Share

ตอนที่ 6 เพื่อนบ้าน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-15 21:56:44

“คนพิการเช่นข้าสามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้จริงหรือ” น้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ของหานลั่วอี้ ไม่ได้ทำให้ความสุขบนใบหน้านางลดลง บุรุษผู้นี้ยังคงกังวลว่าเพราะขาทั้งสองข้างจะทำให้นางลำบาก นางจึงเดินเข้าไปใกล้อีกก้าววางมือลงบนหลังมือแกร่ง

เยว่ฉียังไม่พร้อมจะพูดเรื่องมิติให้สามีฟังตอนนี้ นางต้องการเวลามากกว่านี้ รอให้เขาคุ้นเคยกับนางทั้งยังเชื่อใจกันมากกว่านี้อีกสักนิด ให้ความรู้สึกมากมายก่อเกิดเป็นความยึดมั่นและไว้ใจ เมื่อถึงตอนนั้นนางจะไม่ปิดบังและพูดทุกอย่างออกไป

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เยว่ฉีต้องการจะรู้ว่าหากเขาสัมผัสถึงความผิดปกติบางอย่างจะยังปฏิบัติต่อนางเช่นเดิมหรือไม่

ไม่ใช่ว่าเยว่ฉีขี้ระแวง แต่กลับคนที่พึ่งเจอกันแม้จะรู้สึกว่า คนคนนี้ไว้ใจได้ เขาไม่ใช่คนเลวร้าย อีกทั้งนางยังโชคดีจริง ๆ ที่ได้แต่งงานกับเขา หากแต่งงานกับคนอื่นเยว่ฉีก็ไม่มั่นใจว่าจะพบโชควาสนาและมีชีวิตจากที่เป็นอยู่หรือไม่ แต่ถึงจะโชคดีแต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ทั้งหมด เรื่องความเชื่อใจ น้ำใสใจจริงต้องใช้เวลาดูกันอีกยาว

“ข้าพูดความจริง”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ในเมื่อนางยืนยันเช่นนั้นเขาก็ไม่เอ่ยย้ำ ทั้งยังไม่ถามว่านางหายไปที่ใด ความไว้ใจจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลาและเขาก็หวังว่าพอเวลาผ่านไปนานกว่านี้นางจะยอมบอกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในวันนี้

เยว่ฉีเดินอ้อมไปด้านหลังรถเข็นต้องการพาหานลั่วอี้เข้าไปในบ้าน ทว่ายังไม่ทันจะได้หันรถกลับไปทางประตูก็ได้ยินเสียงเรียกขานจากหน้าบ้านเสียก่อน

ทั้งสองคนมองหน้ากันนึกสงสัยอยู่ไม่น้อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปหน้าบ้านด้วยกันทั้งคู่

หลังบานประตูเปิดออกตรงหน้าทั้งสองคนมีหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรียืนอยู่ ใบหน้าคนแปลกหน้าประดับรอยยิ้ม ดวงตาใสซื่อไร้พิษภัย

“มีอันใดหรือ?” เยว่ฉีเอ่ยถามออกไป ในมือคนทั้งสองมีไข่ไก่และเนื้อสัตว์บรรจุอยู่ในตะกร้าใบเล็ก

“สวัสดีเมื่อวานไม่ได้มาทักทาย ข้ากับภรรยาอาศัยอยู่บ้านหลังข้าง ๆ เห็นว่าบ้านหลังนี้มีคนย้ายมาอยู่ใหม่จึงได้นำของมาเยี่ยมต้อนรับ” บุรุษร่างกายกำยำท่าทางซื่อ ๆ กล่าวพร้อมกับชี้มือบอกว่าบ้านตั้งอยู่ที่ใด คำพูดและสายตาของบุรุษตรงหน้ายามเอ่ยประโยคนี้เต็มไปด้วยความจริงใจไร้การเสแสร้ง พลันทำให้ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อคู่สามีภรรยาไม่น้อย

ผู้ถูกเยี่ยมเยียนหลังรู้สึกแปลกใจก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ด้วยเมื่อวานชาวบ้านส่วนมากต่างไม่อยากจะต้อนรับคนทั้งสาม คงจะเห็นว่าครอบครัวนางมีทั้งคนป่วยและคนพิการ ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำเหล่านี้จึงไม่ต้องการยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว หรือไม่ก็กลัวว่าพวกเขาจะไปสร้างความลำบากให้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้การกระทำของทั้งสองคนจึงทำให้สองสามีภรรยาอดที่จะรู้สึกประหลาดใจและเป็นมิตรอยู่หลายส่วน

ในยามที่คุณลำบากมักจะเห็นน้ำใสใจจริงได้ชัดเจนที่สุดคำพูดนี้ไม่เกินจริง และสองคนนี้ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ดีมากอันใดแต่กลับยื่นความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อยมาให้

เยว่ฉีจำได้ว่าไข่ไก่สำหรับโลกนี้ราคาไม่ถูกเลยแต่มองดูของในตะกร้าแล้วกลับมีถึงหกฟอง

“ของพวกนี้อาจจะเป็นเพียงของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ข้ากับภรรยาตั้งใจนำมาให้”

“รู้จักกันแล้วไม่จำเป็นต้องมากพิธี ข้าชื่อเยว่ฉี ส่วนบุรุษผู้นี้ชื่อหานลั่วอี้ สามีข้า” เยว่ฉียื่นมือไปรับตะกร้าของ กล่าวยิ้ม ๆ อีกฝ่ายคล้ายพึ่งรู้ตัวจึงยิ้มแห้งมาให้

“เสียมารยาทแล้ว ข้าชื่อเฟิงซิ่ว ส่วนสตรีข้างกายชื่อหลัวหรูภรรยาข้า เรียกข้าว่าพี่เฟิงแล้วกันดูแล้วเจ้าและสามีน่าจะอายุน้อยกว่า ส่วนภรรยาข้าพึ่งอายุสิบแปด”

“ยินดีที่ได้รู้จัก งั้นข้าไม่ถือมารยาทขอเรียกท่านว่าพี่เฟิง พี่หลัวแล้ว ข้าอายุสิบหก ส่วนสามีข้าอายุยี่สิบปี”

“เช่นนั้นข้าขอเรียกน้องเยว่ กับน้องหานแล้ว” การพูดคุยแสนสนิทสนมของคนทั้งสี่สร้างประกายความสับสนมึนงงให้คนผ่านไปผ่านมาไม่น้อย มีชาวบ้านหลายคนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจที่สองสามีภรรยามาทำความรู้จักกับครอบครัวหาน ถึงกับมีหลายคนหันมาทางพวกเขาแล้วหันไปกระซิบกระซาบกัน

เยว่ฉีไม่พูดก็ไม่ได้จึงเอ่ยถามออกไป

“พี่เฟิง พี่หลัว อย่าได้เข้าใจผิดว่าข้าคิดเป็นอื่นข้าล้วนดีใจที่พวกท่านเข้ามาทักทายครอบครัวข้า เพียงแต่ข้าสงสัยพวกท่านไม่กลัวว่าชาวบ้านจะมองท่านไม่ดีหรือ?” คำพูดตรงไปตรงมาของนางสร้างรอยยิ้มบนดวงตาคนทั้งคู่ ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันก่อนที่หลัวหรูจะหันมามองเด็กสาวตรงหน้า เอ่ยเสียงอ่อนโยน

“น้องเยว่ ในเมื่อเจ้าสงสัยเช่นนั้นก่อนจะตอบคำถามข้าขอถามเจ้าสองสามประโยค”

“เชิญพี่หลัวกล่าว”

“เจ้าและสามีเคยฆ่าคนโดยไม่สนดีชั่วหรือไม่?”

“ไม่เคย”

“เจ้าและสามีเคยทำเรื่องผิดศีลธรรม ฉุดเด็กและสตรีหรือไม่”

“ล้วนไม่เคย”

“ในเมื่อพวกเจ้าไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำแล้วเหตุใดข้ากับสามีจะเข้ามาทำความคุ้นเคยไม่ได้เลา เป็นเพื่อนบ้านกันสนิทสนมกันไว้ไม่ดีกว่าหรือ? ข้ากับสามีเพียงต้องการทำความรู้จัก อยากจะรู้ว่าคนที่มาอาศัยอยู่บ้านข้าง ๆ เป็นคนเช่นไร มีนิสัยเช่นไร ฟังจากที่พูดคุยกันไม่กี่ประโยคข้าก็พอจะรู้ว่าพวกเจ้าหาใช่คนชั่วช้า ทั้งยังเปิดเผยไม่น้อย” ประโยคคำพูดของนางสร้างความอบอุ่นใจและความประทับใจให้คนทั้งคู่ไม่น้อย คำพูดของหลัวหรูออกมาจากใจจริง น้ำเสียงหนักแน่นและสายตาซื่อสัตย์ช่วยให้ทั้งสองรู้สึกว่าการย้ายมาอยู่บ้านชวีซานก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด อย่างน้อยก็ได้พบพานเพื่อนบ้านที่จริงใจเช่นนี้

ได้พบกับผู้คนที่ไม่รังเกียจความเป็นอยู่เช่นนี้ของพวกเขา ซึ่งในโลกนี้หาได้ยากยิ่งนัก

“พี่หลัวข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่พวกท่านหยิบยื่นให้ ในวันหน้าหากมีวาสนาได้ดี ข้าล้วนไม่คิดลืมบุญคุณ”

“บุญคุณอันใดกัน ข้านำของมาให้พวกเจ้า ใช่ต้องการการตอบแทน แค่จริงใจต่อกันเป็นพอ” เฟิงซิ่วเอ่ยขัดคำพูดระรื่นหูของเยว่ฉี ในดวงตาของเขามีความเอ็นดูอยู่หลายส่วน เป็นความเอ็นดูแสนบริสุทธิ์ไร้ความรู้สึกอื่นใด

“ใช่แล้วน้องเยว่ อย่างที่สามีข้ากล่าว อย่าได้คิดเป็นบุญคุณ”

“ขอบคุณพี่ทั้งสองอีกครั้ง เช่นนั้นไม่กล่าวเรื่องนี้แล้ว พวกท่านอุตส่าห์มาหาแต่ข้าตอนนี้ไม่มีสิ่งใดจะมอบให้ ข้าละอายใจแล้ว” เยว่ฉีพูดยิ้ม ๆ ทั้งสองเข้าใจว่านางเพียงหยอกเย้าจึงไม่คิดสิ่งใด หัวเราะเบา ๆ ไปกับคำพูดนั้น

หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็พูดคุยกันอีกหลายประโยค หานลั่วอี้เข้าร่วมการพูดคุยบ้างบางครั้ง แต่ส่วนมากจะมีเพียงครอบครัวตระกูลเฟิงและเยว่ฉีที่พูดคุยมากกว่า จวบจนมาถึงช่วงหนึ่งเยว่ฉีเอ่ยถามว่าพอจะมีงานใดให้นางทำได้บ้าง ทั้งสองจึงมองหน้ากันแล้วเอ่ย

“น้องเยว่ ทุกเช้าข้ากับสามีจะขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณมาขาย เช่นนั้นเจ้าก็ไปกับพวกข้า ข้าจะสอนดูพืชวิญญาณให้เจ้า แม้รายได้จะไม่ถึงกับทำให้ร่ำรวยแต่ก็เพียงพอใช้จ่ายในครัวเรือน แต่หากว่าเจ้าโชคดีพบเจอพืชวิญญาณระดับสูง เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นโชควาสนา เพราะพืชวิญญาณระดับสูงมักได้ราคางาม”

“ขอบคุณพี่หลัวสำหรับคำแนะนำ เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว พรุ่งนี้ขอขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณพร้อมกับพวกท่าน”

พูดคุยกันไม่นานก็รู้สึกสนิทสนมราวกับรู้จักกันมาหลายปี หลังพูดคุยจนเวลาล่วงเลยไปหลายเค่อ ทั้งสองก็ขอตัวกลับบ้านไปทำงานส่วนอื่นต่อ เยว่ฉีก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะรั้งคนให้อยู่ต่อจึงกล่าวลากันสองสามประโยคก่อนจะแยกย้าย

คืนนี้เยว่ฉีตั้งใจจะศึกษาหนังสือเล่มน้อยที่นำออกมาด้วย ผู้อาวุโสหมิงบอกกับนางว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับพืชวิญญาณในสวน

ใช่แล้ว สวนหญ้าที่นางเข้าใจในตอนแรกคือสวนพืชวิญญาณซึ่งตอนนี้เยว่ฉียังไม่มีคุณสมบัติในการนำออกมาใช้ ผู้อาวุโสบอกว่ารอให้ร่างกายนางแข็งแรงมากกว่านี้ก่อนค่อยมาตรวจสอบดูว่านางมีคุณสมบัติในการฝึกปราณหรือไม่ หากไม่มีก็ยากที่จะใช้งานมิติได้ดี ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่เหมาะสมถึงจะสามารถใช้พลังพิเศษได้อย่างเต็มที่

ส่วนน้ำวิเศษที่ได้มาจากบ่อ เรียกว่า น้ำแห่งชีวิต ซึ่งออกมาจากต้นไม้แห่งชีวิตที่ยืนตระหง่านอยู่กลางบ่อน้ำ เยว่ฉีคิดทบทวนว่าจะเริ่มรักษาหานลั่วอี้อย่างไรดี เพราะผู้อาวุโสบอกว่าต้องค่อย ๆ ให้ดื่ม ในเมื่อยังไม่พร้อมจะบอกความลับที่เก็บงำเอาไว้ นางจึงตัดสินใจจะหยดลงไปในอาหารที่ทำ

“พรุ่งนี้จะเริ่มหาเงินแล้วขอให้เก็บพืชวิญญาณได้เยอะ ๆ” เยว่ฉีพึมพำกับตัวเองก่อนจะก้าวขึ้นเตียงมานอนเคียงข้างหานลั่วอี้

หานลั่วอี้ได้ยินคำพูดเบาหวิวของนาง ในนัยน์ตาซึ่งซุกซ่อนอยู่ในความมืดปรากฏคลื่นอารมณ์เล็ก ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 10 จบตอนพิเศษ

    “ท่านแม่วันนี้พวกเราขึ้นเขามาทำไมหรือขอรับ?” หานฉินเยว่เอ่ยถาม เช้าวันนี้อยู่ ๆ ท่านแม่ก็ชวนพวกเขามาเดินเขากัน ทั้งที่ปกติมักจะปล่อยให้พวกเขามาเล่นกันเอง ทั้งยังไม่เคยอนุญาตให้เข้าไปในส่วนลึกของป่า เล่นได้แค่รอบนอกเท่านั้น“เมื่อคืนแม่กับพ่อนำของวิเศษมาซ่อนเอาไว้ และต้องการให้พวกลูกตามหาของวิเศษกลับมา”“ของวิเศษหรือขอรับ” ดวงตาเด็กทั้งสองเป็นประกาย จ้องหน้ากันก่อนจะหันมามองนาง“ใช่ เมื่อวานแม่เห็นแล้วว่ารุ่ยเอ๋อร์ใช้พลังจิตได้แล้ว ฉินเอ๋อร์เองก็มีความสามารถด้านพลังจิตเช่นเดียวกัน แม่จึงอยากทดสอบพวกเจ้า”“ทดสอบงั้นหรือ?”“นอกจากใช้พลังจิตสัมผัสตัวตนของแม่ พวกลูกเคยใช้พลังจิตทำอะไรอย่างอื่นหรือไม่”“ไม่ขอรับ” ทั้งสองคนตอบพร้อมเพรียงกัน“พลังจิตนั้นมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตรวจสอบสิ่งที่ผู้ฝึกปราณไม่สามารถทำได้ รวมถึงตรวจหาสิ่งที่มีพลังวิญญาณอัดแน่นอยู่ด้านใน นอกจากนี้หากพวกลูกแข็งแกร่งขึ้นไปอีกพลังจิตของลูกจะสามารถใช้ตรึงและจับเป้าหมายได้ด้วย”“เหมือนที่ท่านแม่ทำเมื่อวานหรือขอรับ?”“ใช่แล้ว” นางย่อตัวลงลูบหัวบุตรชายคนเล็ก ก่อนจะหันมาลูบหัวบุตรคนโต“ในเมื่อลูกเข้าใจแล้ว ก็ลองใช้พลังจิตแผ่ข

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ    ตอนพิเศษ 9

    “ลั่วอี้ท่านอยู่ที่ใด”“ภรรยาข้าอยู่นี่” เยว่ฉีหันไปตามเสียง เห็นสามีกำลังก้ม ๆ เงย ๆ จับปลาอยู่ในลำธารพวกเขาตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวของเยว่ฉี สถานที่แห่งนี้แยกห่างจากเกาะอื่นนับร้อยลี้ เหมาะต่อการใช้ชีวิตของพวกเขามากจริง ๆ บางวันหากนึกครึ้มใจก็สามารถเดินทางเข้าไปในเมืองได้ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาแล้วร่วมหนึ่งร้อยปี แต่ละวันของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาและเรียบง่ายอย่างที่ต้องการจะมีเข้าไปฝึกวิชาบ้าง ขึ้นเขาไปเก็บพืชวิญญาณบ้าง ท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ บ้าง แต่ละวันเรียบง่ายไม่ต่างจากการใช้ชีวิตธรรมดาอย่างที่ทั้งสองคนต้องการระหว่างนั้นทั้งสองได้ส่งข่าวไปหาสหายทั้งสองรวมถึงหานลั่วซานเป็นครั้งคราว เด็กชายในวันนั้นโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยม แถมเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วทั้งสองคนก็ได้กลับไปยังดินแดนระดับกลางเพื่อร่วมยินดีกับการให้กำเนิดทายาทของตระกูลเสิน และเข้าร่วมงานแต่งงานของหานลั่วซาน“ได้ปลาเยอะเลยหรือ? วันนี้คงทำปลาย่างและน้ำแกงปลาได้เยอะเลย เช่นนั้นวานท่านทำความสะอาดปลาด้วยนะ ข้าจะไปเก็บผักเสียหน่อย แล้วเจ้าตัวแสบเล่า”“อ๋อ เจ้าตัวแสบนะหรือ?” ชายหนุ่มเ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 8

    “หมิงเหยาพี่ขอโทษ ขอโทษเรื่อง...”“ท่านไม่ต้องขอโทษข้า เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้วข้าสามารถปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ข้ามีสิ่งที่สำคัญกว่าความรู้สึกเมื่อครั้งนั้น”อ่า...เจ้าปล่อยวางได้สินะ เพราะงั้นเจ้าถึงไม่สั่งให้นางสังหารฆ่า แก้แค้นคืนในสิ่งที่ข้ากระทำต่อเจ้า ตอนนี้เหลือเพียงข้าที่ยังจมอยู่กับความรู้สึกเมื่อครั้งนั้นและกระทำแต่เรื่องผิด ๆ มาตลอด ทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของข้า “แล้ว...”“ข้าไม่มีวันให้อภัยท่าน แม้ข้าจะไม่โกรธเกลียดท่านแล้ว แต่ข้าก็ไม่อาจให้อภัยท่านได้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะพูดคุยกับท่าน ต่อจากนี้ท่านก็ใช้ชีวิตให้สมกับสิ่งที่ท่านต้องการมาตลอดเถิด”บรรยากาศของหมิงเหยาหายไปแล้ว เยว่ฉีจ้องมองคนตรงหน้ารู้สึกผิดสินะตอนนี้มันสายไปแล้วละ สิ่งที่เสียไปแล้วต่อให้รู้สึกผิดและต้องการอยากได้คืนมามากแค่ไหน ในเมื่อมันสายไปแล้ว ย่อมไม่มีทางได้คืนมาข่าวการกลับมาของหมิงเยว่ฉีสร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในดินแดนระดับสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะสามตระกูลใหญ่ พวกเขาได้แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน พร้อมตรวจสอบดูว่า คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจริงหรือ และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ทว่าค

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 7

    “พวกเจ้าไปทำงานต่อเถิด ที่เหลือข้าจัดการเอง”“ขอรับคุณชาย” คนทั้งห้ารับคำ ด้วยสติเลื่อนลอยสตรีผู้นี้คือหมิงเยว่ฉี หมิงเยว่ฉีที่มีข่าวว่าตายไปแล้วหลังเหตุการณ์หยุดหยั้งผู้ก่อการร้ายเมื่อสิบปีก่อน หากพวกเขาจำไม่ผิด นางอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ทว่าพลังฝึกปราณที่สัมผัสได้กลับล้ำเลิศยิ่งนัก ทำเอาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ“เยว่ฉี เยว่ฉี” สองบุพการรีเมื่อรู้ข่าวก็รีบเดินทางมาพบนาง ทันที หลังยืนยันกับตาแล้วว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งสองคนถึงกับพรั่งพรูความรู้สึกในใจออกมาจนหมดสิ้นเนิ่นนานหลายเฟินกว่าพวกเขาจะสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้ และกลับมาเป็นปกติ ถึงกระนั้นทั้งสามคนก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ดี“กลับมาได้ก็ดีแล้ว” คนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นในที่สุดหมิงต้วนจ้องมองเหลนสาวด้วยดวงตาสงสัย ชายชราดีใจไม่น้อยที่นางยังมีชีวิต ทว่าในความดีใจนั้นยังมีอีกสิ่งที่เขาต้องการอยากจะรู้“พวกเจ้าที่เหลือออกไปก่อน” เขาสั่งให้ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไป แล้วกางม่านกั้นเสียงไว้“เอาละ ข้าดีใจในการกลับมาของเจ้า รวมถึงเข้าใจว่าพวกเจ้าต้องการใช้เวลาร่วมกัน แต่ตอนนี้ข้ามีอย่างหนึ่งต้องการอยากจะร

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาความสามารถของทั้งสองพลันพุ่งขึ้นสูงกว่าที่เคยเป็น เยว่ฉีได้ประสานเข้ากับจิตแห่งพงไพร เส้นพลังปราณที่เคยติดขัดตอนนี้เคลื่อนไหวได้สะดวก พลังปราณทั้งหมดถูกดูดซึมเข้าไปในปราณกำเนิด การฝึกเช่นนี้ไม่เพียงส่งผลให้ความสามารถของหญิงสาวพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด แต่ยังช่วยให้หานลั่วอี้เก่งขึ้นอีกด้วยหลังลืมตาขึ้นมาทั้งสองได้กลายเป็นผู้ฝึกปราณขั้นตำนานระดับสูง ก้าวสูงสุดที่มนุษย์จะสามารถก้าวขึ้นมาได้‘พวกเจ้าสำเร็จแล้วสินะ’ น้ำเสียงภูมิอกภูมิใจของหมิงเหยา ทำเอาทั้งคู่ที่มองสบตากันยิ้มออกมา“ท่านปู่ทวดมีเหลนสาวเก่งย่อมภูมิใจเป็นธรรมดา”‘เสร็จธุระของพวกเจ้าแล้วก็ออกไปได้แล้ว’“ท่านอาจารย์ ศิษย์พึ่งจะฝึกเสร็จก็คิดจะไล่กันเลยหรือเจ้าคะ? น่าน้อยใจจริง ๆ ”‘หากมุมปากเจ้าไม่ยกขึ้น บางทีข้าอาจจะเชื่อว่าเจ้ากำลังน้อยใจอยู่’ เสียงชายชราเต็มไปด้วยความละเหี่ยใจ ถึงอย่างนั้นในจุดที่คนอื่นมองไม่เห็นมุมปากเขากลับโค้งขึ้นมา“ท่านปู่ทวด ข้าดีใจที่ท่านยังอยู่กับข้า ไว้ข้าจะเข้ามาคุยเล่นด้วยใหม่นะเจ้าคะ”ว่าจบร่างทั้งสองพลันหายออกจากมิติไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกอบอุ่นบางเบา‘มีเหลนนิสัยเช่นนี้ก็ไม่เ

  • ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ   ตอนพิเศษ 5

    “หล่อจริง ๆ ด้วย” เยว่ฉีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังเปลี่ยนลุคสามีจากหนุ่มสไตล์ย้อนยุคสู่หนุ่มยุคปัจจุบันกางเกงขาสามส่วนพอดีด้วย บวกกับรองเท้าหนังขัดเงา ด้านบนสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีขาวพอดีตัว อวดทรวดทรงอันสมบูรณ์และร่างกายที่ถูกดูแลมาอย่างดีผมสีดำเงางามถูกหมัดขึ้นเป็นหางม้าด้านหลัง ยามเดินเข้ามาใกล้พร้อมมุมปากหยักยิ้มเล็กน้อย ออร่าความหล่อเหลาพลันกระแทกตา เยว่ฉีเห็นว่าพนักงานร้านหลายคนถึงกับเก็บอาการไม่อยู่มองมาที่เขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ภรรยาเจ้าชอบหรือไม่?” และที่ทำให้คนทั้งหลายหน้าแดงมากขึ้นไปอีก คือท่าทางรอคำตอบอย่างสุนัขแสนเชื่อง ดวงตาคาดหวัง“หล่อมาก” แล้วใบหน้าเป็นกังวลก็หยักยิ้มออกมาเยว่ฉีได้ยินเสียงกรี๊ดเกิดขึ้นจากบริเวณโดยรอบคงต้องรีบพาชายผู้นี้ออกจากร้านนี้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นหญิงสาวมากมายคงได้เป็นลมหมดสติเพราะความหล่อของเขา“ทุกชุดที่เขาลอง ซื้อทั้งหมดเลยค่ะ”“ค่ะ ทางเราจะรีบเตรียมให้”“ภรรยาแล้วเจ้า?”“ข้าเลือกชุดข้าแล้ว ท่านรออยู่ตรงนี้” กล่าวจบหญิงสาวก็เข้าไปเปลี่ยนชุดชุดที่เยว่ฉีเลือกคือเดรสลูกไม้คอกลมสีฟ้าอ่อนยาวคลุมเข่าลงไปเล็กน้อย เป็นเดรสที่เห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status