ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)

ข้ามเวลามาเป็นภรรยาชาวบ้าน (ยุค70)

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-22
โดย:  sanvittayamจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
57บท
4.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชาติที่แล้วนางคือพระชายาอ๋องผู้น่าสงสาร หากแต่ชาตินี้จะขอเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่การข้ามเวลาครั้งนี้ไม่มีแค่เธอเท่านั้นแต่กลับมีอดีตสามีตามมาด้วยนี่สิ และนั่นคือสิ่งเธอที่ไม่ต้องการ!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 หยางเหมยจิน

عقد لوكا حاجبيه وقال: "إيلينا، هذا السوار لا يليق بأختك".

ثبتُّ عينيَّ في عينيه وسألته: "فبأي حق يليق بي؟"

تجمّد نصف ثانية، ثم ابتسم وقال: "حين كنتما صغيرتين كان الجميع يقول إنك أشبه بظل بيانكا. والياقوت صاخب أكثر مما يليق بك، أما الأسود فيناسبك: هادئ، هيّن".

ظل.

كنا توأمين، ولكن الناس عاملوني، منذ يوم مولدنا، كأنني نسخة باهتة لا يحق لها أن تقف إلى جوار الأصل. ظلت بيانكا الأولى في المدرسة، أما أنا فكنت أدرس حتى تحترق عيناي ثم لا أجاوز منتصف الترتيب. حملت حقائبها، وأصلحت أثوابها، وسمعت الناس يدعونني "الظل" عشر سنين.

أخبرت لوكا أكثر من مرة أنني أبغض هذا اللقب، وكان يجيبني كل مرة: "حسنًا، لن أقوله ثانية". لكنه ما إن تحضر بيانكا حتى تنسلّ الكلمة من فمه كسكين صامتة.

نظرت إليه في هدوء وقلت: "فلنفترق".

رمقني بابتسامته التي يستميلني بها وقال: "كفى. إن لم يعجبك السوار اخترنا غيره. لا تلوّحي بكلمة الفراق هكذا؛ فالزفاف بعد أسبوع".

قلت: "أنا لا ألوّح بشيء".

دفعت بيانكا سوار الياقوت نحوي وقالت: "خذي سواري يا إيلينا. أنت مقبلة على الزواج، فلا تظهري لوكا بمظهر سيئ من أجل أمر تافه".

أوقفها لوكا قائلًا: "لقد اشتريت هذا السوار لك أنت. وإيلينا لا تستطيع أن تُظهر قطعة كهذه كما ينبغي؛ وإعطاؤه لإيلينا إهدار له".

إذن، لم يكن الاختيار إلا تمثيلية منذ البداية. كان لوكا قد ادخر الأفضل لبيانكا، ولم يُطلب مني إلا أن أنتظر بقية مقبولة تحفظ للمشهد مظهره.

نزعت يدي من يده واستدرت لأرحل. لحق بي وهو يطلق زفرة ضجر وقال: "حسنًا، سآخذك للتسوّق، ولك أن تختاري ما تشائين. أرضيت الآن؟"

وما كدنا نبلغ جناح المتاجر الفاخرة في الطابق الأسفل حتى توقفت بيانكا عند منصة العطور وقالت: "أريد أن أجرّب عطر الأرز الجديد؛ لعلّه يلائم عشاء المؤسسة".

أومأ لوكا من فوره وقال: "إذن نبدأ بهذا. تستطيع إيلينا الانتظار".

راحت بيانكا تجرّب العطور حتى عجزت عن المفاضلة بينها؛ فاشترى لوكا العطرين، ثم ناولني ما لم تكن تنوي أن تبدأ باستعماله وقال: "هاك، لقد نلت هدية أنت أيضًا. ذوق بيانكا رائع، وينبغي أن يسعدك ذلك".

لم آخذ الكيس. لم أعد أريد أن أحمل شيئًا سبقني إليه اختيار غيري وفرزه. قلت: "سأنقل أشيائي من شقتك العلوية الليلة، ولن أعود".

توقفت يده في الهواء، وغادرت الابتسامة وجهه أخيرًا. قال: "إيلينا، كفى".

وفي تلك الليلة، جاء لوكا بوالديَّ إلى شقة آل موريتي العلوية قبل أن أتمكن من إفراغ درج واحد. قبضت أمي على معصمي بعنف حتى التوى الجلد تحته، وجرتني نحو غرفة الجلوس وهي تقول: "أفقدتِ عقلك؟ لم يبق على الزفاف إلا أسبوع، ثم تتحدثين عن الفراق؟ رجال مثل لوكا لا يُعثر عليهم كل يوم".

وضرب أبي، إنزو، عصاه بالرخام ضربة دوّى لها الصوت في أرجاء الغرفة، وقال: "التحالف بين بيلّيني وموريتي ليس مسرحًا لنوباتك الطفولية". ثم أمسك بذقني وأجبرني على مواجهته: "ليس لك جمال بيانكا ولا عقلها. زواجك من آل موريتي حظ لم تستحقيه".

في الماضي كنت سأبتلع كل كلمة، وأرجو أن تكافئني الطاعة ببعض الشفقة. أما في تلك الليلة فاكتفيت بالنظر إليهم.

تقدم لوكا وراح يسوّي ما اعوجّ بضحكة، وقال: "أرجوكما، لا تقولا ذلك. إيلينا فتاة طيبة، وما بها إلا توتر ما قبل الزفاف".

نظرت إليه أمي وقد استحسنته على الفور، ثم قالت لي: "أرأيت؟ ما زال لوكا يدافع عنك. أين تجدين رجلًا بمثل هذا الفضل؟"

كدت أضحك. كانوا جميعًا ينتظرون مني الامتنان لأن لوكا رضي أن يتزوج امرأة يصرّ على وضعها في المرتبة الثانية.

قالت أمي: "إن أصررت على فسخ الزواج، فلا تناديني أمًّا بعد اليوم".

ساد الصمت الغرفة.

استنشقت نفسًا وأومأت قائلة: "حسنًا".

استراحوا جميعًا؛ فقد ظنوا أن الضغط أعادني أخيرًا إلى الخانة التي رسموها لي.

دخلت غرفتي وأخرجت دفتر تخطيطاتي القديمة لتصميم الجلود. كانت بيانكا تصف الحرفة بالعبث، وكان لوكا يطلب مني أن أتعلم محاسبة الكازينو بدلًا منها؛ فقضيت أعوامًا أدرس شركات الواجهة، والعقود، ودفاتر الحساب، والسبل النظيفة ظاهرًا لتحريك الأموال القذرة.

اجتهدت، ولكن أحدًا لم يرني حقًا؛ لم يروا إلا أنني لست بيانكا. أكثر من عشرين عامًا وأنا أُدفع قسرًا إلى حياة لم تكن لي قط.

اتصلت بآريا، صديقتي الحقيقية الوحيدة. كانت تدير في سافانا مشغلًا لترميم الجلود العتيقة. وحين أجابت، كانت الدموع قد انحدرت على وجهي بلا صوت. قلت: "آريا، أما زلت بحاجة إلى مساعدة في الترميم؟"

طال صمت آريا حتى خلت أن الاتصال قد انقطع، ثم قالت: "إيلينا، ستتزوجين بعد أيام قليلة".

قلت: "أعرف".

قالت: "أحببت لوكا منذ كنا أطفالًا. تركت مدرسة التصميم من أجل دفاتر حساباته، وتعلمت سجلاته، وتركت أسرته تبتلعك حيّة. أحقًا ستديرين ظهرك لكل هذا؟"

نظرت من النافذة إلى ليل شيكاغو وقلت: "نعم، لقد عقدت عزمي".

ولثانية لم أسمع من آريا إلا أنفاسها، ثم اكتسى صوتها حزمًا وقالت: "حسنًا. لن أحاول إذن أن أثنيك. أقرب رحلة أستطيع حجزها تقلع في ساعة متأخرة من ليلة زفافك، وسأجعل سيارة تنتظرك قرب الفندق".

أغمضت عيني وابتسمت: "إذن فقد اختار الله يوم رحيلي من قبل".

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้ลงจบแล้ว สนุกดีค่ะ
2025-08-14 10:06:08
0
0
57
บทที่ 1 หยางเหมยจิน
บทที่ 1 หยางเหมยจินแคว้นต้าเฉิน เป็นแคว้นที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในแถบนี้ เนื่องจากมีแม่ทัพนามว่าต้วนอี้ซานหรือว่าอ๋องต้วนคอยปกป้องชายแดน ต่อให้จะมีชนเผ่ามากมายที่ต้องการรุกล้ำดินแดนก็ไม่สามารถทำได้แต่ทว่าในเมืองหลวงกลับมีองค์ชายมากมายแข่งขันเพื่อช่วงชิงตำแหน่งรัชทายาทเพื่อสืบทอดบัลลังก์ หนึ่งในนั้นคือองค์ชายสาม องค์ชายที่ต้วนอ๋องหนุนหลัง เนื่องจากตระกูลเดิมของกุ้ยเฟยคือตระกูลเดียวกันกับคนรักของตนเอง ทำให้คิดก่อกบฏขึ้นมาเพราะฝ่ายองค์ชายใหญ่ที่เหนือกว่าทำให้องค์ชายสามต้องแพ้พ่าย ฝ่าบาทจึงมีราชโองการให้ปราบกบฏ นี่จึงทำให้ตำหนักต้วนอ๋องแทบลุกเป็นไฟ เวลานี้ทหารจึงพยายามเข้าล้อมเพื่อจับคนในตำหนักชายาเอกหรือต้วนหวางเฟยคือบุตรสาวของราชครูที่อยู่ฝ่ายองค์ชายใหญ่ แต่เพราะรักสวามีตนเองมาก จึงทำให้ตัดขาดกับครอบครัว ครั้งนี้จึงไม่คิดจะกลับไปขอร้องบิดาให้ช่วยเหลือ เนื่องจากต้วนหวางเฟยไม่คิดจะลากครอบครัวเข้ามายุ่งเกี่ยวนั่นเองในเมื่อเลือกทางเดินนี้ย่อมต้องรับผลกรรมให้ได้ “หวางเฟยเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพวกเราควรจะหลบหนีก่อนเถิด ไม่แน่ว่าเวลานี้ท่านอ๋องกำลังมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองหลวงแล้ว”ลู่จิงจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข้ามเวลา
บทที่ 2 ข้ามเวลาหยางเหมยจินมองชายอันเป็นที่รักทั้งน้ำตา ก่อนจะถอยหลังจนถึงหน้าผา พร้อมกับกล่าวบางอย่างออกมากับชายที่ได้ชื่อว่าสามี“ส่วนท่าน ชีวิตนี้หม่อมฉันให้พระองค์ไปหมดแล้ว หลังจากนี้ ข้าและท่านจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก เกิดชาติหน้าฉันใด ข้าไม่ขออยู่ข้างท่าน ชาตินี้ข้ามิอาจครองใจท่านได้ ต่อให้ครั้งนี้ข้าจะมีชีวิตรอดกลับไป ข้าก็เป็นได้เพียงพระชายาที่ท่านไม่ต้องการ ดังนั้นแล้วข้าขอให้พวกท่านครองคู่กันอย่างมีความสุขนะเพคะ”“เจ้าจะทำบ้าอะไรเหมยจิน อย่าทำอะไรบ้า ๆ เด็ดขาด”ต้วนอ๋องเอ่ยออกมาอย่างร้อนรน เขากล่าวตำหนินางออกมาเสียงดัง เพราะกลัวว่าพระชายาของตนจะทำเรื่องเสี่ยงอันตราย โดยไม่รู้เลยว่าเวลานี้แท้จริงแล้วในใจของเขามีนางอยู่เต็มหัวใจ เขารู้เพียงว่ารู้สึกใจหายและไม่อาจจะเห็นนางจากไปต่อหน้าอย่างนี้ได้“ข้ารู้ว่าบ้านเมืองนี้ สามีสามารถมีภรรยาได้หลายคน แต่ข้าต้องการอยู่คู่ผัวเดียวเมียเดียวเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป ความรักที่ข้ามีให้กับท่านข้าขอคืน ลาก่อนต้วนอ๋อง”จบประโยคหยางเหมยจินจึงหลับตาและทิ้งตัวลงที่หน้าผาด้านล่างทันที พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นมาก่อนหลังจากแต่งงานเข้าจว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ช่วยเหลือ
บทที่ 3 ช่วยเหลือ“คุณลุกขึ้นเดินเองไหวไหม รู้สึกเจ็บปวดตรางไหนหรือไม่” ตงเหวินหมิงเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล เนื่องจากการตกลงมาจากฟ้า ต่อให้หล่นลงมาบนผืนน้ำทว่าร่างกายตรงหน้าก็ยังเป็นมนุษย์ ย่อมต้องมีความรู้สึกเจ็บ ดังนั้นจึงได้เอ่ยถามออกมา“ฉัน...” หยางเหมยจินเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอนั้นช่างน่าสงสารยิ่งนักบ่งบอกว่าเธอลุกขึ้นไม่ไหวจริง ๆ “ขออนุญาตครับ คุณขึ้นหลังผมเถอะ เวลานี้พวกเราน่าจะไม่พบหรือว่าเจอกับชาวบ้านแล้วล่ะ มาเถอะจะได้รีบกลับบ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ตอนนี้ก็ค่ำพอสมควร ชาวบ้านก็เข้าบ้านเรือนของตัวเองไปหมดแล้ว ทำให้เขาคลายความกังวลลงเล็กน้อย“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเบา ๆเมื่อลุกเดินเองไม่ได้ แม้ว่าการที่จะขึ้นหลังของชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักจะไม่เป็นการเหมาะสมมากนัก แต่ทว่าหยางเหมยจินกลับเลือกที่จะละทิ้งความคิดจากอดีตทั้งหมดไป แล้วยอมให้ชายหนุ่มพยุงลุกขึ้น ก่อนจะไปอยู่บนหลังของอีกฝ่ายเพื่อให้เขาพากลับที่พักระหว่างทางทั้งสองไม่มีใครพูดอะไร ต่างก็จมอยู่ในความคิดของตนเอง จวบจนตงเหวินหมิงสาวเท้ายาว ๆ มาถึงบ้านหลังหนึ่ง“พ่อ!!” เด็กชายหญิงสองแฝดวัยสิบขวบร้องขึ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 อยู่ด้วยกัน
บทที่ 4 อยู่ด้วยกัน“แล้วถ้าบอกว่าฉันเป็นสาวใช้ละคะ ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรใช่หรือไม่ ตอนมาที่นี่ฉันน่าจะมีทรัพย์สินติดตัวมาบ้าง อย่างน้อยเครื่องประดับก็ยังดี”ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตนเอง เธอจึงเลือกที่จะเสนอความคิดเห็นออกมา แต่คำพูดของเธอนั้น ทำให้สามพ่อลูกส่ายหน้าหัวแทบหลุด และร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมกันว่า“ไม่ได้!!”หยางเหมยจินไม่เข้าใจว่า ‘ไม่ได้’ นี่คือคำพูดไหนของเธอ“เรื่องสาวใช้นั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย แล้วคุณไม่ต้องคิดเรื่องนี้ด้วย บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคนในเมืองที่จะมีเงินมาจ้างสาวใช้ไว้ดูแล อีกอย่างพวกเราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาทั้งนั้น เรื่องในบ้านต่าง ๆ ล้วนแต่ทำเอง ส่วนเรื่องเครื่องประดับไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะบางอย่างเป็นสิ่งของต้องห้ามของที่นี่” ชายหนุ่มรีบบอกกับเธอให้เข้าใจจากนั้นตงเหวินหมิงก็เลือกที่จะเล่าเรื่องราวของยุคนี้ให้หญิงสาวตรงหน้าฟังอย่างละเอียด โดยมีลูกทั้งสองคนคอยสลับเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เช่นกันเมื่อได้ฟังทุกอย่าง หยางเหมยจินก็พยักหน้าเข้าใจ ยุคสมัยนี้แตกต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนของเธอไม่น้อย หรืออาจจะเรียกว่าแตกต่างแทบจะทุกอย่างก็ว่าได้“เอาเป็นว่าคุณอา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ย้อนกลับไปที่เคยจากมา
บทที่ 5 ย้อนกลับไปที่เคยจากมามื้อเช้านี้ทุกคนมานั่งกินกันอย่างพร้อมเพรียง เด็กน้อยทั้งสองคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย รวมถึงหยางเหมยจินด้วย เธอไม่คิดว่าพ่อม่ายอย่างตงเหวินหมิงจะทำอาหารได้อร่อยอย่างนี้“เป็นอย่างไรบ้างคะน้าเหมย พ่อของลี่ลี่ทำอาหารอร่อยหรือไม่คะ” ตงฟางลี่หันมายิ้มกับสมาชิกใหม่ของครอบครัวด้วยความภาคภูมิใจ เด็กสาวรู้ดีว่าอาหารที่พ่อของเธอนั้นทำอร่อยแค่ไหน จึงได้หันมาถามเพื่ออวดความสามารถของพ่อตนเอง“อร่อยมาก อร่อยกว่าพ่อครัวบ้านน้าเสียอีก”หยางเหมยจินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เรื่องนี้เธอพูดไม่ผิดนัก ความสามารถในการทำอาหารของตงเหวินหมิงนั้นเข้าขั้นพ่อครัวใหญ่ได้เลย ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีความสามารถด้านนี้“อย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย จะไม่ทันขึ้นเกวียนไปโรงเรียนนะ” ตงเหวินหมิงคุ้นชินกับอาการของลูกสาวตัวแสบเสียแล้ว จึงได้เร่งให้ทุกคนรีบกินมื้อเช้า ไม่เช่นนั้นคงต้องไปขึ้นเกวียนไม่ทันแล้วจะไปโรงเรียนสายเป็นแน่“ค่ะพ่อ / ครับพ่อ” สองแฝดรับคำแข็งขันก่อนจะรีบกินอาหารเช้าทันทีเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หยางเหมยจินจึงเดินไปหยิบห่อข้าวมาให้เด็กน้อยทั้งสองคน “นี่คือห่อข้าวอาหารกลางวันของทั้งสองคน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 เบื้องหลังของตงเหวินหมิง
บทที่ 6 เบื้องหลังของตงเหวินหมิงไม่นานหญิงสาวก็เดินมาถึง ในครัวนี้เต็มไปด้วยอาหารมากมาย มีทั้งเนื้อสดและเนื้อตากแห้ง ผักผลไม้ เอาเป็นว่าครัวนี้มีครบทุกอย่างสมกับเป็นครัวของตระกูลหยางที่ยิ่งใหญ่แต่ทว่าในขณะที่กำลังหยิบเนื้อหมูชิ้นโตเตรียมจะทำอะไรกิน กลับได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชายหนุ่มเจ้าของบ้านขึ้นมา“พี่เหวินหมิง พี่อยู่บ้านหรือไม่”ซูหว่านตะโกนเรียกตงเหวินหมิงอยู่หน้าบ้าน เพราะเธอได้ยินว่าหัวหน้าคอมมูนให้เขาไปเอาปุ๋ยและของใช้ที่สำนักงานในเมือง เธอเลยตั้งใจว่าจะขอตามไปด้วย ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าเขาแวะมาที่บ้าน เธอเลยรีบตามมาด้วยความตกใจเสียงเรียก หยางเหมยจินจึงนึกถึงบ้านตง จากนั้นแสงที่สร้อยก็ปรากฏขึ้นมาชั่วขณะ และเมื่อแสงสว่างดับลง เธอก็พบตัวเองได้กลับมายังบ้านตงอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อหมูชิ้นโตที่หยิบติดมือมาด้วย แม้อยากจะตะโกนร้องถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ หญิงสาวจึงหลบซ่อนอย่างเงียบเชียบเพราะกลัวอีกฝ่ายจะบุกเข้ามา“สงสัยจะเข้าเมืองไปแล้ว พี่เหวินหมิงนะพี่เหวินหมิง จะรอกันหน่อยก็ไม่ได้” ซูหว่านกระทืบเท้าด้วยความขัดใจที่ตามมาไม่ทันชายหนุ่ม ก่อนจะหมุน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7บอกเรื่องมิติ
บทที่ 7บอกเรื่องมิติตงเหวินหมิงเมื่อออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่แล้ว ชายหนุ่มก็มุ่งหน้ากลับเข้าหมู่บ้านทันที โดยไม่ลืมแวะซื้ออาหารติดมือไปด้วย“เรียบร้อยแล้วครับหัวหน้า ผมขอกลับบ้านสักครู่นะครับ จะขอเอาของที่ซื้อมาจากในเมืองไปเก็บก่อนและจะได้ไปกินข้าวเที่ยงด้วย” ชายหนุ่มเข้ามารายงานหัวหน้าคอมมูนและขออนุญาตกลับไปที่บ้าน เพราะจะเอาอาหารไปกินพร้อมหญิงสาว เขากลัวว่าเธอจะหิวเพราะนี่ก็บ่ายมากแล้ว“ขอบใจนะ นายไปเถอะ นี่ก็บ่ายคล้อยแล้วรีบกลับไปกินข้าวเที่ยงก่อนเถอะ วันนี้นายจะหยุดงานช่วงบ่ายไปเลยก็ได้นะเพราะอีกไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เดี๋ยวฉันลงเวลาให้เต็มเอง” หัวหน้าคอมมูนตอบกลับอย่างมีน้ำใจ โดยให้ตงเหวินหมิงหยุดงานในช่วงบ่ายนี้แทน แต่ก็ยังลงเวลาเต็มวันให้“ขอบคุณครับหัวหน้า แต่อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้ใครมองว่าผมเอาเปรียบ ถ้าผมไม่มาก็ไม่ต้องลงเวลาให้หรอกครับ ลงเท่าที่ผมทำงานก็แล้วกัน”ตงเหวินหมิงตอบกลับทันที เขาไม่ต้องการให้ใครมาตำหนิได้ว่าไม่ทำงานแต่ยังได้รับคะแนนเต็มวัน และเขาตั้งใจแล้วว่าช่วงบ่ายวันนี้จะขอลาหยุดพอดี เมื่อหัวหน้าเปิดโอกาสเขาจึงรีบรับทันที“เช่นนั้นก็ตามใจเถอะ รีบกลับไปกิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 มาหาถึงบ้าน
บทที่ 8 มาหาถึงบ้าน“ที่นี่คือ…” ตงเหวินหมิงอดที่จะถามไม่ได้ สายตาคมเข้มประดุจเหยี่ยวสำรวจรอบ ๆ ด้วยความสนใจไม่ใช่เพราะที่นี่คือที่ที่เก็บอาหารและสิ่งของมากมาย แต่ที่นี่กลับทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนต่างหาก“ที่นี่คือจวนตระกูลหยาง ก่อนแต่งงานฉันก็อยู่ที่นี่ล่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างร่าเริงเมื่อมายังสถานที่ที่คุ้นเคย หยางเหมยจินจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พร้อมกับเล่าถึงคนในครอบครัวให้อีกฝ่ายฟัง ซึ่งเขาก็นั่งฟังอย่างใส่ใจ“จริงสิ ฉันได้ยินว่าคุณมักจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์อยู่เสมอ ในจวนแห่งนี้มีห้องเก็บอาวุธ คุณลองไปดูธนูไหมเผื่อว่าจะได้ที่ถูกใจ จากนั้นเราค่อยไปเลือกผ้าเอามาตัดชุดให้กับทุกคน ฉันไม่กล้าเลือกเองเพราะไม่รู้ว่ายุคของคุณใส่เสื้อผ้าแบบไหน และใส่สีสดใสได้หรือเปล่า”หยางเหมยจินพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตงเหวินเมิงต้องไปล่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารให้ลูกๆ เธอจึงเสนอให้เขาไปเลือกอาวุธที่มีมากมายในจวนแห่งนี้ ส่วนเรื่องเสื้อผ้านั้น เท่าที่ดูจากการแต่งกายของสามคนพ่อลูกเธอเห็นเพียงเสื้อผ้าธรรมดา แม้จะไม่มีรอยปะแต่ก็ไม่ได้ใหม่นัก อีกทั้งยังไม่มีสีสดใสเลย จึงอยากจะตัดเย
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ออกหน้าช่วยเหลือ
บทที่ 9 ออกหน้าช่วยเหลือ“แล้วเรื่องนี้ผมควรจะทำอย่างไรดี พูดไปชาวบ้านคงไม่เชื่ออย่างที่คุณบอก” ตงเหวินหมิงเริ่มเห็นด้วยกับสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าบอก เนื่องจากเขาเป็นผู้ชายและไม่ค่อยสนใจคำครหาของชาวบ้าน แต่ลืมไปว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจจะกระทบกับลูกทั้งสองคน โดยเฉพาะลูกสาวอย่างตงฟางลี่“เรื่องนี้ฉันจัดการเองถ้าคุณไม่ตำหนิฉันนะ หากไม่เช่นนั้นแล้วผู้หญิงคนนั้นคงไม่หยุดวุ่นวายกับคุณแน่” หยางเหมยจินคล้ายกับจะตัดสินใจบางอย่าง เนื่องจากเธอไม่มีอะไรจะให้เสียหายแล้ว ชื่อเสียงสำหรับเธอเป็นเพียงแค่ของประดับเท่านั้น การที่จะได้ช่วยผู้มีพระคุณทำให้เธอยอมที่จะแลก“อย่าบอกนะว่าคุณจะ...” ตงเหวินหมิงเหมือนจะเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ จึงได้มีสีหน้าตกใจ“ใช่ค่ะ เรื่องอื่นปล่อยไว้ก่อน หากทำแบบนี้อย่างน้อยฉันก็สามารถออกมาจากบ้านของคุณและช่วยงานทุกคนได้ แต่คุณไม่ต้องกังวลนะ ถ้าเมื่อไรที่คุณมีหญิงสาวที่ชอบ ฉันจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอคนนั้นได้รับรู้ด้วยตัวเอง คุณคิดเห็นว่าอย่างไร” หญิงสาวคิดว่าเขารู้แล้วว่าเธอจะทำอะไร จึงบอกเขาไม่ให้กังวลหากเขามีคนรักในภายหลัง“คุณคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะทำแบบนี้ แต่คุณจะเส
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 อย่าคิดว่าร้ายไม่เป็น
บทที่ 10 อย่าคิดว่าร้ายไม่เป็นเมื่อได้ยินเสียงผู้เฒ่าเอ่ยถาม ตงเหวินหมิงที่มีความสัมพันธ์อันดีกับบ้านหม่าอยู่แล้ว จึงตอบกลับมาตามที่นัดแนะกับหยางเหมยจินไว้ พร้อมกับรู้สึกผิดและขอโทษเธออยู่ในใจที่ทำให้ต้องมาออกหน้าในเรื่องวุ่นวายเช่นนี้“ผู้หญิงคนนี้ชื่อหยางเหมยจินครับปู่หม่า เธอคือคู่หมั้นของผม ส่วนเรื่องที่ผมและอาเหมยหมั้นหมายกันได้อย่างไรและเมื่อไร ผมขอไม่ขยายความนะครับ ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องแต่งงาน เรามองกันว่ากลางปีหน้าจะจัดงานอย่างถูกต้องครับ”“ละ แล้ว ทำไมนังคนนี้ถึงได้มาอาศัยในบ้านของพี่ล่ะ เป็นแค่คู่หมั้นไม่ใช่เมียพี่เสียหน่อย” ซูหว่านเอ่ยถามอีกครั้งด้วยอาการที่จ้องจะจับผิดแต่กลายเป็นหยางเหมยจินที่รั้งแขนของตงเหวินหมิงไว้ และตอบคำถามประโยคนี้ด้วยตัวเอง ใครจะมองว่าเธอเป็นหญิงน่ารังเกียจเธอก็ไม่สนใจแล้วในตอนนี้ ขอแค่ช่วยให้ชายหนุ่มหลุดออกจากมือของผู้หญิงคนนี้ก็พอ“การที่หญิงชายอยู่ด้วยกัน แม้ว่ามันจะไม่เหมาะสมหรือไม่คู่ควร ในเมื่อฉันและพี่หมิงเป็นคู่หมั้นกันแล้ว เรื่องในมุ้งของเราสองคนคงไม่ต้องให้ใครมายุ่งวุ่นวาย อีกทั้งเรื่องนี้อาหยวนกับลี่ลี่ก็รับรู้แล
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status