LOGINคนอื่นเขาย้อนมาเป็นนางเอก แต่นี่ฉันย้อนเวลามาเป็นนางร้ายหรอเนี่ย ให้ตายเถอะฉันไม่อยากเป็นนางร้าย
View Moreนี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ
*****
เฉียนเว่ยเว่ย กำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอ เธอมองไปรอบๆห้องด้วยความสงสัยว่าสิ่งที่เธอฝันเห็นนั้นมันคืออะไรกันแน่
ในความฝันนั้นเว่ยเว่ยได้กลับไปเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายอีกครั้ง เธอใช้ชีวิตในโรงเรียนด้วยความเอื่อยเฉื่อยไม่ตั้งใจเรียน โดดเรียน ในเวลาเรียนก็ชอบเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จนครูและเพื่อนๆพากันระอา แถมยังชอบทะเลาะกับเพื่อนๆในห้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง จนตอนนี้ไม่มีใครอยากที่จะคบกับเธอแล้ว
เฉียนเว่ยเว่ยเธอมีครอบครัวอยู่ในชนบทมีพ่อแม่ พี่ชาย 2 คน พี่สะใภ้ 2 คน และหลานชาย 2 คน พี่ชายใหญ่มีลูก 2 คนผู้ชาย 1 คนผู้หญิง 1 คน ส่วนพี่ชายรองมีลูกชาย 1 คน ซึ่งทุกคนมีอาชีพเป็นชาวนาในชนบทเท่านั้น การที่เว่ยเว่ยเป็นลูกสาวคนเล็ก ทุกคนในครอบครัวจึงรักและตามใจเว่ยเว่ยมาก ไม่ว่าจะทำอะไร อยากกินอะไร อยากเรียนที่ไหนใช้เงินเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครด่าใครว่า แม้เงินที่เธอใช้นั้นจะต้องแลกมาด้วยความลำบากของคนในครอบครัว เธอก็ไม่สนใจ ถ้าเธออยากได้ เธอจะต้องได้
นั่นจึงทำให้เฉียนเว่ยเว่ยมีนิสัยเสีย ขี้เกียจ เย่อหยิ่ง ไม่เห็นหัวใคร เพราะคิดว่าตัวเองเป็นนักเรียนในเมือง ซึ่งคนในหมู่บ้านไม่มีใครได้เรียนเหมือนกันกับเธอ
หลังจากวันนั้นผ่านมา 1 สัปดาห์แล้วเว่ยเว่ย ก็ยังฝันเห็นตัวเองอยู่ แต่มีอยู่วันหนึ่ง เธอฝันประหลาด ฝันว่ามีแสงสีแดงเปล่งประกายออกมาจากหลังมือของเธอ เธอตกใจมากเมื่อตื่นมาเลยรีบดูที่หลังมือจึงเห็นเป็นรูปปานเล็กๆสีแดง พอเธอใช้มือลูบลงบนปาน ทำให้เธอมองเห็นช่องมิติที่ใหญ่โตเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นมันเป็นห้องโล่งๆ เว่ยเว่ยจึงคิดว่า หรือนี่จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง บอกให้เธอรู้ว่า เธออาจจะต้องย้อนอดีตกลับไปในยุคก่อน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงและก็ เธอก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะยังใงเธอก็ตัวคนเดียวอยู่แล้ว
ดังนั้นวันรุ่งขึ้นเว่ยเว่ย จึงรีบจัดการทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับเธอให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่าเธอจะมีฐานะปานกลางพ่อแม่ได้เสียไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ซึ่งเธอเป็นลูกคนเดียวเงินเก็บกับเงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก็ไม่ได้มากมายอะไรเธอจึงตัดสินใจที่จะลงทุน ในช่องมิติเธอคิดว่าถ้าย้อนไปจริงๆอะไรบ้างที่สำคัญในยุคนั้น
"เราต้องเตรียมตัวอะไรบ้างนะ ก่อนอื่นเลยอาหารสด อาหารแห้ง พอซื้อ 2 อย่างนี้เสร็จค่อยไปหาซื้อเครื่องใช้ต่างๆแล้วกัน" เว่ยเว่ยพยามคิดถึงความจำเป็น
พอเว่ยเว่ยคิดได้ดังนั้นจึงได้ออกไปซื้อของที่คิดเอาไว้ทันที ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร น้ำตาล แป้งชนิดต่างๆ น้ำมัน เครื่องครัว เครื่องปรุงรสต่างๆ แถมยังไม่ลืมผงนัวอีกด้วย แล้วยังมี เนื้อหมู เนื้อไก่ ใข่ไก่ ใข่เป็ด อาหารทะเล แบบสดและแบบแห้งอาหารแช่แข็งชนิดต่างๆ ผลไม้ตามฤดูกาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กถ้วยรสต่างๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวอบแห้ง กุนเชียง หมูยอ เว่ยเว่ยก็ไม่ลืมอาหารสำเร็จรูปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปา ขนมจีบ ขาหมูพะโล้ ข้าวต้มทรงเครื่อง เป็ดย่าง ข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ด ก๋วยเตี๋ยว สิ่งเหล่านี้คืออาหารที่เว่ยเว่ยชอบกินทั้งสิ้น
หลังจากนั้นเว่ยเว่ยก็ไปที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพื่อไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง โลชั่นบำรุงผิวหน้า ผิวกาย แชมพู ครีมนวดผม สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันทั้งหลายที่เธอชอบใช้เดินไปเดินมาเว่ยเว่ยจึงคิดขึ้นได้
"เอ๊ะ...เราต้องซื้อจักรยานด้วยไหมนะ เอาแบบโบราณหน่อยแล้วกัน" เว่ยเว่ยคิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปในร้านขายจักรยานทันที
"ขอโทษค่ะ..พี่คะพอมีจักรยานที่รูปทรงโบราณโบราณไหมคะ" เว่ยเว่ยถามพนักงานขายที่กำลังปัดฝ่นบนตัวรถจักรยานอยู่
"มีค่ะลูกค้า ของเพิ่งเข้าเมื่อวานนี้เองค่ะ จะรับกี่คันดีคะ" พนักงานขายสอบถามเว่ยเว่ย
"อืม......1 คันละกันค่ะ ขอตะกร้าหน้ารถด้วยนะคะ ที่นี่มีบริการส่งไหมคะ พอดีว่าไม่สะดวกเอาไปเองค่ะ" เว่ยเว่ยถาม
"ได้ค่ะลูกค้า เดี๋ยวทางร้านเราจะจัดส่งให้ภายในวันนี้นะคะ"
เมื่อเว่ยเว่ยทำการสั่งซื้อเสร็จแล้วก็เขียนชื่อที่อยู่ให้กับทางร้านจัดส่งรถจักรยานให้ เพราะเธอมีแค่รถกะบะเก่าๆเท่านั้นไม่สามารถขนได้ เพราะท้ายรถเธอนั้นเต็มไปด้วยข้าวของต่างๆที่ได้ซื้อมาก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วเธอก็เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้อีกหลายร้าน
เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน
นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน
และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้
นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่





