ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง

ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง

last updateآخر تحديث : 2026-01-28
بواسطة:  หนามชมพูمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
26فصول
4.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หลี่อันหนิงที่ทำงานหนักจนตายทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ที่ถูกครอบครัวสามีทอดทิ้ง หลังจากเขาไปออกรบหลายปี นางมีบุตรชายหน้าตาน่ารัก เป็นเด็กดีติดมาด้วยคนหนึ่ง ชีวิตสองแม่ลูกต้องระหกระเหินเพราะฝีมือแม่สามี นางต้องต่อสู้ชีวิตเพียงลำพังจนกระทั่งสามีกลับมา แต่ชีวิตก็มิได้ราบรื่นเมื่อสามีภรรยากลับมาพบกันใหม่ แล้วเสี่ยวหลานเล่าจะเป็นเช่นไร จะร่วมฝ่าฟันให้พ่อแม่กลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ นิยายแนวทะลุมิติเรื่องใหม่ แนวครอบครัว ไม่มีนอกกายนอกใจ มีความน่ารักของเด็กให้กระชุ่มกระชวย

عرض المزيد

الفصل الأول

ทะลุมิติมามีลูกน้อย

ลมยามค่ำพัดวูบ แม้มิใช่ฤดูหนาวแต่อากาศก็ยังเย็นอยู่บ้าง บริเวณศาลเจ้าร้างที่ไร้ผู้คนสัญจรมีเพียงความเงียบสงัดและวังเวงวนอยู่รอบ ๆ กาย หลี่อันหนิงที่หลับสนิทมาราวสามชั่วยามแล้วยังไม่ฟื้นคืนสติ

"ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอะไรไป ท่านอย่าทิ้งเสี่ยวหลานไป ตื่นเถิดขอรับได้โปรดเถิด"

เสียงเล็กร้องเรียกอย่างตกใจมาสักพักแล้ว มือผอมบางเขย่าร่างบอบบางหวังเพียงว่ามารดาผู้เป็นที่รักจะตื่นขึ้นมา

นางจะดุด่าเขาเหมือนทุกวันก็ยังดีกว่าหลับไปทั้งอย่างนี้

เสียงแว่วดังข้างหูไกล ๆ หลี่อันหนิงที่พยายามลืมตาขึ้นมาแต่ลืมไม่ขึ้น ราวกับว่านางกำลังฝันอยู่ ไม่นานเสียงร้องเรียกก็ดังใกล้เข้ามาส่งผลให้นางตื่นขึ้นทันที

"ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว"

เด็กน้อยดีใจจนแทบกระโดด เขาร้องเรียกจนเสียงแหบแห้งยามนี้เริ่มรู้สึกแสบคอ

หลี่อันหนิงลืมตาขึ้นมอง สิ่งที่นางพบตรงหน้าเป็นเด็กชายตัวเล็ก ผอมแห้ง แต่ดวงตาเปล่งประกายสดใสแม้จะซูบผอมแต่เด็กคนนี้นับว่าหน้าตาดีอยู่ไม่น้อยกำลังยิ้มกว้างให้กับนาง

"ท่านแม่"

นางลุกขึ้นมองไปรอบตัวที่มีแต่ความมืด  นางนอนบนพื้นเย็นเฉียบที่มีลมเย็นพัดมากระทบร่างบางของทั้งคู่เป็นระยะทั่วบริเวณมีเพียงนางและเด็กชายคนหนึ่ง แล้วเด็กคนนี้เรียกใครว่าแม่ หรือว่าเขาหลงทาง

"หนูมาจากไหนจ๊ะ แม่หนูหายไปไหน"

นางถามขึ้น เด็กน้อยขมวดคิ้วเอียงคอด้วยความสงสัย นางมองหน้าเด็กชายแล้วยกมือเคาะขมับตนเองเบา ๆ มึนงงว่าเหตุใดถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ทั้งที่นางทำงานจนโต้รุ่งและเพิ่งหลับไปมิใช่หรือ

"ข้า...เป็นอะไรไป"

นางพึมพำพยายามนึกก็นึกไม่ออก

"ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านแม่เป็นอะไรขอรับ ท่านมาถึงก็นอนหลับไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด"

สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อเรื่องราวมากมายไหลบ่าราวกับน้ำหลากทะลักเข้ามาในหัวจนนางปวดตึบจนต้องถอยไปนั่งพิงกับเสา เสี่ยวหลานไม่รู้ว่านางจะเป็นอะไรไปอีกได้แต่ครางด้วยเสียงสั่นเครือ

"ท่านแม่..."

ชั่วครู่นางถึงเข้าใจว่าได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกใหม่เหมือนที่เคยได้ยินมา ไม่คิดเหมือนกันว่าเรื่องบ้าบอนี้จะเกิดขึ้นกับตนเองได้

หลี่อันหนิงถอนหายใจยาว แท้จริงแล้วนางตายแล้วและเข้ามาอยู่ในยุคโบราณ นางมองหน้าเด็กน้อยตรงหน้าที่กำลังเหม่อมองนาง ความดีอกดีใจเมื่อครู่หายไป เมื่อเห็นนางเงียบ แววตาเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นกลัว คล้ายตั้งรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตน

"เสี่ยวหลาน"

นางขยับเข้าไปใกล้ ยกมือผอม ๆ ขึ้นลูบหัวเขาแผ่วเบา เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล เสี่ยวหลาน หรือหลิวเยี่ยหลาน บุตรชายคนเดียวมีท่าทีตื่นกลัว เขาหดคอตัวสั่นเล็กน้อยราวกลับกลัวว่านางจะทำร้ายเขา

"ขะ...ขอรับ"

ช่างเถอะ เมื่อนางตายจากโลกเดิมแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้อีก เช่นนั้นนางก็ขอใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของนางกับลูกเสียใหม่ ทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังและเป็นบทเรียนไม่ให้ก้าวพลาดซ้ำอีกก็พอ

"หิวหรือไม่"

นางเอ่ยถามเสียงเบา เด็กชายส่ายหน้าช้า ๆ เอ่ยตอบอย่างเกรงใจ

"ไม่หิวขอรับ แต่ง่วงนอน"

แม้จะระแวงและตื่นกลัวแต่ดวงตากลมโตเมื่อครู่ก็ค่อย ๆ ปรือลง

"เช่นนั้นก็นอนเถิด"

พื้นเย็นเฉียบจากอากาศที่เริ่มเย็นลง นางถอดเสื้อตัวนอกปูพื้นแล้วประคองบุตรชายให้นอนลงช้า ๆ ชั่วขณะที่เขากำลังจะหลับรอยยิ้มบางก็เผยออกมา ความรู้สึกอบอุ่นก่อขึ้นในใจ หากท่านแม่พูดดีกับเขาเช่นนี้ทุกวันเขาคงมีความสุขไม่น้อย

เสี่ยวหลานหลับไปแล้วแต่นางเพิ่งตื่น จากการหมดสติไปนานทำให้นางสดชื่นไม่รู้สึกง่วงนอนอีก หลี่อันหนิงนั่งเงียบอยู่บนพื้นศาลเจ้าร้าง มืออันผอมแห้งยังคงลูบหัวเสี่ยวหลานเบา ๆ ดวงตาของนางเหม่อมองไปยังความมืดเบื้องหน้า รำลึกถึงอดีตของร่างนี้ตั้งแต่ต้น ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เดิมทีนางเป็นหญิงชาวบ้านกำพร้าที่อาศัยอยู่กับญาติฝั่งตระกูลมารดา เป็นคนขี้เกียจไม่ช่วยงานบ้านเอาแต่เที่ยวเล่นนอกบ้านไปวัน ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งนางได้พบกับบัณฑิตรูปงามจากตระกูลใหญ่ของหมู่บ้านที่มีอายุมากกว่านางสามปี

หลิวเวินเซียน บุรุษผู้เพียบพร้อมบุตรชายคนเดียวของตระกูลหลิวที่ท่านผู้เฒ่าเป็นขุนนางประจำที่เมืองชายแดน และบิดาเป็นพ่อค้าเลื่องชื่อ ด้วยฐานะที่ร่ำรวยหญิงสาวในหมู่บ้านต่างยินดีทอดสะพานให้ รวมถึงหลี่อันหนิงก็เป็นหนึ่งในนั้นที่หมายปองหนุ่มรูปงามเช่นกัน

แต่ฐานะของนางยากจนและนางยังไร้คุณสมบัติที่คู่ควร แต่เพราะความลุ่มหลงในตัวชายหนุ่ม นางจึงกล้าใช้วิธีสกปรกกับเขา วันหนึ่งหลิวเวินเซียนกลับจากสำนักศึกษา นางยอมเสี่ยงลื่นล้มบนพื้นหินต่อหน้าเขาจนเลือดไหลเป็นทาง หลิวเวินเซียนเป็นบัณฑิตมีคุณธรรมและเมตตาต่อผู้อื่น เขาไม่รอช้าเข้ามาช่วยเหลือนางทันที

เป็นจังหวะเดียวกันที่มีเกวียนโดยสารจอดให้คนลงตรงทางเข้าหมู่บ้าน หลี่อันหนิงจึงกอดเขาแน่นพลางร้องไห้และพูดว่า

"บัณฑิตหลิวใจร้ายไร้คุณธรรม หลับนอนกับข้าแล้วคิดทิ้งไป"

คนกลุ่มนั้นได้ยินต่างไม่อยากเชื่อ รวมถึงเขาที่ตกใจกับการกระทำไร้ยางอายของนาง

ใช่ นางหน้าด้าน หากมัวแต่อายแล้วเมื่อไหร่จะมีสามีเล่า ด้านได้อายอด ในหัวของนางคิดแค่นั้น

นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร กลุ่มคนเหล่านั้นจึงไปแจ้งความกับผู้ใหญ่บ้าน และตระกูลหลิวจำต้องรับผิดชอบแต่งนางเป็นสะใภ้

นับตั้งแต่นั้น หลิวเวินเซียนก็ไม่พูดจากับนาง จากที่เป็นคนสุขุมอยู่แล้วยิ่งเงียบขรึมลง พูดน้อยและแววตาไม่สดใสดั่งเมื่อก่อน นางทั้งถูกญาติตำหนิและตัดขาดจากตระกูลเพราะความอับอาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามีก็ถูกแม่สามีรังเกียจเดียดฉันท์ ใช้งานสารพัดเยี่ยงคนรับใช้ แต่นางก็ยินยอมเพราะนางรักหลิวเวินเซียน

แต่งกันได้สามเดือนทั้งคู่ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลยจนกระทั่งหลี่อันหนิงทนไม่ไหว นางคิดแผนการร้ายวางยาปลุกกำหนัดเขาและทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาโดยแท้จริง

นางภาคภูมิใจแต่เขากลับเย็นชากับนางขึ้นทุกที นางรับใช้เขาทุกอย่าง อยู่เป็นเพื่อนตอนเขาอ่านตำรายามดึกดื่นนานหลายเดือน คอยยกเตาไฟให้ยามหน้าหนาว ต้มน้ำอุ่นให้เขาอาบทุกวัน ยอมกินข้าวที่เหลือของคนในบ้าน ให้เขาอิ่มท้อง เสาะหาวัตถุดิบดี ๆ มาทำอาหาร แต่กระนั้นแม่สามีก็มองนางเป็นคนไม่ได้เรื่อง เพราะนางเอาใจเพียงสามี หมดหน้าที่หรือส่งสามีไปสำนักศึกษาก็กลับมานอนกลางวัน ไม่ยอมช่วยงานในบ้าน

"ข้าสงสารเสี่ยวฟางยิ่งนัก นางเหมาะสมกับเวินเซียนที่สุด นางคงเสียใจมาก น่าเสียดายที่ได้แต่งเป็นอนุของตระกูลหวงไปแล้ว"

"ถึงเป็นอนุ แต่ตระกูลหวงก็ร่ำรวยเป็นพ่อค้ามีชื่อเสียง คงไม่มีวาสนาต่อกัน คนขยันและเพียบพร้อมอย่างนางแต่งเข้าตระกูลใดก็น่าภูมิใจ"

มารดาของหลิวเวินเซียนพูดกับญาติในวันหนึ่งขณะเดินกลับมาจากตลาดด้วยกัน แม้หลี่อันหนิงจะได้ยินและทำให้นางรู้สึกคับแค้นใจ แต่นางทั้งสองคนก็หาได้สนใจไม่

หลิวเวินเซียนแม้พูดกับนางนับครั้งได้แต่ก็มีเพียงเขาที่ไม่พูดทำร้ายจิตใจนางแม้ก่อนหน้านั้นจะเคยเย็นชา แต่หลังจากคืนนั้นท่าทางเช่นนี้ก็ลดน้อยลง

ความสุขของหลี่อันหนิงช่างสั้นนักเมื่อทางการประกาศให้ชายหนุ่มทั่วแคว้นไปเป็นทหารรบกับข้าศึกที่รุกรานแคว้นโดยไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไร หลังจากเขาไปได้เพียงสามวันหลี่อันหนิงก็มีอาการหน้ามืด คลื่นไส้และอ่อนแรง นางเป็นเช่นนี้อยู่ราวหนึ่งเดือน จึงไปหาหมอและได้รู้ว่าตนตั้งครรภ์

หลิวเวินเซียนไม่เคยรู้เลยว่านางตั้งครรภ์ลูกของเขา หลังจากนั้นแม่สามีก็กดขี่นาง ใช้งานสารพัดและพูดจาเสียดสีไม่เว้นแต่ละวันจนกระทั่งนางคลอดลูก

แม้ร่างกายยังไม่แข็งแรงแต่คนตระกูลหลิวก็ไม่เคยเห็นใจนาง นางกลายเป็นคนทำงานหนัก ไม่ค่อยได้กินข้าวและคนในบ้านก็ยังไม่ดูแลลูกชายช่วยนาง เมื่อความกดดันมีมากขึ้นนางก็เริ่มด่าทอบุตรชาย ตบตี ทำร้ายร่างกายจนเขากลายเป็นเด็กหวาดกลัว ทว่าแม่สามีก็ยังไม่เห็นใจสองแม่ลูก ยังคงด่าทอนางและพูดกรอกหูลูกชายนางอยู่ทุกวันว่าแม่ไม่รักและพ่อของเขาก็ตายในสนามรบแล้ว

ผ่านไปถึงหกปีหลิวเวินเซียนยังไม่กลับมา เด็กน้อยจึงเชื่อจริง ๆ ว่าบิดาเสียชีวิตแล้ว

"เมื่อสามีไม่กลับก็เท่ากับว่าเจ้าสองแม่ลูกไม่ควรอยู่ที่นี่ พาลูกของเจ้าไสหัวไปซะอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก"

นางไล่หลี่อันหนิงและหลิวเยี่ยหลานอย่างไม่ไยดี พร้อมกับโยนข้าวของนางและลูกออกนอกประตูอย่างกับหมูกับหมา

จากนั้นมาสองแม่ลูกก็กลายเป็นขอทาน ขออาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ เพราะไม่มีเงินติดตัว เงินขอทานก็ได้เพียงน้อยนิด วันไหนไม่ได้ก็ต้องอด นางไม่มีความสามารถอะไรจะไปรับจ้างก็ไม่เคยทำ แต่พอจะขอทำก็ถูกขับไล่ เพราะแม่สามีของนางรู้จักคนมาก นางเที่ยวบอกคนไปทั่วเมืองว่าไม่ให้รับหลี่อันหนิงเข้าทำงานและใส่ร้ายว่านางขโมยเงิน ขโมยของในตระกูลหลิวอยู่เป็นนิจและยังมีชู้ตอนสามีไปออกรบ

คนเหล่านั้นเชื่อสนิทใจเพราะแม่ของบัณฑิตหลิวย่อมเป็นคนน่าเชื่อถือ คงไม่แต่งเรื่องมาหลอกลวงผู้คนให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

 

 

 

 

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
26 فصول
ทะลุมิติมามีลูกน้อย
ลมยามค่ำพัดวูบ แม้มิใช่ฤดูหนาวแต่อากาศก็ยังเย็นอยู่บ้าง บริเวณศาลเจ้าร้างที่ไร้ผู้คนสัญจรมีเพียงความเงียบสงัดและวังเวงวนอยู่รอบ ๆ กาย หลี่อันหนิงที่หลับสนิทมาราวสามชั่วยามแล้วยังไม่ฟื้นคืนสติ"ท่านแม่ ท่านแม่เป็นอะไรไป ท่านอย่าทิ้งเสี่ยวหลานไป ตื่นเถิดขอรับได้โปรดเถิด"เสียงเล็กร้องเรียกอย่างตกใจมาสักพักแล้ว มือผอมบางเขย่าร่างบอบบางหวังเพียงว่ามารดาผู้เป็นที่รักจะตื่นขึ้นมานางจะดุด่าเขาเหมือนทุกวันก็ยังดีกว่าหลับไปทั้งอย่างนี้เสียงแว่วดังข้างหูไกล ๆ หลี่อันหนิงที่พยายามลืมตาขึ้นมาแต่ลืมไม่ขึ้น ราวกับว่านางกำลังฝันอยู่ ไม่นานเสียงร้องเรียกก็ดังใกล้เข้ามาส่งผลให้นางตื่นขึ้นทันที"ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว"เด็กน้อยดีใจจนแทบกระโดด เขาร้องเรียกจนเสียงแหบแห้งยามนี้เริ่มรู้สึกแสบคอหลี่อันหนิงลืมตาขึ้นมอง สิ่งที่นางพบตรงหน้าเป็นเด็กชายตัวเล็ก ผอมแห้ง แต่ดวงตาเปล่งประกายสดใสแม้จะซูบผอมแต่เด็กคนนี้นับว่าหน้าตาดีอยู่ไม่น้อยกำลังยิ้มกว้างให้กับนาง"ท่านแม่"นางลุกขึ้นมองไปรอบตัวที่มีแต่ความมืด นางนอนบนพื้นเย็นเฉียบที่มีลมเย็นพัดมากระทบร่างบางของทั้งคู่เป็นระยะทั่วบริเวณมีเพียงนางและเด็กชายคนหนึ่ง
اقرأ المزيد
ออกหางานทำ
หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด นางสูดลมหายใจลึกเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะนางไม่เอาการเอางานมาก่อนแล้วยังใช้วิธีสกปรกครอบครองหลิวเวินเซียน นางจึงถูกแม่สามีและคนในตระกูลรังเกียจจนถูกไล่ออกจากบ้าน ในมุมมองของนาง นางเข้าใจว่าอย่างนั้นหรือว่าที่จริงแล้วหลิวเวินเซียนอาจกลับมาและแม่ของเขาอาจจะหาภรรยาไว้ให้จึงหาเรื่องไล่นางออกจากบ้านและใส่ร้ายลับหลัง"เป็นเพราะข้ามัวเมาในความรักแท้ ๆ หากข้ารักตัวเองมากกว่านี้คงไม่ต้องพบกับเรื่องน่าอายและลูกก็ไม่ต้องพบเจอสภาพเช่นนี้"นางมองดูเสี่ยวหลานที่กำลังหลับอยู่ก็ลูบหัวเขาเบา ๆ อีกครั้ง"ต่อไปนี้แม่จะดูแลเจ้าเอง แม้ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร วางใจเถิดแม่จะไม่ทำร้ายเจ้าทั้งกายและใจอีกแล้ว"เสี่ยวหลานตื่นขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า เมื่อไม่เห็นเงาของมารดาใจของเขาก็เริ่มหวาดหวั่น เด็กน้องนั่งกอดเข่าก้มหน้าคล้ายจะร้องไห้"เสี่ยวหลาน ตื่นแล้วหรือ"ดั่งเสียงจากสวรรค์ร้องทักขึ้น เสี่ยวหลานเงยหน้าขึ้นปากเล็กคลี่ยิ้มออกมา"ท่านแม่ ท่านไปไหนมาขอรับ"นางยิ้มแย้มเดินเข้ามาจูงมือบุตรชายออกไปนอกศาลา"ล้างหน้าล้างตาก่อน แม่ไปตักน้ำมาให้ เพิ่งรู้ว่าใ
اقرأ المزيد
ได้งานประจำ
เสี่ยวหลานที่นั่งมองมารดาอยู่หลังร้าน เขาเห็นนางไม่ได้พักก็นึกสงสารอยากออกไปช่วยแบ่งเบาหน้าที่ "ท่านป้าขอรับ ข้าอยากช่วยท่านแม่ ให้ข้าทำงานอะไรก็ได้ ข้ายินดีทำให้" เจ้าของร้านเห็นความช่างพูดของเสี่ยวหลานก็นึกเอ็นดู "เจ้าเด็กนี่ ประจบเก่งจริง ๆ เจ้าคิดว่าทำไหวหรือ" เขาผงกศีรษะอย่างมุ่งมั่นยิ่งทำให้นางชอบใจ "ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาผ้าไปเช็ดโต๊ะให้สะอาด" "ขอรับ" เด็กน้อยรับคำพร้อมเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดแล้วนำมาเช็ดโต๊ะ เริ่มแรกยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่พอทำได้ไม่นานเขาก็คล่องมือมากขึ้น หลี่อันหนิงตะลึงในการกระทำของเสี่ยวหลานก่อนมองเขาอย่างภาคภูมิใจ บุตรชายของนางก็เป็นเช่นนี้ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายโตขึ้นยังเป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีความกตัญญู น่าเสียดายที่คนตระกูลหลิวเลือกทิ้งสิ่งมีค่าเช่นเขาไป เมื่อเสร็จงานเจ้าของร้านจึงเดินมาตรวจตราความเรียบร้อยกล่าวอย่างพึงพอใจ "เออ ๆ เจ้านี่ ฉลาดไหวพริบดี ทำงานสะอาดเรียบร้อย โตขึ้นเจ้าต้องก้าวหน้าเป็นแน่ มา ๆ มารับค่าแรงกับข้า" นางหัวเราะอย่างชอบใจในผลงานของเสี่ยวหลาน สองแม่ลูกมองหน้ากัน หลี่อันหนิงจึงเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ "แต่ว่า...ท่านเลี้
اقرأ المزيد
ความจริงอีกด้าน
ทหารที่ไปออกรบทยอยกลับบ้าน ข้าศึกแตกพ่าย กองทัพกลับมาพร้อมชัยชนะ และได้รับรางวัลอย่างงามกันทั่วถึง หลิวเวินเซียนกลับเมืองจินหลิง การที่เขาไปออกรบนานถึงหกปีทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย กลับมาครั้งนี้เขาหวังว่าจะปรับความเข้าใจกับหลี่อันหนิงใหม่และพร้อมเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับนางอย่างจริงจัง เมื่อก่อนแม้เขาจะหมางเมินต่อนาง ไม่เคยได้ปกป้องนางหรือแม้แต่วางท่าทีเย็นชาอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อได้ร่วมหอกันแล้วเขาก็ยอมรับสถานการณ์เหล่านั้นได้ ก่อนแต่งงานนางทำเรื่องเสื่อมเสียเอาไว้ เขาก็ไม่เคยออกหน้าแทนนางแต่นางก็ทำดีกับเขา เสียสละหลายอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้เขาได้อ่านตำราเต็มที่ ทำอาหารห่อให้เขาไปกินที่สำนักศึกษา ไปส่งขึ้นรถม้าหรือแม้แต่จัดการธุระแทนยามที่เขาไม่อยู่ นั่นคือความทรงจำที่ดี ๆ ของนางที่เขาจดจำเอาไว้ในใจ ท่านแม่และคนตระกูลหลิวไม่ชอบนางแต่เมื่อแต่งงานกับแล้วเขาควรรับผิดชอบนำพาครอบครัวให้ก้าวไกลมากกว่านี้ เสียงเกือกม้าดังสะท้อนก้องไปตามลานหินของตระกูล ร่างสูงในชุดนักรบเปื้อนฝุ่นกลับจากสนามรบ หลิวเวินเซียนก้าวลงจากม้าด้วยความเหนื่อยล้าแต่ใจกลับเบิกบาน
اقرأ المزيد
เวินเซียนเปลี่ยนไป
หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่ "อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว" สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย "เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด" นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยา
اقرأ المزيد
ทำขนมมาฝาก
หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง "ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้" เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด "มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน" เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ "ข้าพลาดอีกแล้ว" หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที
اقرأ المزيد
ง้อภรรยา
เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง ทั้งสามคนต่างตกตะลึง เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย "ท่านเป็นใครขอรับ" หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต "ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา" หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม "ข้าคือพ่อของเจ้า" เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หร
اقرأ المزيد
ถูกไล่ออก
หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้ เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้ "อันหนิงห่มให้หรือ" คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ "ยิ้มอะไรอีกเล่า" นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก "เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ" นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย "รีบกิน
اقرأ المزيد
ช่วยกันทำมาหากิน
แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น "พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี" นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที "ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง "เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้" "ขอรับ" สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง "เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง" หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา "หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้" "ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน" พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว "นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ" ตั้งแต่นางอย
اقرأ المزيد
ตกงานถาวร
เมื่อขายซาลาเปาหมดหลิวเวินเซียนอาสาถือของกลับบ้าน นางจึงแบ่งซาลาเปาให้เขาสองลูกแล้วจูงมือเสี่ยวหลานไปที่โรงน้ำชา จากนั้นเขาก็กลับมารับจ้างเขียนจดหมายต่อ แม้คนจะเริ่มเงียบเป็นบางช่วงแต่เขาก็ยืนอยู่จนกระทั่งหลี่อันหนิงเลิกงานตอนเย็นและไปรอรับนางกลับบ้านพร้อมกัน หลี่อันหนิงก็มิได้ตั้งแง่เกลียดชังหลิวเวินเซียน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวหลานและร่างนี้ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เขามิใช่หลิวเวินเซียนคนเก่า คลับคล้ายว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนางและลูก แต่สิ่งที่นางไม่เคยลืมก็คือครอบครัวของสามีที่รังเกียจนาง ทำร้ายนางกับลูกแล้วยังตามรังควานไม่ให้นางมีที่ยืน หากหลิวเวินเซียนยังอยู่กับนาง ชีวิตสงบสุขไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ นางอยากหย่าขาดจากเขาแต่ไม่ห้ามหากเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกบ้าง หรือเขาจะมีภรรยาใหม่ก็สุดแล้วแต่ ทว่าหลิวเวินเซียนดื้อดึงยิ่งนัก นอกจากเขาไม่ยอมหย่าเขายังตามมาอยู่กับนางและลูก เฝ้าทำหน้าที่สามีและบิดาไม่ให้บกพร่อง ทั้งที่เขามีโอกาสที่ดีกว่านี้และเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า นางไม่รู้ว่าตลอดหกปีที่เขาไปรับใช้บ้านเมืองเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงกลับ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status