Share

ถูกไล่ออก

last update Last Updated: 2026-01-10 13:20:54

หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง

กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา

เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน

แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้

เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้

"อันหนิงห่มให้หรือ"

คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น

ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า

เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว

หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว

สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ

"ยิ้มอะไรอีกเล่า"

นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก

"เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ"

นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย

"รีบกินแล้วกลับไปซะ ข้ากับเสี่ยวหลานจะออกไปทำงาน"

เขารับชามข้าวต้มด้วยรอยยิ้มแต่พลันสะดุดกับคำพูดของนาง

"เสี่ยวหลานก็ไปทำงานหรือ"

หลี่อันหนิงหันมองเขา คราวนี้เป็นนางที่เงียบลงแล้วพูดขึ้นเสียงเบา

"เขาอยากช่วยงาน เถ้าแก่เลยให้ช่วยเล็กน้อยพอได้ค่าขนม"

หลิวเวินเซียนกินไม่ลง เขามองดูชามข้าวต้มที่กินอยู่ก็นึกละอายใจ ภรรยากับลูกหาเงินอย่างยากลำบาก แต่เขากลับเอาเปรียบ กินข้าวของนางโดยไม่ทำประโยชน์อันใด

เขามองดูหลี่อันหนิงวิ่งวุ่นไปเตรียมของและจัดการอาบน้ำให้เสี่ยวหลานแล้วจูงมือออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่กินข้าว ก่อนไปเสี่ยวหลานหันมายิ้มให้เขาพร้อมกับโบกมือ

"เสี่ยวหลานไปทำงานก่อนขอรับ แล้วจะรีบกลับมา"

หัวใจชายหนุ่มสั่นไหวระริก เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ควรได้พักอยู่บ้านกับมารดา ต้องระหกระเหินออกไปทำงานนอกบ้าน คิดได้ดังนั้น

เขาเริ่มจัดบ้าน เก็บกวาด ทำความสะอาด แม้ทุกอย่างจะสะอาดอยู่แล้ว

นางพาลูกออกไปทำงานรับจ้างทั้งเช้าและเย็น หลิวเวินเซียนแอบตามไปดู เห็นนางวิ่งรับงานวันละสามงานที่หนักหนาเกินกว่าสตรีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรับไหว เขาทั้งภูมิใจและปวดใจไปพร้อมกัน

"แท้จริงแล้ว นางมิได้เกียจคร้าน แต่กลับขยันหมั่นเพียรและใจสู้กว่าที่ข้าคิด แล้วข้าจะยอมให้นางเลี้ยงลูกลำพังได้อย่างไร"

สายตาของเขาจับจ้องหลี่อันหนิง ความรู้สึกอุ่นใจ มีพลังและอยากปกป้องเริ่มก่อตัวขึ้น

ตลอดวัน หลี่อันหนิงทำงานรับจ้างด้วยความตึงเครียด แต่ไม่ยอมปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยทำลายความตั้งใจ

ทันใดนั้น แม่นางเมิ่งฉี เดินมาพร้อมกับจ้าวหยางซิน หญิงสาวที่นางนัดหมายมาที่นี่โดยตรงพร้อมรอยยิ้มเรียบร้อย

และแม่สามีที่ตามมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์

"โรงน้ำชานี่ก็ใช้ได้นะเจ้าคะท่านป้า แต่ว่าไม่ค่อยสมฐานะเราเท่าไรนัก"

จ้าวหยางซินเอ่ยเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความดูหมิ่น

หลี่อันหนิงเห็นแม่สามีและหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มท่าทางเรียบร้อยแววตาฉายประกายความเย่อหยิ่งชัดเจน

"อยู่นี่เอง ข้าเคยได้ยินคนร่ำลือกันว่าเจ้ามาทำงานที่โรงน้ำชา เถ้าแก่เนี้ยอยู่ที่ไหน"

เมิ่งฉีพูดขึ้นอย่างเอาเรื่อง ไม่รู้ว่านางอารมณ์เสียมาจากไหน พอเห็นหน้าลูกสะใภ้ก็ขึ้นเสียงแข็งทันที

"ท่านจะพบท่านป้าทำไม หากมาดื่มชาก็ไปนั่งก่อน แต่หากมาหาเรื่องก็เชิญออกไปจากร้าน"

วาจาที่ไม่เคยได้ยินจากปากลูกสะใภ้มาก่อนทำให้เมิ่งฉีโมโห เมื่อก่อนนางไม่เคยโต้เถียงแม่สามีแม้แต่ครั้งเดียว

"โอหังนัก คิดว่าพอมีงานทำหน่อยก็ยโสกับข้าได้เหรอ"

"ถ้าท่านมีเหตุผลหน่อยข้าจะพูดกับท่านดี ๆ"

หลี่อันหนิงไม่ก้าวออกมาแต่เสียงของนางฉะฉานชัดเจน

"ข้าจะบอกเถ้าแก่ไล่เจ้าออก คนไร้คุณธรรมอย่างเจ้าไม่สมควรมีชีวิตที่ดี ลูกชายข้าอยู่ที่ไหน คืนเขามาให้ข้าเดี๋ยวนี้"

จ้าวหยางซินรั้งมือเมิ่งฉีเอาไว้ เกรงว่านางจะโมโหจนทำร้ายคนขึ้นมา เด็กสาวไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้ มองรอบตัวเห็นคนเริ่มมุงก็รู้สึกอับอายไม่น้อย

"อยากได้บุตรชายคืน ก็ไปตามเอาเอง ข้าไม่เกี่ยว แต่ถ้าใครคิดจะยุ่งกับข้าและลูก ได้เห็นฤทธิ์ของข้าแน่"

คำพูดหนักแน่นและมั่นคงของนางทำให้แม่สามีและหญิงสาวอีกคนถึงกับอึ้ง

สายตาเมิ่งฉีเริ่มร้อนผ่าว

หญิงสาวพยายามยิ้ม แต่ก็รู้สึกว่าความมั่นใจสั่นคลอน

เมื่อคนเริ่มซุบซิบ เมิ่งฉีก็ฟึดฟัดกลับออกไปและจ้าวหยางซินก็ก้มหน้าเพราะอับอาย ต่างจากตอนเข้ามาโดยสิ้นเชิง

หลี่อันหนิงกลับไปทำงานต่อ

เสี่ยวหลานอยู่ข้าง ๆ นาง

เด็กชายมองแม่ด้วยความภาคภูมิใจ

"ท่านแม่ของข้าเก่งที่สุดเลย ดูสิท่านย่าหนีไปแล้ว"

หลิวเวินเซียนยืนอยู่ไกล ๆ

มองเหตุการณ์ด้วยสายตาจดจ่อ ใจเขารู้สึกทั้งภูมิใจและห่วงใยนาง ขณะเดียวกันก็คาดไม่ถึงว่ามารดาจะทำร้ายภรรยาและลูกของเขาได้ถึงเพียงนี้ และเด็กสาวคนนั้นก็ยังยอมลดเกียรติตัวเองเพื่อมาทำเรื่องน่าอายกับแม่ของเขาอีก

ตอนค่ำ หลี่อันหนิงกลับมาถึงบ้าน นางเห็นหลิวเวินเซียนกำลังขุดแปลงปลูกผักอยู่หน้าบ้าน นางมองเขาสายตาเย็นเฉียบ

"เวินเซียน ท่านทำอะไรอยู่น่ะ รีบไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้"

เขามองหน้านางนิ่งนานแต่ยังยืนกรานไม่ไป

"ข้ายังไม่อยากถูกไล่ออก ไม่อยากย้ายที่อยู่ หากเห็นแก่ข้ากับลูก ท่านควรกลับบ้านท่าน"

"ข้าไม่ไป เจ้าดูสิข้ากำลังจะปลูกผักให้เจ้าเอาไปขาย"

เขายังยืนยันจะอยู่ต่อแถมยังชี้ชวนนางดูแปลงผักเรียงรายเป็นระเบียบ

"ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องกินข้าว"

นางพูดจบก็เดินหนีเข้าบ้านทิ้งให้สามียืนมองอย่างครุ่นคิด

"ข้าทนหิวเล็กน้อยได้ไม่ใช่ปัญหา"

ขณะนั้น เสี่ยวหลานแอบมองอยู่

เด็กชายเห็นพ่อของเขาโดนดุแต่ไม่ยอมแพ้

หัวใจน้อย ๆ เต็มไปด้วยความสงสารจับใจ

กลางดึก เสี่ยวหลานลอบหยิบขนมจีบจากตู้กับข้าวและถั่วทอดที่เขาแอบซื้อมากินเมื่อกลางวัน เขาเก็บเอาไว้ครึ่งหนึ่งเผื่อบิดาและมารดา แต่ตอนนี้ผู้เป็นพ่อต้องอดเขาจึงตัดสินใจยกให้ทั้งหมด

"ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ"

เด็กชายเรียกเสียงกระซิบ

หลิวเวินเซียนที่ยังนอนไม่หลับ หันมองตามเสียง เห็นมือเล็ก ๆ ถือถาดขนมที่ลูกชายเอามาให้ รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏบนใบหน้า

"ขอบใจมากลูกพ่อ"

เด็กชายยิ้มกว้างที่บิดาไม่โกรธเขาและแม่ ทั้งสองพ่อลูกนั่งลงบนแคร่

กินขนมด้วยกัน เริ่มพูดคุยด้วยความสนิทสนม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่หัวใจเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจ

บุตรชายช่างมีน้ำใจแม้เขาจะเติบโตโดยไร้บิดามาตั้งหลายปี เรื่องนี้ทำให้หลิวเวินเซียนอดซาบซึ้งใจไม่ได้ ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมหลี่อันหนิงที่สอนลูกได้ดีแม้ไร้เขาข้างกาย

เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงตื่นแต่เช้า

นางรีบออกไปทำงานรับจ้างก่อนที่จะไปโรงน้ำชาและเตรียมอาหารไว้เช่นเคย นางเดินผ่านหลิวเวินเซียนที่ยังทำเป็นหลับอยู่ทั้งที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้ว

วันนี้นางเดินไปยังบ้านที่เคยรับงานทำความสะอาดประจำเช้ากว่าทุกวัน

เจ้าของบ้านยืนอยู่หน้าประตู

สายตาเต็มไปด้วยความระแวงและไม่พอใจ

"อันหนิง ตั้งแต่วันนี้ข้าจะไม่จ้างเจ้าทำงานอีก กลับไปเถิด"

หลี่อันหนิงตาโตด้วยความตกใจ

"ทำไมเจ้าคะ ข้าทำงานเช้ามาตลอด ไม่เคยสาย ไม่เคยขาดงาน"

เจ้าของบ้านก้าวเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงต่ำเต็มไปด้วยความอคติ

"คนอย่างเจ้า ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไม่มีคุณธรรม แย่งสามีชาวบ้านมาเป็นของตัวเองแล้วยังหนีตามชายอื่น ทอดทิ้งสามีแถมขี้ขโมย แม่สามีของเจ้าเป็นคนบอกข้าเอง ข้าจ้างเจ้าต่อไปไม่ได้หรอกไปไหนก็ไปเถิด"

หลี่อันหนิงหน้าแดงด้วยความโมโหและเจ็บปวด นางกำลังได้โอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้นแท้ ๆ แต่แม่สามีก็ยังตามจองล้างจองผลาญนางไม่เลิก

"ข้าไม่อยากให้บ้านข้ามีคนมัวหมองอย่างเจ้ายืนอยู่ในบ้าน ข้ารับไม่ไหวหรอก ไปไหนก็ไปเสีย"

หลี่อันหนิงกัดฟันแน่น

สายตาเย็นชาเต็มไปด้วยความตั้งใจ

"หากท่านเชื่ออย่างนั้นก็ไม่เป็นไร"

นางหันหลังแล้วเดินจากไป

เสี่ยวหลานที่อยู่ข้าง ๆ มองมารดาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสาร แต่ในดวงตาของเด็กชายก็เริ่มเห็นความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของนาง

หลี่อันหนิงจับมือเสี่ยวหลานพูดอย่างอ่อนโยนเช่นเดิม

"ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่จะหางานอื่นทำไม่ให้เจ้าต้องลำบาก"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ตกงานถาวร

    เมื่อขายซาลาเปาหมดหลิวเวินเซียนอาสาถือของกลับบ้าน นางจึงแบ่งซาลาเปาให้เขาสองลูกแล้วจูงมือเสี่ยวหลานไปที่โรงน้ำชา จากนั้นเขาก็กลับมารับจ้างเขียนจดหมายต่อ แม้คนจะเริ่มเงียบเป็นบางช่วงแต่เขาก็ยืนอยู่จนกระทั่งหลี่อันหนิงเลิกงานตอนเย็นและไปรอรับนางกลับบ้านพร้อมกัน หลี่อันหนิงก็มิได้ตั้งแง่เกลียดชังหลิวเวินเซียน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อของเสี่ยวหลานและร่างนี้ยังมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเขาอยู่บ้าง ตอนนี้เขามิใช่หลิวเวินเซียนคนเก่า คลับคล้ายว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อนางและลูก แต่สิ่งที่นางไม่เคยลืมก็คือครอบครัวของสามีที่รังเกียจนาง ทำร้ายนางกับลูกแล้วยังตามรังควานไม่ให้นางมีที่ยืน หากหลิวเวินเซียนยังอยู่กับนาง ชีวิตสงบสุขไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ นางอยากหย่าขาดจากเขาแต่ไม่ห้ามหากเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกบ้าง หรือเขาจะมีภรรยาใหม่ก็สุดแล้วแต่ ทว่าหลิวเวินเซียนดื้อดึงยิ่งนัก นอกจากเขาไม่ยอมหย่าเขายังตามมาอยู่กับนางและลูก เฝ้าทำหน้าที่สามีและบิดาไม่ให้บกพร่อง ทั้งที่เขามีโอกาสที่ดีกว่านี้และเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า นางไม่รู้ว่าตลอดหกปีที่เขาไปรับใช้บ้านเมืองเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงกลับ

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ช่วยกันทำมาหากิน

    แม้จะขาดรายได้ไปแต่นางยังมีงานที่โรงน้ำชาและรับจ้างซ่อมเสื้อผ้าในตอนเย็นเป็นครั้งคราว ด้วยความเคยชินกับการทำงานหลายอย่างนางจึงคิดหาวิธีหาเงินให้ได้มากขึ้น "พอจะมีเงินเก็บบ้าง ทำซาลาเปาขายคงจะดี" นางเข้ามาถึงบ้านไม่เห็นหลิวเวินเซียน มีเพียงห่อผ้าและย่ามใส่ตำราวางอยู่บนแคร่ หลังจากมารดาเข้าบ้านแล้ว เสี่ยวหลานจึงเดินดูรอบบ้าน พบบิดากำลังปลูกผักที่แปลงหลังบ้านอย่างเอาจริงเอาจัง เด็กชายรีบวิ่งออกไปบอกพ่อทันที "ท่านพ่อ วันนี้ท่านแม่ถูกไล่ออกแต่ท่านแม่ไม่ท้อ ข้าเห็นท่านแม่จะทำซาลาเปาขาย หลิวเวินเซียนใจกระตุกวาบ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อนาง "เช่นนั้นเสี่ยวหลานช่วยพ่อรดน้ำผัก เราจะได้มีผักกินและขายได้" "ขอรับ" สองพ่อลูกเดินมาหน้าบ้านมองเห็นหลี่อันหนิงอยู่ในครัวเขาจึงเดินเข้าไปหานาง "เจ้าจะขายของหรือ มาเถิดข้าช่วยเอง" หลี่อันหนิงละจากงานตรงหน้า แค่นหัวเราะมองเขา "หากท่านกลับบ้านไป ข้ากับลูกคงสบายขึ้นกว่านี้" "ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว หากเจ้ากับลูกไม่ไปข้าก็ไม่มีทางไปไหน" พูดจบเขาก็คว้าชามใส่แป้งในมือนางไปวางบนโต๊ะ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว "นี่ ไม่ต้อง ท่านทำเป็นรึ" ตั้งแต่นางอย

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ถูกไล่ออก

    หลิวเวินเซียนแม้ใจจะเจ็บกับหลายอย่างแต่เขาก็อดทนได้ ยินยอมนอนบนแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลง กลางดึก เสี่ยวหลานแอบลุกขึ้นมาแล้วเปิดประตูออกมาดูบิดา เด็กชายมองเขาที่นอนหลับบนแคร่หน้าบ้าน แม้จะงุนงงว่าพ่อเป็นมาอย่างไร แต่ความฉลาดเกินวัยและความอบอุ่นในใจทำให้เขาเดินไปเอาผ้านวมเล็ก ๆ มาห่มให้ เด็กชายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ กลับเข้าบ้านปิดประตูแล้วนอนลงข้างแม่เช่นเดิม เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเวินเซียนตื่นขึ้นพร้อมดวงอาทิตย์เริ่มทอแสง สายตาเขามองไปยังร่างของตัวเองที่มีผ้านวมห่มไว้ "อันหนิงห่มให้หรือ" คิดได้ดังนั้น หัวใจเขาอบอุ่นขึ้น ความหวังและรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า เขายิ้มเก้อ ๆ จนเกือบลืมตัว หลี่อันหนิงตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวเสร็จ นางก็เปิดระตูออกมาจะเดินเข้าครัว สายตาเหลือบเห็นเขาที่นั่งยิ้มอยู่ก็หงุดหงิดเล็ก ๆ "ยิ้มอะไรอีกเล่า" นางไม่สนใจเขาอีก เริ่มหุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยลอยไปทั่วบ้าน หลิวเวินเซียนเก็บผ้าห่มแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้า เขาเดินมาหานางพูดเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังดูขัดหูยิ่งนัก "เช้านี้ ขอกินข้าวด้วยนะ" นางจึงตักใส่ชามแล้วยื่นให้แต่ทำท่ารำคาญเล็กน้อย "รีบกิน

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ง้อภรรยา

    เมื่อหลี่อันหนิงพาลูกชายเดินกลับบ้านเช่า เขาแอบอยู่หลังมุมตึกไม้เก่า มองภาพทั้งสองคนอย่างไม่ละสายตา ความรู้สึกอ่อนโยนและปกป้องล้นหัวใจ หลิวเวินเซียนค่อย ๆ เดินตามทิ้งระยะห่าง หัวใจเขาพลันเต้นแรงด้วยความตั้งใจแน่วแน่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมารวมตัวกันของครอบครัว แต่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ความลับ เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะเผยตัวต่อหลี่อันหนิงและเสี่ยวหลาน เช้าวันต่อมา หลี่อันหนิงกำลังเตรียมอาหารเช้าให้เสี่ยวหลาน เด็กชายตัวน้อยกำลังกวาดโต๊ะอย่างตั้งใจ ทุกอย่างยังคงสงบ แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความคาดเดา ทันใดนั้น ประตูไม้เปิดเบา ๆ แต่มั่นคง หลิวเวินเซียนก้าวเข้ามาในบ้าน หยุดฝีเท้าแล้วยืนมอง ทั้งสามคนต่างตกตะลึง เสี่ยวหลานตัวเล็ก ๆ เงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยความสงสัย "ท่านเป็นใครขอรับ" หลี่อันหนิงนิ่งสงบ ยืนข้างลูก ปล่อยให้เสี่ยวหลานพูดต่อ เด็กชายชี้ไปยังบุรุษตรงหน้าพลางเบิกตาโต "ท่านเป็นใคร ทำไมเข้ามาในบ้านเรา" หลิวเวินเซียนใจเต้นแรง เขาก้าวเข้าใกล้เสี่ยวหลาน ค่อย ๆ ก้มลง สายตาคมจับจ้องดวงตาสดใสของเด็กชาย กล่าวด้วยเสียงอ่อนนุ่ม "ข้าคือพ่อของเจ้า" เสี่ยวหลานขมวดคิ้ว หร

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   ทำขนมมาฝาก

    หลิวเวินเซียนออกจากบ้านโดยไม่สนใจผู้อื่นแม้แต่มารดา จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่หลี่อันหนิงเท่านั้น เขาเดินทะลุฝูงชนในตลาดยามเช้า เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกขายของ ขนมอบร้อนและกลิ่นเครื่องเทศผสมผสานไปกับผู้คน แต่สายตาของเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น เขามองหาเพียงร่างของหลี่อันหนิง "ต้องเป็นนาง ข้ารู้สึกได้" เขาหยุดที่ร้านน้ำชาริมถนน พยายามสอดส่องทุกซอกมุม ในร้านเล็ก ๆ เห็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอแม่อย่างตั้งใจ หลิวเวินเซียนใจเต้นแรงทันที ดวงตากลมโต ผมดำยาวชี้ฟูเล็กน้อย เด็กชายเหมือนคนที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงตลก ๆ ของแม่ค้ากลุ่มหนึ่งดึงเขาออกจากความคิด "มาหาอันหนิงหรือเปล่า นางทำงานอยู่โรงน้ำชานี่เอง แต่ก็ไม่รู้หายไปไหนช่วงปิดร้าน" เขากวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสตรีคนนั้น จังหวะที่เขาก้าวเข้าไปใกล้ร้าน น้ำชาเจ้าของร้านยกมือปัดฝุ่นอยู่ ถามไถ่ได้ความว่านางเพิ่งพาลูกออกไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดใกล้ ๆ "ข้าพลาดอีกแล้ว" หลิวเวินเซียนยืนตะลึงอยู่หน้าร้าน หัวใจเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและความผิดหวังปะปนกัน ร่างกายของเขาเหมือนจะเคลื่อนไหวเอง แต่สายตาก็ยังคงมองไปยังทิศทางที

  • ข้ามเวลามาเป็นสะใภ้ถูกทอดทิ้ง   เวินเซียนเปลี่ยนไป

    หลี่อันหนิงคิดหารายได้เพิ่มก่อนโรงน้ำชาเปิด หากตื่นเช้ากว่านี้นางก็มีเวลารับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ นางจึงหารือกับป้าซ่งและขอย้ายออกไปเช่าบ้านอยู่เพื่อความสบายใจและไม่ต้องการเอาเปรียบป้าซ่ง จากนั้นจึงออกมาเช่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชาเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก รุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทอแสง หลี่อันหนิงก็ลุกขึ้นจากเตียงฟางในบ้านหลังเล็กที่ปลูกด้วยไม้เก่า ๆ มีเพียงเตียง ฟืน และหม้อใบหนึ่ง นางห่มผ้าให้เสี่ยวหลานที่ยังหลับอยู่ ก่อนออกจากบ้านพร้อมกับตะกร้าไม้ในมือ ที่หน้าตลาด มีบ้านเศรษฐีหลังหนึ่งที่นางรับจ้างทำความสะอาดอยู่ "อ้าว อันหนิงมาเช้าเชียว" สาวใช้ในบ้านร้องทักทาย "เจ้าค่ะ รีบมาปัดฝุ่นก่อนแสงแดดแรง จะได้กลับไปทันโรงน้ำชาเปิด" นางยิ้มตอบพร้อมก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่น มือของหลี่อันหนิงแม้หยาบกร้าน แต่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ปัดกวาด ขัดพื้น ซักผ้า ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ เมื่อเสร็จงาน นางจะได้รับเหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะ แต่สำหรับนางมันคืออาหารสำหรับลูกหนึ่งมื้อ จากนั้นนางจึงรีบกลับไปหาบุตรชายที่เรือนหลังเล็กแล้วออกไปโรงน้ำชาดังเช่นทุกวัน ทำงานต่อจนกระทั่งร้านปิดในยา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status