Share

บทที่ 7บอกเรื่องมิติ

Penulis: sanvittayam
last update Tanggal publikasi: 2024-12-22 15:01:44

บทที่ 7บอกเรื่องมิติ

ตงเหวินหมิงเมื่อออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่แล้ว ชายหนุ่มก็มุ่งหน้ากลับเข้าหมู่บ้านทันที โดยไม่ลืมแวะซื้ออาหารติดมือไปด้วย

“เรียบร้อยแล้วครับหัวหน้า ผมขอกลับบ้านสักครู่นะครับ จะขอเอาของที่ซื้อมาจากในเมืองไปเก็บก่อนและจะได้ไปกินข้าวเที่ยงด้วย” ชายหนุ่มเข้ามารายงานหัวหน้าคอมมูนและขออนุญาตกลับไปที่บ้าน เพราะจะเอาอาหารไปกินพร้อมหญิงสาว เขากลัวว่าเธอจะหิวเพราะนี่ก็บ่ายมากแล้ว

“ขอบใจนะ นายไปเถอะ นี่ก็บ่ายคล้อยแล้วรีบกลับไปกินข้าวเที่ยงก่อนเถอะ วันนี้นายจะหยุดงานช่วงบ่ายไปเลยก็ได้นะเพราะอีกไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เดี๋ยวฉันลงเวลาให้เต็มเอง” หัวหน้าคอมมูนตอบกลับอย่างมีน้ำใจ โดยให้ตงเหวินหมิงหยุดงานในช่วงบ่ายนี้แทน แต่ก็ยังลงเวลาเต็มวันให้

“ขอบคุณครับหัวหน้า แต่อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้ใครมองว่าผมเอาเปรียบ ถ้าผมไม่มาก็ไม่ต้องลงเวลาให้หรอกครับ ลงเท่าที่ผมทำงานก็แล้วกัน”

ตงเหวินหมิงตอบกลับทันที เขาไม่ต้องการให้ใครมาตำหนิได้ว่าไม่ทำงานแต่ยังได้รับคะแนนเต็มวัน และเขาตั้งใจแล้วว่าช่วงบ่ายวันนี้จะขอลาหยุดพอดี เมื่อหัวหน้าเปิดโอกาสเขาจึงรีบรับทันที

“เช่นนั้นก็ตามใจเถอะ รีบกลับไปกินข้าวก่อน ถ้าไม่อยากมาทำต่อก็ถือว่าฉันอนุญาตให้ลางานก็แล้วกัน” หัวหน้าคอมมูนกล่าวขึ้นมาอย่างจนใจ ก่อนจะเร่งให้ตงเหวินหมิงรีบกลับไปกินข้าวเที่ยง

ตงเหวินหมิงพยักหน้ารับก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกมาจากสำนักงานคอมมูน แล้วเดินไปหยิบของที่ซื้อมาเตรียมจะเดินกลับบ้าน แต่แล้วจู่ ๆ กลับมีเสียงเรียกเขาไว้ด้วยความไม่พอใจ

“พี่เหวินหมิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงซูหว่าน ลูกสาวคนรองของบ้านซูนั่นเอง

เมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเรียก ตงเหวินหมิงจึงหันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นใครชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะสนทนาด้วย เขาหมุนตัวเดินไปยังทิศทางบ้านของตนเองทันที

เมื่อเห็นชายในดวงใจไม่ตอบสนองแถมเขายังหันหน้าหนี ซูหว่านจึงแผดเสียงขึ้นอีกครั้ง “ฉันบอกให้พี่หยุด พี่ไม่ได้ยินหรืออย่างไร”

เท้าทั้งสองของชายหนุ่มหยุดเดินทันที ไม่ใช่เพราะคำสั่งหรือคำเรียกของหญิงสาวตรงหน้า แต่เป็นเพราะเขารำคาญและกลัวคนอื่นรำคาญด้วยต่างหากล่ะ

“เราเป็นอะไรกัน ทำไมผมต้องฟังคำสั่งของคุณด้วย แม้แต่ชื่อของคุณยังไม่คิดที่จะจำ” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

เจอคำนี้เข้าไป ซูหว่านอยากจะกรีดร้องขึ้นมาดัง ๆ จากนั้นจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดออกมาอย่างคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า

“หรือพี่จะให้ฉันบอกกับทุกคนว่าฉันเห็นร่างกายของพี่หมดแล้ว อย่างไรพี่ต้องรับผิดชอบฉัน”

ซูหว่านคิดว่าตนเองนั้นเหนือกว่า เพราะคิดว่าพ่อม่ายลูกติดอย่างตงเหวินหมิงจะต้องกลัวเรื่องนี้ แต่เปล่าเลย เรื่องนี้ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อวันนั้นเขาไปอาบน้ำที่ลำธารตามปกติ กลับเป็นผู้หญิงคนนี้มากกว่าที่มาแอบดูเขาอาบน้ำ แถมยังวิ่งลงน้ำเพื่อคว้าตัวเขาไว้แต่เขาหลบทัน ทำให้หญิงสาวคนนี้ล้มตึงไปในน้ำ นี่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เธอยังข่มขู่เขาด้วยว่าเขาต้องรับผิดชอบเธอ ไม่เช่นนั้นเธอจะป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้

“อยากจะพูดหรืออยากจะบอกใครก็ทำไปเถอะ ถ้าคิดว่าทำแล้วสบายใจ ผมขอตัวก่อน” พูดจบตงเหวินหมิงจึงเดินออกมาทันที โดยไม่สนใจว่าซูหว่านจะมีสีหน้าและท่าทางอย่างไร

บ้านตง

เวลานี้ภายในบ้านเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกินข้าวใหม่ เครื่องครัว จานชามใหม่ทั้งหมด และยังมีพวกข้าวของเครื่องใช้สำหรับในบ้านอีกหลายอย่างที่หยางเหมยจินมองว่ามันเก่าแล้วเธอจึงเปลี่ยนทุกอย่างให้มันดูดีขึ้น รวมถึงข้าวสาร อาหารแห้งที่วางเรียงรายอยู่ในห้องเก็บของด้านหลังที่เชื่อมต่อกับครัว แม้กระทั่งเครื่องนอนหยางเหมยจินก็นำมาปูให้ในห้องของตงฟางลี่ แต่เธอไม่กล้าที่จะถือวิสาสะเข้าไปในห้องของตงเหวินหมิง จึงทำได้เพียงเอาของออกมาวางไว้หน้าห้องเท่านั้น

“เสร็จเสียที เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย ว่าแต่คุณเหวินหมิงเขาจะตำหนิหรือเปล่าที่เราเข้ามาก้าวก่ายเรื่องนี้”

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว หยางเหมยจินจึงรู้สึกวิตกกังวลไม่น้อยที่ดูเหมือนเธอจะวุ่นวายเกินไป แต่เพราะข้าวของเครื่องใช้ในบ้านนี้ล้วนแต่เกือบใช้การไม่ได้ เธอเลยอยากจะตอบแทนที่คนบ้านตงให้เธอเข้ามาอาศัยและเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านนี้

“ถ้าหากเจ้าของบ้านไม่ชอบใจ ค่อยเอากลับเข้ามิติและเอาของเดิมออกมาวางไว้เหมือนเดิมก็คงไม่เสียหายอะไรหรอกนะ” หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ 

ส่วนทางด้านตงเหวินหมิง เมื่อแยกจากซูหว่านแล้วเขารีบสาวเท้ากลับบ้านทันที ไม่นานก็กลับมาถึงบ้าน แต่พอเปิดประตูเข้ามาในบ้านเท่านั้น ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าวทันที เพราะภาพที่เห็นนั้นดูแปลกตามาก แตกต่างกับสภาพบ้านที่เคยเป็น

“กลับมาแล้วเหรอคะ” หยางเหมยจินเอ่ยทักทายทันทีเมื่อเห็นตงเหวินหมิงกลับมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหลังบ้านเพื่อเอาน้ำดื่มเย็น ๆ มาให้ชายหนุ่ม

ตงเหวินหมิงทำเพียงมองตามร่างของเธอไปเท่านั้น ไม่นานหยางเหมยจินจึงกลับมาพร้อมกระบอกน้ำเย็น ๆ

“ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนสิคะ ทำงานมาเหนื่อย ๆ จะได้เย็นชื่นใจ ว่าแต่คุณกินข้าวมาหรือยัง ฉันเตรียมอาหารไว้แล้วนะคะ แต่ไม่รู้จะถูกปากคุณกับเด็ก ๆ หรือเปล่า” หยางเหมยจินพูดขึ้นมาอย่างร่าเริงเพราะอยากอวดอาหารที่เธอทำไว้ให้ทุกคน

ตงเหวินหมิงยังคงอยู่ในอาการงุนงงเล็กน้อย เขารับน้ำมาดื่ม ทว่าสายตายังคงสำรวจบ้านตนเองไม่หยุด ทันทีที่ดื่มน้ำหมดแล้ว เขาจึงตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ทำไมของในบ้านถึงดูใหม่และแปลกตาล่ะครับ คุณไปเอาของพวกนี้มาจากไหน”

คำถามของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มหายไป แต่ปรากฏใบหน้าที่จริงจังขึ้นมาแทน เธอมองหน้าเขาแล้วพูดขึ้นเบาๆ  

“รีบปิดประตูบ้านก่อนดีกว่าค่ะ ฉันมีเรื่องเหนือธรรมชาติจะเล่าให้คุณฟัง” หยางเหมยจินพูดจบก็เห็นชายหนุ่มยังนั่งเงียบ เธอจึงเดินไปที่หน้าบ้าน มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นใครจึงรีบปิดประตูบ้านทันที แล้วเดินกลับมานั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม

เมื่อนั่งเผชิญหน้ากันพักใหญ่ ชายหนุ่มก็ยังนั่งเงียบเหมือนรอคำตอบที่เขาถามเธอ หยางเหมยจินจึงตัดสินใจเรียกอาหารออกมา พร้อมกับมองไปทางตงเหวินหมิงว่า เขามีท่าทีแปลกใจหรือหวาดกลัวเธอหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือแววตาปกติที่แฝงไปด้วยความเย็นชาเหมือนเดิม

“นี่คุณไม่แปลกใจหรือตกใจสักหน่อยหรือคะ ที่ฉันเรียกอาหารออกมาได้” เธอเอียงคอถามด้วยความแปลกใจ

“ยังมีเรื่องแปลกกว่าคุณที่หล่นมาจากฟ้าอีกเหรอ ในเมื่อคุณข้ามเวลามาได้ การที่คุณจะเรียกอาหารหรือของใช้ออกมาได้ มันก็ไม่น่าตกใจแล้วล่ะครับ แต่ทางที่ดีอย่าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น เพราะคุณเองจะไม่ปลอดภัย” คราวนี้ตงเหวินหมิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะพูดเรื่องที่เขาจัดการเรื่องเอกสารให้เธอในวันนี้

“แล้ววันนี้ผมไปจัดการเรื่องเอกสารส่วนตัวให้แล้ว ราว ๆ หนึ่งสัปดาห์คงจะได้เอกสารนั่นแล้ว ว่าแต่คุณเถอะ ในเมื่อมีของวิเศษพวกนี้แล้ว คิดไว้หรือยังว่าจะทำอย่างไรต่อไป”

ตงเหวินหมิงคิดว่าเมื่อหยางเหมยจินมีของวิเศษที่สามารถเนรมิตทุกอย่างได้ เธอคงไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวเขาแล้ว จึงถามออกไปอย่างนั้น เพื่อเปิดทางให้เธอเลือกชีวิตด้วยตนเอง

แต่กลายเป็นว่าเวลานี้หยางเหมยจินคล้ายกับมีน้ำตาคลอเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะไล่ตนเองออกไปจากบ้านตง จึงได้ยกแขนขึ้นปาดน้ำตาที่เริ่มไหลลงมาอาบแก้มก่อนจะเอ่ยขอร้อง

“แม้ว่าฉันจะมีของวิเศษที่เรียกอาหารและของใช้ออกมาได้ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าฉันมาจากที่ไหน อีกทั้งที่นี่ฉันไม่รู้จักใครเลยนอกจากพวกคุณสามคนพ่อลูก หากไม่เป็นการรบกวน ให้ฉันอยู่กับพวกคุณต่อได้หรือไม่ ฉันไม่มีที่ไปจริง ๆ”

เธอพูดไปร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร เพราะต่อให้มีของวิเศษพวกนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตในสถานที่แห่งนี้อย่างไร เอาเป็นว่าต่อให้ฟ้าถล่มอย่างไร เธอก็จะเกาะสามคนพ่อลูกนี้ไว้ไม่ปล่อยอย่างแน่นอน

“หยุดร้องไห้ก่อน ผมยังไม่ได้พูดเลยว่าจะไล่คุณไปจากบ้าน ผมแค่ถามว่าคุณจะทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อคุณมีของวิเศษที่มีค่าเช่นนี้ อย่าลืมว่ายุคนี้อาหารคือสิ่งสำคัญและมีค่าที่สุด ผมเลยคิดว่าคุณอาจจะหาลู่ทางขยับขยายไปจากที่นี่ก็เท่านั้นเอง แต่หากคุณต้องการที่จะอยู่กับพวกเราต่อไป ผมก็ยินดีที่จะให้คุณอยู่กับพวกเราต่อไป”

ตงเหวินหมิงเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาวร้องไห้ เขารีบอธิบายเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะร้องไห้หนักกว่านี้ ทั้ง ๆ เขาไม่ใช่คนพูดมาก แต่ต้องมานั่งอธิบายอย่างยืดยาวเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

“จริงนะ ที่คุณไม่ไล่ฉัน” ใบที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ทว่ายังคงมีความงดงามไม่น้อย ยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ภาพนี้ทำให้คนที่ได้เคยเย็นชาและไม่เคยเหลียวแลสตรีคนไหนมาก่อนกลับตาพร่าเพราะความงดงามของอีกฝ่าย

“อืม ถ้าคุณไม่ขอไปเอง ผมก็ไม่ไล่คุณไปไหนหรอก”

แม้จะตอบกลับมาอย่างเรียบนิ่งและดูนิ่งเฉย ถ้าหากสังเกตดี ๆ หูทั้งสองข้างของชายหนุ่มกลับแดงเถือก บ่งบอกได้ว่าเขากำลังเขินอายหญิงสาวตรงหน้าอย่างมากเลยทีเดียว

“ถ้าเช่นนั้น คุณจับมือฉันไว้นะ ฉันจะพาคุณไปดูจวนที่ฉันเคยอาศัยอยู่ ที่นั่นมีของและหนังสือมากมาย เผื่อว่าลูกทั้งสองของคุณอาจจะใช้ได้”

หยางเหมยจินพูดจบก็ไม่รอคำตอบของอีกฝ่าย เนื่องจากกำลังดีใจที่ตงเหวินหมิงไม่ไล่ตนเองออกจากบ้าน เธอยื่นมือไปจับมือชายหนุ่มไว้แล้วนึกถึงจวนตระกูลหยาง

“ที่นี่คือ…”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 4 คุณพ่อจอมหวง

    ตอนพิเศษ 4 คุณพ่อจอมหวงวันเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่สองพี่น้องฝาแฝดอย่างตงจี้หยวนและตงฟางลี่ก็เติบโตขึ้นและแม้ว่าทั้งสองคนจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ทั้งสองคนก็ยังคงใช้แซ่ตงเหมือนเดิม ส่วนแซ่เดิมของพ่อแม่นั้นจะเอาไว้ให้ลูก ๆ ในอนาคตเป็นผู้สืบทอด ตอนนี้ทั้งสองคนใกล้จะเรียนจบระดับมหาวิทยาลัยแล้ว คนพี่นั้นเริ่มเข้ามาช่วยดูแลงานในบริษัทของพ่อ และสมบัติที่พ่อแม่ที่แท้จริงทิ้งไว้ให้ เลยไม่ค่อยมีเวลาตัวติดกับน้องสาวเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ก็เหมือนกัน ชายหนุ่มจะต้องเข้าไปดูงานที่บริษัท แต่น้องสาวขอไปดูหนังกับเพื่อน“พี่ใหญ่ วันนี้ฉันขอไปดูหนังได้ไหม” ตงฟางลี่เอ่ยขอพี่ชายอย่างออดอ้อน“พี่น่ะให้ไปได้ ว่าแต่เราโทรขออนุญาตพ่อหรือยัง แล้วจะดูหนังรอบไหนกัน นี่ก็เย็นมากแล้วนะ”ชายหนุ่มตอบกลับน้องสาวอย่างไม่คิดอะไร สำหรับตัวเขานั้นไม่เท่าไร แต่พ่อนี่สิคงไม่ยอมอนุญาตง่ายๆ แน่ เพราะพ่อเป็นคุณพ่อจอมหวงลูกสาวเสียเหลือเกิน ดูอย่างน้องสาวคนเล็กที่อายุแค่ไม่เท่าไรสิ พ่อยังแทบจะไม่ให้ผู้ชายอุ้มแล้ว ความหวงของพ่อที่มีต่อน้องสาวเกินขอบเขตจริง ๆ และนี่ก็ไม่ต้องพูดถึงอาอี้ข่ายที่เป็นเหมือนกันราวกับถอดแบบกันมาเลยทีเ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 3 คุณพ่อลูกดก

    ตอนพิเศษ 3 คุณพ่อลูกดกหลังจากจบเรื่องตระกูลเกา ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ ซึ่งเกาเทียนอี้และเกาซื่อหลินก็ไม่คิดจะกลับไปเหยียบตระกูลเกาอีกเลย และได้ข่าวว่าเกาเสี่ยวจิงถูกคนตระกูลหุ้ยบอกเลิกการหมั้นหมายและไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์ส่วนสองแม่ลูกแม้จะอยู่ตระกูลเกาต่อ แต่สถานะของทั้งสองก็อยู่ยิ่งกว่าสาวใช้ สาเหตุที่ท่านนายพลไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ก็เพราะไม่ต้องการอับอายคนในสังคม และที่สำคัญเขาได้เอาผู้หญิงที่เลี้ยงไว้นอกบ้านเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์และยกเป็นนายหญิงคนใหม่ เลยทำให้เฟ่ยเจียแค้นใจอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมรับชะตากรรมที่ตนเองได้ก่อไว้พอเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตงเหวินหมิงคิดจะจัดงานเลี้ยงเปิดตัวเองและภรรยารวมถึงทุกคนให้สังคมได้รับรู้ แต่กลับถูกภรรยาห้ามไว้ เพราะเธอกำลังท้องเลยไม่อยากจัดงานเลี้ยงขึ้นมา โดยได้บอกกับสามีว่าค่อยจัดงานเปิดตัวตอนเธอคลอดลูกแล้วก็ยังไม่สายแต่เมื่อถึงเวลา หยางเหมยจินก็บ่ายเบี่ยงอีก เพราะเธออยากอยู่อย่างสงบกับลูกไม่อยากวุ่นวายกับใคร เพราะการเปิดตัวนั้นคงทำให้มีแต่คนเข้าหาเธอในฐานะนายหญิงตงจนเวลานี้เธอตั้งท้องครั้งที่สามแล้ว เพราะสองท้องที่ผ่

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนสินเดิมของแม่

    ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนสินเดิมของแม่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น สองแม่ลูกจากตระกูลเกาแทบจะนอนไม่หลับ เพราะกลัวว่าตงเหวินหมิงจะบุกมาพบกับท่านนายพลถึงตระกูลเกา แต่เมื่อเวลาผ่านมาเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทำให้ทั้งสองคนกลับมาเชิดหน้าเหมือนเดิม“คุณมีเรื่องอะไรหรือเปล่า เหมือนว่าสัปดาห์ก่อนคุณจะพูดอะไรเหรอ” นายพลเกาเอ่ยถามภรรยาหลังจากสะสางงานตนเองเสร็จแล้ว ตอนนั้นเขากำลังวุ่นกับงานอยู่ เลยไม่ได้ฟังอะไรเธอมากมายนัก“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ เรื่องไม่สำคัญแล้วล่ะ คุณทำงานของคุณเถอะ จริงสิ ฉันลืมบอกคุณไปว่าต้นเดือนหน้าทางตระกูลหุ้ยจะเข้ามาพูดคุยเรื่องหมั้นหมายระหว่างลูกชายบ้านนั้นกับเสี่ยวจิงของเรานะคะ” เฟ่ยเจียตอบกลับไปอย่างอ่อนหวานและเปลี่ยนเรื่องไปพูดในเรื่องที่เธอมีความยินดีอย่างมากจะว่าไปเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเฟ่ยเจียไม่ใช่เรื่องของตระกูลตงจะเข้ามาที่นี่หรือไม่ แต่เป็นเรื่องการแต่งงานและหมั้นหมายของลูกสาวมากกว่าพอท่านนายพลเกาได้ยินเรื่องการแต่งงานของลูกสาวคนเล็ก ก็อดคิดถึงลูกสาวคนโตที่หายไปจากบ้านหลายปีแล้ว รวมถึงลูกชายที่ไปเป็นทหาร ซึ่งไม่รู้เวลานี้ทั้งสองเป็นอย่างไรบ้างเพราะขา

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   ตอนพิเศษ 1 หาเรื่องใส่ตัว

    ตอนพิเศษ 1 หาเรื่องใส่ตัวหลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่ปักกิ่ง เกาซื่อหลินก็ยังคงช่วยงานของหยางเหมยจินเหมือนเดิมพร้อมกับดูแลพี่สาวบุญธรรมไปด้วย วันนี้ทั้งสองออกมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเพียงลำพัง เพราะสองแฝดไปเรียนหนังสือ ตงเหวินหมิงกับตู้อี้ข่ายก็ไปทำงาน“นี่เสี่ยวหลิน ไม่ต้องคอยระมัดระวังขนาดนั้นก็ได้ พี่แค่ท้องนะไม่ใช่คนป่วยสักหน่อย” หยางเหมยจินพูดพึมพำออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เธอตั้งท้อง ทุกคนก็แทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย เธอแทบจะเป็นง่อยอยู่แล้ว“พี่เหมยจินก็พูดไป ถ้าเกิดพี่เดินไม่ระวังแล้วสะดุดล้มขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ ต่อให้มีคนของพี่เขยติดตามมาด้วย ใช่ว่าจะมีคนกล้าแตะต้องตัวพี่นะ หน้าที่นี้เป็นของฉัน อย่างไรฉันก็ต้องคอยดูไว้ก่อน” เกาซื่อหลินโต้แย้งกลับทันที เพราะเธอต้องระวังความปลอดภัยให้กับพี่สาวคนนี้ เลยทำให้ต้องดูเหมือนทำเกินจริงไปหน่อย แต่ป้องกันไว้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ“เอาเถอะ แล้วแต่เธอก็แล้วกัน นั่นร้านขายขนมฝรั่งเปิดใหม่หรือเปล่า เราลองเข้าไปดูกันเถอะ” หยางเหมยจินคร้านจะเถียงกับอีกฝ่าย เมื่อเห็นร้านขนมเปิดใหม่จึงชวนอีกฝ่ายไปดู เนื่องจากขนมพวกนี้เธอกินแล้วติด

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทส่งท้าย ครอบครัวที่ต้องการ

    บทส่งท้าย ครอบครัวที่ต้องการสามปีต่อมา... หลังจากวันนั้นวันที่ตงเหวินหมิงกลับมา นั่นจึงทำให้หยางเหมยจินคลายความกังวลและรู้สึกดีใจที่เขาปลอดภัย โดยที่ตงเหวินหมิงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังเธออย่างละเอียด แล้วยังบอกอีกว่าเวลานี้เขาล้างมลทินให้ตระกูลตงเรียบร้อยแล้ว รวมถึงตระกูลของพี่เขยด้วย ก่อนจะบอกความจริงกับเด็กน้อยทั้งสอง ซึ่งแม้ทั้งสองคนจะรับรู้ว่าตนเองนั้นไม่ใช่ลูกแต่เป็นหลาน แต่ทั้งสองก็ยังคงเรียกตงเหวินหมิงว่าพ่อ และเรียกหยางเหมยจินว่าแม่เหมือนเดิมส่วนเรื่องบ้าน ทั้งหมดได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านที่รู้ความจริงว่าตงเหวินหมิงคือนายท่านหยางก็พากันตกใจ บางคนก็เสียดาย ที่ก่อนหน้านี้พวกตนน่าจะทำดีกับบ้านตงไว้ ส่วนซูหว่านแทบจะเสียสติ ที่ชายที่เธอหมายปองนั้นคือคนที่มีอิทธิพลของเมืองนี้ แถมยังร่ำรวยมากอีกด้วยแต่เพราะทางบ้านซูของเธอไม่อยากมีปัญหากับบ้านตงและรู้ว่าซูหว่านคงไม่จบเรื่องบ้านตง บ้านซูจึงตัดสินใจหาสามีที่อยู่ต่างเมืองให้เธอทันทีทำให้สามปีที่ผ่านมาไม่มีใครคอยมาวุ่นวายกับสองสามีภรรยามากนัก ทุกวันนี้ตงเหวินหมิงจึงรู้สึกสบายใจอย่างมาก“ตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างที่

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 52 จบสิ้นปัญหา

    บทที่ 52 จบสิ้นปัญหาหลายวันต่อมา...ในหมู่บ้านมีคนแปลกหน้าเข้ามาทำงานในคอมมูนไม่น้อยเลย แถมหัวหน้าคอมมูนยังให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างที่พักให้ นี่จึงทำให้ใครหลายคนพากันแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หัวหน้าคอมมูนบอกเองว่าทางการยังไม่ได้ส่งคนเข้ามา แต่ทำไมวันนี้กลายเป็นว่ามีคนมากมายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านล่ะ“พวกเราคิดว่ามันแปลกหรือไม่ ที่จู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยเลย” ชาวบ้านคนหนึ่งถามขึ้น“จะขี้สงสัยไปทำไมกัน คนมาทำงานจะคิดมากไปทำไม หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หัวหน้าหมู่บ้านคงบอกแล้วล่ะ” อีกคนตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจการพูดคุยของกลุ่มชาวบ้านแม้ว่าแปลกใจและสงสัยแต่ก็เลือกที่จะไม่ถาม เพราะรู้ดีว่าทุกคนมีหน้าที่การงานของตนเองซึ่งเรื่องนี้มีแค่หัวหน้าคอมมูนเท่านั้น ที่รู้ว่าเป็นคนของใครที่ถูกส่งเข้ามา เขาไม่คิดว่าคนเคยปลอมเป็นชาวบ้านมางานแต่งของตงเหวินหมิงกับหยางเหมยจินจะเป็นถึงนายท่านหลู่ นายท่านผู้ลึกลับแต่ทรงอิทธิพล และเขาก็ไม่คิดว่าท่านจะส่งคนมาบอกเรื่องที่จะให้ คนมาทำงานในคอมมูน โดยปลอมเป็นชาวบ้านที่มาทำงานในคอมมูนที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อที่จะปกป้องใครบางคน ซึ่งต่อให้ช

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 42 ง้อสามี

    บทที่ 42 ง้อสามีต้วนอี้ซานได้ยินดังนั้นแม้จะไม่พอใจ แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ เพราะอย่างไรเธอก็คือหญิงในดวงใจของเขา ใช่แล้ว!! เขาเพิ่งมารู้ตัวก็ตอนที่เสียเธอไปแล้วว่าเธอนั้นสำคัญกับเขามากแค่ไหน ที่เขายังไม่เข้าหอกับเธอก็เพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจเธออย่างไรล่ะ ไม่ใช่ว่าไม่รักอย่างที่เธอเข้าใจ“ต่อให้คุณ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 38 พร้อมที่จะเดินเคียงข้างกัน

    บทที่ 38 พร้อมที่จะเดินเคียงข้างกัน“ผมและอาเหมยตัดสินใจว่าจะอยู่บ้านหลังเก่าก่อนครับ เวลานี้เราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาแบบนี้แหละดีแล้วครับปลอดภัยกว่า ผมว่ายังไม่ควรที่จะเปิดตัวเพื่อให้ศัตรูเก่าได้รับรู้ก่อนที่เราจะพร้อมจริง ๆ ถ้าถึงเวลาเมื่อไร ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเองครับปู่เล็ก”ตงเหวินหมิงตอบ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 21 เชื้อเชิญมาเป็นช่างตัดเย็บ

    บทที่ 21 เชื้อเชิญมาเป็นช่างตัดเย็บ“ชุดแต่งงานนี้ฉันให้ราคาสองพันหยวน ส่วนผ้าเช็ดหน้าฉันให้ผืนละสิบห้าหยวน ราคานี้คุณพอใจหรือไม่ ราคาสองพันหยวนนี่ นับว่าเป็นผลงานตัดเย็บชิ้นแรกที่ฉันซื้อเข้าร้านในราคาแพงที่สุดแล้วนะคะ”ซ่านหลิงพูดไม่ผิดนักหรอก เนื่องจากชุดแต่งงานทั่วไปเธอรับซื้อแค่สองร้อยถึงสามร้อ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)   บทที่ 17 เข้าเมืองพร้อมกัน

    บทที่ 17 เข้าเมืองพร้อมกัน“พี่สาวเหมยจิน!!”เกาซื่อหลินกำลังเดินมาทางนี้ เมื่อเห็นว่าหยางเหมยจินนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็รีบตะโกนเรียกและโบกมือให้ด้วยความดีใจ อีกทั้งเธอยังมีรอยยิ้มที่สดใสที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน เพราะตั้งแต่ที่เกาซื่อหลินมาอยู่ที่นี่ เธอไม่เคยคุยเล่นและหัวเราะกับใคร แต่เวลานี้เ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status