Share

ตอนที่ 7 ขึ้นเขาไปด้วยกัน

last update Last Updated: 2025-08-15 21:57:17

“ลั่วอี้ข้าทำอาหารเอาไว้ให้ท่านแล้วรวมไปถึงยาสำหรับลั่วซาน ท่านช่วยป้อนลั่วซานแทนข้าด้วย แล้วก็นี่” เยว่ฉียื่นขวดหยกให้สามี ในนี้บรรจุน้ำแห่งชีวิตผสมเจือจางเอาไว้

ตอนแรกนางตัดสินใจจะผสมเข้ากับน้ำที่ใช้ในการทำอาหาร แต่คิดไปคิดมาอาจจะเห็นผลไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้ผสมเจือจางในปริมาณหนึ่งชามเล็กต่อน้ำแห่งชีวิตหนึ่งหยดแล้วบรรจุใส่ขวดให้ทานด้วย

“ต่อจากนี้ท่านต้องดื่มวันละขวด ข้าจะเตรียมให้ท่านทุกเช้า” หานลั่วอี้มองขวดหยก ยื่นมือออกไปจับมาถือไว้ในมือ ก้มมองอย่างสงสัย

“ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่?” นางรู้ว่าเขาสงสัยแต่ก็ยังไม่พร้อมจะบอกความจริงตอนนี้ หวังเพียงว่าเขาจะเชื่อใจนางและไม่เอ่ยถามสิ่งใด หานลั่วอี้เงยหน้ามองภรรยา มองนัยน์ตาดอกท้อที่สะท้อนความจริงใจออกมา

ถึงจะยังสงสัยว่าสิ่งใดกันที่ถูกบรรจุอยู่ในขวดหยก ทว่าเพราะดวงตาที่มองมาและความกังวลบนใบหน้าช่วยให้เขาคลายความสงสัยลงไปหลายส่วน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอยากจะลองเสี่ยงดู

ลองเสี่ยงดูว่านางจะทำร้ายเขาหรือไม่

“ข้าเชื่อใจเจ้า” น้ำเสียงตอบกลับช่างหนักแน่นในความรู้สึก เยว่ฉีย่อตัวลงตรงหน้าชายหนุ่ม วางมือลงบนหลังมือเขา จ้องหน้าเขม็ง

“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” แม้จะไม่รู้ว่าประโยคดังกล่าวหมายถึงสิ่งใด ถึงกระนั้นใบหน้าหานลั่วอี้ก็พยักขึ้นลง มุมปากหยักโค้งขึ้นยากจะสังเกตเห็น

“เช่นนั้นข้าไปก่อน อย่าลืมป้อนยาลั่วซาน” กล่าวย้ำอีกครั้ง

หานลั่วอี้พยักหน้า “ระวังอันตรายด้วย”

“ข้าจะระวัง”

เยว่ฉีออกไปแล้ว หานลั่วอี้มองตามจนแผ่นหลังลับตาไป ก่อนจะถอนสายตากลับมามองของในมือ เปิดจุกออก กลิ่นหอมบริสุทธิ์กำจายออกมาจากปากขวดให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสูดดมอีกครั้ง หัวคิ้วพลันขมวดเข้าหากัน ของเหลวที่บรรจุอยู่ด้านในคล้ายสัมผัสได้ถึงพลังชีวิต ร่างกายก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ในตอนที่ตัดสินใจดื่มลงไป ยามของเหลวไหลลงสู่ลำคอกระจายไปทั่วร่างกายแล้วนั้น เขาพลันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ถูกแช่แข็งมาอย่างยาวนานถูกกระตุ้น

เส้นลมปราณซึ่งเคยเสียหายกำลังถูกซ่อมแซม พลังสายหนึ่งแผ่ขยายไปทั่วเส้นประสาท แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สัมผัสได้ ตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงหยดน้ำบางเบากำลังเข้าไปเติมเต็มสายน้ำแห้งคอดให้ชุ่มฉ่ำขึ้นมา

ร่างกายพลันอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

หลังสัมผัสความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ความประหลาดใจพลันปรากฏขึ้นในดวงตา หานลั่วอี้ก้มลงมองขวดหยกในมือเขม็ง

เจ้าสิ่งนี้คือของดี แม้จะไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่ แต่ทว่ากลับเป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดตอนนี้ ไม่รู้ว่าเยว่ฉีไปได้น้ำวิเศษเช่นนี้มาได้ยังไง

“หรือว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปเมื่อวาน?” บุรุษหนุ่มได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ในเมื่อเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่ของอันตรายแถมนางยังหยิบยื่นมาให้ด้วยความเต็มใจ เช่นนั้นเขาก็จะไม่ซักถาม เชื่อมั่นในตัวนางและรอคอยวันที่เยว่ฉีพร้อมจะบอกทุกเรื่องให้เขาได้รู้

และเพราะของเหลวในขวดนี้ทำให้หานลั่วอี้ปลดระวางความกังวลระคนหวาดระแวงที่ว่า เยว่ฉี อาจจะเป็นคนของสตรีผู้นั้นลงไปหลายส่วน ความเชื่อมั่นและไว้ใจที่มีให้เพิ่มพูนขึ้นเท่าตัว จากแต่เดิมที่มีอยู่มากให้มากขึ้นไปอีก

สตรีผู้นั้นไม่มีทางหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เขา นางผู้หวังให้เขาพินาศมากที่สุดมีหรือจะมอบโอกาสในการฟื้นคืนให้เขา

ระหว่างที่ความจริงใจต่อเยว่ฉีของหานลั่วอี้กำลังเพิ่มพูน หญิงสาวก็กำลังยืนพิงกำแพงรอเพื่อนบ้าน

ไม่นานคนทั้งคู่ก็แบกตะกร้าเดินมาหา บนหลังเยว่ฉีมีตะกร้าแบกหลังใบน้อยอยู่หนึ่งใบ ซึ่งได้มาจากครอบครัวเฟิงให้หยิบยืม

ของที่ได้มาจากบ้านเดิมส่วนมากมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ของสำหรับทำครัวหรือใช้งานในชีวิตประจำวันล้วนไม่มี ยังดีที่บ้านหลังใหม่ยังพอมีของที่ใช้ได้อยู่บ้าง หากต้องซื้อของใหม่ทั้งหมดเกรงว่าเงินหนึ่งตำลึงของพวกเขาคงหมดภายในไม่กี่วัน

“พี่หลัว พี่เฟิงพวกท่านมาแล้ว!!” เสียงทักทายสดใสของเด็กสาวตัวน้อยเรียกรอยยิ้มจากคนอายุมากกว่าทั้งสอง พอได้ทำความรู้จักทำให้ได้รู้ว่าเด็กคนนี้เต็มไปด้วยความสดใสร่าเริงเป็นกันเอง ไม่มีมาดความหยิ่งผยองเลยแม้แต่น้อย

ทั้งสองคนไม่ได้โง่ที่จะมองไม่ออกว่าเพื่อนบ้านที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่ ก่อนจะมาอยู่อาศัยที่หมู่บ้านชวีซานจะต้องเป็นคนมีฐานะไม่น้อย ดูได้จากเสื้อผ้าที่ทั้งคู่สวมใส่ รวมไปถึงท่าทางการวางตัวของหานลั่วอี้ ล้วนแล้วแต่ดูสูงส่งสง่างาม แม้ร่างกายเขาจะไม่สมบูรณ์แต่ก็ไม่สามารถกลบความสูงส่งรอบกายได้

ในเมื่อหานลั่วอี้เป็นคนมีฐานะเช่นนั้นภรรยาของเขาก็คงไม่ต่างกัน ทว่าเด็กสาวตัวน้อยคนนี้กับเป็นกันเอง พูดจาเก่ง ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ

“น้องเยว่เคยขึ้นเขามาก่อนหรือไม่”

คนถูกถามยิ้มแหย ๆ ยกมือขึ้นเกาท้ายทอย

“ขอบอกอย่างไม่ปิดบัง ข้าไม่เคยขึ้นเขาเลยสักครั้ง”

“เช่นนั้นคงต้องพยายามแล้ว แม้ภูเขาบริเวณหมู่บ้านจะไม่สูงชันมากนัก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่”

“พี่หลัววางใจได้ ถึงข้าจะไม่เคยขึ้นเขาแต่ก็ไม่ใช่คนหนักไม่เอาเบาไม่สู้” น้ำเสียงมั่นใจของเด็กสาวยังคงทำให้ทั้งสองคนเอ็นดู

จากนั้นคนทั้งสามก็เดินไปพูดคุยกันไปตลอดทาง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ตลอด จนกระทั่งเกือบจะเดินออกนอกเขตของหมู่บ้านก็มีหญิงชราท่าทางใจดีคนหนึ่งเอ่ยทักทาย

“เจ้าบ้านเฟิง สะใภ้เฟิงวันนี้ก็ขึ้นเขาอีกหรือ” ชาวบ้านหมู่บ้านชวีซานส่วนมากทำอาชีพปลูกข้าว หรือปลูกพืชผักไปขาย มีเพียงชาวบ้านบางส่วนที่จะทำอาชีพเก็บพืชวิญญาณ เพราะการขึ้นเขาไปหาพืชวิญญาณนั้นมีความเสี่ยงอยู่เล็กน้อย

หากมีโชควาสนาพบเจอพืชวิญญาณระดับสูงอันตรายที่จะตามมาย่อมมากมายตามเงินที่ได้รับ เพราะพืชวิญญาณระดับสูงมักจะมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่ไม่ไกล แต่หากโชคดีมากก็จะพบเพียงพืชวิญญาณไร้กลิ่นอายสัตว์อสูร

ที่หลัวหรูไม่ได้บอกเยว่ฉีถึงอันตรายเกี่ยวกับการเก็บพืชวิญญาณเพราะปกติแล้วเรื่องนี้เป็นความรู้พื้นฐานของทุกคนในดินแดนเฟยฮ่าว

“ขอรับท่านยาย” หญิงชราพยักหน้ายิ้ม ๆ เหลือบสายตาหันมองเยว่ฉีอย่างสำรวจ

ขอถอนคำพูดที่บอกว่าท่าทางใจดี หญิงชราคนนี้แค่ทำท่าทางใจดีเท่านั้นเอง

“ขึ้นเขาก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจะไว้ใจมากเกินไปย่อมไม่ดี หากเกิดเรื่องขึ้นมาก็คงมีแต่สวรรค์ที่รู้”

เอ้า!!! สักหมัดไหมยาย

เยว่ฉีอยากจะเอ่ยขึ้นทว่าก็ถูกหลัวหรูห้ามเอาไว้ก่อน นางมองหญิงชรายิ้ม ๆ เอ่ยเสียงอ่อนโยน

“ขอบคุณในความห่วงใยของท่าน ข้ากับพี่เฟิงล้วนจำใส่ใจ ส่วนเรื่องคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจนั้น ข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนใสซื่อที่จะมองคนไม่ออก ใครดีไม่ดีข้านั้นล้วนรับรู้ได้ ท่านยายไม่ต้องกังวล”

หญิงชราโดนคำพูดหวานระคายหูของหลัวหรูสีหน้าพลันมืดลงไม่เหลือแล้วซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยน

“ข้าเพียงเป็นห่วงพวกเจ้า เหตุใดต้องกล่าวหนักถึงเพียงนี้ หากเกิดอันใดขึ้นมาก็อย่าได้มานึกเสียใจทีหลัง!!” หญิงชราส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังกลับเข้าบ้านไป

“ขอบคุณในความเป็นห่วงของท่าน เดินดี ๆ นะเจ้าคะ” หลัวหรูกล่าวตามหลังก่อนจะหันมาหาเยว่ฉี

“อย่าได้ใส่ใจคำพูดแกเลย ยายซวงก็เป็นเช่นนี้” เยว่ฉียิ้มกว้าง

ไม่นึกว่าหญิงผู้นี้จะออกตัวปกป้องนาง ถึงขั้นทำให้คนในหมู่บ้านเดียวกันขุ่นเคือง

“พี่หลัวข้าไม่เป็นอันใด จะห่วงก็แต่พวกท่านทำให้คนหมู่บ้านเดียวกันขุ่นเคืองเช่นนี้จะดีหรือ? ตัวข้าพึ่งย้ายมาใหม่ไม่เท่าใดแต่พวกท่านทั้งสองคนเลา”

ทั้งสองมองหน้ากันยิ้ม ๆ เด็กคนนี้ทั้งที่ตนถูกคนพูดไม่ดีใส่ ยังจะเป็นห่วงผู้อื่นอีก

“เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ความจริงข้ากับพี่เฟิงก็หาใช่คนหมู่บ้าน ชวีซานตั้งแต่ต้น เป็นคนย้ายเข้ามาเช่นเดียวกับพวกเจ้า เพียงแต่ดีกว่าหน่อยที่ตอนย้ายเข้ามาไม่ถูกตั้งแง่ใส่ตั้งแต่วันแรก”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!?”

“ใช่ พูดแล้วก็อย่าขำไป ข้ากับพี่เฟิงย้ายออกจากหมู่บ้านเดิม เพราะครอบครัวข้าไม่ยอมให้แต่งงานกับพี่เฟิง หลังหนีออกมาด้วยกันก็มาอยู่ที่หมู่บ้านนี้”

“ข้าจะหัวเราะได้เช่นไร พวกท่านชั่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันยิ่งนัก ได้ยินแล้วข้ายังอดรู้สึกชื่นชมและอิจฉาไม่ได้”

“ไม่ต้องกล่าวประจบประแจงข้าเจ้าเด็กน้อย” หลัวหรูส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อนทั้งสองคนจะสบตากันแล้วหัวเราะออกมา บรรยากาศกลมกลืนยิ่ง เฟิงซิ่วผู้เงียบอยู่ตลอดเอาแต่ยิ้มมองภรรยาทีมองเด็กสาวตรงหน้าที ได้เห็นภรรยายิ้มมีความสุขเช่นนี้ สามีอย่างเขาพึงพอใจไม่น้อย

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขของคนในครอบครัว ถึงแม้อาจจะกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งหมู่บ้านก็ไม่เป็นอันใด เพราะปกติแล้วก็ใช่ว่าพวกเขาจะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ คนในหมู่บ้านเดิมมักจะมองคนย้ายเข้ามาใหม่เป็นคนนอก ถึงพวกเขาจะไม่ได้ถูกกีดกันแต่ก็ไม่ถึงขั้นสนิทสนม

ใช้เวลาเดินทางเกือบสองเค่อพวกเขาก็มาถึงตีนเขากันแล้ว เยว่ฉีมองภูเขาสูงตรงหน้า ในดวงตาฉายประกายความตื่นเต้น

เคยมีคนพูดว่าขุมทรัพย์มักซ่อนอยู่ในธรรมชาติ

นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภูเขาตรงหน้าจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับนาง

“พร้อมแล้วใช่หรือไม่” หลัวหรู

“พี่หลัวข้าพร้อมแล้ว!!”

“เช่นนั้นก็ไปกัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 10 จบตอนพิเศษ

    “ท่านแม่วันนี้พวกเราขึ้นเขามาทำไมหรือขอรับ?” หานฉินเยว่เอ่ยถาม เช้าวันนี้อยู่ ๆ ท่านแม่ก็ชวนพวกเขามาเดินเขากัน ทั้งที่ปกติมักจะปล่อยให้พวกเขามาเล่นกันเอง ทั้งยังไม่เคยอนุญาตให้เข้าไปในส่วนลึกของป่า เล่นได้แค่รอบนอกเท่านั้น“เมื่อคืนแม่กับพ่อนำของวิเศษมาซ่อนเอาไว้ และต้องการให้พวกลูกตามหาของวิเศษกลับมา”“ของวิเศษหรือขอรับ” ดวงตาเด็กทั้งสองเป็นประกาย จ้องหน้ากันก่อนจะหันมามองนาง“ใช่ เมื่อวานแม่เห็นแล้วว่ารุ่ยเอ๋อร์ใช้พลังจิตได้แล้ว ฉินเอ๋อร์เองก็มีความสามารถด้านพลังจิตเช่นเดียวกัน แม่จึงอยากทดสอบพวกเจ้า”“ทดสอบงั้นหรือ?”“นอกจากใช้พลังจิตสัมผัสตัวตนของแม่ พวกลูกเคยใช้พลังจิตทำอะไรอย่างอื่นหรือไม่”“ไม่ขอรับ” ทั้งสองคนตอบพร้อมเพรียงกัน“พลังจิตนั้นมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตรวจสอบสิ่งที่ผู้ฝึกปราณไม่สามารถทำได้ รวมถึงตรวจหาสิ่งที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่ด้านใน นอกจากนี้หากพวกลูกแข็งแกร่งขึ้นไปอีกพลังจิตของลูกจะสามารถใช้ตรึงและจับเป้าหมายได้ด้วย”“เหมือนที่ท่านแม่ทำเมื่อวานหรือขอรับ?”“ใช่แล้ว” นางย่อตัวลงลูบหัวบุตรชายคนเล็ก ก่อนจะหันมาลูบหัวบุตรคนโต“ในเมื่อลูกเข้าใจแล้ว ก็ลองใช้พลังจิตแผ่ข

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 9

    “ลั่วอี้ท่านอยู่ที่ใด”“ภรรยาข้าอยู่นี่” เยว่ฉีหันไปตามเสียง เห็นสามีกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จับปลาอยู่ในลำธารพวกเขาตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวของเยว่ฉี สถานที่แห่งนี้แยกห่างจากเกาะอื่นนับร้อยลี้ เหมาะต่อการใช้ชีวิตของพวกเขามากจริง ๆ บางวันหากนึกครึ้มใจก็สามารถเดินทางเข้าไปในเมืองได้ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาแล้วร่วมหนึ่งร้อยปี แต่ละวันของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาและเรียบง่ายอย่างที่ต้องการจะมีเข้าไปฝึกวิชาบ้าง ขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณบ้าง ท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ บ้าง แต่ละวันเรียบง่ายไม่ต่างจากการใช้ชีวิตธรรมดาอย่างที่ทั้งสองคนต้องการระหว่างนั้นทั้งสองได้ส่งข่าวไปหาสหายทั้งสองรวมถึงหานลั่วซานเป็นครั้งคราว เด็กชายในวันนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม แถมเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วทั้งสองคนก็ได้กลับไปยังดินแดนระดับกลางเพื่อร่วมยินดีกับการให้กำเนิดทายาทของตระกูลเสิน และเข้าร่วมงานแต่งงานของหานลั่วซาน“ได้ปลาเยอะเลยหรือ? วันนี้คงทำปลาย่างและน้ำแกงปลาได้เยอะเลย เช่นนั้นวานท่านทำความสะอาดปลาด้วยนะ ข้าจะไปเก็บผักเสียหน่อย แล้วเจ้าตัวแสบเล่า”“อ๋อ เจ้าตัวแสบนะหรือ?” ชายหนุ่มเ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 8

    “หมิงเหยาพี่ขอโทษ ขอโทษเรื่อง...”“ท่านไม่ต้องขอโทษข้า เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วข้าสามารถปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้สึกเมื่อครั้งนั้น”อ่า...เจ้าปล่อยวางได้สินะ เพราะงั้นเจ้าถึงไม่สั่งให้นางสังหารฆ่า แก้แค้นคืนในสิ่งที่ข้ากระทำต่อเจ้า ตอนนี้เหลือเพียงข้าที่ยังจมอยู่กับความรู้สึกเมื่อครั้งนั้นและกระทำแต่เรื่องผิด ๆ มาตลอด ทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของข้า “แล้ว...”“ข้าไม่มีวันให้อภัยท่าน แม้ข้าจะไม่โกรธเกลียดท่านแล้ว แต่ข้าก็ไม่อาจให้อภัยท่านได้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดคุยกับท่าน ต่อจากนี้ท่านก็ใช้ชีวิตให้สมกับสิ่งที่ท่านต้องการมาตลอดเถิด”บรรยากาศของหมิงเหยาหายไปแล้ว เยว่ฉีจ้องมองคนตรงหน้ารู้สึกผิดสินะตอนนี้มันสายไปแล้วละ สิ่งที่เสียไปแล้วต่อให้รู้สึกผิดและต้องการอยากได้คืนมามากแค่ไหน ในเมื่อมันสายไปแล้ว ย่อมไม่มีทางได้คืนมาข่าวการกลับมาของหมิงเยว่ฉีสร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในดินแดนระดับสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะสามตระกูลใหญ่ พวกเขาได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน พร้อมตรวจสอบดูว่า คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจริงหรือ และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ทว่าค

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 7

    “พวกเจ้าไปทำงานต่อเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”“ขอรับคุณชาย” คนทั้งห้ารับคำ ด้วยสติเลื่อนลอยสตรีผู้นี้คือหมิงเยว่ฉี หมิงเยว่ฉีที่มีข่าวว่าตายไปแล้วหลังเหตุการณ์หยุดหยั้งผู้ก่อการร้ายเมื่อสิบปีก่อน หากพวกเขาจำไม่ผิด นางอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ทว่าพลังฝึกปราณที่สัมผัสได้กลับล้ำเลิศยิ่งนัก ทำเอาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ“เยว่ฉี เยว่ฉี” สองบุพการรีเมื่อรู้ข่าวก็รีบเดินทางมาพบนาง ทันที หลังยืนยันกับตาแล้วว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งสองคนถึงกับพรั่งพรูความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้นเนิ่นนานหลายเฟินกว่าพวกเขาจะสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ และกลับมาเป็นปกติ ถึงกระนั้นทั้งสามคนก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ดี“กลับมาได้ก็ดีแล้ว” คนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงต้วนจ้องมองเหลนสาวด้วยดวงตาสงสัย ชายชราดีใจไม่น้อยที่นางยังมีชีวิต ทว่าในความดีใจนั้นยังมีอีกสิ่งที่เขาต้องการอยากจะรู้“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” เขาสั่งให้ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไป แล้วกางม่านกั้นเสียงไว้“เอาละ ข้าดีใจในการกลับมาของเจ้า รวมถึงเข้าใจว่าพวกเจ้าต้องการใช้เวลาร่วมกัน แต่ตอนนี้ข้ามีอย่างหนึ่งต้องการอยากจะร

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาความสามารถของทั้งสองพลันพุ่งขึ้นสูงกว่าที่เคยเป็น เยว่ฉีได้ประสานเข้ากับจิตแห่งพงไพร เส้นพลังปราณที่เคยติดขัดตอนนี้เคลื่อนไหวได้สะดวก พลังปราณทั้งหมดถูกดูดซึมเข้าไปในปราณกำเนิด การฝึกเช่นนี้ไม่เพียงส่งผลให้ความสามารถของหญิงสาวพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด แต่ยังช่วยให้หานลั่วอี้เก่งขึ้นอีกด้วยหลังลืมตาขึ้นมาทั้งสองได้กลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นตำนานระดับสูง ก้าวสูงสุดที่มนุษย์จะสามารถก้าวขึ้นมาได้‘พวกเจ้าสำเร็จแล้วสินะ’ น้ำเสียงภูมิอกภูมิใจของหมิงเหยา ทำเอาทั้งคู่ที่มองสบตากันยิ้มออกมา“ท่านปู่ทวดมีเหลนสาวเก่งย่อมภูมิใจเป็นธรรมดา”‘เสร็จธุระของพวกเจ้าแล้วก็ออกไปได้แล้ว’“ท่านอาจารย์ ศิษย์พึ่งจะฝึกเสร็จก็คิดจะไล่กันเลยหรือเจ้าคะ? น่าน้อยใจจริง ๆ ”‘หากมุมปากเจ้าไม่ยกขึ้น บางทีข้าอาจจะเชื่อว่าเจ้ากำลังน้อยใจอยู่’ เสียงชายชราเต็มไปด้วยความละเหี่ยใจ ถึงอย่างนั้นในจุดที่คนอื่นมองไม่เห็นมุมปากเขากลับโค้งขึ้นมา“ท่านปู่ทวด ข้าดีใจที่ท่านยังอยู่กับข้า ไว้ข้าจะเข้ามาคุยเล่นด้วยใหม่นะเจ้าคะ”ว่าจบร่างทั้งสองพลันหายออกจากมิติไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกอบอุ่นบางเบา‘มีเหลนนิสัยเช่นนี้ก็ไม่เ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 5

    “หล่อจริง ๆ ด้วย” เยว่ฉีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังเปลี่ยนลุคสามีจากหนุ่มสไตล์ย้อนยุคสู่หนุ่มยุคปัจจุบันกางเกงขาสามส่วนพอดีด้วย บวกกับรองเท้าหนังขัดเงา ด้านบนสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวพอดีตัว อวดทรวดทรงอันสมบูรณ์และร่างกายที่ถูกดูแลมาอย่างดีผมสีดำเงางามถูกหมัดขึ้นเป็นหางม้าด้านหลัง ยามเดินเข้ามาใกล้พร้อมมุมปากหยักยิ้มเล็กน้อย ออร่าความหล่อเหลาพลันกระแทกตา เยว่ฉีเห็นว่าพนักงานร้านหลายคนถึงกับเก็บอาการไม่อยู่มองมาที่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ภรรยาเจ้าชอบหรือไม่?” และที่ทำให้คนทั้งหลายหน้าแดงมากขึ้นไปอีก คือท่าทางรอคำตอบอย่างสุนัขแสนเชื่อง ดวงตาคาดหวัง“หล่อมาก” แล้วใบหน้าเป็นกังวลก็หยักยิ้มออกมาเยว่ฉีได้ยินเสียงกรี๊ดเกิดขึ้นจากบริเวณโดยรอบคงต้องรีบพาชายผู้นี้ออกจากร้านนี้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นหญิงสาวมากมายคงได้เป็นลมหมดสติเพราะความหล่อของเขา“ทุกชุดที่เขาลอง ซื้อทั้งหมดเลยค่ะ”“ค่ะ ทางเราจะรีบเตรียมให้”“ภรรยาแล้วเจ้า?”“ข้าเลือกชุดข้าแล้ว ท่านรออยู่ตรงนี้” กล่าวจบหญิงสาวก็เข้าไปเปลี่ยนชุดชุดที่เยว่ฉีเลือกคือเดรสลูกไม้คอกลมสีฟ้าอ่อนยาวคลุมเข่าลงไปเล็กน้อย เป็นเดรสที่เห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status