Masukนลินญาย้อนข้ามกาลเวลาไปยังยุคสมัยสุโขทัย พบรักแท้ที่นั่น แต่เมื่อกาลเวลาท้าทายให้เธอต้องเลือกระหว่างสองยุค เธอจะเลือกทางไหน ความรักหรือความจริง แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไทยที่เต็มไปด้วยหนังสือประวัติศาสตร์ นลินญา หญิงสาววัย 27 ปี นักศึกษาปริญญาเอกด้านโบราณคดี กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับยุคสุโขทัยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยของเธอ นลินหลงใหลในความงดงามและความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นอาณาจักรแรกของไทย ที่รุ่งเรืองด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการปกครอง เธอพบแผนที่โบราณที่ถูกลืมเลือนในซอกหนึ่งของห้องสมุด แผนที่นั้นมีรอยขาดและลายเส้นที่จางหายไปตามกาลเวลา นลินรู้สึกตื่นเต้นและตัดสินใจจะนำแผนที่นี้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่บ้าน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น…
Lihat lebih banyakขณะที่นลินญายืนอยู่ในอ้อมกอดของท่านขุนศรีอิศรา ความรู้สึกอันอบอุ่นและความรักที่เธอมีต่อเขาก็ไหลกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม ความคิดถึงที่เธอเคยเก็บงำไว้อย่างยาวนานถูกปลดปล่อยออกมา น้ำตาแห่งความสุขและการรอคอยที่สิ้นสุดในที่สุดทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เมื่ออ้อมกอดคลายลง นลินญาเห็นลูกชายตัวน้อยที่เธอเคยจากมา กำลังเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความตื่นเต้น ดวงตาที่สุกใสของเขามองดูแม่ของเขาอย่างอ้อนวอน “แม่จ๋า” เด็กน้อยพูดขึ้นเบา ๆ ราวกับกลัวว่าสิ่งที่เขาเห็นอาจเป็นเพียงความฝัน นลินญาทรุดตัวลงบนเข่าและยื่นแขนออกไปหาลูกชาย น้ำตาแห่งความสุขไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย “แม่อยู่นี่แล้วจ้ะลูก แม่กลับมาแล้ว” อิศเรศเด็กชายตัวน้อยรีบวิ่งเข้ามากอดนลินญาแนบแน่น ขณะที่นลินญากอดลูกไว้ในอ้อมแขน เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสุขที่เธอคิดว่าจะไม่เคยได้รับอีกต่อไป การได้พบลูกอีกครั้งทำให้เธอรู้สึกว่าการตัดสินใจกลับมาในยุคสุโขทัยเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ท่านขุนศรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มองดูภาพนั้นด้วยรอยยิ้มและน้ำตา “ข้าดีใจเหลือเกินที่ครอบครัวของเรากลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง” นลิน
หลังจากค้นพบจดหมายจากท่านขุนศรีอิศรา นลินญารู้สึกว่าหัวใจของเธอยังคงผูกพันกับยุคสุโขทัยอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าเธอจะพยายามสร้างชีวิตใหม่ในยุคปัจจุบัน แต่หญิงสาวก็ยังความรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่สมบูรณ์ทำให้เธอไม่สามารถลืมอดีตได้ ความรักและความคิดถึงท่านขุนศรีและลูกชายยังคงแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของชีวิตเธอ แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีตัวแทนความรักของเธอกับท่านขุนศรีอยู่ในครรภ์แล้วก็ตาม วันนี้ช่วงขณะที่นลินญากำลังทำงานที่ศูนย์วิจัย ดร. ปกรณ์ได้เดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีที่รีบเร่งและดูตื่นเต้น “คุณนลิน ผมมีข่าวที่น่าตื่นเต้นที่จะมาบอกคุณ” “มีอะไรหรือเปล่าคะด๊อกเตอร์ ดูท่าทางคุณจะดีใจมากๆ” “ผมค้นพบหลักฐานใหม่ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามกาลเวลา ในระหว่างการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดี” ระหว่างที่ฟัง ดร.ปกรณ์พูด หัวใจของนลินญาเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน “ทีมของพวกเราได้ค้นพบเครื่องรางโบราณที่ถูกกล่าวถึงในตำนานว่าเป็น กุญแจแห่งกาลเวลา ที่สามารถเปิดประตูสู่ยุคต่าง ๆ ได้ นี่ไงข่าวนี้มันน่าตื่นเต้นไหมนลิน นี่อาจจะเป็นโอกาสที่เรารอคอย มันอาจเป็นวิธีที่สามารถเชื่อมต่อกับห้วงกาลเวลาได้จริง ๆ”
ชีวิตใหม่ในยุคปัจจุบันของนลินญาค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ แม้ว่าเธอจะยังคงคิดถึงครอบครัวในยุคสุโขทัยอยู่เสมอ แต่เธอก็เริ่มเข้าใจว่าการกลับมาของเธอในยุคนี้มีความหมายมากกว่าที่เธอคิด ชีวิตของเธอในสุโขทัยไม่ใช่แค่ความทรงจำที่สวยงาม แต่มันได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่เข้มแข็งและเต็มไปด้วยความเข้าใจในชีวิตและกาลเวลาวันหนึ่งขณะที่นลินญากำลังทำงานที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เธอได้พบกับนักวิจัยด้านโบราณคดีคนหนึ่งที่มาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคสุโขทัย นักวิจัยคนนั้นเป็นคนหนุ่มชื่อว่า ดร. ปกรณ์ ผู้ซึ่งสนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยโบราณอย่างลึกซึ้งระหว่างการสนทนา นลินญาเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับยุคสุโขทัยจากความทรงจำของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาของเธอได้ แต่เธอก็แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี และความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้นได้อย่างละเอียด จน ดร. ปกรณ์เองก็แปลกใจในความรู้ลึกซึ้งที่นลินญามี“คุณนลินญา คุณมีความรู้เกี่ยวกับยุคสุโขทัยมากกว่าที่ผมเคยพบเจอมาก่อน คุณศึกษาเรื่องนี้มานานหรือครับ” ดร. ปกรณ์ถามด้วยความสงสัย ขณะที่เขามองดูนล
นลินญารู้สึกและรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ดึงดูพาเธอผ่านห้วงกาลเวลา ทุกอย่างรอบตัวของเธอหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้าลงและสลายหายไปในที่สุด เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคุ้นเคยแต่นลินญากลับรู้สึกถึงความแปลกแยกในเวลาเดียวกัน หญิงสาวยังอยู่ในที่เดิมและชุดเดิมที่เธอใส่ในวันที่เธอได้หายตัวไป เธอยืนอยู่ ณ ที่ตรงนี้ แต่คราวนี้ไม่มีท่านขุนศรีชายที่เธอรักและรักเธอมาก ไม่มีอิศเรศลูกรักของเธอ ไม่มีบ้านเรือนในยุคสุโขทัยที่เธอได้อาศัยอยู่มาหลายปี และไม่มีครอบครัวที่เธอรักเหลืออยู่ นลินญารู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ แต่มันก็มาพร้อมกับความรู้สึกของความสำเร็จที่เธอได้ช่วยชีวิตอิศเรศลูกชายคนเดียวของเธอเอาไว้ เธอยืนอยู่คนเดียวในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงจอแจของเมืองและผู้คนที่เดินผ่านไปมา แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความทรงจำและความรักที่เธอมีต่อครอบครัวในยุคสมัยสุโขทัย “ท่านขุนศรีของนลิน นลินจะไม่ลืมท่าน นลินจะอยู่ที่นี่และจดจำทุกอย่างไว้ในใจ อิศเรศลูกแม่ แม่ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรงโตขึ้นเป็นคนดีแข็งแกร่งเหมือนท่านพ่อนะลูกรักของแม่” นลินญา
หลังจากการทำนาในวันนั้น นลินญารู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้าปวดตามเนื้อตามตัว แต่มันกลับทำให้เธอประทับใจแล้วก็มีความสุขกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้พบเจอ พอเธอกลับมาถึงที่บ้านผู้ใหญ่บ้านในช่วงเย็น ขณะที่นั่งพักผ่อนเพื่อคลายความเมื่อยล้าอยู่ที่ลานหน้าบ้าน เธอก็เห็นควันสีเทาจาง ๆ ลอยขึ้นมาจากหมู่บ้านอีกด้
นลินญามาพักอาศัยอยู่ในบ้านผู้ใหญ่บ้านที่เงียบสงบมาได้หลายวันแล้ว ในทุก ๆ วันเป็นการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ๆ ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน เธอตื่นตั้งแต่เช้าพร้อมกับเสียงไก่ขัน และแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ที่ไม่มีบานกระจกเข้ามา สายลมยามเช้าที่พัดผ่านเข้ามาทำให้นลินญารู้สึกสดชื่นและสงบอย่
เมื่อแสงสีทองจางหายไป นลินญาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ท้องฟ้าสีครามสดใส และสายลมที่พัดผ่านใบหน้าสวยเบา ๆ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากห้องนั่งเล่นที่เธอเพิ่งอยู่เมื่อครู่ “ที่นี่...คือที่ไหนกัน” นลินญาพูดกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณ ทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกตาไ
แสงแดดอ่อน ๆ ของยามบ่ายคล้อยลอดผ่านหน้าต่างกระจกที่มีฝุ่นเกาะบาง ๆ ของห้องสมุดเก่าแก่ประจำมหาวิทยาลัย ห้องสมุดแห่งนี้มีกลิ่นอายของความเก่าแก่ บรรยากาศที่เงียบสงบและมีเพียงเสียงกระดาษที่เสียดสีกันเมื่อมีคนเปิดหนังสือ เสียงของนาฬิกาโบราณที่ดัง "ติ๊ก ต๊อก" เป็นจังหวะเดียวที่รบกวนความเงียบงันในห้องนลิ















![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

