจ้าคิดถึงพวกข้ามีเวลาว่างก็แค่แวะมาหาก็ได้"เมื่อผู้เฒ่าหยางพูดแบบนั้นชายหนุ่มเลยตัดสินใจกลับไปกับสองสามีภรรยา
ระหว่างเดินทางไปเมืองเส้าหยา ชิงอี่ต้องวุ่นวายทั้งการเดินทางและเลี้ยงซือหลัวไปด้วย ตอนเดินทางเธอนำซือหลัวไปไว้ในมิติแต่มีห่อผ้าไว้ตรงอกให้เหมือนว่าเด็กน้อยอยู่ตรงอก ส่วนพระชายาตลอดการเดินทางก็เมารถตลอดแต่ชิงอี่ก็รีบเดินทางกลัวว่านักฆ่าที่ตามมาไม่ยอมปล่อยพระชายา แปลว่านางต้องมีอะไรที่ศัตรูต้องการหรื
ตอนเช้าชิงอี่ก็อุ้มซือหลัวไปหามารดาแล้วบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังและอยากให้เลี้ยงคู่กับน้องชาย แต่ยังไม่ทันที่ชิงอี่จะเดินพ้นห้องเด็กน้อยก็แหกปากร้องใครอุ้มก็ไม่เอาแต่พอชิงอี่กลับมาอุ้มก็เงียบ การให้ซือหลัวเลี้ยงคู่กับหลีหมิงเลยต้องยกเลิกชิงอี่ต้องหอบเด็กน้อยไปที่สำนักด้วยแบบนี้ทุกวัน พอมาถึงก็มีมือปรา
เมื่อกลับมาถึงจวนพ่อบ้านหวงก็บอกงานว่าที่พ่อบ้านคนใหม่ต้องทำคืออะไรแล้วฝึกให้พ่อบ้านมีฝีมือต่อสู้บ้างเพื่อให้สมกับเป็นพ่อบ้านสำนักคุ้มภัย ส่วนภรรยาและบุตรสาวก็ให้เป็นแม่ครัวและสาวใช้ดูแลสำนัก เมื่อส่งต่องานแล้วฝึกจนพ่อบ้านคนใหม่กว่าสี่เดือนเพราะพ่อบ้านห่าวเคยเป็นแต่พ่อบ้านไม่เคยต่อสู้กับใครเลยมีร่
พอผู้บุกลุกไปแล้วเธอเลยอุ้มเสี่ยวหงถามด้วยความห่วงใย"เจ้าเจ็บมั้ย"กระรอกน้อยก็ร้องจิ้ดๆแล้วสายหัว ดีนะเธอป้องกันภัยด้วยการใส่กระแสไฟในชุดเกาะ ไม่งั้นเจ้ากระรอกน้อยของเธอแยแนๆหลังจากคืนนั้นชายร่างใหญ่นั้นไม่มาก่อกวนเธออีก แต่มันกลับกวนใจเธอมาก "คุณหนูขอรับ"พ่อบ้านหวงเดินมาหาคุณหนูใหญ่"มีอะไรเหร







