ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง

ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง

last updateLast Updated : 2026-01-28
By:  หนามชมพูCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
26Chapters
4.8Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลี่อันหนิงที่ทำงานหนักจนตายทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ที่ถูกครอบครัวสามีทอดทิ้ง หลังจากเขาไปออกรบหลายปี นางมีบุตรชายหน้าตาน่ารัก เป็นเด็กดีติดมาด้วยคนหนึ่ง ชีวิตสองแม่ลูกต้องระหกระเหินเพราะฝีมือแม่สามี นางต้องต่อสู้ชีวิตเพียงลำพังจนกระทั่งสามีกลับมา แต่ชีวิตก็มิได้ราบรื่นเมื่อสามีภรรยากลับมาพบกันใหม่ แล้วเสี่ยวหลานเล่าจะเป็นเช่นไร จะร่วมฝ่าฟันให้พ่อแม่กลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ นิยายแนวทะลุมิติเรื่องใหม่ แนวครอบครัว ไม่มีนอกกายนอกใจ มีความน่ารักของเด็กให้กระชุ่มกระชวย

View More

Chapter 1

ทะลุมิติมามีลูกน้อย

لقد أمضيتُ ثلاثة أيام وليالٍ أتعذب في الفراش بفعل شهاب أبو العزم.

كان في السابق صهرًا وضيعًا، لم أكن أسمح له بلمسي فحسب، بل كنت أدفعه تحت أقدامي وأهينه.

الآن أنا في حالة بؤس بينما هو في ازدهار، وكأنه ينتقم، لديه طاقة لا تنضب يستخدمها عليّ.

زوجي هو الرجل الذي انتقل للعيش في بيت عائلتي.

في الأصل كنت أحب شقيقه، ولكن بسبب حفل اجتماع الزملاء، استغل سكري وشاركني الفراش.

وانتشر الخبر بين الجميع.

لم يجد والدي بُدًّا من تزويجي منه، لكن بشرط أن ينتقل للعيش في منزل عائلتنا.

وهو ابن والده من زوجته السابقة، بعد طلاق والده وزواجه مرة أخرى، لم يعره والده اهتمامًا يذكر.

لكن ظروف عائلتي المالية جيدة جدًا، وأنا كنت دائمًا مدللة والديّ منذ طفولتي، فطلبنا منه أن يسكن في منزل عائلتنا كان أمرًا يرغب فيه والده بشدة.

وهكذا تزوجنا.

لكنني لم أكن راضية، فأنا أحب شقيقه.

وبسبب استيائي، كنت أهاجمه على جميع الأصعدة، أجبره على النوم على الأرض ليلًا، ولم أسمح له مطلقًا بأن يشاركني السرير.

أثناء تناول الطعام، كنت أنا وأخي نستهزئ به ونضطهده باستمرار، ولا نسمح له بتناول الطعام من الأطباق.

عندما ألتقي بأصدقائي وكانت تمطر، كان يأتي بلطف ليحضر لي المظلة، لكنني كنت أصرخ عليه.

باختصار، إذا لم أشتمه، فإن قلبي لا يهدأ.

لكنه كان شخصًا غريبًا بعض الشيء، وكأنه لا يملك أي غضب، فبغض النظر عن كيفية قمعي أنا وعائلتي له وإذلاله، لم يغضب أبدًا، وكان دائمًا هادئًا.

على الرغم من أنه كان وسيمًا، إلا أنه في أيام الدراسة كان انطوائيًا للغاية، وكانت نتائجه الدراسية متدنية، وكثيرًا ما كرر الصفوف، وكان وجوده في المدرسة شيئًا يثير الازدراء.

أما شقيقه فكان مختلفًا تمامًا، كان مشرقًا وسيمًا، ونتائجه الدراسية ممتازة، وكان شخصية بارزة في المدرسة.

عندما أتذكر أن شعلة الحب التي كانت قد بدأت تتقد بيني وبين شقيقه قد خمدها هو، استولى على قلبي مرة أخرى شعور بعدم الرضا.

في منتصف الليل، نزلت من السرير وركلته ليستيقظ من نومه العميق على الأرض، وقلت إنني عطشانة.

فاستيقظ على الفور وذهب ليحضر لي الماء.

كان شديد الرعاية، ففي فصل الخريف كان يتذكر دائمًا أن يحضر لي كوبًا من الماء الدافئ.

لكن عندما تذكرت كيف استغل ضعفي في تلك الليلة، ثار غضبي ورفعت يدي وسكبت الكوب كله على وجهه.

حتى بعد كل هذا لم يغضب، بل ذهب بهدوء إلى الحمام.

بينما أنظر إلى ظهره الطويل والصامت، شعرت ببعض الذنب في أعماقي، لكنني ما إن تذكرت كيف دمر سعادتي مدى الحياة، حتى تبخر ذلك الذنب دون أثر.

وهكذا، ظللت أقمعهُ وأذله لمدة ثلاث سنوات.

لكن ثلاث سنوات تكفي لحدوث الكثير: عائلتي أفلسَت، بدأت أُحبّه، والأهم... أنه طلب مني الطلاق.

عندما قدم لي اتفاقية الطلاق، قال إن حبيبته القديمة قد عادت.

أعترف، في تلك اللحظة، كنت أشعر بألم كبير، وكأن يدًا كبيرة قبضت على قلبي، وشعرت بضيق لا يحتمل.

لكنّي، ونظرًا لنشأتي المدللة وكبريائي، لم أظهر أمامه أي حزن أو أسى، بل وقّعت على وثيقة الطلاق بلا تردد.

بعد التوقيع، سمعت صوته الهادئ والبارد بجانبي فجأة: "هل تريدين أن أرسل السائق ليوصلكِ؟"

استغرقت وقتًا حتى أدركت ما قاله.

نعم، هذه الفيلا التي عشت فيها لأكثر من عشرين عامًا لم تعد ملكًا لعائلتي بعد الآن.

فقد أفلسَت عائلتي، وتم بيع جميع الأصول.

أما هو، ذلك الرجل الذي تزوجني بحيلة واحتقرته عائلتي بأكملها، فقد أسس شركة سرًا دون علمنا، والآن أصبحت أعماله ناجحة جدًا لدرجة أنه اشترى هذه الفيلا.

لكنني لا أملك الحق لألومه، ولا لأطالبه بتقسيم الممتلكات، لأن كل ما حصل عليه كان نتيجة صبره وتحمله لسنوات عديدة، وجاء بجهوده الخاصة، حتى أنه لم يستخدم فلسًا واحدًا من عائلتنا.

كان ينظر إلي بهدوء دون أن يستعجلني.

وهذا الهدوء الذي يتحلى به جعلني أتذكر كل ما فعلته معه في الماضي، وشعرت بالخجل.

ففي مثل هذه الظروف، بعد أن أصبحت أنا في حالة بؤس وهو في ازدهار، كان ينبغي عليه أن يرد إليّ الإهانات التي تعرض لها مضاعفة.

لكنه لم يفعل، بل حتى أنه كان هادئًا كالمعتاد.

فقلت على الفور: "لا حاجة، يمكنني العودة بنفسي."

وبعد أن قلت ذلك، هرعت إلى الخارج في ذعر.

وسمعت صوت استفساره الخافت من خلفي: "هل أتيتِ لرؤيتي لسبب ما هذا المساء؟"

"لا"، واندفعت خارج السور دون أن ألتفت.

كان المطر يتساقط في الخارج، فشددت قبضتي على الهدية في يدي.

اليوم هو ذكرى زواجنا الثالثة.

لم أكن أحسنُ معاملته في الماضي، ولكن عندما أدركتُ أنني بدأت أشعر بالإعجاب نحوه، أردت أن أحتفل معه بهذه المناسبة بشكل لائق.

لكن لم أكن أتوقع أن ما كان ينتظرني هو وثيقة الطلاق.

ابتسمت ابتسامة ساخرة وتركت المطر الغزير يهطل عليَّ، حتى أصبحت في حالة مُزرية.

وفي اليوم التالي، مرضت واضطررت إلى البقاء في الفراش دون القدرة على النهوض.

وفجأة سمعت ضجة وصياحًا من الخارج.

سحبت جسدي الضعيف إلى الخارج لأرى، فشاهدت والدي جالسًا على سور الجدار المقشر، يقول إنه لا يريد العيش بعد الآن.

نحن نعيش الآن في مبنى سكني قديم، بيئته قذرة وفوضوية، لكن الإيجار رخيص.

بكت أمي بحرقة أمام والدي، قائلة إذا قفز فهي ستقفز أيضًا، ولن يعيش أحد بعد ذلك.

ذهبت لأقنع والدي برأس يكاد ينفجر من الألم، وقلت له إنه مجرد إفلاس، طالما نحن أحياء، فالأمل لا يزال موجودًا.

لكن والدي حدق في فجأة بنظرة ثقيلة، تلك النظرة الحارقة جعلت قلبي يرتجف.

ثم قال: "اذهبي لتتوسلي إلى شهاب ليساعدني، هو صهر عائلتنا، سيساعدنا لا محالة."

وأسرعت أمي قائلة: "نعم، على الرغم من أننا لم نكن طيبين معه في الماضي، لكن نظرًا لمكانتكِ، سيساعدنا بالتأكيد، لذا توسلي إليه."

ابتسمت ابتسامة مريرة، فوالداي لا يزالان لا يعلمان أن شهاب قد طلقني.

رفضت التوسل إلى ذلك الرجل، لكن والدي هددني بالانتحار مرة أخرى.

بلا خيار، وافقت في النهاية.

قبل خروجي، أنفقت أمي القليل من المال المتبقي لشراء ملابس لي: فستان طويل بخط عنق عميق، وأحذية أنيقة مدببة.

حتى أن أمي استعانت بشخص ما ليضع لي مكياجًا جميلًا ويصفف شعري بإتقان.

نظرت إلى نفسي في المرآة، وارتسمت ابتسامة ساخرة على شفتي.

لا يبدو هذا كما لو أنني ذاهبة لأتوسل، بل كما لو أنني ذاهبة للإغواء.

لكن الآن، حتى لو وقفت عارية أمام ذلك الرجل، فلن يمنحني حتى نظرة.

حتى الآن لا أفهم، لماذا شاركني الفراش في ليلة لقاء الزملاء؟ هل كان هو أيضًا سكرانًا فظنني حبيبته القديمة؟

بعد أن طردت تلك الأفكار المزعجة، ومن أجل جعل والديّ ييأسان، قررت أن أتظاهر بالذهاب للتوسل إلى شهاب.

علمت أن شهاب موجود الآن في شركته، لذا ذهبت مباشرة إلى شركته بهذا المظهر.

كان والداي ينتظران "الأخبار السارة" عند مدخل الشركة.

عندما رأيت التعبير المتوقع على وجهي والديّ، لم أعرف ماذا أقول للحظة، شعرت فقط ببعض الحزن.

عندما وصلت إلى الطابق الذي يوجد فيه، ألقى الكثير من الناس عليّ نظرات غريبة، وانتشرت في الهواء مناقشات وتعليقات سيئة.

تظاهرت بعدم السماع، شددت ظهري، وذهبت مباشرة إلى مكتب شهاب.

لكن بمجرد أن رأيته، جُبِنت، وانحنى ظهري قليلًا.

في تلك اللحظة، كان يجلس على الكرسي، بأناقة ووقار، يبتسم وينظر إليّ...
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
26 Chapters
ทะลุมิติมามีลูกน้อย
ลมยามค่ำพัดวูบ แม้มิใช่ฤดูหนาวแต่อากาศก็ยังเย็นอยู่บ้าง บริเวณศาลเจ้าร้างที่ไร้ผู้คนสัญจรมีเพียงความเงียบสงัดและวังเวงวนอยู่รอบ ๆ กาย หลี่อันหนิงที่หลับสนิทมาราวสามชั่วยามแล้วยังไม่ฟื้นคืนสติ"ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอะไรไป ท่านอย่าทิ้งเสี่ยวหลานไป ตื่นเถิดขอรับได้โปรดเถิด"เสียงเล็กร้องเรียกอย่างตกใจมาสักพักแล้ว มือผอมบางเขย่าร่างบอบบางหวังเพียงว่ามารดาผู้เป็นที่รักจะตื่นขึ้นมานางจะดุด่าเขาเหมือนทุกวันก็ยังดีกว่าหลับไปทั้งอย่างนี้เสียงแว่วดังข้างหูไกล ๆ หลี่อันหนิงที่พยายามลืมตาขึ้นมาแต่ลืมไม่ขึ้น ราวกับว่านางกำลังฝันอยู่ ไม่นานเสียงร้องเรียกก็ดังใกล้เข้ามาส่งผลให้นางตื่นขึ้นทันที"ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว"เด็กน้อยดีใจจนแทบกระโดด เขาร้องเรียกจนเสียงแหบแห้งยามนี้เริ่มรู้สึกแสบคอหลี่อันหนิงลืมตาขึ้นมอง สิ่งที่นางพบตรงหน้าเป็นเด็กชายตัวเล็ก ผอมแห้ง แต่ดวงตาเปล่งประกายสดใสแม้จะซูบผอมแต่เด็กคนนี้นับว่าหน้าตาดีอยู่ไม่น้อยกำลังยิ้มกว้างให้กับนาง"ท่านแม่"นางลุกขึ้นมองไปรอบตัวที่มีแต่ความมืด นางนอนบนพื้นเย็นเฉียบที่มีลมเย็นพัดมากระทบร่างบางของทั้งคู่เป็นระยะทั่วบริเวณมีเพียงนางและเด็กชายคนหนึ่ง
Read more
ออกหางานทำ
หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด นางสูดลมหายใจลึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะนางไม่เอาการเอางานมาก่อนแล้วยังใช้วิธีสกปรกครอบครองหลิวเวินเซียน นางจึงถูกแม่สามีและคนในตระกูลรังเกียจจนถูกไล่ออกจากบ้าน ในมุมมองของนาง นางเข้าใจว่าอย่างนั้นหรือว่าที่จริงแล้วหลิวเวินเซียนอาจกลับมาและแม่ของเขาอาจจะหาภรรยาไว้ให้จึงหาเรื่องไล่นางออกจากบ้านและใส่ร้ายลับหลัง"เป็นเพราะข้ามัวเมาในความรักแท้ ๆ หากข้ารักตัวเองมากกว่านี้คงไม่ต้องพบกับเรื่องน่าอายและลูกก็ไม่ต้องพบเจอสภาพเช่นนี้"นางมองดูเสี่ยวหลานที่กำลังหลับอยู่ก็ลูบหัวเขาเบา ๆ อีกครั้ง"ต่อไปนี้แม่จะดูแลเจ้าเอง แม้ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร วางใจเถิดแม่จะไม่ทำร้ายเจ้าทั้งกายและใจอีกแล้ว"เสี่ยวหลานตื่นขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า เมื่อไม่เห็นเงาของมารดาใจของเขาก็เริ่มหวาดหวั่น เด็กน้องนั่งกอดเข่าก้มหน้าคล้ายจะร้องไห้"เสี่ยวหลาน ตื่นแล้วหรือ"ดั่งเสียงจากสวรรค์ร้องทักขึ้น เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้นปากเล็กคลี่ยิ้มออกมา"ท่านแม่ ท่านไปไหนมาขอรับ"นางยิ้มแย้มเดินเข้ามาจูงมือบุตรชายออกไปนอกศาลา"ล้างหน้าล้างตาก่อน แม่ไปตักน้ำมาให้ เพิ่งรู้ว่าใ
Read more
ได้งานประจำ
เสี่ยวหลานที่นั่งมองมารดาอยู่หลังร้าน เขาเห็นนางไม่ได้พักก็นึกสงสารอยากออกไปช่วยแบ่งเบาหน้าที่ "ท่านป้าขอรับ ข้าอยากช่วยท่านแม่ ให้ข้าทำงานอะไรก็ได้ ข้ายินดีทำให้" เจ้าของร้านเห็นความช่างพูดของเสี่ยวหลานก็นึกเอ็นดู "เจ้าเด็กนี่ ประจบเก่งจริง ๆ เจ้าคิดว่าทำไหวหรือ" เขาผงกศีรษะอย่างมุ่งมั่นยิ่งทำให้นางชอบใจ "ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาผ้าไปเช็ดโต๊ะให้สะอาด" "ขอรับ" เด็กน้อยรับคำพร้อมเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดแล้วนำมาเช็ดโต๊ะ เริ่มแรกยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่พอทำได้ไม่นานเขาก็คล่องมือมากขึ้น หลี่อันหนิงตะลึงในการกระทำของเสี่ยวหลานก่อนมองเขาอย่างภาคภูมิใจ บุตรชายของนางก็เป็นเช่นนี้ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายโตขึ้นยังเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีความกตัญญู น่าเสียดายที่คนตระกูลหลิวเลือกทิ้งสิ่งมีค่าเช่นเขาไป เมื่อเสร็จงานเจ้าของร้านจึงเดินมาตรวจตราความเรียบร้อยกล่าวอย่างพึงพอใจ "เออ ๆ เจ้านี่ ฉลาดไหวพริบดี ทำงานสะอาดเรียบร้อย โตขึ้นเจ้าต้องก้าวหน้าเป็นแน่ มา ๆ มารับค่าแรงกับข้า" นางหัวเราะอย่างชอบใจในผลงานของเสี่ยวหลาน สองแม่ลูกมองหน้ากัน หลี่อันหนิงจึงเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ "แต่ว่า...ท่านเลี้
Read more
ความจริงอีกด้าน
ทหารที่ไปออกรบทยอยกลับบ้าน ข้าศึกแตกพ่าย กองทัพกลับมาพร้อมชัยชนะ และได้รับรางวัลอย่างงามกันทั่วถึง หลิวเวินเซียนกลับเมืองจินหลิง การที่เขาไปออกรบนานถึงหกปีทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย กลับมาครั้งนี้เขาหวังว่าจะปรับความเข้าใจกับหลี่อันหนิงใหม่และพร้อมเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับนางอย่างจริงจัง เมื่อก่อนแม้เขาจะหมางเมินต่อนาง ไม่เคยได้ปกป้องนางหรือแม้แต่วางท่าทีเย็นชาอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อได้ร่วมหอกันแล้วเขาก็ยอมรับสถานการณ์เหล่านั้นได้ ก่อนแต่งงานนางทำเรื่องเสื่อมเสียเอาไว้ เขาก็ไม่เคยออกหน้าแทนนางแต่นางก็ทำดีกับเขา เสียสละหลายอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้เขาได้อ่านตำราเต็มที่ ทำอาหารห่อให้เขาไปกินที่สำนักศึกษา ไปส่งขึ้นรถม้าหรือแม้แต่จัดการธุระแทนยามที่เขาไม่อยู่ นั่นคือความทรงจำที่ดี ๆ ของนางที่เขาจดจำเอาไว้ในใจ ท่านแม่และคนตระกูลหลิวไม่ชอบนางแต่เมื่อแต่งงานกับแล้วเขาควรรับผิดชอบนำพาครอบครัวให้ก้าวไกลมากกว่านี้ เสียงเกือกม้าดังสะท้อนก้องไปตามลานหินของตระกูล ร่างสูงในชุดนักรบเปื้อนฝุ่นกลับจากสนามรบ หลิวเวินเซียนก้าวลงจากม้าด้วยความเหนื่อยล้าแต่ใจกลับเบิกบาน
Read more
เวินเซียนเปลี่ยนไป
หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่ "อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว" สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย "เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด" นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยา
Read more
ทำขนมมาฝาก
หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง "ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้" เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด "มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน" เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ "ข้าพลาดอีกแล้ว" หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที
Read more
ง้อภรรยา
เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง ทั้งสามคนต่างตกตะลึง เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย "ท่านเป็นใครขอรับ" หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต "ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา" หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม "ข้าคือพ่อของเจ้า" เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หร
Read more
ถูกไล่ออก
หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้ เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้ "อันหนิงห่มให้หรือ" คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ "ยิ้มอะไรอีกเล่า" นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก "เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ" นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย "รีบกิน
Read more
ช่วยกันทำมาหากิน
แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น "พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี" นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที "ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง "เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้" "ขอรับ" สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง "เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง" หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา "หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้" "ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน" พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว "นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ" ตั้งแต่นางอย
Read more
ตกงานถาวร
เมื่อขายซาลาเปาหมดหลิวเวินเซียนอาสาถือของกลับบ้าน นางจึงแบ่งซาลาเปาให้เขาสองลูกแล้วจูงมือเสี่ยวหลานไปที่โรงน้ำชา จากนั้นเขาก็กลับมารับจ้างเขียนจดหมายต่อ แม้คนจะเริ่มเงียบเป็นบางช่วงแต่เขาก็ยืนอยู่จนกระทั่งหลี่อันหนิงเลิกงานตอนเย็นและไปรอรับนางกลับบ้านพร้อมกัน หลี่อันหนิงก็มิได้ตั้งแง่เกลียดชังหลิวเวินเซียน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวหลานและร่างนี้ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เขามิใช่หลิวเวินเซียนคนเก่า คลับคล้ายว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนางและลูก แต่สิ่งที่นางไม่เคยลืมก็คือครอบครัวของสามีที่รังเกียจนาง ทำร้ายนางกับลูกแล้วยังตามรังควานไม่ให้นางมีที่ยืน หากหลิวเวินเซียนยังอยู่กับนาง ชีวิตสงบสุขไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ นางอยากหย่าขาดจากเขาแต่ไม่ห้ามหากเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกบ้าง หรือเขาจะมีภรรยาใหม่ก็สุดแล้วแต่ ทว่าหลิวเวินเซียนดื้อดึงยิ่งนัก นอกจากเขาไม่ยอมหย่าเขายังตามมาอยู่กับนางและลูก เฝ้าทำหน้าที่สามีและบิดาไม่ให้บกพร่อง ทั้งที่เขามีโอกาสที่ดีกว่านี้และเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า นางไม่รู้ว่าตลอดหกปีที่เขาไปรับใช้บ้านเมืองเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงกลับ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status