Partager

คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ
คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ
Auteur: เสี่ยวชิงเทียน

ล้างตระกูล

last update Date de publication: 2024-12-08 12:48:33

บทนำ

ล้างตระกูล

กลางเหมันต์ฤดู คืนหิมะโปรยปราย คฤหาสน์ใหญ่โตตระกูลหวงกลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนมิขาดช่วง ไม่เว้นแม้ริมกำแพง ใต้ต้นไม้ ซอกมุมเรือน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นบนหิมะขาวยิ่งเห็นยิ่งให้สลดใจ เด็กเล็กเด็กน้อย บ่าว ไพร่ อายุไม่เท่าไรก็ถูกคมดาบคมกระบี่ปลิดชีพจนสิ้นทั้งคฤหาสน์

เมืองทั้งเมืองตกอยู่ภายใต้ความเงียบกลางลมหิมะ น่าสลดใจนักตระกูลหวงเคยมีความดีความชอบมากมายเป็นที่นับหน้าถือตา เพียงคืนเดียวเท่านั้นกลับกลายเป็นตระกูลผู้คิดก่อการกบฏ มีผู้คนมากมายไม่คิดเช่นนั้นแต่จะทำอย่างไรได้นี่คือพระบัญชาของกษัตริย์ กวาดล้างตระกูลหวงให้สิ้นมิเว้นผู้ใด

ไม่รู้โชคดีหรือร้ายบุตรสาวเพียงคนเดียวกลับไม่อยู่ในคฤหาสน์นางป่วยไข้อยู่หลายวัน มารดาจึงส่งไปรักษายังวัดบนเขา นางจึงรอดพ้นจากการฆ่าล้างตระกูลคืนนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ภายใต้เปลวไฟ เช่นนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าบุตรสาวอย่างหวงซิ่วอิงยังมีชีวิตอยู่

7 ปีผ่านไป

หอสุราอิงฮวาในตอนนี้มีชื่ออย่างมากเรื่องหญิงงามล่มเมือง ผู้คนมากมายจึงพากันมายลโฉม วันนี้ของทุกเดือนตั้งแต่สี่ปีก่อนทำให้หอสุรานี้มีชื่อเสียงมากขึ้น ผู้คนแวะเวียนมามิขาดเพื่อให้ได้ชมการประมูลหญิงงาม ‘ลี่อิน’

การประมูลคณิกาจะเริ่มขึ้นหลังยามโหย่ว หากผู้ใดให้ราคามากที่สุดเมื่อเริ่มยามห้ายแม่นางลี่อินจะไปดูแล เล่นดนตรี คอยอยู่ปรนนิบัติจนกว่าจะถึงยามโฉ่ว แต่ผู้ประมูลมิสามารถแตะต้องร่างกายนางได้หากนางไม่ยินยอม

ผู้คนล้วนเล่าลือกันว่าจนป่านนี้ยังไม่มีบุรุษใดได้แตะนางแม้ปลายเส้นผม คำเล่าลือเหล่านี้ทำให้บุรุษมากมายทั้งเศรษฐี พ่อค้า ขุนนาง พากันมาประมูล หว่านล้อมอยากรับนางเป็นทั้งภรรยาเอก ทั้งอนุ เชื้อพระวงศ์เองก็มีไม่น้อยเลย

ยามสองเท้าเปล่าเปลือยก้าวไปเบื้องหน้า กำไลข้อเท้าที่มีกระพรวนเล็กติดอยู่ส่งเสียงดังเรียกสายตาบุรุษและสตรีทั้งหออิงฮวาให้หันมอง ร่างบอบบางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนช่างเข้ากับลานหิมะกลางหอยิ่งนัก เสื้อคลุมตัวนอกสีขาวบางพลิ้วปลิวตามลม ผิวกายขาวราวหิมะ ระบำงดงามอ่อนช้อยไม่มีผู้ใดไม่หยุดมอง

งามล่มเมืองยังน้อยไปเมื่อเทียบกับความงามตรงหน้ายามนี้ เรือนผมดำยาวสลวย ผมถูกเกล้าขึ้นไว้ด้านบนครึ่งหนึ่งปักปิ่นหยกรูปดอกท้อ คิ้วสวยได้รูป ดวงตากลมโตเปล่งประกาย จมูกและปากถูกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าผืนบาง แม้จะเห็นเพียงครึ่งหน้าก็ไม่ทำให้นางดูงดงามน้อยลง

ผู้คนมากมายยังคงเคลิบเคลิ้มไปกับระบำลี่อิน ระบำที่นางเป็นคนคิดขึ้นเองและระบำเองเพียงผู้เดียว หญิงคณิกาอื่นในหอล้วนไม่กล้าระบำเทียบเคียงนางจึงไม่มีผู้อื่นระบำอีก เมื่อระบำจบนางจึงเดินไปนั่งกลางลาน สองมือเล็ก ๆ อ่อนช้อยหยิบผีผาขึ้นมาบรรเลงต่อ

“งดงามดังคำร่ำลือจริง ๆ” ท่านโหวน้อยแห่งจวนสวี่กล่าวกับผู้ดูแลหอ หลังการบรรเลงผีผาของนางจบลง เขาเองมาที่แห่งนี้เพราะอยากรู้นางงามล่มเมืองงามอย่างผู้คนร่ำลือจริงหรือไม่ ผู้ดูแลหอรีบก้มตัวคำนับรับคำชมจากท่านโหวน้อย คืนนี้เห็นทีการประมูลนี้คงมีผู้ร่วมประมูลจนราคาสูงอีกกระมัง

ทุกวันคณิกาคนอื่นจำต้องดูแลบุรุษนับไม่ถ้วนต่างจากลี่อิน นางทำเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น แต่หนึ่งครั้งของนางทำกำไรให้หอสุราแห่งนี้มากกว่าคณิกาผู้อื่นทำทั้งเดือนเสียอีก นางจึงได้รับการปฏิบัติที่พิเศษกว่าผู้อื่น

“เริ่มการประมูลได้” เข้าสู่ยามซวีสตรีวัยกลางคนกล่าวขึ้น นางยืนอยู่กลางลานหอสุรา บนแท่นไม้โดดเด่นกลางหิมะขาวโพลน ที่เดียวกับการบรรเลงผีผาก่อนนี้

“ห้าสิบตำลึง” นางยังไม่บอกราคาประมูลเริ่มต้นกลับมีผู้ร่วมประมูลให้มากกว่าเสียแล้ว ราคานี้มากกว่าราคาเริ่มต้นนางจึงเริ่มประมูลต่อไป

“หกสิบตำลึง”

“เจ็ดสิบ”

“แปดสิบ”

“หนึ่งร้อยตำลึง”

“สามร้อยตำลึง”

“ห้าร้อยตำลึง”

“ห้าร้อยตำลึง” ผู้ร่วมประมูลต่างพากันเงียบเมื่อมีคนประมูลราคาซ้ำกับบุรุษก่อนหน้า ท่านโหวน้อยลุกยืนสะบัดชายเสื้อตนเอง เขาเดินไปหยุดตรงริมระเบียงชั้นสอง มองลงไปกลางลานหิมะ ท่าทางเพียบพร้อมสง่างามทำให้ผู้คนพากันมองไม่น้อย “ทอง” เมื่อผู้คนพากันเงียบท่านโหวจึงเอ่ยคำต่อมาผู้คนพากันร้องฮือฮาทั่วหอ ตั้งแต่ประมูลมายังมิเคยเห็นผู้ประมูลมากเพียงนี้เลย

สุดท้ายไม่มีผู้ประมูลแข่ง ค่ำคืนนี้ท่านโหวน้อยจึงได้แม่นางลี่อินมาคอยอยู่ปรนนิบัติ หลังการประมูลจบเถ้าแก่ผู้ดูแลจึงขอตัวออกจากห้องไปพาหญิงสาวผู้นั้นเข้ามา

“ลี่อินคารวะท่านโหวน้อย” สตรีบอบบางอ่อนช้อยย่อตัวกล่าวคารวะลูกค้าคนสำคัญในคืนนี้ สวี่เลี่ยงหรงพยักหน้าพอใจกับสตรีตรงหน้า เขาลุกเดินไปหานางช้า ๆ หมายจะโอบประคอง นางขยับถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะกล่าวกับบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทีแช่มช้อยน่าทะนุถนอมจนมิอาจะกล่าวโทษเอาผิดใด

“ขอบคุณท่านโหวน้อยเจ้าค่ะ แต่ลี่อินมีกฎต้องรักษาหากท่านโหวมิทำตามกฎเกรงว่าต่อไปลี่อินคงมิอาจขัดขืนผู้ใดได้อีก ขอท่านโหวน้อยโปรดเมตตาลี่อินสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” สตรีตรงหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นหู แบ่งรับแบ่งสู้ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น น้ำเสียงอ่อนหวานของนางไม่ว่าบุรุษใดได้ฟังก็คงโกรธนางไม่ลง

“เช่นนั้นข้าต้องขออภัยแม่นางลี่อินด้วย เชิญนั่งเถอะ” สวี่เลี่ยงหรงกล่าวจบก็ผายมือให้นางเข้าไปด้านใน นางย่อตัวครั้งหนึ่งแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง

“ท่านโหวน้อยบอกลี่อินได้หรือไม่เจ้าคะว่าชอบสิ่งใด”

“ก่อนข้าจะบอกว่าชอบสิ่งใด แม่นางควรถอดผ้าคลุมหน้าก่อนหรือไม่ ข้าประมูลเวลาของแม่นางมาราคามิใช่น้อยเลย”

“ขออภัยท่านโหวน้อย” หญิงสาวเบนใบหน้าค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมออก จากนั้นจึงหันกลับมามองผู้เป็นลูกค้าในวันนี้ช้า ๆ ดวงตาเรียวคมเบิกขึ้นเมื่อเห็นดวงหน้างดงามทั้งหมดโดยปราศจากผ้าคลุม ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมช่างงดงามนัก ยิ่งไม่ถูกสิ่งใดบดบังยิ่งงดงาม

ผู้ชนะการประมูลเท่านั้นจึงมีโอกาสได้เห็นใบหน้าของนางอย่างเช่นตอนนี้ คำเล่าลือจึงยิ่งไปไกลเพราะผู้เห็นมีไม่มาก

“ท่านโหวน้อย” สวี่เลี่ยงหรงนิ่งเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเองไปครู่หนึ่ง หากไม่ได้ยินเสียงหวานเรียกคงไม่อาจคืนสติได้ในตอนนี้ บุรุษรูปงามตรงหน้าแย้มยิ้มให้นางอย่างจริงใจ มิใช่ยิ้มปั้นแต่งอย่างเคย

สวี่เลี่ยงหรงเป็นบุตรชาติคนโตของตระกูลสวี่ที่มีหน้ามีตามากในเมืองจิงโจวหลังเหตุการณ์ปราบกบฏ เจ็ดปีก่อน เขาจึงรับสืบทอดบรรดาศักดิ์จากบิดา เขาไม่มีความคิดอยากรับราชการเหมือนบิดาแต่เขาเป็นบุตรชายคนโตจึงมิอาจขัดคำบิดาได้

ตระกูลสวี่มีบุตรเพียงสองคน บุตรชายคนโตสวี่เลี่ยงหรง บุตรสาวสวี่ลี่จูแต่น้องสาวได้พูดคุยหมั้นหมายกับตระกูลมู่ที่เป็นหนึ่งในสองตระกูลใหญ่ของเมือง ตระกูลมู่มิได้รับราชการแต่เป็นตระกูลใหญ่เพราะน้องสาวมู่ชิงอีเป็นถึงหวงกุ้ยเฟยในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และยังเป็นเจ้าของหอสุราแห่งนี้อีกด้วย

“งดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ แม่นางคงฟังคำพูดนี่จนเบื่อแล้วกระมัง” ลี่อินยิ้มให้กับคำพูดเมื่อครู่ จากนั้นจึงหันไปเทสุราใส่จอกกระเบื้องเคลือบอย่างดีให้บุรุษหนุ่มตรงหน้า สวี่เลี่ยงหรงสังเกตทุกท่าทีทุกการกระทำของนาง

“หากท่านโหวน้อยไม่ยอมบอก เช่นนั้นลี่อินจะบรรเลงเพลงให้ท่านได้ฟัง” สิ้นเสียงหวานนิ้วมือขวากดลงบนสายเสียงของฉินไม้ขนาดกลางเนื้อไม้เงาวาวงดงาม มือซ้ายดีดสายเสียงตามบทเพลง เรียวนิ้วเคลื่อนไปมาพลิ้วไหวแผ่วเบาแต่ยังคงความอ่อนช้อยเอาไว้ ทำนองเพลงสุภาพอ่อนโยนเข้ากับภาพตรงหน้าเหมาะสมยิ่งเมื่อผู้บรรเลงคือหญิงงามผู้นี้

เขามิอาจละสายตาจากนางได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่นี่แหละสิ่งที่นางต้องการ นางรู้ว่าต้องทำอย่างไร ทำสิ่งใดบุรุษมากมายจึงยอมศิโรราบแด่ตนเอง บุรุษผู้นี้ก็ไม่เว้นเช่นกัน

“พี่ลี่อิน จะออกไปอีกแล้วหรือ” ผิงผิงสาวงามนางหนึ่งเอ่ยถามนางถูกนำมาขายบังคับให้เป็นนางคณิกายังหออิงฮวา ด้วยความสงสารลี่อินจึงซื้อนางมาคอยรับใช้ หลังจากวันประมูลพี่สาวลี่อินมักจะออกไปนอกหอสุราเสมอ นางไม่รู้ว่าพี่สาวคนดีไปที่ไหน ไปทำไม แต่นางเห็นภาพแบบนี้มาตลอดสองปี

“ข้ามีบางอย่างต้องทำ เจ้าอยู่นี่คอยต้อนรับท่านโหวน้อยให้ข้าก็พอ เข้าใจหรือไม่”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นพี่ลี่อินท่านจะกลับมาเมื่อใด”

“อีกสองสามวันข้าจะกลับ”

“พี่ลี่อินดูแลตนเองด้วย เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ” ลี่อินพยักหน้าให้หญิงสาว จากนั้นหยิบหมวกไม้ไผ่สานที่มีผ้าสีขาวผืนบางคลุมอยู่ขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าตนเองเอาไว้ หากนางไม่ปกปิดใบหน้าเกรงจะออกจากหอได้ยากยิ่ง

นางสวมอาภรณ์สีเขียวเหมือนสตรีทั่วไปจะได้ไม่สะดุดตามากนัก เดินออกไปถึงนอกชานเมืองก็มีรถม้ารออยู่แล้ว

“เชิญคุณหนู” ชายผู้นั้นเอ่ยเชิญนางขึ้นรถม้า เขามารอนางที่นี่ตั้งแต่ครึ่งชั่วยามก่อน ทุกเดือนเขาจะขับรถม้ามารอนางเพื่อไปวัดบนเขา เวลาช่วงหนึ่งก้านธูปบนถนนแถบนอกเมือง ป่าเขารกร้าง คนขับรถม้าสังเกตเห็นหลังพุ่มหญ้าสูงเทียบเข่าดูเหมือนมีคนนอนอยู่จึงหยุดรถม้า

“มีสิ่งใดหรือลุงจาง”

“ดูเหมือนมีคนบาดเจ็บ ข้าจะลงไปดูเสียหน่อย ท่านรอที่นี่เถิด” จางหย่งลงจากรถม้าเดินตรงไปพุ่มหญ้าสูง พลิกกายคนที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น ตามร่างกายเปรอะเลือดไม่น้อย ดูท่าจะบาดเจ็บมานานแล้ว

“ให้ข้าดูหน่อยเถอะลุงจาง เผื่อช่วยสิ่งใดเขาได้” หลังพลิกตัวคนเจ็บให้นอนหงาย คนขับรถม้าจึงเบี่ยงตัวหลบให้สตรีด้านหลังเข้ามาดูอาการ

“ดูเหมือนจะหนักเอาการ ลุงจางพาเขาขึ้นรถม้าไปด้วยเถอะ ที่นี่หนาวเย็นเกินไปหากอยู่นานเกินไปเกรงจะหนาวตายเป็นแน่” หลังจากจับชีพจรคนเจ็บแล้วจึงหันไปบอกกับบุรุษด้านหลัง ใบหน้าเขาเปื้อนดินโคลน ตามเนื้อตัวมีบาดแผลจากการถูกครูดเกี่ยว เปื้อนเลือด เสื้อผ้ามีแต่รอยแห้งกรังของเลือด ตัวขาวซีดเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่านอนอยู่นี่มานานเท่าใด จากอาภรณ์ที่เขาสวมคงเป็นบุตรผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน แต่มิรู้ว่าเป็นบุตรผู้ดีตระกูลใด

“คุณหนู นี่มิใช่หยกแขวนตระกูลมู่หรอกหรือ” จางหย่งเอ่ยขึ้นขณะพาเขาขึ้นรถม้าได้ บังเอิญเชือกแขวนหยกห้อยเอวขาด ทำให้หยกแขวนของเขาหล่นลงบนรถม้า

“เช่นนั้นบุรุษผู้นี้ก็คงเป็นบุตรชายของมู่ชิงอีกระมัง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ของขวัญนี้ข้ามอบแด่ท่าน [จบ]

    บทส่งท้ายของขวัญนี้ข้ามอบแด่ท่านเหมันตฤดูปีนี้แม้จะมีหิมะตกอยู่เสมอแต่กลับรู้สึกเย็นสบายไม่หนาวเท่าปีก่อน หิมะเกาะกิ่งไม้ ใบไม้จนกลายเป็นสีขาวทั่วบริเวณ หญิงสาวเปิดหน้าต่างห้องพักตนเองเพื่อรับลม ทั้งที่หิมะตกเช่นนี้บางครานางยังรู้สึกร้อนจนต้องเปิดหน้าต่างรับลมเช่นนี้“ฮูหยิน จะทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ” ผิงผิงบ่าวคนสนิทเอ่ยถาม นางกำลังปักลายดอกท้อลงบนเสื้อแต่เสื้อนั้นกลับเล็กจนนางคิดว่าคงไม่มีผู้ใดในบ้านใส่ได้แน่ นางไม่ตอบเพียงหันมายิ้มอ่อนหวานให้สาวใช้เท่านั้น นางเพียรปักผ้าผืนนี้มาเกือบเจ็ดวันแล้วนางปักผ้าไปยิ้มไปใบหน้าบ่งบอกว่ามีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่มากนัก หากฮูหยินมีความสุขนางจะขัดไปใย นึกดี ๆ แล้วช่วงนี้ฮูหยินของนางอารมณ์ดีกว่าเมื่อก่อน เห็นสิ่งใดก็ดูดีดูงดงามไปเสียหมด“งามหรือไม่ผิงผิง”“งามเจ้าค่ะฮูหยิน แต่ผู้ใดจะใส่ได้หรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ท่านพี่อยู่ที่ใดห

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ให้ข้าอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต

    31ให้ข้าอยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต“ซิ่วอิง เจ้านั่งอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ไม่คิดทำสิ่งอื่นบ้างหรือ” มู่โม่โฉวเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงศาลาข้างสวนดอกไม้ นางนั่งอยู่ที่นี่มาเกือบสองชั่วยามแล้ว นานจนเขานึกเป็นห่วงกลัวนางต้องลมนานจะพาลป่วยไข้“ท่านว่าข้ายังมีสิ่งใดให้ทำอีกหรือ ข้าทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวได้แล้ว ทุกสิ่งล้วนถูกที่ถูกทาง ก่อนนี้ข้าไม่เคยได้พัก ไม่เคยคิดเรื่องเหน็ดเหนื่อยสักครั้ง ยามนี้ไม่มีสิ่งใดต้องทำอีกแล้วข้าอยากพักสักหน่อย”“เจ้าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น เช่นนั้นให้ข้าอยู่ด้วยได้หรือไม่” นางละสายตาจากภาพทิวทิศน์เบื้องหน้ากลับไปมองผู้ที่ยืนพูดอยู่ด้านหลัง นึกสงสัยในคำกล่าวเมื่อครู่ มู่โม่โฉวไม่พูดสิ่งใดต่อทำเพียงยิ้มให้นาง“ท่านไม่มีสิ่งใดให้ทำหรือ มาอยู่กับข้าทั้งวันเช่นนี้ไม่เบื่อหรือ”“ข้าไม่เคยเบื่อคิดว่าเจ้าคงรู้ หากอยู่ด้วยจนตายได้ยิ่งดี” มู่โม่

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   รางวัล

    30รางวัลหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากชานเมืองถูกเปลี่ยนเป็นโรงหมอ คอยรับผู้ป่วยจากในและนอกเมือง รับเพื่อไม่ให้เข้าไปแพร่เชื้อในเมือง ส่วนผู้อยู่ในเมืองที่ติดก็จำต้องออกมารับการรักษานอกเมืองโรงหมอในเมืองพากันปิดหมดเมื่อรู้ว่าผู้ที่มาหาหมอติดโรคประหลาด ด้วยวิชาแพทย์ที่แตกฉานของหวงเหว่ยถิงและลูกศิษย์สาวอย่างหวงซิ่วอิง โรคระบาดจึงมิได้ลุกลามไปไกลยังพอควบคุม รักษาได้ทันท่วงที คนเจ็บปวดได้รับการรักษาจนหายดี เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ บุรุษ สตรี ล้วนได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมมิได้แบ่งแยกนางกักขังตนเองอยู่กับผู้ป่วยสามวันสามคืนจึงหาทางรักษาจนได้ ผู้ทดลองยามิใช่ใครอื่น มู่โม่โฉวกับสวี่เลี่ยงหรงล้วนติดโรคประหลาดจากการช่วยนางดูแลผู้ป่วยยากไร้นางคิดสูตรยาอยู่เกือบสามวัน ใช้อาการของโรคเทียบกับตัวยา ช่วงแรกที่มีอาการหนักนางรักษาไปตามอาการ ผลคือผู้ป่วยไม่ดีขึ้นเลย อาการยังคงเป็นเช่นเดิม จนสุดท้ายได้สูตรยามาแต่ไม่มีสิ่งใดรับรองว่ายานี้จะได้ผล ดังนั้นนา

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   โรคระบาด

    29โรคระบาดการกลับคำของฮ่องเต้องค์ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ แต่การใส่ร้ายขุนนางซื่อสัตย์ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง องค์จักรพรรดิทรงกล่าวกับนางเช่นนี้ ไม่นานจึงออกพระราชโองการลงโทษคนตระกูลสวี่ สวี่เฟยฮุ่ยและคนสนิทถูกประหาร ส่วนผู้อื่นถูกเนรเทศ สมบัติถูกริบเข้าคลัง ยศตำแหน่งถูกริบคืนทั้งหมด แม้แต่บุตรตระกูลสวี่ก็ถูกสั่งห้ามรับราชการอีกตลอดชีวิต ตำแหน่งจอหงวนของสวี่เลี่ยงหรงที่เพิ่งสอบได้ไม่นานก็ถูกยกเลิก“ข้านั้นอยากสั่งประหารสามชั่วโคตร แต่มีคำขอจากสตรีบอบบางผู้หนึ่ง นางกล่าวกับข้าว่าสวี่เลี่ยงหรงไม่ได้ทำผิดใดเขาเองก็ช่วยหาหลักฐานสำคัญเพื่อหยุดการกระทำของบิดา หากต้องโทษประหารไป ยังจะมีผู้ใดอยากทำสิ่งดีอีก ข้าจึงละเว้น เจ้าว่าข้าทำเช่นนี้เหมาะหรือไม่”“การกระทำของพระองค์ล้วนเหมาะสม หม่อมฉันขอขอบพระทัยที่พระองค์ทรงคืนความเป็นธรรมให้นาง”“เหตุใดเจ้าต้องขอบคุณแทนนาง รู้จักนางหรือ”“หม่อนฉันไม่รู้จัก

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ประทานรางวัล

    28ประทานรางวัลผู้คนล้วนรับรู้ว่าหวงกุ้ยเฟยเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มากเพียงใด วันนี้จึงพากันมามอบของกำนัล อวยพร มู่โม่โฉวเองก็เช่นกันเขามาอวยพรหวงกุ้ยเฟยในฐานะตัวแทนตระกูลมู่“ข้าขออวยพรให้หวงกุ้ยเฟยมีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนเป็นร้อยปี วันนี้ขอมอบระบำนี้ เพื่ออวยพรให้หวงกุ้ยเฟยและองค์จักรพรรดิ”“เช่นนั้นเจ้าเล่นฉินให้ข้าฟังด้วยได้หรือไม่ โฉวเอ๋อร์ข้าไม่ได้ฟังเพลงฉินของเจ้านานนัก”“หากเป็นประสงค์ข้าย่อมทำตาม” ข้าหลวงนำฉินมาวางกลางลานให้มู่โม่โฉวได้บรรเลง หวงซิ่วอิงค้อมตัวคารวะผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าก่อนจะเริ่มระบำไปพร้อมเพลงฉินอันไพเราะ ทำนองเพลงฉินนี้ทั้งอ่อนหวานชวนเคลิบเคลิ้ม ระบำก็งดงามอ่อนช้อย ไม่มีผู้ใดละสายตาจากระบำตรงหน้าได้เลยความงดงามของนางระบำที่แม้จะปิดบังใบหน้าแต่กลับน่าค้นหา ทั้งหมดราวกับต้องมนตร์จนระบำจบลงมนตร์นี้จึงถูกคลาย“ดียิ่ง ดีจริง ๆ ข้าไม่เคยเห็นระบำงดงามเช่นนี้มาก่อน

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ไม่ได้ครอบครอง

    27ไม่ได้ครอบครองหลังเตรียมอาหารเสร็จหวงซิ่วอิงและหวงเหว่ยถิงช่วยกันยกอาหารไปวางที่โต๊ะกลางลานบ้าน ผ่านไปไม่กี่เฟินสวี่เลี่ยงหรงก็ตามออกมา ท่าเดินโซซัดโซเซดูไม่มีแรงมากนัก“ท่านยังไม่หายดี ออกมาข้างนอกทำไมกัน” หวงซิ่วอิงเดินไปประคองสวี่เลี่ยงหรงไปนั่งที่โต๊ะกลางลานบ้าน หวงเหว่ยถิง และจางหย่งนั่งมองนิ่ง ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป“คารวะท่านทั้งสอง” เป็นสวี่เลี่ยงหรงที่เอ่ยทั้งสองบุรุษที่โต๊ะกลางลานบ้านก่อน จางหย่งที่มักไม่ค่อยพูดยกมือขึ้นมาประสานรับคารวะแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด หวงเหว่ยถิงพยักหน้ารับขยับชามโจ๊กไปให้คุณชายสวี่“กินข้าวเถอะ จะได้พักผ่อนท่านยังไม่หายต้องพักให้มากหน่อย ถ้าจะให้ดีไม่ควรฝืนขยับตัว”“พวกท่านกินกันไปก่อน ข้าจะเอาอาหารไปให้คุณชายมู่” กล่าวจบก็เดินถือถาดอาหารไปยังเรือนพักด้านข้าง ทิ้งให้บุรุษสามคนนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันเพราะมั่นใจว่าหวงเหว่ยถิงจะไม่ทำอันตรายสวี่เ

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ข้าคือมู่โม่โฉว

    1ข้าคือมู่โม่โฉ่วเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวถูกถอดมาคลุมร่างไร้สติ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนาวตายก่อนถึงวัด โดยมีเจ้าของรถม้าคอยดูแลอยู่ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงเช็ดคราบโคลนที่เปื้อนหน้าเขาออกเบา ๆ คราบนี้ติดนานเกินไปจึงใช้ผ้าสะอาดแห้งเช็ดไม่ออก“อือ...” เสียงเจ็บครวญดังออกมาจากริมฝีปากซีดคล้ำเพราะความหนาว

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ปิดหอ

    22ปิดหอ“เหตุใดหอสุราที่มิเคยหลับใหลจึงปิดเล่า ซ้ำยังปิดวันประมูลอีก” บรรดาบุรุษทั้งหลายที่มาเพื่อร่วมประมูลดอกไม้หนึ่งเดียวของหออิงฮวา กำลังร่วมพูดคุยกันด้วยความสนอกส

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   เรื่องที่ยังไม่รู้

    21เรื่องที่ยังไม่รู้“เจ้าค่ะท่านป้า ซิ่วอิงมีสิ่งที่อยากถามท่านป้าเสียหน่อย” นางเอ่ยถามฮูหยินใหญ่มู่ นางสืบข่าวมานานแสนนานกลับไม่รู้เลยว่าผู้รู้เรื่องราวอยู่ใกล้ถึงเพ

  • คณิกาผู้นี้เป็นบุตรีแม่ทักบฏ   ถูกพิษ

    15ถูกพิษ“โอ๊ย...” หมอหญิงรีบวิ่งไปดูหญิงชราที่ล้มกองอยู่บนพื้น มือขวาแตะลงบนข้อมือจับชีพจร จากนั้นเลิกแขนเสื้อนางขึ้นไปถึงศอกพบรอยจุดสีแดงขึ้นทั่วท้องแขน แหวกคอเสื้อก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status