FAZER LOGIN“เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกัน
สองเค่อต่อมา เต๋อเป่ากับพวกแม่นมลู่กลับมาพร้อมหีบสมบัติสองหีบที่ยังหลงเหลืออยู่ในคลังเก็บของ โฉนดร้านค้าทั้งสามนั้นมีแม่นมลู่เป็นคนถือเอาไว้และนำมายื่นให้เจียงหว่านตรวจสอบ
“รายการในสินเดิมขาดหายไปกว่าครึ่งพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เต๋อเป่ารายงานไปตามความจริง เขาไม่คิดมาก่อนว่ามารดาของพระชายาจะร่ำรวยไม่น้อย
“เขียนสัญญาใช้หนี้ให้เขาลงชื่อเสีย หากภายในสามเดือนหาเงินมาคืนพระชายาไม่ได้ก็ส่งเรื่องให้ทางการเสีย” จิ้งอ๋องตรัสอย่างไม่สนใจว่าสีหน้าของเจียงซุนเจ๋อจะเป็นอย่างไร พระองค์คิดว่าเจียงหว่านน่าจะมีเรื่องต้องใช้เงิน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่เอ่ยปากทวงสินเดิมกับพวกเขาแน่
“พะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เต๋อเป่าค้อมกายคำนับเสร็จก็เดินไปคอยคุ้มกันจิ้งอ๋องที่ด้านข้างเก้าอี้ที่พระองค์ประทับนั่งอยู่
“พวกเรากลับจวนเลยก็ได้เพคะท่านอ๋อง ข้าไม่อยากอยู่ต่อแล้ว” เจียงหว่านตรวจสอบโฉนดแล้วก็พบว่าร้านเครื่องประดับ ร้านเครื่องหอมและร้านขายอาหารของท่านแม่นางยังอยู่ดี ถึงแม้ในบัญชีจะขาดทุนอยู่นางก็ไม่คิดมากอะไร ด้วยความรู้ความสามารถของนางจากยุคปัจจุบัน เจียงหว่านมั่นใจมากว่าจะสามารถพัฒนาร้านค้าจนกลับมารุ่งเรืองได้ไม่ยาก
“อืม… กลับจวน!” จิ้งอ๋องตรัสจบก็ลุกขึ้นเดินนำหน้าออกไปทันที
ของขวัญที่ก่อนหน้านี้จวนอ๋องนำมายังถูกนำกลับไปด้วยทั้งหมด ทำเอาเจียงซุนเจ๋อที่หวังว่าจะพอมีเงินทองใช้จ่ายบ้างถึงกับเสียใจจนสลบไป
“ท่านพี่!” หวังซินอวี่เห็นเข้าก็รีบเขย่าร่างสามีด้วยความตกใจ หากสามีของนางเป็นอันใด หวังซินอวี่ที่เคยมีหน้ามีตาและได้เข้าร่วมงานเลี้ยงในจวนขุนนางบ่อย ๆ จะทำอย่างไรเล่า
“ฮึ่ม! เพราะนังเจียงหว่านคนเดียวที่ทำให้บ้านเราต้องตกที่นั่งลำบาก” เจียงม่านหรูกัดฟันเอ่ยขึ้นมาอย่างโกรธแค้น นางไม่คิดเลยว่าจิ้งอ๋องนั้นจะไม่เห็นแก่หน้าท่านพ่อของนางเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าอย่าเพิ่งไปสนใจนังนั่นเลยน่า มาช่วยแม่พยุงท่านพ่อเจ้ากลับห้องก่อนเถอะ อ้อ ส่งคนไปตามหมอมาด้วยเล่า” หวังซินอวี่รีบหันไปเรียกลูกสาว
“เจ้าค่ะท่านแม่” เจียงม่านหรูเสียดายที่วันนี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะทำร้ายเจียงหว่านได้ เพราะคราแรกนางคิดจะลากตัวเจียงหว่านไปเดินเล่นในสวนแล้วให้คนมาจับตัวนางไป น่าเสียดายที่แผนการยังไม่ทันได้เริ่ม นางกลับถูกจิ้งอ๋องเล่นงานเอาเสียก่อน หากนางจะส่งคนเข้าไปลักพาตัวเจียงหว่านออกมาจากจวนอ๋องก็คงเป็นไปไม่ได้ ใครไม่รู้บ้างเล่าว่าจวนอ๋องเปรียบดั่งถ้ำเสือวังมังกร ขนาดสายลับจากวังหลวงยังไม่สามารถเข้าไปได้ง่าย ๆ
“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ช่วยทวงคืนทรัพย์สินให้หม่อมฉันเพคะ” เจียงหว่านเห็นว่าในรถม้าเงียบเกินไปจึงเอ่ยปากขึ้น
“ฮึ! หากปล่อยให้เจ้าเป็นคนจัดการ เราคิดว่าคืนนี้เจ้าก็คงไม่ได้ของกลับมาหรอก ทีหน้าทีหลังก็หัดรู้จักใช้คนเสียบ้าง อย่าทำให้เราขายหน้า” จิ้งอ๋องยังคงนึกโมโหไม่หายที่ครอบครัวเจียงกล้าข่มขู่พระชายาของพระองค์ ถึงแม้ว่าจิ้งอ๋องจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเจียงหว่านก็จริงอยู่ แต่ด้วยศักดิ์ฐานะของพระองค์แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมาวางอำนาจใส่คนของพระองค์เอง
“เพคะ” เจียงหว่านได้แต่กรอกตามองบนอย่างระอา นางไม่คิดเลยว่าจิ้งอ๋องคนนี้จะชอบใช้กำลังในการแก้ปัญหา เจียงหว่านไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชื่อเสียงของจิ้งอ๋องจึงไม่ดีเหมือนกับองค์ชายคนอื่น
“อ้อ บาดแผลเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เสด็จแม่อยากให้เจ้าเข้าวังไปสนทนาด้วยสักหน่อยน่ะ” จิ้งอ๋องเกือบลืมเรื่องสำคัญ
“ยังเจ็บอยู่เพคะ รอสักสี่ห้าวันได้หรือไม่ พรุ่งนี้หม่อมฉันอยากไปตรวจดูร้านค้าทั้งสามแห่งเพื่อจัดคนไปดูแลใหม่เพคะ” เจียงหว่านอยากจัดการเรื่องร้านให้เรียบร้อยเพื่อหาเงินเอาไว้ใช้จ่ายก่อน นางไม่สนใจว่าจิ้งอ๋องจะให้เงินนางใช้หรือไม่ อย่างไรเสียนางก็เป็นแค่พระชายาในนามเท่านั้น
“ได้ อีกห้าวันเราจะพาเจ้าเข้าวัง” จิ้งอ๋องตรัสจบก็พอดีกับที่พวกเขามาถึงจวนอ๋อง จิ้งอ๋องจึงลุกขึ้นเดินออกจากรถม้าไปโดยไม่รอเจียงหว่านอีกตามเคย
เจียงหว่านมองแผ่นหลังจิ้งอ๋องแล้วส่ายหน้าเบา ๆ นางคิดว่าเขาคงไม่เคยใกล้ชิดสตรีมาก่อนกระมัง เรื่องรักหยกถนอมบุปผาที่คนโบราณชอบพูดกันบ่อย ๆ เจียงหว่านคิดว่านางคงไม่ได้รับมันจากคนอย่างจิ้งอ๋องแน่ แต่ตอนนี้อย่างน้อยนางก็ยังไม่ถูกเขาฆ่าก็นับว่าดีมากแล้ว เจียงหว่านนึกว่าจิ้งอ๋องเป็นคนประเภทที่กระหายเลือดมากเสียอีก ยิ่งนิสัยเกลียดสตรีของพระองค์ที่นางได้ทราบจากความทรงจำของร่างเดิมด้วยแล้ว เจียงหว่านจึงอดหวาดระแวงจิ้งอ๋องขึ้นมาไม่ได้ นางอยากใช้ชีวิตให้ดีเมื่อมีโอกาสครั้งที่สอง
“กลับเรือนเลยหรือไม่เพคะพระชายา” แม่นมลู่รีบเปลี่ยนคำเรียกหาทันที
“อืม… กลับเรือนกันเถอะท่านป้า” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำและเดินช้า ๆ เพื่อกลับเรือนของตนเองไปพักผ่อน วันนี้นางเครียดไม่น้อยจนรู้สึกปวดที่แผล
ห้าวันต่อมา
หลายวันที่ผ่านมา เจียงหว่านยุ่งอยู่กับการจัดการร้านค้าของนาง ยังดีที่พ่อบ้านในจวนอ๋องช่วยหาหลงจู๊ฝีมือดีมาแทนคนเก่าที่ยักยอกเงินของร้านจนร้านค้าขาดทุน หลงจู๊คนเก่าพวกนั้นยังถูกท่านอ๋องส่งคนไปยึดทรัพย์สินกลับมาให้นางเป็นจำนวนมากด้วย ทำให้เจียงหว่านสามารถนำเงินเหล่านั้นมาพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อส่งขายในร้านได้แล้ว
“พระชายาเพคะ วันนี้ต้องเข้าวังนะเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพระองค์น่าจะเปลี่ยนฉลองพระองค์ใหม่ดีไหม” นางกำนัลอย่างเสิ่นเวยเอ่ยขึ้น ชุดที่พระชายาของนางสวมตอนนี้ดูจะไร้ราคาไปสักหน่อย นางจึงกลัวว่าหากเข้าวังไปแล้วจะถูกคนอื่นดูถูกเอาได้
“หม่อมฉันเห็นด้วยกับเสิ่นเวยเพคะ” แม่นมลู่ช่วยพูดขึ้นอีกคน นางไม่รู้เรื่องในวังเหมือนพวกเขาหรอก แต่ในเมื่อมีคนเตือน นางก็อยากให้คุณหนูรับฟังเอาไว้และทำตามมากกว่าจะปฏิเสธ
“เฮ้อ เช่นนั้นก็เปลี่ยนเถอะ” เจียงหว่านได้แต่ทอดถอนใจออกมา นางคิดว่าชุดที่สวมอยู่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรนัก แต่ในเมื่อแม่นมเอ่ยปาก นางก็ไม่อยากขัด
ไฉ่ฉู่นางกำนัลอีกคนรีบมาช่วยเสิ่นเวยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เจียงหว่านอย่างรวดเร็ว คราวนี้เจียงหว่านต้องสวมชุดหรูหราที่พ่อบ้านส่งมาให้และยังมีเสื้อคลุมหนาหนักรวมทั้งเครื่องประดับศรีษะอีกจำนวนมากจนนางหนักหัว
“เสร็จแล้วเพคะ พระชายาสง่างามมากเลยเพคะ” เสิ่นเวยยิ้มกว้างออกมา
“จริงด้วย ๆ พระชายาสวมชุดนี้แล้วช่างงามนัก” ไฉ่ฉู่อดชื่นชมพระชายาของพวกนางไม่ได้ ปกติแล้วพระชายาของนางมักสวมชุดธรรมดาและไร้สีสัน พอเห็นพระชายาของนางสวมชุดสวยเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้นางคิดว่าเจียงหว่านช่างสวยสมกับจิ้งอ๋องของพวกนางจริง ๆ
“พวกเจ้าก็พูดเกินไป เรารีบไปกันดีกว่า ป่านนี้จิ้งอ๋องคงรอนานแล้ว” เจียงหว่านไม่อยากเหลิงไปกับคำเยินยอ นางในวันนี้ยังแต่งหน้าเพียงบางเบาเท่านั้น เพราะเจียงหว่านไม่ชอบแต่งหน้ามาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่ชาติก่อน
“เพคะ” แม่นมลู่และนางกำนัลทั้งสองรับคำพร้อมกันเสียงดังอย่างร่าเริง
ไม่นานนักขบวนของเจียงหว่านก็เดินไปถึงเรือนใหญ่ด้านหน้า นางมองเข้าไปด้านในก็เห็นจิ้งอ๋องนั่งจิบชารออยู่ เจียงหว่านทำเพียงส่งคนไปแจ้งจิ้งอ๋องเท่านั้นว่านางมาแล้ว เจียงหว่านไม่อยากเข้าใกล้จิ้งอ๋องสักเท่าไหร่
รถม้าจวนอ๋องออกเดินทางในเวลาต่อมา จิ้งอ๋องแอบเหลือบมองเจียงหว่านอยู่สองสามครั้งเมื่อเห็นนางแต่งตัวหรูหราเป็นครั้งแรก ซึ่งเจียงหว่านที่มีประสาทสัมผัสฉับไวก็ใช่ว่าจะไม่รู้ เพียงแต่นางเลือกที่จะไม่พูดก็เท่านั้น
“ถวายพระพรพระสนมหรงเพคะ” เจียงหว่านย่อกายคารวะแม่สามีอย่างเต็มพิธีการตามความทรงจำของร่างเดิม นางไม่กล้าเงยหน้ามองแม้แต่น้อย
“ตามสบายเถิด เจ้าเงยหน้าให้เราดูหน่อยสิ” พระสนมหรงตรัสอย่างเมตตา
“เพคะ” เจียงหว่านค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองตรงไปยังพระสนมหรง ผู้หญิงตรงหน้านางดูไม่เหมือนคนที่มีลูกมาแล้วแม้แต่น้อย คงเพราะพระสนมดูแลร่างกายมาเป็นอย่างดีกระมังจึงทำให้พระนางแลดูเหมือนคนวัยเพียงสามสิบ
“โอ้ งดงาม งดงามจริง ๆ นับว่าเราเลือกคนไม่ผิด” พระสนมหรงแย้มสรวล
เจียงหว่านยืนมองจิ้งอ๋องอยู่นานเกือบสองเค่อ ก่อนที่จิ้งอ๋องจะหยุดฝึกกระบี่และเรียกให้เต๋อเป่านำผ้าสะอาดมาให้พระองค์เช็ดเหงื่อ“ท่านอ๋อง พระชายามายืนมองท่านอยู่นานแล้วพะย่ะค่ะ” เต๋อเป่ากระซิบบอกจิ้งอ๋องที่ยังคงเช็ดหน้าเช็ดคออยู่“หืม? เหตุใดนางไม่เข้ามาดูใกล้ ๆ เล่า” จิ้งอ๋องหันไปมองตามสายตาของเต๋อเป่าก็พบว่าเจียงหว่านนั้นยืนอยู่ไกลลิบเลยทีเดียว“กระหม่อมก็ไม่ทราบพะย่ะค่ะ ท่านอ๋องอยากให้กระหม่อมไปตามพระชายามาสนทนาด้วยหรือไม่พะย่ะค่ะ” เต๋อเป่าเห็นว่าไหน ๆ ทั้งสองพระองค์ก็อยู่ใกล้กันเพียงนี้แล้ว หากจิ้งอ๋องของเขาได้สร้างความสนิทสนมกับพระชายาบ้างก็คงจะเป็นผลดีกับเรื่องข่าวลือพวกนั้น“อืม
หลังเจียงหว่านทานมื้อค่ำเสร็จ นางก็ให้คนนำน้ำมาให้อาบชำระกายเพื่อคลายความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นในวันนี้ ระหว่างที่นางกำลังแช่น้ำอย่างสบายใจอยู่นั่นเอง กลับมีเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นในหัวของนาง[ ตรวจพบโฮสต์ทำให้สามีพอใจได้หนึ่งระดับ รับแต้มความสำเร็จสิบแต้ม ][ หืม? เจ้าเป็นตัวอะไร แล้วแต้มนั่นใช้ทำสิ่งใดได้บ้าง ] เจียงหว่านถามกลับไปในห้วงความคิดของนางอย่างสงสัย[ ข้าเป็นระบบเพิ่มความพอใจให้คู่รักขอรับ ตอนนี้คู่ของท่านรู้สึกพึงพอใจในตัวท่าน ข้าจึงตรวจพบท่านได้ ส่วนแต้มความสำเร็จสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของในระบบได้ขอรับ เพียงแต่ตอนนี้ระดับขั้นความพอ
“นังนั่นมันจะทำอะไรให้เราขายหน้าอีกเนี่ย ใครไม่รู้บ้างว่ามันมีดีแค่สวยแต่กลับโง่ยิ่งกว่าลาเสียอีก” หวังซินอวี่หันไปคุยกับลูกสาวที่เอาแต่มองจิ้งอ๋อง“แม่จะไปสนใจมันทำไม มันอยากขายหน้าต่อหน้าท่านอ๋องก็ช่างมันสิ ว่าแต่เมื่อไหร่แม่จะพาข้าเข้าจวนอ๋องสักทีเล่าเจ้าคะ” เจียงม่านหรูเชื่อมั่นว่าหากนางมีโอกาสใกล้ชิดจิ้งอ๋อง นางจะต้องได้ตำแหน่งพระชายาแทนเจียงหว่านอย่างแน่นอน แต่แม่ของนางกลับไม่ช่วยคิดหาวิธีสักทีจนเวลาล่วงเลยมานาน“เจ้าคิดว่าจวนอ๋องเข้าง่ายนักหรือไง แม่ส่งเทียบขอเข้าพบนังเจียงหว่านไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว แต่กลับถูกคนของจวนอ๋องตีกลับมาหมด แถมยังบอกอีกว่าท่านอ๋องสั่งไว้ว่าคนตระกูลเจียงห้ามเข้าจวนอ๋องเด็ดขาด” หวังซินอวี่เองก็จนใจที่จะช่วยลูกสาวสุดที่รัก นางอุตส่าห์หน้าด้านหน้าทนส่งคนไปมากกว่าสิบครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน แต่คำตอบกลับยังคงเหมือนเดิม
“เฮ้อ เหตุใดจึงได้ยุ่งยากนักนะ ท่านอ๋องลองชิมนี่ดูก็แล้วกันเพคะ” เจียงหว่านคีบอาหารจานหนึ่งวางลงไปในชามของจิ้งอ๋อง“เราไม่ชอบอันนี้ เจ้าคีบอันนั้นให้เราสิ” จิ้งอ๋องชี้ตะเกียบไปที่อาหารอีกจานเจียงหว่านหันไปทำตาเขียวใส่คนเรื่องมาก แต่สุดท้ายนางก็จำต้องคีบอาหารจานนั้นวางลงในชามให้จิ้งอ๋องอย่างไม่เต็มใจจิ้งอ๋องที่ได้กลั่นแกล้งพระชายาแอบยิ้มร้ายขึ้นมาทันที พระองค์คิดว่าการมาแสดงความใกล้ชิดกับพระชายาในงานเลี้ยงก็ไม่เลว เพราะตอนร่วมมื้ออาหารด้วยกันเมื่อวานนี้ เจียงหว่านไม่แม้แต่จะเหลียวแลพระองค์เลยขันทีฉุ่ยเห็นเช่นนี้ก็อดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้ ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อในงานเลี้ยง หากเจ้านายทั้งสองพระองค์ของเขาทะเลาะกันขึ้นมาคงได้เป็นขี้ปากชาวบ้านอีกแน่
“หม่อมฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากเหมือนเสด็จพี่นี่พะย่ะค่ะ มาสายนิดหน่อยก็ไม่เห็นว่าจะเป็นอะไร จริงไหมเสนาบดีหวย” จิ้งอ๋องหันไปถามเจ้าภาพในวันนี้“อะ..เอ่อ..จะ..จริง..จริงพะย่ะค่ะ” หวยจิ่งได้แต่ปาดเหงื่อที่เสือกับสิงห์มาปะทะกันที่งานเลี้ยงของเขาอย่างไม่ได้คาดหมาย ความจริงเขาคิดว่าจิ้งอ๋องจะไม่เสด็จมาร่วมงานเหมือนกับที่พระองค์ไม่ชอบร่วมงานในครั้งก่อนเสียอีก“เฮอะ แค่เสด็จพ่อให้ช่วยงานนิดหน่อยทำเป็นคุยโม้โอ้อวด ว่าแต่เจ้าเตรียมของขวัญอะไรมามอบให้เสนาบดีหวยเล่า” องค์ชายใหญ่ที่ให้พระชายาเตรียมของขวัญล้ำค่านั้นได้มอบของขวัญให้เสนาบดีหวยไปแล้วก่อนหน้านี้ น่าเสียดายที่จิ้งอ๋องมาไม่ทันเห็นว่าองค์ชายใหญ่มอบสิ่งใด
องครักษ์ที่คอยดูแลความปลอดภัยให้พระชายาตกใจไม่น้อยที่อยู่ ๆ หัวหน้าอย่างเต๋อเป่าก็มานั่งอยู่ข้าง ๆ เขาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง“อะ..เอ่อ..ท่านหัวหน้ามีอะไรจะสั่งขอรับ” องครักษ์ตั้งสติได้จึงรีบถาม“วันนี้พระชายาไปทำอะไรบ้าง” เต๋อเป่าถามเรื่องที่จิ้งอ๋องอยากทราบ“พระชายาไปสั่งของที่ร้านขายอาวุธ จากนั้นก็ไปลองชิมอาหารใหม่ที่ร้านค้าของพระนางขอรับ” องครักษ์รายงานไปตามความจริง แต่เขาไม่ได้บอกหรอกว่าตัวเขาเองก็แอบไปขอพ่อครัวกินอาหารพวกนั้นมาแล้วและมันอร่อยมาก“อืม...ปิ่นโตที่คนของพระชายาถือนั้นเอามาให้ใคร



