LOGINอะไรบางอย่าง ร่างสูงเดินตามเข้าไปดู แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปถึงตัวนาง สิ่งของบางอย่างก็ถูกโยนใส่ห
เพราะรู้ว่าคู่บ่าวสาวน่าจะเหนื่อยมาก จากการรับแขกมาตั้งแต่เมื่อวานไหนจะเรื่องการเตรียมงานและอะไรหลาย ๆ อย่างก่อนหน้านั้นอีก เล่ออี้จินจึงออกคำสั่งให้ทุกคนห้ามเข้าไปยุ่งวุ่นวายที่เรือนหอโดยเด็ดขาดและห้ามส่งเสียงดังจนทำให้พวกเขาตื่นนอน นางอาบน้ำร้อนมาก่อนรู้ว่าวันแต่งงานนั้นเหนื่อยมาก เมื่อนึกดูแล้วเล่ออี้จินก็อดคิดถึงสามีที่จากไปแล้วไม่ได้ตื่นนอนอีกทีก็มีสตรีตัวเล็กนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน เล่อฮวาหยวนรู้สึกหน้าร้อนไปหมด สำรวจเสื้อผ้าของทั้งเขาและนางพบว่ายังอยู่ครบไม่ได้มีอะไรหายไป มีเพียงแค่เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยไปบ้างเท่านั้น เล่อฮวาหยวนไม่กล้าขยับตัวเพราะเกรงว่าจะทำให้นางตื่น จึงนอนนิ่งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม่ทัพหนุ่มคิดใคร่ครวญถึงหยกชิ้นนั้นพยายามผนวกความทรงจำต่าง ๆ รวมเอาไว้ด้วยกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าหยกชิ้นนั้นไปอยู่ที่เส้าหนิงได้อย่างไร ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ส่วนนางก็ผละออกจากเขา เล่อฮวาหยวนถอนหายใจอย่างโล่งใจหากมีเวลาอีกสักหน่อยเขาจะต้องพูดคุยเรื่องนี้กับนางให้ได้ แม่ทัพหนุ่มหย่อนขาลงจากเตียง จากนั้นจึงเดินออกไปล้า
อะไรบางอย่าง ร่างสูงเดินตามเข้าไปดู แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปถึงตัวนาง สิ่งของบางอย่างก็ถูกโยนใส่หน้าเขา โชคดีที่แม่ทัพหนุ่มมีปฏิกิริยารวดเร็วรับของชิ้นนั้นเอาไว้ได้“...”“เอาคืนไป แล้วก็ออกไปจากห้องข้าได้แล้ว”“คืน?” เล่อฮวาหยวนก้มหน้าดูของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือของตนเอง ‘ป้ายหยก’ มันเป็นป้ายหยกที่เขาเคยใช้เมื่อยังเยาว์ แต่ภายหลังไม่รู้ว่ามันหายไปได้อย่างไร “ทำไมของชิ้นนี้มาอยู่กับเจ้า”ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็จำไม่ได้ หลางซีเยว่บอกกับเขาว่าหยกชิ้นนั้นหายไปในสนามรบ หรือว่านั่นก็เป็นเรื่องโกหกที่เขาสร้างขึ้น“บอกข้ามา ทำไมหยกชิ้นนี้จึงมาอยู่กับเจ้า” จำไม่ได้ จำไม่ได้เลยสักอย่าง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าของสำคัญเช่นนี้ไปอยู่กับนางได้อย่างไรฮึก!! เส้าหนิงเบะปากเล็กน้อย ใช้หลังมือปาดน้ำตา“ไปคิดเอาเองว่าหยกชิ้นนั้นมาอยู่ในมือข้าได้อย่างไร ถ้าท่านจำไม่ได้ ก็ไม่ต้องจำ” นางเดินมาประชิดเขา ใช้สองมือทั้งผลักทั้งดันให้เขาออกไปให้พ้น ๆ หน้านางเสียทีร้องไห้ นางร้องไห
ผู้เป็นแม่ทัพจ้องมองภรรยาของตนเองอย่างลืมตัว พวงแก้มที่เวลานี้เป็นสีแดงดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอาหารที่นางเพิ่งกินเข้าไป ริมฝีปากเล็ก ๆ รับประทานอาหารพวกนั้นจนแทบไม่เหลือ ดูเหมือนว่าการที่จะทำให้นางอารมณ์ดีคือการหาของอร่อยมาปิดปากนาง ได้นั่งจ้องมองนางเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินอย่างแปลกประหลาดชายหนุ่มคล้ายกับเห็นภาพทับซ้อนบางอย่าง เขาว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับนางเช่นนี้ แต่มันมีความคุ้นเคย จนน่าประหลาด“ท่านหญิง” เล่อฮวาหยวนเปิดปากพูด“...”“เราสองคนเคยรับประทานอาหารร่วมกันแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า” แม่ทัพหนุ่มตัดสินใจถามเส้าหนิงมองบุรุษที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาหาร ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนเงาของคนตรงหน้า นางก้มหน้าเล็กน้อยแล้วจึงตอบคำถามของเขาด้วยการถามกลับ“ท่านคิดว่าอย่างไรล่ะ คิดว่าเราสองคนเคยร่วมโต๊ะอาหารกันหรือไม่” ไอ้เคยน่ะมันเคยอยู่แล้ว แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึงเรื่องที่เขาลืมไปแล้ว“...” เล่อฮวาหยวนเงียบไป“จะเคยหรือไม่เคยก็ช่างมันเ
เมื่อพิธีการตอนเช้าทุกอย่างเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ว่านฉีเส้าหนิงถูกส่งตัวมาที่ห้องหอ เสียงมโหรีและความครึกครื้นค่อย ๆ เลือนหายไป นางต้องนั่งนิ่ง ๆ รอสามีเข้าห้องหอและมาเปิดผ้าคลุมหน้าตามธรรมเนียม เส้าหนิงที่ถูกสั่งให้อดอาหารมาตั้งแต่เช้า รู้สึกหน้ามืดตาลายจนคล้ายกับจะเป็นลม เมื่อพี่เลี้ยงและบ่าวไพร่ออกจากห้องไปจนเหลือนางนั่งอยู่เพียงลำพังเส้าหนิงจึงค่อย ๆ เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อดูว่ามีอะไรให้นางกินรอเวลาหรือไม่แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ลุกเดินไปไหนประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกเสียก่อน“ภรรยาข้านี่หนา” เล่อฮวาหยวนยกยิ้มมุมปาก “อดทนรอข้าไม่ได้ขนาดนี้เชียวหรือ”เส้าหนิงรีบเอาผ้าคลุมหน้าลงแทบไม่ทัน ปกติพวกเจ้าบ่าวจะเมาเข้ามาไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาไม่เมาแล้วก็อยู่ดื่มสุรากับพวกสหายล่ะ“ท่านจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” เส้าหนิงอดทนไม่ไหวแล้ว“สักครู่” เล่อฮวาหยวนเดาว่านางจะต้องหิวแน่ ๆ ร่างสูงเดินไปเปิดประตูห้องและพูดอะไรบางอย่างกับสาวใช้ จากนั้นจึงมายืนอยู่ตรงหน้านาง มือแกร่งค่อย ๆ บรรจงเปิดผ้าคลุมหน้
เช้าวันแต่งงานเส้าหนิงถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ร่างเล็กถูกพี่เลี้ยงจับไปซ้ายทีขวาทีราวกับเป็นหุ่นไม้ตัวหนึ่ง เครื่องหอม เสื้อผ้าเครื่องประดับหลายสิบชิ้นถูกประโคมประดับตกแต่งบนตัวของนาง“พี่เหวินซิน ข้ารู้สึกเหมือนตุ๊กตาเลยเจ้าค่ะ”“ใช่เจ้าค่ะ วันนี้ท่านหญิงเป็นตุ๊กตา ตุ๊กตาที่งดงามที่สุด” ตอนที่ต้วนเหวินซินแต่งงานกับต้วนเต๋อชิงมันเป็นเพียงงานเลี้ยงง่าย ๆ ไม่ได้สวมชุดมงคล มีเพียงผ้าคลุมหน้าสีแดง กราบไว้ฟ้าดินด้วยขั้นตอนง่าย ๆ สองสามอย่างจากนั้นดื่มเหล้ามงคลราคาถูกและเข้าหอ เมื่อได้เห็นสตรีที่นางเอ็นดูมาตั้งแต่ยังเด็กได้สวมชุดมงคลสีแดงงดงามราวกับเทพธิดา ต้วนเหวินซินอดที่จะหลั่งน้ำตาไม่ได้“จู่ ๆ ท่านก็มาร้องไห้เนี่ยนะ” เส้าหนิงโอบกอดผู้เป็นพี่เลี้ยง ไม่อยากคิดถึงวันที่ความจริงถูกเปิดเผยเลย ถึงวันนั้น นางจะรับได้หรือไม่นะ“ไม่ได้ร้องสักหน่อยเจ้าค่ะ แค่ฝุ่นเข้าตาเท่านั้น” ต้วนเหวินซินเช็ดน้ำตาก่อนจะคิดอะไรออก นางลุกเดินไปหยิบอะไรบางอย่าง “ท่านอ๋องบอกให้นำมามอบให้ท่าน”
แค่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นยังไม่ทันที่เส้าหนิงจะได้ตั้งตัวหรือตั้งสติให้ครบถ้วน แผนการที่ตกลงกันเอาไว้คือทั้งนางกับเขาจะแต่งงานกันและอาศัยอำนาจของกันและกันโค่นล้มรัชทายาท ส่วนผู้ใดจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกัน ทุกคนนัดพบกันที่ร้านขนมวิหคขับขานในค่ำคืนก่อนวันแต่งงาน เป็นครั้งแรกที่นางรู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือจุดนับพบที่ถูกบรรยายเอาไว้ในนิยายเรื่องนั้นนางรู้สึกเหมือนได้เดินขึ้นไปบนชั้นบนสุดของอาคารแต่ไม่รู้ว่าเพราะกลไกใด รู้ตัวอีกทีก็ลงมาอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ในตอนแรกชินอ๋องเหมือนจะไม่อยากให้นางมารับรู้หรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย แต่เพราะถูกเล่ออี้จินบ่นด่าจนหูชา เขาจึงยินยอมพานางมาด้วยนอกจากชินอ๋อง เล่ออี้จิน ยังมีองค์หญิงใหญ่ และอ๋องแปด ทั้งหมดนั่งพูดคุยเรื่องสำคัญถึงแผนการทั้งหมด ในคราแรกเส้าหนิงคิดว่าจะมีเพียงเท่านี้แต่ไม่ใช่เลยเวลาผ่านไปอีกราวหนึ่งก้านธูป บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ปรากฏตัว“คารวะชินอ๋อง องค์หญิงใหญ่ อ๋องแปด” ชายผู้มาใหม่ทำความเคารพตามลำดับสถานะอย่างอ่อนน้อม สีหน้าของเขาเมื่อมาถึงไม่สู้ดีนัก“ในที่สุดเจ้าก







