Share

ช่วยกันทำมาหากิน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 13:21:20

แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น

"พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี"

นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง

เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที

"ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย

หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง

"เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้"

"ขอรับ"

สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง

"เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง"

หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา

"หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้"

"ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน"

พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว

"นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ"

ตั้งแต่นางอยู่กินกับเขามาก็เห็นเพียงเขาจับพู่กันและอ่านตำรา ไม่เคยได้ทำอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้

"การเป็นทหารก็มีข้อดี ทำให้ข้าช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วยังช่วยเจ้าค้าขายได้"

เขาเอ่ยอย่างใจเย็นพร้อมกับเทน้ำลงมือนวดแป้งไปด้วย หลี่อันหนิงเริ่มเข้าใจและเผลอพูดกับเขาอย่างสนใจ

"ท่านไปรบตั้งห้าหกปีหรือไปค้าขายกันแน่"

"ทำทุกอย่างที่ไม่เคยได้ทำ"

นางเหม่อมองดูเขานวดแป้งอย่างคล่องมือ ความทรงจำในวันเก่า ๆ ผุดขึ้นมา

ในวันหนึ่งนางเคยทำซาลาเปาให้เขาไปกินที่สำนักศึกษา เป็นครั้งแรกที่นางหัดทำ รสชาติไม่ค่อยอร่อยนักและยังมีรูปร่างบิดเบี้ยว แต่เขายังกล่าวคำขอบคุณและไม่ปริปากบ่น ครานั้นราวกับโลกทั้งใบของนางมีแต่ความสดใส นอกจากเขาไม่ได้เย็นชาเช่นทุกครั้งยังยินยอมพูดดีกับนาง

หลี่อันหนิงได้สติ เมื่อใบหน้าหล่อ ๆ ยื่นเข้ามาจ้องนางห่างกันแค่คืบเดียว สายตานั้นดูเปลี่ยนไป ทั้งเปล่งประกายและมีแววเจ้าเล่ห์

"ถึงกับเหม่อเลยหรือ ข้าชอบที่เจ้าเผยตัวเองออกมาเช่นนี้ ทำให้ข้าคิดถึงวันเก่า ๆ ของเรา"

เสียงกระซิบชวนหวั่นไหวทำให้หลี่อันหนิงตื่นจากความคิด เมื่อก่อนเขาเย็นชาและพูดน้อยนางยังลุ่มหลงขนาดนั้น หากเห็นเขาแสดงออกเช่นตอนนี้นางไม่มัวเมาจนหลงลืมทางกลับบ้านเลยหรือ

แต่ตอนนี้กลับต่างกันแม้ใจนางจะสั่นไหว แต่ต้องควบคุมสติให้มั่นคง หลี่อันหนิงถอยห่างออกจากเขาที่ยิ้มจาง ๆ อยู่ด้านหน้า นางหลบสายตาและพูดกลบเกลื่อน

"ท่านพูดมากเกินไปแล้ว ข้าจะทำไส้ แล้วจะห่อ หากนวดเสร็จจะไปทำอะไรก็ไปเถิด"

เมื่อห้ามความดื้อรั้นของเขาไม่ได้นางจึงได้แต่โบ้ยให้เขาไปทำอย่างอื่นแทน แต่แล้วนางก็ได้ยินสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกครั้ง

"ข้าจะช่วยเจ้าจนเสร็จแล้วจะไปขายช่วย"

"ไม่ต้อง"

ดวงตากลมตวัดมองเขาอย่างแข็งกร้าว หลิวเวินเซียนจึงผงกศีรษะยินยอม เขาคงวุ่นวายกับนางเกินไปเมื่อนางเริ่มโกรธเขาก็ควรยินยอมและตามใจนาง

"ก็ได้ ข้าจะไม่ยุ่ง"

เสี่ยวหลานเดินเข้ามาเห็นภาพพ่อที่ทำหน้าสลดและแม่ที่บึ้งตึง เด็กน้อยจึงเอ่ยเสียงสดใส

"ท่านแม่ท่านพ่อ ทำอะไรอยู่ขอรับ มีอะไรให้เสี่ยวหลานช่วยหรือไม่"

เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้ว เปลี่ยนบรรยากาศขุ่นมัวเมื่อครู่ให้มีชีวิตชีวามากขึ้น

"เสี่ยวหลานไปเล่นก่อนเถิดแม่จะทำขนม"

นางมองดูบุตรชาย ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนต่างจากเมื่อครู่

"ไม่มีอะไรทำแล้วขอรับ ข้าถูบ้านเสร็จแล้ว"

ไม่ต้องมีคำสั่งแต่เสี่ยวหลานก็กุลีกุจอช่วยอย่างนี้เสมอมา เขาเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่ายแล้วยังกตัญญู นับเป็นสิ่งที่หลี่อันหนิงภาคภูมิใจ ยิ่งระยะหลังนางไม่เคยดุ ไม่เคยตีแต่หันมาสอนด้วยเหตุผลและมีเมตตา บุตรชายยิ่งเชื่อฟังหมดใจ เป็นเด็กร่าเริงสดใสยิ่งกว่าเด็กทั่วไป

หลิวเวินเซียนยิ้ม เดินไปล้างมือแล้วอุ้มลูกชายที่น่ารักของเขาขึ้นมา เสี่ยวหลานที่ไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากบิดามาก่อน หัวใจของเขาก็เริ่มพองโต

"เก่งที่สุดเลยเสี่ยวหลานเด็กดีของพ่อ มาเถิดพ่อจะเล่านิทานให้เจ้าฟัง"

เขาอุ้มเสี่ยวหลานไปนั่งที่แคร่ อุ้มบุตรชายนั่งตักแล้วนำตำรามากางออกเริ่มอ่านให้ฟัง เสี่ยวหลานที่ตั้งใจฟังทั้งตื่นเต้นและสนใจ

หลี่อันหนิงมองภาพนั้นพลันในใจของนางก็อบอุ่นขึ้น แต่นางก็สลัดความคิดออกไปแล้วหันไปตั้งใจทำขนมต่อ

เช้าวันต่อมาหลี่อันหนิงเตรียมของแต่เช้าทว่ายังช้ากว่าหลิวเวินเซียน เขาถือของเต็มมือเดินนำหน้านางไปที่ตลาดโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ท้วงติง หลี่อันหนิงทำสิ่งใดไม่ได้ทำได้เพียงจูงมือลูกเดินตามไป

เขาไปขอยืมโต๊ะมาได้ก็จัดการวางของให้นางอย่างเป็นระเบียบและตั้งโต๊ะอีกตัวข้างนาง รับจ้างอ่านจดหมายและเขียนอักษร ถึงแม้นางจะเย็นชาและมองผ่านเขาเหมือนอากาศแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ คิดเพียงว่าได้ไถ่โทษที่เขาและครอบครัวเคยทำกับนางเอาไว้

เสี่ยวหลานยืนมองพ่อและแม่

ที่หาเงินคนละอย่าง รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้า เด็กชายรู้สึกอบอุ่นในใจ แม้บรรยากาศยังตึงเครียดอยู่ เขาช่วยแม่เรียกลูกค้าร้องขายซาลาเปา ความน่าเอ็นดูทำให้ลูกค้าหลายคนเดินกลับมาซื้อซ้ำ เมื่อคนเริ่มซาเขาก็วิ่งมาหาบิดา ยิ้มให้คนผ่านไปมา ความร่าเริงของเขาดึงดูดคนให้มาถามไถ่ หลายคนเผลอจ้างให้พ่อของเขาเขียนจดหมายให้

"นั่นบัณฑิตหลิว มาทำอะไรตรงนี้"

ชาวบ้านที่รู้จักหลิวเวินเซียนจับกลุ่มซุบซิบกัน

"ตระกูลหลิวร่ำรวยและมีเกียรติ เหตุใดเขาจึงมารับจ้างทั้งที่ไม่ได้เดือดร้อน"

อีกคนชี้ไปที่หลี่อันหนิง

"เพราะนางใช่หรือไม่ที่ขายซาลาเปาอยู่ข้าง ๆ แล้วดูเด็กนั่นสิ ไหนแม่นางเมิ่งบอกว่าเป็นลูกชายชู้ เหตุใดหน้าตาจึงเหมือนหลิวเวินเซียนทุกกระเบียดนิ้วเช่นนั้น"

จากกลุ่มเล็กกลายเป็นกลุ่มใหญ่ ผู้คนเริ่มสงสัยพูดกันปากต่อปาก ข่าวนี้ก็เริ่มแพร่กระจายออกเป็นวงกว้างภายในไม่กี่วัน

ลูกค้าเห็นแผงของหลี่อันหนิงและหลิวเวินเซียนอยู่ติดกัน คนที่ไม่รู้จักจึงถามเขาเกี่ยวกับนาง

"แผงข้างท่านเป็นคนรู้จักหรือเห็นตั้งใกล้กันนัก หรือว่ามาด้วยกัน"

กลุ่มสตรีวัยกลางคนที่ทำท่าเดินเข้ามาเพราะเห็นความงามสง่าของหลิวเวินเซียน พวกนางอยากสนทนาด้วยเพราะนาน ๆ จะเห็นคนหล่อหน้าตาดีหลงมาสักครั้ง

"นั่นภรรยากับลูกของข้าเองขอรับ เรามาด้วยกันแต่แยกทำงานตามความถนัด"

บรรดาสตรีเหล่านั้นต่างตกอกตกใจ บ้างเอามือทาบอก บ้างทำหน้าหดหู่

"ท่านป้าสนใจซื้อซาลาเปา หรือใช้บริการกับข้าย่อมได้ทั้งนั้น"

เขาเริ่มเปิดการขาย หญิงคนหนึ่งทำหน้าไม่พอใจขึ้นมา

"เฮอะ ใครเป็นป้าเจ้ากัน ไปเถอะพวกเราเสียเวลาจริง ๆ ข้าต้องรีบกลับแล้ว ป่านนี้สามีคงหิวแย่แล้ว"

พวกนางแห่กันมาแล้วเดินตามก้นกันเป็นพรวนเดินจากไป หลิวเวินเซียนมองหน้ากันกับเสี่ยวหลาน สองพ่อลูกต่างหัวเราะด้วยกัน เสี่ยวหลานหัวเราะดังขึ้นหลังเห็นท่าทีสตรีที่เข้ามาเกี้ยวพาราสีบิดาของเขาเมื่อครู่

"เป็นสามีภรรยากันรึ ขยันจริง ๆ แถมลูกยังช่วยพ่อแม่หาเงินอีก ไม่นานครอบครัวเจ้าจะรุ่งเรือง เชื่อข้าสิ"

บัณฑิตอาวุโสคนหนึ่งเดินผ่านมาทักทายอย่างอารมณ์ดีแล้วยกมือลูบเคราขาว ๆ เดินจากไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตอนจบ

    หกเดือนผ่านไปที่จวนตระกูลหยาง ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหารือกันที่ตระกูลหยางเรื่องของหยางเจียหรงและจ้าวหยางซิน "อีกไม่กี่เดือนเจียหรงก็จะย้ายกลับมาประจำที่เมืองหลวง พร้อมกับเลื่อนตำแหน่ง ข้ากับใต้เท้าหยางหารือกันแล้วว่าหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเหมาะสม" หวังเฟิ่งเหยา มารดาหยางเจียหรงกล่าวขึ้นในมื้ออาหารค่ำ ที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาสองครอบครัว "ข้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ลูกเราสองฝ่ายก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว ควรรีบหน่อย" จ้าวฮูหยินไม่ขัดข้องเพราะนางกับสามีเคยหารือเรื่องนี้กันมาแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อสนทนาหลักในครอบครัว เมื่อเห็นพ้องต้องกันจึงเริ่มดำเนินการตามประเพณี การจัดหาสินสอดของหมั้นของฝ่ายชายมีหวังเฟิ่งเหยาเป็นคนจัดการทั้งหมด ด้านฝั่งตระกูลจ้าวมีจ้าวฮูหยินเตรียมงานและเตรียมสินเดิมให้บุตรสาว หลังจากงานก่อสร้างที่เมืองจินหลิงเสร็จสิ้น หยางเจียหรงได้เลื่อนขั้นและประจำที่เมืองหลวง หลังจากนั้นอีกสามเดือนจึงมีพิธีแต่งงานของทั้งสองตระกูล หลิวเวินเซียน หลี่อันหนิงและคนอื่นในตระกูลหลิวได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานนี้ในฐานะแขกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง บรรยากาศงานมงคลเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่หาได้ยากนัก ภาย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   จ้าวหยางซินกับความรักครั้งใหม่

    ห้าวันต่อมาฮ่องเต้ส่งรองเจ้ากรมโยธาธิการไปที่จินหลิงเพื่อก่อสร้างสำนักศึกษาเพิ่ม เพราะตอนนี้เร่งขยายความเจริญไปสู่เมืองรองและเมืองจินหลิงคือเป้าหมายแรกเพราะมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเมืองอื่น ๆ แม้จะมีขุนนางร่วมเดินทางหลายคนแต่ยังขาดอีกหนึ่งคน เพราะขุนนางที่รับผิดชอบอีกคนอายุมากและมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ หยางเจียหรงจึงรับอาสาและได้รับอนุญาต หากสำนักศึกษาสร้างแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี หยางเจียหรงที่อาสาไปเมืองรองอย่างจินหลิงจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นการตอบแทนความเสียสละออกไปทำงานแทนขุนนางอีกคนที่อายุมากแล้ว "เจ้าสบายใจได้ งานทางนี้ข้ากับเจ้าหน้าที่อีกสามคนรับมือไหว สามารถทำแทนเจ้าได้" หลิวเวินเซียนกล่าวขึ้นขณะเดินออกมาจากท้องพระโรง "ขอบคุณใต้เท้าหลิวที่แบกรับหน้าที่แทน ข้าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จไว ๆ ขอรับ" หลิวเวินเซียนยิ้มให้กำลังใจ เขาพอคาดเดาได้ว่าหยางเจียหรงอาสาไปจินหลิงเพราะเหตุใด เพื่อให้เขาได้สมหวังจึงเปิดทางให้อย่างเต็มใจ เมื่อถึงวันไปจินหลิงขบวนจากเมืองหลวงเดินทางกันแต่เช้า เดินทางราวสองชั่วยามก็ถึงจุดหมาย เมื่อไปถึงคณะขุนนางจากเมืองหลวงเริ่มประชุมวางแผนงานทันที "คืนนี้ที่จินหลิ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ย้ายเข้าเมืองหลวง

    บ้านตระกูลหลิวที่เคยเต็มไปด้วยความทุกข์ในเมื่อก่อนค่อย ๆ มีเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ความรักและความเอาใจใส่ของครอบครัวเล็ก ๆ ทำให้ทุกวันเต็มไปด้วยความสุขที่เรียบง่าย ถึงวันประกาศผลสอบ ทุกคนต่างตื่นเต้นไม่แพ้หลิวเวินเซียน "ดูประกาศผลสอบแล้ว ข้าจะรีบกลับมาขอรับ" เขาบอกคนในบ้านที่มาส่งขึ้นรถม้า "ข้ารับรองว่าเวินเซียนต้องสอบได้แน่" สหายที่ยืนรออยู่กล่าวกับทุกคน เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาอวยพรบิดาอย่างตื่นเต้น "ท่านพ่อรีบกลับมานะขอรับ เสี่ยวหลานมั่นใจว่าท่านพ่อทำได้" "แน่นอนพ่อจะรีบกลับมา เจ้าอยู่บ้านเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าซนมากนัก" เขาพูดพลางลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ เด็กน้อยผงกศีรษะรับ เชื่อฟังบิดาสุดหัวใจ "ขอรับท่านพ่อ" รถม้าเคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับความหวังของทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวหลิวเวินเซียน เมื่อมาถึง เหล่าบัณฑิตที่มาดูประกาศผลสอบต่างมุ่งหน้าไปที่ป้ายประกาศกันคับคั่ง หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงไม่ต่างจากเมื่อครั้งสอบ เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ รายชื่ออันดับต้น ๆ ก็ชัดเจนปรากฏแก่สายตา "ลำดับ…สาม…เจ้าสอบได้ลำดับที่สามจริงหรือ" สหายชี้มือไปที่รายชื่อลำดับที่สามพูดขึ้นอย่างยินดี หล

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เผยความในใจ

    หลิวเวินเซียนนั่งอยู่หน้าห้องโถง ข้างกายมีหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลานนอนหลับอยู่ข้างมารดา หลี่อันหนิงมองไปรอบกายก่อนหยุดสายตาที่หลิวเวินเซียน จู่ ๆ นางก็ถามเรื่องในอดีตขึ้นมา "เมื่อก่อนข้าเคยยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพื่อจับท่านเป็นสามี แล้วท่านเล่ารู้อยู่แก่ใจเหตุใดไม่ปฏิเสธแล้วเอาความกับข้า" เขาก้มลงมองนาง ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความอ่อนโยน "ข้าจะปฏิเสธเจ้าทำไมกัน" ยิ่งเขาพูดอย่างนี้นางก็ยิ่งฉงนใจนัก "ก็ข้าทำเรื่องน่าอาย ท่านก็รู้ว่ามิใช่ความจริงแต่ไม่เห็นด่าข้า หรือต่อว่าข้าแรง ๆ" เขายิ้มมองนางสายตาเจ้าเล่ห์ "จะทำเช่นนั้นทำไมเล่า ในเมื่อข้าก็แอบชอบเจ้าเหมือนกัน" หลี่อันหนิงเบิกตากว้างขึ้น นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เคยรู้มาแต่แรก "ท่านว่าอย่างไรนะ" เขามองนางเหมือนเรื่องที่พูดเมื่อครู่มิได้น่าตื่นเต้น เพราะเขารู้สึกเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว "ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า ความจริง ข้าแอบชอบเจ้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเจ้า เรื่องวันนั้น ข้าเองที่จงใจจะเดินผ่านเจ้า จะหาเรื่องคุยกับเจ้าให้ได้ แต่แล้วเจ้าก็เริ่มก่อนข้าเลยไม่ขัดข้อง" หลี่อันหนิงหน้าแดงเห่อร้อนทันที นางหน้าไม่อาย แล้วดูเขาสิกำลังส

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   รับผลกรรม

    หลิวจิ่นหงเดินทางกลับมาจากไปพบคู่ค้า เมื่อถึงบ้านก็พบกับบิดาที่มีสีหน้าเคร่งขรึมรออยู่ "ท่านพ่อ มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือขอรับ" "หย่ากับเมิ่งฉีซะ นางทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัย" หลิวจิ่นหงมึนงงกับการกระทำของบิดา ผู้เฒ่าหลิวจึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมดซึ่งหลิวจิ่นหงคาดไม่ถึงสักเรื่อง "นางร้ายกาจถึงเพียงนั้นหรือขอรับ" "หากข้าไม่ส่งคนคอยสืบก็คงไม่รู้ความจริง เสียนหาวก็คงถูกนางปั่นหัว กลับมาคราวนี้เห็นทีต้องทบทวนกันใหม่" หลิวจิ่นหงจึงเขียนหนังสือหย่ากับเมิ่งฉี ให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งตอบแทนที่เคยเลี้ยงดูหลิวเวินเซียนมาตั้งแต่เด็ก ถือว่าเป็นสินน้ำใจครั้งสุดท้ายที่ตระกูลหลิวมอบให้นาง เมิ่งฉีกลับไปบ้านนอกด้วยความอับอาย เสียงล้อเลียนและสายตารังเกียจจากคนรอบข้างทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกกดทับทุกฝีก้าว "คนไร้คุณธรรมเช่นนี้ไม่น่าอยู่ในหมู่บ้านให้เป็นเสนียดเลย" คำพูดเหล่านั้นดังสะท้อนอยู่ในหัวของนาง แม้พยายามดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ไม่มีใครอยากรับนางทำงาน เงินที่ได้มาก็ใช้ไปทุกวัน ร่อยหรอลงทุกที ความลำบากซ้ำเติมความอับอายของนางให้มากขึ้นทุกวันที่ชีวิตดำเนินไป ทุกฝีก้าวที่เดินไปเหมื

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   กลับเข้าตระกูลหลิว

    วันต่อมา เมิ่งฉีเดินทางไปยังตระกูลจ้าวเพียงลำพัง คร่ำครวญในใจว่า "คราวนี้ข้าจะทำให้จ้าวหยางซินต้องตกลงแต่งงานกับเวินเซียนให้ได้" นางหมายมัดมือชกทั้งคู่หวังว่าเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้หลี่อันหนิงไปให้พ้นจากตระกูลหลิว เมื่อมาถึงตระกูลจ้าว เมิ่งฉีพยายามพูดจาโน้มน้าวจ้าวหยางซินให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับตนเอง "หยางซิน เจ้าทั้งงดงามทั้งเพียบพร้อม หากได้แต่งเข้าตระกูลหลิว ต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่ตนกับสองตระกูลได้อย่างดีแน่นอน" จ้าวหยางซินเพียงยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท "ท่านป้า มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ ถึงพูดเรื่องแต่งงานกับข้าเร็วนัก" เมิ่งฉีเอื้อมมือเรียวกุมมือของจ้าวหยางซินเอาไว้ "ป้าก็พูดมาตลอด เพียงแต่คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว เจ้าสองคนควรแต่งงานกันได้แล้ว" แต่จ้าวหยางซินหน้าแดงด้วยความละอายใจ "งานแต่งงานตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิวจะไม่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ" ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างมองหน้ากันที่จ้าวหยางซินตัดสินใจเช่นนั้น คำตอบนั้นทำให้เมิ่งฉีหน้าเสีย นางอ้าปากพูดไม่ทันจบแต่จ้าวหยางซินตั้งใจปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เพราะเหตุใดกัน เราตกลงกันแต่แรกแล้วมิใช่หรือ ข้าจะเพิ่มสินสอดก็ได้หากเจ้าไม่พอใจ" ใต้เท้าจ้าวที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status