LOGIN“ไม่เป็นไรเพคะ วันนี้หม่อมฉันอยากเข้าครัว
“ไม่เป็นไรเพคะ วันนี้หม่อมฉันอยากเข้าครัวทำอาหารเองสักหน่อย เสด็จพี่อยากลองชิมไหมเพคะ” เจียงหว่านคิดจะแลกอาหารกับระบบแทนการทำเองเพราะยังไงนางก็ทำอาหารไม่เป็นอยู่แล้ว“เจ้ายังตั้งครรภ์อยู่แล้วจะไปทำอาหารให้ลำบากทำไมกัน ให้บ่าวทำให้ก็พอแล้วนะน้องหญิง” ไท่จื่อส่ายพระพักตร์อย่างไม่ยินยอม“เชื่อหม่อมฉันนะเพคะ หม่อมฉันอยากทำเองจริง ๆ” เจียงหว่านอ้อนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอย่างที่น้อยครั้งนางจะทำเช่นนี้“เฮ้อ ก็ได้ พี่จะนั่งรออาหารของเจ้าที่นี่ก็แล้วกันนะน้องหญิง” ไท่จื่อมีหรือจะทนน้ำเสียงออดอ้อนของเจียงหว่านได้ พระองค์รู้สึกชุ่มชื่นพระทัยอย่างมาก“เสิ่นเวย เจ้าไปกับเราสักหน่อย เราอยากให้เจ้าเฝ้าหน้าห้องครัวไม่ให้ใครเข้ามาก่อนที่เราจะเ
ไท่จื่อที่พาทหารออกไปเก็บเกี่ยวทั้งวัน พอกลับมาแล้วได้รับรายงานจากหมอหลวงถงเข้าก็ยิ่งดีใจมากกว่าเดิมหลายเท่า พระองค์รีบล้างไม้ล้างมือแล้วเข้าไปหาเจียงหว่านที่นอนพักผ่อนอยู่ในห้องบรรทม“นี่พวกเราได้ลูกแฝดหรือน้องหญิง ดีจริง ๆ” ไท่จื่อยกมือใหญ่มาลูบท้องนูนของเจียงหว่านเบา ๆ ด้วยกลัวว่าจะกระทบกระเทือนบุตรในครรภ์“ใช่เพคะ เสด็จพี่อยากทายไหมว่าลูกเราจะเป็นชายหรือหญิง” เจียงหว่านนึกสนุกขึ้นมา เพราะนางเห็นภาพอัลตราซาวด์แล้วว่านางได้ทั้งบุตรชายหญิง“ไม่ว่าจะชายหรือหญิงพี่ก็รักทั้งนั้น น้องหญิงแค่ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าเดินมากอีกรู้หรือไม่ หากอยากไปที่ใดก็ให้บอกเสิ่นเวย” ไท่จื่อกำชับ พระองค์ยังมีงานมากมายที่ต้องดูแลด้วยพระองค์เองจึงยังไม่มีเวลาอยู่กับเจียงหว่านมากนัก“
“รอหลังอาหารแล้วพวกเราค่อยขับรถวนไปดูเส้นทางคลองกันดีไหมน้องหญิง เจ้าจะได้ไม่ต้องนั่งรถม้าให้เหนื่อย” ไท่จื่อหันไปคุยกับเจียงหว่าน“จะดีหรือเพคะเสด็จพี่ หม่อมฉันกลัวว่าเส้นทางในหมู่บ้านจะแคบเกินไปจนทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนนะเพคะ” เจียงหว่านเคยไปหมู่บ้านต่าง ๆ แล้ว“พี่ว่าเราลองไปดูกันก่อนก็ได้นี่นา ถ้าเข้าหมู่บ้านไม่ได้ก็แค่ขับดูกันรอบนอกตามเส้นทางคลองที่ขุดไปแล้วดีไหม” ไท่จื่อเสนอขึ้นมาอีกครั้ง พระองค์รู้ดีว่ารถคันนี้สามารถขับบนถนนที่ขรุขระได้เป็นอย่างดีโดยไม่กระเทือนถึงภายใน“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามเสด็จพี่ว่าก็ได้เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำพ่อบ้านที่เพิ่งให้บ่าวตั้งโต๊ะมาตามไท่จื่อและไท่จื่อเฟยเพื่อไปเสวยมื้อเช้าตามหน้าที่ เสิ่นเวยก
เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ แถมนางยังกำชับด้วยว่าให้ขับช้า ๆ ตอนที่เข้าไปในเมืองหลวงด้วย เพราะเจียงหว่านกลัวว่าไท่จื่อจะขับไปชนคนเข้ายังดีที่พอไท่จื่อขับเข้าเมืองหลวง พระองค์ก็ลดความเร็วลงอย่างที่เจียงหว่านบอกเอาไว้ ก่อนจะขับเข้าไปจอดในจวนอย่างนุ่มนวล“วันหลังให้เต๋อเป่าหัดขับด้วยนะเพคะ จะได้ชินมือ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นได้” เจียงหว่านหันไปบอกไท่จื่อก่อนจะลงจากรถ“พี่รู้แล้วน้องหญิง พวกเรารีบเข้าไปทานข้าวก่อนเถอะ เลยเวลามามากแล้ว เดี๋ยวลูกก็หิวหรอก” ไท่จื่อขับช้าจนเลยเวลามื้อเย็นมาพักใหญ่“ทราบแล้วเพคะ” เจียงหว่านพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเปิดประตูลงรถไปแม่นมลู่กับเต๋อเป่
“เฮ้อ ก็ได้เพคะ แต่เสด็จพี่ต้องสัญญาก่อนว่าจะพาหม่อมฉันกลับไปดูการพัฒนาที่เมืองฝูเซิงอีกครั้ง” เจียงหว่านอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเมล็ดพันธุ์ของนางที่ได้รับจากระบบนั้นดีจริงหรือเปล่า หากดีจริงนางก็จะแลกมาให้กับเสนาบดีไห่เพิ่มอีกมากหน่อย เพื่อที่เขาจะได้นำไปขยายพันธุ์และปลูกในพื้นที่อื่น ๆ ภายในแคว้นต่อไป“เจ้าพักผ่อนให้ดีก่อนค่อยคิดเรื่องอื่นเถิด ประเดี๋ยวพี่ต้องออกไปค่ายทหารเพื่อเตรียมจัดส่งเชลยเหล่านั้นกลับไปยังเมืองตะวันออกอีก” จิ้งอ๋องตรัส“ทราบแล้วเพคะ เสด็จพี่ก็ดูแลพระองค์เองด้วย” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำจิ้งอ๋องนั่งสนทนากับเจียงหว่านต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนจะขี่ม้าออกไปจากจวนพร้อมกับเต๋อเป่าและองครักษ์ส่วนหนึ่ง แม่นมลู่ตอนนี้คอยรับใช้เจียงหว่านอยู่ไม่ห่างเพราะเสิ่นเวยกับไฉ่ฉู่ยังกลับมาไม่ถึงจวน
“ตอนนี้ขุนนางเก่ายังไม่มีประสบการณ์เท่ากับคนที่ถูกขังอยู่พะย่ะค่ะ แต่ก็พอจะประคองสถานการณ์ในกรมกองต่าง ๆ ได้อยู่” เสนาบดีฝ่ายขวาเอ่ยขึ้น“อืม...เราคิดว่าพวกเจ้าลองเลือกขุนนางใหม่แล้วส่งฎีกามาให้เราตรวจสอบอีกครั้งดีกว่า จากนั้นเราจะคัดเลือกพวกเขาตามผลงานแล้วค่อยแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ให้กับพวกเขาทีหลัง พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ตรัสถามต่อ“พวกกระหม่อมจะทำตามพระบัญชาพะย่ะค่ะฝ่าบาท” เหล่าขุนนางรีบรับคำพร้อมกันทันที พวกเขามีเรื่องต้องประชุมกันต่อหลังออกจากท้องพระโรงอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นการหาขุนนางเข้ามาทำงานแทนคนเก่าจะล่าช้าไปอีก“ดี เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปคุยกันเถอะว่าจะเลือกใครกันบ้าง เราจะไปพักผ่อนสักหน่อยหลังจากเดินทางมานาน” ฮ่องเต้ถึงจะได้บรรทมในรถแต
“เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกันสองเค่อต
“เชิญท่านอ๋องเสวยชาก่อนพะย่ะค่ะ บ้านกระหม่อมมีเพียงชาธรรมดาเท่านั้น หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ทรงถือสา” เจียงซุนเจ๋อรีบเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพร้อมกับอนุหวัง“
“น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบก
หลังกินข้าวกินยาเสร็จ เจียงหว่านก็ให้แม่นมลู่พยุงกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม อาการปวดหัวของนางดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้กินข้าวและยาไปก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าลูบคลำบาดแผลบนหัวของตนเองให้เจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกจึงได้แต่ค่อย ๆ หามุมนอนเพื่อหลบหลีกบาดแผล







