คิมหันต์อวลรัก

คิมหันต์อวลรัก

last updateHuling Na-update : 2026-02-07
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
130Mga Kabanata
509views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

โชคชะตาที่พลิกผัน มารดาบังคับให้สาบาน บิดาบังคับให้ต้องแบกรับภาระ ‘หลิวผิงอัน’ หญิงสาวปริศนาที่นำความวุ่นวายมายังเมืองกุ้ยโจว นางมีจุดประสงค์ มีเป้าหมาย วางแผนการพร้อมกับกำหนดทุกอย่างเอาไว้แล้ว ทว่ากลับมีน้อยคนนักจะรู้ว่าแท้จริงนางต้องการสิ่งใด ‘เฉินเซี่ยเฟิง’ คุณชายตระกูลเฉินผู้สุขุมสง่างาม เขาคือความพลิกผันของแผนการอันซับซ้อน เขารักสหาย รักความถูกต้อง และรักความยุติธรรม รู้เท่าทันถึงแผนการในสิ่งที่ผู้อื่นไม่อาจมองเห็น แม้เป้าหมายในชีวิตของหลิวผิงอันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แต่การพบกับชายหนุ่มคือจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดฝัน ...แผนการอันซับซ้อน เรื่องราวมากมายในอดีต เป้าหมายที่ไม่อาจคาดเดา ทั้งหมดแม้ไม่ใช่นางที่เป็นจุดเริ่มต้น...แต่นางเท่านั้นที่สามารถหาบทสรุปได้!

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

ตลาดกลางเมืองกุ้ยโจว เมืองหลวงแคว้นเว่ย

เสียงจอแจดังสลับกันไม่เว้น บ้างก็เป็นเสียงตะโกนเรียกลูกค้าที่กำลังเดินขวักไขว่ บ้างก็เป็นเสียงต่อรองราคาของชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย

ท่ามกลางผู้คนมากมายไม่มีผู้ใดสนใจหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งเพิ่งย้ายมาจากต่างเมือง หญิงสาวรูปร่างเล็กนางสวมเสื้อผ้าตัดเย็บจากผ้าฝ้ายราคาถูกสีเทาซีดทั้งตัว ยิ่งท่าทีเฉยเมยไม่ได้มองไปยังจุดใดเป็นพิเศษ ก็ยิ่งทำให้นางมองไม่เหมือนคนต่างถิ่น

ที่สำคัญนางเดินเท้าเข้ามาโดยไร้ซึ่งสัมภาระ ทั้งที่เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าเมืองกุ้ยโจวแห่งนี้เป็นครั้งแรก

               สายตาของนางมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าคาดเดายาก กระทั่งในที่สุดนางก็ชะลอฝีเท้า หยุดยืนนิ่งยังด้านหน้าโรงเตี๊ยมเมฆมงคล ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของเมืองกุ้ยโจว

ใบหน้านวลแดงเรื่อเพราะความร้อนอบอ้าว ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ หลังจากมองเห็นคนผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น

บุรุษล่ำสันแต่งกายด้วยชุดมอซอดูสกปรกซอมซ่อ กระทั่งทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเดินหลบเลี่ยงอย่างรังเกียจ มองดูความหรูหราของโรงเตี๊ยม หามีผู้ใดเข้าใจไม่ว่าเหตุใดเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมจึงอนุญาตให้คนผู้นี้นั่งอยู่

หลายคนคาดเดา... อาจเพราะเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเข้าอกเข้าใจในจุดประสงค์ของอีกฝ่าย เนื่องจากข้างกายเขามีห่อผ้าสีขาวพันเอาไว้ ดูจากลักษณะก็ดูออกได้ทันทีว่าเป็นศพของคนตาย

...หนึ่งผู้ใหญ่กับอีกหนึ่งทารก พร้อมกับป้ายซึ่งเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

ขายตัวเป็นทาสเพื่อทำศพฮูหยินและบุตรสาว’

“หากท่านตกลงไปกับข้า ข้าจะทำสัญญากับท่านเพียงหนึ่งปีเท่านั้น และจะจ่ายค่าทำศพให้ฮูหยินกับบุตรสาวของท่านทั้งหมดตามขั้นตอนอย่างสมเกียรติ หลังจากสัญญาหนึ่งปีท่านจะเป็นอิสระไม่มีพันธะใดๆ ท่านยินดีหรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถามบุรุษผู้นั้น

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง เส้นผมปล่อยยาวพะรุงพะรังไม่ได้รวบมัด อีกทั้งดวงตาวาววับดูดุร้าย ไม่ได้ทำให้หญิงสาวตื่นตกใจ ตรงกันข้ามนางกลับมองเขาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

“เกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินและบุตรสาวของท่าน”

น้ำเสียงไพเราะของหญิงสาวทำให้บุรุษที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นพิจารณา “นาง...หกล้มจึงคลอดก่อนกำหนดทั้งที่นางอายุครรภ์ได้แปดเดือน ข้าออกไปทำไร่ กว่าจะกลับบ้านมาก็สายไปเสียแล้ว...” น้ำเสียงตอบกลับมาฟังดูเศร้าสร้อย และสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้ยินยิ่งนัก

“ข้าเสียใจกับท่านด้วย เช่นนี้แล้ว...ท่านก็ไปกับข้าเถิด”

“แม่นางน้อยท่านนี้ ข้าน้อยขอทราบว่าท่านจะให้ข้าน้อยทำสิ่งใดบ้าง หากเป็นเรื่องที่...” เขาถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ บ่งบอกว่ามีนิสัยซื่อตรงเปิดเผย

นางเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายคิดได้ในทันที “ท่านลุกขึ้นก่อนแล้วเราค่อยสนทนากันเถิด”

เมื่อเขาทำตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย หญิงสาวก็ยิ้ม พร้อมกับไขข้อข้องใจทันที “ท่านวางใจเถิด ข้าเพียงต้องการคนคุ้มกันระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองกุ้ยโจว บางครั้งท่านอาจจะต้องช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ หรือหากบางเรื่องท่านไม่เต็มใจลงมือ ท่านสามารถปฏิเสธข้าได้ แล้วข้าจะหาวิธีอื่น”

บุรุษผู้นั้นยังคงจ้องมองนางราวกับนางคือตัวประหลาด แต่เมื่อเขาสบสายตานางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานเพื่อคำนับ “ข้าน้อยตกลง นับจากนี้จนกว่าจะครบหนึ่งปี ข้าน้อยคือคนของท่าน”

“ดี ชื่อแซ่ของท่านเล่า”

“ข้าน้อยแซ่ตง มีนามว่าหลิว[1]”

เมื่อได้ยินชื่อแซ่ของเขาหญิงสาวก็ยิ้มออกมา “...กระแสธารจากตะวันออก ...ช่างบังเอิญเหลือเกินข้าแซ่หลิว มีนามว่าผิงอัน ท่านเรียกข้าว่าผิงอัน หรือจะเรียกข้าว่าอันเอ๋อร์ก็ได้ ส่วนข้าจะเรียกท่านว่าพี่ตงก็แล้วกัน”

ตงหลิวเหลือบสายตามองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง เขาได้แต่คิดในใจว่านาม ‘หลิวผิงอัน[2]’ ช่างเหมาะสมกับเจ้าตัวยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการวางตัว ถ้อยคำและท่าทางการยิ้มแย้มของนาง ล้วนทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ รู้สึกได้ถึงกระแสธารแห่งความสงบสุขราบรื่น

“แม่นางหลิวข้าน้อยมิบังอาจ นับแต่นี้ท่านเป็นนาย ข้าน้อยคือบ่าว ท่านเพียงเรียกชื่อข้าน้อยก็ได้” ใบหน้าที่รกเรื้อด้วยหนวดเครากระตุกเล็กน้อย เมื่อได้ยินหญิงสาวอ่อนวัยเรียกเขาว่า ‘พี่ตง’ ทั้งที่เขาน่าจะอายุห่างจากนางมาก

“ช่างเถิด ข้าจะให้เวลาท่านปรับตัวสักระยะ เมื่อคุ้นเคยท่านค่อยเปลี่ยนมาเรียกข้าว่าอันเอ๋อร์ก็ได้ ข้าเพิ่งจะอายุย่างสิบเจ็ดยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมาก ดังนั้นนับจากนี้ความปลอดภัยของข้าก็ลำบากท่านต้องดูแลแล้ว”

หลิวผิงอันมีท่าทีผ่อนคลายทั้งที่ทั้งสองเพิ่งจะได้พบและพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยค และนั่นทำให้ตงหลิวเกิดความสงสัย “แม่นางหลิว หากว่าท่านจะอนุญาตข้าน้อยมีเรื่องอยากถาม”

“รีบกล่าว” นางเอ่ยถามพร้อมกับหันไปมองรอบๆ ราวกำลังมองหาใคร ทำให้คนที่กำลังเอ่ยถามกวาดสายตามองไปตาม

“เหตุใดท่านจึงไว้ใจข้าน้อย ท่านไม่เห็นหรือว่าผู้คนต่างก็รังเกียจ หวาดกลัว ...ไม่ก็หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้ข้าน้อย”

[1] ตงหลิว กระแสน้ำตะวันออก

[2] หลิว แปลว่า กระแสน้ำ ,ผิงอัน แปลว่า ความสงบสุขและความสันติ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
130 Kabanata
บทที่ 1
ตลาดกลางเมืองกุ้ยโจว เมืองหลวงแคว้นเว่ยเสียงจอแจดังสลับกันไม่เว้น บ้างก็เป็นเสียงตะโกนเรียกลูกค้าที่กำลังเดินขวักไขว่ บ้างก็เป็นเสียงต่อรองราคาของชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยท่ามกลางผู้คนมากมายไม่มีผู้ใดสนใจหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งเพิ่งย้ายมาจากต่างเมือง หญิงสาวรูปร่างเล็กนางสวมเสื้อผ้าตัดเย็บจากผ้าฝ้ายราคาถูกสีเทาซีดทั้งตัว ยิ่งท่าทีเฉยเมยไม่ได้มองไปยังจุดใดเป็นพิเศษ ก็ยิ่งทำให้นางมองไม่เหมือนคนต่างถิ่นที่สำคัญนางเดินเท้าเข้ามาโดยไร้ซึ่งสัมภาระ ทั้งที่เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าเมืองกุ้ยโจวแห่งนี้เป็นครั้งแรก สายตาของนางมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าคาดเดายาก กระทั่งในที่สุดนางก็ชะลอฝีเท้า หยุดยืนนิ่งยังด้านหน้าโรงเตี๊ยมเมฆมงคล ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของเมืองกุ้ยโจวใบหน้านวลแดงเรื่อเพราะความร้อนอบอ้าว ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ หลังจากมองเห็นคนผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นบุรุษล่ำสันแต่งกายด้วยชุดมอซอดูสกปรกซอมซ่อ กระทั่งทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเดินหลบเลี่ยงอย่างรังเกียจ มองดูความหรูหราของโรงเตี๊ยม หามีผู้ใดเข้าใจไม่ว่าเหตุใดเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมจึงอนุญาตให้คนผู้นี้นั่งอยู่หล
Magbasa pa
บทที่ 2
“นั่นสิ” นางหันกลับมาส่งยิ้มให้เขา “ระหว่างที่ท่านคุ้มครองข้า เรามาหาคำตอบนั้นด้วยกันว่าเหตุใดข้าจึงเชื่อใจท่าน ทั้งที่ข้ากับท่านเพิ่งจะพบกัน คราวนี้ข้าขอถามท่าน...”“เชิญแม่นางหลิวกล่าว”“ข้าไว้ใจท่านได้ใช่หรือไม่”เห็นสายตาราวกับคนร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้ของตงหลิว หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างเห็นขัน “ข้าล้อท่านเล่น ท่านรอตรงนี้สักครู่” นางบอกเขาเมื่อมองเห็นคนผู้หนึ่ง “เสี่ยวเอ้อ”ตงหลิวมองตาม เนื่องจากเขาไม่อาจทิ้งศพฮูหยินและบุตรสาวเอาไว้ เห็นหญิงสาวสอบถามและเจรจาบางอย่าง กระทั่งเสี่ยวเอ้อพาคนผู้หนึ่งออกมาจากโรงเตี๊ยม เขาคนนั้นก็คือติงฝูไห่ หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมเมฆมงคลผู้ซึ่งไม่ส่งเสี่ยวเอ้อออกมาไล่เขา“เอาละหลงจู๊ติงจะช่วยท่านดูแลเรื่องการฝังศพฮูหยิน และบุตรสาวของท่าน ค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จำเป็นตอนนี้ข้ามอบให้เขาไปแล้ว ส่วนเงินจำนวนนี้ให้ท่านไว้เป็นค่าใช้จ่าย ขาดเหลือสิ่งใดให้ท่านมาหาข้าที่นี่ ข้าจะพักที่โรงเตี๊ยมเมฆมงคลแห่งนี้ อย่าลืมซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองสักหลายชุด โกนหนวดเคราท่านเสีย แต่หากท่านไม่ชอบก็จัดการให้ดูสะอาดสะอ้านเป็นใช้ได้”หญิงสาวยื่นตั๋วเงินจำนวนห้าร้อยตำลึงให้กับตงหลิว เ
Magbasa pa
บทที่ 3
“เสร็จแล้วขอรับแม่นางหลิว” ติงฝูไห่ยื่นสัญญาที่เพิ่งจะร่างเสร็จให้หลิวผิงอันได้ทบทวนอีกครั้ง นางกวาดสายตาอ่านด้วยใบหน้าเรียบเฉยกระทั่งครู่ใหญ่ก็ส่งต่อให้กับตงหลิว “ท่านอ่านดูว่ามีข้อใดต้องแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนหรือไม่” เขากวาดสายตาผ่านๆ เพียงครู่เดียว ก็ยื่นสัญญาคืนให้หญิงสาว “สัญญาว่าจ้างหรือ” ตงหลิวเลิกคิ้วสูงพลางมองมายังหญิงสาวด้วยดวงตามที่เต็มไปด้วยคำถาม“ใช่ ค่าจ้างส่วนหนึ่งข้าได้จ่ายให้ท่านล่วงหน้าไปแล้ว ตอนนี้ท่านไม่นับว่าเป็นทาส แต่เป็นผู้ที่ข้าว่าจ้างให้เป็นผู้คุ้มกัน ข้าไม่ต้องการให้ท่านอยู่ในฐานะทาส แต่ท่านคือผู้คุ้มกันความปลอดภัยของข้า นับแต่นี้เป็นต้นไปจนกว่าสัญญาจะหมดลง”“แต่...สัญญานี้จะอย่างไรท่านก็ยังคงเสียเปรียบอยู่มาก ดังนั้น...” “เชื่อข้าเถิดอิสระของคนผู้หนึ่ง หาใช่สิ่งที่จะเอามาซื้อขายกันได้ ข้าขอท่านเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น” นางจ้องเขาราวกับไม่ปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดจากสายตา“ความซื่อสัตย์” “ข้าน้อยสาบาน จากนี้ไปจะทำหน้าที่ของตนที่มีต่อท่านอย่างสุดความสามารถ” “อย่าเพิ่งสาบาน” น
Magbasa pa
บทที่ 4
“ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้มีพระคุณเช่นท่านเสี่ยงอันตราย เรื่องที่ท่านช่วยเหลือในการฝังศพฮูหยินและบุตรสาว ท่านอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้าแล้ว...”“ท่านไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ ข้าเข้าใจถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รัก”“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้อง หากท่านทำเพื่อแก้แค้น ข้าน้อยอยากให้ท่านละเว้นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ นายท่านตระกูลเยี่ยเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหด หากจะมองหาแรงจูงใจที่จะทำให้ใครสักคนต้องการคุกคามตระกูลเยี่ยแล้ว เรื่องที่เขาเคยทำในอดีตคงจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ข้าน้อยนึกถึง”“นั่นสินะ” หลิวผิงอันยิ้ม ดวงตาของนางกลับมาสดใสเช่นเดิม “ข้ารับปากท่านว่าหากละเว้นได้ข้าจะละเว้น แต่หากเลี่ยงไม่ได้...ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงความเสียหายกับผู้บริสุทธิ์ และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น”“เรื่องสุดท้ายที่ข้าน้อยยังข้องใจ”“เชิญกล่าว”“ท่านเป็นใคร”“นามของข้าคือหลิวผิงอัน”“ตอนพบกันครั้งแรก ท่านเคยพูดว่าต้องการคนคุ้มกันในระหว่างที่อยู่เมืองกุ้ยโจว ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่ อีกทั้งท่านมีบุญคุณความแค้นกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเยี่ย แน่นอนว่าท่านเองก็คงมิใช่คนธรรมดา เพร
Magbasa pa
บทที่ 5
...เรียกได้ว่าจะตายก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ต้องเผชิญกับความทรมานแสนสาหัส“ท่านเรียนรู้ศาสตร์ใดจากท่านประมุข ในเมื่อท่านประมุขเลือกสอนเพียงศาสตร์หนึ่งเดียวให้แต่ละคน”หลิวผิงอันเลิกคิ้วราวกับเพิ่งจะได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก “ท่านหมายความว่าอย่างไร”“ท่านไม่มีวรยุทธ์”“ข้าเรียนรู้ทุกอย่างจากอาจารย์ เว้นเพียงวรยุทธ์เท่านั้นที่ไม่อาจ...”“ทุกอย่างเลยหรือ รวมถึงการใช้พิษ”คำถามของตงหลิวทำให้หญิงสาวหลุดหัวเราะ “เอาเป็นว่าศาสตร์ทั้งหมดของปราชญ์ไป๋หู่นั้น เว้นเพียงวรยุทธ์เพียงอย่างเดียวนอกนั้นข้าเรียนรู้มาจากอาจารย์แทบทั้งสิ้น เพียงแต่ข้าเลือกที่จะเรียนรู้เพียงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น”“หมายความว่าท่านเรียนกับเขา ในยามที่เขาคือปราชญ์ไป๋หู่ หาใช่หลี่จื้อประมุขแห่งวังเจ็ดดาวสินะ”หลิวผิงอันไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธตงหลิวถอนใจออกมาคราหนึ่งก่อนจะก้าวไปข้างหน้า “ยี่สิบปีก่อน ข้าเป็นเพียงทาสที่ถูกขายครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งได้รับการอุปการะและสั่งสอนศาสตร์แขนงต่างๆ จากท่านประมุข หลังจากข้าสำเร็จวิชากระบี่ไร้วิญญาณ นั่นคือช่วงที่วังเจ็ดดาวสร้างชื่อเสียงในยุทธภพทั้งที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน ท่านประม
Magbasa pa
บทที่ 6
ติงฝูไห่ หลงจู๊โรงเตี๊ยมเมฆมงคล ก็คือศิษย์ที่หลิวผิงอันเคี่ยวกรำมาด้วยตนเอง หลายปีก่อนหลิวผิงอันส่งติงฝูไห่มาดูลาดเลาที่เมืองกุ้ยโจว จนพบว่าโรงเตี๊ยมเมฆมงคลกำลังจะเลิกกิจการเขาเสนอให้นางซื้อไว้ ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเขาทำให้กิจการของโรงเตี๊ยมเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัวด้วยระยะเวลาอันสั้นในระยะหลายปีมานี้ติงฝูไห่เป็นผู้เดียวที่เข้านอกออกในหุบเขาไร้ตัวตน ทั้งนี้ก็เพื่อไปรับหนังสือจากหลี่จื้อมาคัดลอก และวางขายในร้านหงเติงหลงเขาคือผู้ส่งมอบสมุดบัญชีของกิจการทั้งหมด พร้อมกันนั้นก็รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ในเมืองกุ้ยโจวเพียงแต่...นอกเหนือไปจากนั้นอีกฐานะของติงฝูไห่ก็ยังมีความลับซุกซ่อนอยู่หากพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นขุนนางแล้ว ไม่มีชาวเมืองกุ้ยโจวคนใดไม่รู้จักถนนเป้าจื่อ เช่นเดียวกันกับย่านของคหบดีผู้ร่ำรวยซึ่งตั้งอยู่บนถนนซื่อจื่อ เนื่องจากถนนทั้งสองสายนี้มีคฤหาสน์หลังงาม ขนาดหรือก็ใหญ่โตโอ่อ่า ยิ่งไม่นับรวมว่ามีจำนวนบ่าวไพร่มากมายที่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งร่ำรวยของตระกูลต่างๆ ที่อาศัยในแถบนั้นได้เป็นอย่างดีที่สำคัญไปกว่านั้น ถนนสองสายนี้ย
Magbasa pa
บทที่ 7
“ใช่ขอรับ” ตงหลิวยกมือขึ้นคำนับ “ท่านนี้คงจะเป็นเฉินฮูหยิน ข้าน้อยแซ่ตง เป็นผู้คุ้มกันคุณหนูหลิวขอรับ”ท่าทีของตงหลิวยังคงสุภาพไร้ความขุ่นเคือง อีกทั้งเฉินฮูหยินก็มองออกถึงท่าทีนอบน้อม และถ้อยคำอันเปิดเผยของอีกฝ่ายนางจึงอมยิ้มพยักหน้าให้ชายหนุ่ม “เช่นนั้นคฤหาสน์ตระกูลเฉินก็เป็นเพื่อนบ้านกับคฤหาสน์ของแม่นางหลิวแล้ว หากต้องการความช่วยเหลือจากจวนตระกูลเฉินก็อย่าได้เกรงใจ”“ขอบพระคุณเฉินฮูหยิน ข้าน้อยจะแจ้งคุณหนูถึงความปรารถนาดีของท่าน ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” ตงหลิวกล่าวจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในคฤหาสน์“เขาดู...ลึกลับยิ่งนัก ยิ่งมองยิ่งดูน่าเกรงขาม” เฉินเซี่ยเฟิงยังคงมองไปยังประตูคฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม“เขาเป็นคนคุ้มกัน” ฮูหยินเฉินเลิกคิ้วเมื่อได้ยินบุตรชายเปรยขึ้น“ลูกหมายถึงเขาดูแปลกๆ หากดูจากท่วงท่าการเดินเหิน ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง การก้าวเดินเงียบกริบลงน้ำหนักเพียงปลายเท้า เขาน่าจะมีวรยุทธ์สูงมาก ท่าทีเฉยเมย ดวงตากลับคมกริบ กลิ่นไอรอบตัวเขาดูน่ากลัวเหมือน...มีความตายล้อมรอบ” เฉินเซี่ยเฟิงขมวดคิ้วพร้อมประหลาดใจกับลางสังหรณ์ในใจของตัวเองท่าทีของบุรุษที่มีนามว่าตงหลิว ทำให้ชายหนุ่มนึกถึ
Magbasa pa
บทที่ 8
ที่น่าหนักใจไปกว่านั้นคือ บุตรชายของนางอาจแต่งเยี่ยซูเหยาเป็นฮูหยินจริงๆ หากว่านั่นจะเป็นการช่วยเหลือเยี่ยเผิงเย่ ขอเพียงหลังแต่งงานแล้วสองพี่น้องเป็นอิสระจากตระกูลเยี่ยโดยสิ้นเชิง“ชะตาชีวิตเล่นตลกโดยแท้” เฉินฮูหยินถอนใจแล้วเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ ในใจได้แต่ปล่อยวางให้เป็นไปตามที่สวรรค์ลิขิต...หน้าร้านหงเติงหลงยังคงมีผู้คนเข้าออกไม่ขาด หลังจากที่ผู้ดูแลร้านติดประกาศว่ามีตำราเล่มใหม่ของเฮยหลางเข้ามาใหม่ตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งนี้ตำราที่ถูกส่งมาจะมีกำหนดระยะเวลาที่ไม่แน่นอน บางครั้งสองสามเดือนจะออกมาหนึ่งเล่มบางครั้งก็นานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความหนาและเนื้อเรื่องที่ต้องคัดลอก รวมไปถึงความยากง่ายในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อความที่คัดลอกเหล่าคุณชายและปราชญ์จากสำนักศึกษาต่างๆ ที่ยังคงเดินดูชมตำรับตำรา ยังคงพยายามที่จะสอบถามกับผู้ดูแลในร้าน เพียงเพื่อให้ได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของเฮยหลาง เนื่องจากหลังๆ มานี้ปราชญ์ไป๋หู่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีตำราใหม่ออกมาบ่อยเท่าใดนัก มีเพียงเฮยหลางเท่านั้นที่มีความเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ“ดูเหมือนเราจะไม่ใช่กลุ่มแรกที่อยากรู้ข่าวคราวของเฮยหลาง” เยี่ยเผิงเย่ถอนใ
Magbasa pa
บทที่ 9
เขารับไปอย่างไม่อิดออด เห็นได้ชัดว่ากล่องนั้นคือกล่องใส่อาหารที่นางซุกซ่อนเอาไว้อย่างดี มั่นใจว่าหญิงสาวคงลำบากมากกว่าที่นางจะได้มันมากระมัง เพราะอู๋โปหรือจะพลาดโอกาสในการเอาคืนเขาเล็กๆ น้อยๆ นางไม่ชอบหน้าเขามาแต่ไหนแต่ไร เพราะในอดีตที่กำลังฝึกวิชาอยู่นั้น นางไม่เคยวางยาเขาสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว“ข้าได้พบพี่ลี่แล้ว แต่ข้าให้เขากลับมาอีกครั้ง ในยามที่ดวงดาวทั้งเจ็ดมาครบ ตอนนี้ตามกลับมาได้สี่คน เหลืออีกสามคน”“ท่านหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้ในเจ็ดดวงดาวที่อยู่ที่เมืองกุ้ยโจวมีข้าน้อย ลี่จวิน อู๋โป ต้องเหลืออีกสี่คน หรือว่ามีหนึ่งในเจ็ดดวงดาวมาที่นี่แล้ว”“อ้อ ข้าลืมบอกท่านไปสินะ ข้ามีศิษย์อยู่คนหนึ่ง เขาก็คือหนึ่งในดวงดาวทั้งเจ็ด ท่านเองก็เคยพบเขามาแล้วแต่ท่านจำเขาไม่ได้ เนื่องจากเขามีความสามารถในการพรางตัวเป็นอย่างดี”“ไม่มีทาง จู๋จื่อ...ปีศาจพันหน้าไม่มีทางเป็นศิษย์ของท่าน เขาเป็นถึงผู้อาวุโสสุดของเจ็ดดวงดาว” ตงหลิวอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นสีหน้าจริงจังของหลิวผิงอัน“ไม่จริง!!” เขาอุทานออกมาแขนขารู้สึกหมดแรงขึ้นมากะทันหัน“ท่านจะไปชำระความกับเขาอีกคนก็ได้นะ เขาอยู่ที่นี่แล้ว ในห้องปีกตะวัน
Magbasa pa
บทที่ 10
“ก่อนจะพูดเจ้าสมควรพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคนของท่านประมุขตัวจริง แม้เจ้าจะมีประคำเจ็ดดาวก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าเจ้าคือศิษย์ของท่านประมุข” ซงจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“นั่นสินะ” หลิวผิงอันพยักหน้าราวกับเห็นด้วยในสิ่งที่อีกฝ่ายค้าน “เอาเป็นว่า... อาจารย์ของข้าเคยช่วยชีวิตพวกท่านทั้งเจ็ด ทั้งยังรับพวกท่านเข้าวังเจ็ดดาวซึ่งมีเขาเป็นประมุข แต่จากนั้นไม่นานก็มีเหตุให้เขาต้องอยู่รับใช้ราชสำนัก หลังจากการกวาดล้างกลุ่มนักฆ่าครั้งใหญ่ที่หุบเขาเมิ่งฮวา”“เรื่องนั้นใครๆ ก็รู้” หยวนชางเอ่ยพร้อมกับหรี่ตาลงอย่างจับผิด“แต่สิ่งที่คนทั่วไปไม่ล่วงรู้คืออาจารย์ของข้าได้เขียนตำราหนอนโลหิตและโลหิตนิทราซึ่งเขาเป็นผู้คิดค้นให้จักรพรรดิแคว้นเว่ย ทั้งยังรับข้อเสนอที่จะรับใช้ราชสำนักแคว้นเว่ยสองปี เพื่อแลกกับการให้ราชสำนักปล่อยมือจากพวกท่าน จากประมุขหลี่จื้อแห่งวังเจ็ดดาว หลงเหลือเพียงปราชญ์ไป๋หู่ ผู้ไร้ซึ่งวรยุทธ์แห่งราชสำนักแคว้นเว่ย”หลิวผิงอันเอ่ยจบก็มองกวาดไปยังเจ็ดดวงดาวที่อยู่ตรงหน้า “ราชสำนักแม้มีตำราพิษหนอนโลหิตและโลหิตนิทรา ทว่ากลับไม่มีหมอหลวงคนใดปรุงยาออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องรับศิษย์คนหนึ่ง เพื่
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status