Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-10-24 15:24:44

เสียงเพลงดังกระหึ่มพร้อมกับแสงสีที่สาดส่องไปทั่ว ในตรอกเล็กๆ ย่านกลางกรุงนั่นคือแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ต่างหลอกล่อให้เหล่าฝูงพี่เสื้อราตรีออกมาร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน ผิดกับเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าสถานบันเทิงด้วยหัวใจอันแสนอ้างว้าง ไม่รู้จะไปทางไหนดี แม้แต่บ้านที่ใครๆ ชอบพูดว่าหากไม่มีที่ไปก็ให้กลับบ้าน แต่สำหรับคนดี บ้านไม่ใช่ที่พึ่งพิง บ้านก็แค่เป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีมันแล้ว

“อีหนูทำไมมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่กลับบ้านกลับช่อง ถ้าตำรวจมาตรวจร้านก็ซวยกันหมดหรอก”

เสียงแหบแห้งของหญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาเอ่ยทักจากด้านหลัง เธอใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพร้อมกับกับกางเกงสีเดียวกัน ดูจากการแต่งกาย คาดเดาว่าเธอคนนี้คงเป็นพนักงานทำความสะอาดให้กับร้านนี้อย่างแน่นอน

“หนูมาสมัครงานค่ะ ใช้ร้าน Popcorn bar หรือเปล่าคะ”

“ใช่...ว่าแต่เราสิบแปดแล้วเหรอ ถึงจะมาสมัครงานน่ะ”

“ใช่ค่ะ หนูติดต่อพี่เปียไว้แล้ว เขาบอกให้มาสัมภาษณ์งานได้เลย” ป้าแม่บ้านดูลังเลใจอยู่ไม่น้อย เพราะดูจากรูปร่างหน้าตาเด็กคนนี้แล้ว ไม่น่าจะเกินสิบแปด ไหนจะการแต่งตัวของเจ้าหล่อน บ่งบอกว่าไม่น่าจะมาสมัครงานที่นี่ได้เลย

“ถ้างั้น เดี๋ยวป้าพาเข้าไปแล้วกัน แต่เราไม่โกหกป้าแน่นะเรื่องอายุน่ะ รู้ไหมว่าถ้าเด็กต่ำกว่าอายุสิบแปดเข้ามา ร้านนี้จะต้องโดนปิด แล้วป้าก็จะต้องตกงาน” ป้าแม่บ้านอธิบายเธอ เธอแก่แล้ว หากตกงานตอนแก่ก็ไม่รู้ไปสมัครงานที่อื่นเขาจะรับไหม

คนดีพยักหน้างึกๆเป็นคำตอบ ก่อนจะหยิบบัตรประชาชนจากกระเป๋าสะพายยื่นให้ป้าแม่บ้านดูเป็นการยืนยันว่าเธออายุยี่สิบเอ็ดปีเต็มแล้ว สามารถจะทำงานหรือเข้ามาสถานบันเทิงแห่งนี้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่าอีกคนไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่

ป้าแม่บ้านพาคนดีเดินมาที่หลังร้าน ก่อนจะพาเธอเข้าไปรอในห้องรับรองเล็กๆ ที่เอาไว้ใช้เป็นห้องสัมภาษณ์งาน เธอสั่งให้คนดีรออยู่ที่ห้อง โดยที่เธอจะไปตามหัวหน้ามาให้ ห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ มีเพียงเก้าอี้งานวัดเก่าๆ วางระเกะระกะ กลิ่นเหม็นอับจากควันบุหรี่คละคลุ้งทั่วห้องจนต้องเอามือมาปิดจมูก คนดีไม่ค่อยชอบกลิ่นบุหรี่เท่าไรนัก แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่อดทนไปก่อน เลือกเก้าอี้สีแดงตัวที่สมบูรณ์ที่สุด หย่อนกายนั่ง ก่อนจะควักมือถือขึ้นมาดูเวลาบนหน้าจอ

ตอนนี้เวลาใกล้จะห้าทุ่มแล้ว ปกติเวลานี้เธอต้องเข้านอนแล้วด้วย หวนคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ พลันรู้สึกน้อยใจที่หลังจากโอนเงินก้อนสุดท้ายไปให้แม่ของเธอ อีกฝ่ายกลับไม่โทรหาหรือแสดงความเป็นห่วงเธออีกเลย แต่ช่างมันเถอะ...ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้เข้ามาคนดีก็ไม่คิดจะอยู่บ้านหลังนั้นไปตลอดอยู่แล้ว สู้มาตายเอาดาบหน้าเสียยังดีกว่า

ไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น คนดีรีบเช็ดน้ำตาก่อนจะเงยหน้ามองผู้มาเยือน หญิงวัยประมาณยี่สิบปลายๆ เธอสวมสายเดี่ยวกางเกงยีนขาดเผยให้เห็นบริเวณต้นขาขาวดูเซ็กซี่ ใบหน้าสวยคมแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเพื่อปิดริ้วรอยของอายุ ผมยาวเต็มหลังสีน้ำตาลเข้มดัดเป็นลอนปลาย เดินเข้ามาก่อนจะหยิบเก้าอี้พลาสติกที่อยู่ใกล้มือมานั่งตรงข้ามกับหญิงสาว

“หนูคนดีที่โทรหาเจ๊เมื่อตอนหัวค่ำใช่ไหม”

เปีย ควบตำแหน่ง HR และเจ้าของร้าน Popcorn bar เอ่ยถามหญิงสาว ตาเฉี่ยวสำรวจมองคนมาใหม่อย่างชั่งใจพร้อมกับก้มดูใบสมัครที่คนดีกรอกไว้

“คะ ค่ะ” รู้สึกประหม่าจนพูดตะกุกตะกัก สองมือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นรัวเหมือนกับตอนที่เธอโดนสัมภาษณ์ตอนขอทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยก็ไม่ปาน

“ยี่สิบเอ็ดจริงเหรอ” ถามย้ำด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับป้าแม่บ้าน

เป็นอีกครั้งที่คนดีต้องหยิบบัตรประชาชนยื่นให้ดู เปียรับมาพร้อมกับก้มดูบัตรและเงยหน้ามองหน้าคนดีเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง หลายครั้งที่เธอต้องปวดหัวกับคนที่มาสัมภาษณ์ หลายคนอายุไม่ถึง บ้างปลอมแปลงเอกสารเพื่อหวังมาเข้าทำงานกับเธอ สุดท้ายโดนจับได้ก็ต้องไล่ออกไปอยู่ดี

“ทำไมถึงอยากมาทำงานที่นี่” ยิงคำถามใส่คนตัวเล็ก เพราะดูจากรูปร่างภายนอกของคนดี เธอดูเหมือนไม่เคยเที่ยวสถานบันเทิงเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งเสื้อผ้าหน้าผมที่เหมือนคนแต่งตัวไม่เป็นอีก

“หนูพึ่งออกจากบ้านมาค่ะ เลยมาหางานทำ อีกอย่างหนูไม่มีที่ไปด้วย เห็นใบสมัครบอกว่าที่นี่รับคนพร้อมกับที่พักฟรี” คนดีตอบตามตรงพร้อมกำมือตัวเองแน่น เอาจริงๆ ถ้ามีทางเลือกดีกว่านี้เธอก็คงไม่ทำ แต่ตอนนี้ทางเลือกของเธอไม่ได้มีมากนัก หญิงสาวจึงจำเป็นต้องคว้าโอกาสเอาไว้เสียก่อน

“รู้ใช่ไหมว่างานนี้คืองานอะไร” ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

คนดีไม่ได้ตอบก่อนจะพยักหน้าเบาๆ งานที่เธอมาสมัครก็คือการเชียร์แขกให้ซื้อเครื่องดื่มต่อแก้ว หรือเรียกง่ายๆ ก็คือเด็กนั่งดริ๊งก์ หน้าที่ของเธอขอแค่เรียกแขกกระเป๋าหนักให้ยอมจ่ายก็เพียงพอแล้ว

แต่ความยากของงานนี้ก็คือ การที่เธอไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มาก่อน แต่พอคิดถึงเม็ดเงินที่จะได้ ทำให้ข้อกังวลนี้ถูกปัดตกไป

“งั้นดี อย่างแรกเราถอดแว่นแล้วก็ถอดเสื้อออกให้เจ๊ดูหน่อย”

“คะ ค่ะ”

“อยากได้งานทำหรือเปล่า ถ้าอยากก็ถอดออกซะ เจ๊ไม่มีเวลามาสัมภาษณ์เราทั้งคืนหรอกนะ” เปียเอ่ยพลางเอามือกอดอกปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า

คนดีเม้มปากแน่น เธอกำลังลังเลว่าจะทำดีไหม ทว่าตอนนี้เธอเหมือนหมาจนตรอก ไม่มีทางเลือกให้เดินมากนัก มีเพียงแต่ต้องลุยไปข้างหน้าเพื่อมองหาแสงสว่างที่ดูริบหรี่ หญิงสาวตัดสินใจปลดกระดุมออกทีละเม็ดแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อเชิ้ตด้านในออกเผยให้เห็นเนินอกใหญ่เกินตัวห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีขาวเด้งออกมาสู่สายตาอวดความขาวผ่อง ใบหน้าหวานแดงแปร๊ดด้วยความเขินอาย ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเปิดหน้าอกให้ใครดูมาก่อน และดูเหมือนว่าทรวดทรงของเธอจะถูกใจเจ้าของร้าน Popcorn bar อยู่ไม่น้อย

“งั้นเจ๊รับ” เจ้าของร้านสาวตอบรับด้วยความพึงพอใจ เธอดูไม่ผิดจริงๆว่าเด็กคนนี้ซ้อนรูป หากจับแต่งองค์ทรงเครื่องหน่อยขี้คร้านลูกค้าต้องต่อคิวกันเป็นพรวน

“เจ๊รับหนูแล้วใช่ไหมคะ ขอบคุณมากเลยนะคะเจ๊ หนูจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลยค่ะ” คนดีพูดพร้อมกับพนมมือไหว้ฉีกยิ้มจนเห็นฟันด้วยความดีใจ ตอนนี้เธอมีที่ซุกหัวนอน มีงานให้ทำแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กคนนึง

“ใช่...ที่เจ๊รับเพราะเจ๊สงสาร อีกอย่างสภาพของเราตอนนี้คงไม่พร้อมที่จะเริ่มงานหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยมาทำงานแล้วกัน”

“แต่หนูไม่มีที่ไปจริงๆ นะคะเจ๊ ให้หนูนอนที่นี่ได้ไหมคะ ถ้าห้องนี้ว่างให้หนูนอนที่นี่ก็ได้” พูดอ้อนวอนขอที่ซุกหัวนอนในค่ำคืนนี้ คิดเพียงว่านอนที่นี่ก็ยังดีกว่าต้องนอนข้างถนน

เปียชะงักไป พลันคิดว่าเด็กคนนี้ช่างเหมือนกับตัวเธอเสียจริงๆ ในวัยรุ่นเธอก็เคยหนีออกจากบ้าน ไม่มีที่ซุกหัวนอนจนต้องมาทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์อยู่พักใหญ่ ด้วยความสาวความสวยของเธอทำให้หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ต่างติดเธองอมแงม ค่าทิปวันๆ หนึ่งเหยียบแสน จนเธอสามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งแล้วออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง

“เจ๊มีห้องอยู่ที่แฟลตใกล้ๆ ปกติต้องผ่านโปรก่อนเจ๊ถึงให้พักฟรี แต่เอาเถอะเจ๊เห็นว่าหนูไร้ที่พึ่งจริงๆ เจ๊จะยอมให้เราอยู่ไปก่อนก็ได้” เห็นใบหน้าเศร้าของเด็กสาวก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้จริงๆ

“จริงเหรอคะเจ๊ ขอบคุณนะคะเจ๊” ฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับพนมมือไหว้ขอบคุณ อย่างน้อยวันนี้เธอจะมีที่ซุกหัวนอนแล้ว

“อืม งั้นเดี๋ยวเจ๊โทรบอกปันให้แล้วกัน แล้วอย่ามีปัญหากันล่ะ ถ้าเจ๊รู้ เจ๊ไม่ให้อยู่ทั้งคู่”

คนดีพยักหน้างึกๆก่อนจะเข้าไปกอดร่างบางด้วยความดีใจ

“ขอบคุณนะคะเจ๊ บุญคุณครั้งนี้หนูจะไม่ลืมเลยค่ะ” พูดพร้อมกับพนมมือไหว้อีกครั้ง

“เอาล่ะๆ เดี๋ยวเจ๊เอากุญแจห้องมาให้ แล้วก็รีบกลับไปพักผ่อนก่อนที่พรุ่งนี้ต้องมาลุยงานจริง เข้าใจไหม”

“ค่ะ”

เจ้าของร้านสาวพยักหน้าน้อยๆพร้อมกับหมุนตัวเดินออกไป ไม่นานเธอก็เอากุญแจสำรองอีกดอกมาให้คนดี ก่อนที่คนดีจะรีบเดินไปยังแฟลชที่อยู่จากร้านเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น อาคารขนาดห้าชั้น ไม่มีลิฟต์ ทุกการสัญจรใช้การเดินเท้าเท่านั้น แฟลชแห่งนี้ส่วนใหญ่คนที่มาพักก็ทำงานอยู่แถวๆ นี้ด้วยกัน ส่วนห้องที่เปียซื้อไว้ให้เด็กของเธอนั้นอยู่ชั้นสี่ทั้งชั้น

ร่างบางเคาะประตูห้องก่อนจะออกมายืนห่างๆ รอคนมาเปิดให้ ไม่นานก็มีหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับคนดีออกมาเปิดประตู เธออยู่ชุดเดรสหนังสีดำ ผมสั้น ตัวเล็ก ตาเฉี่ยว ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางหนา ท่าทางเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก สีหน้าเธอดูไม่ค่อยพอใจคนดีเท่าไหร่นัก

“คนดีใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยถาม

“ใช่...เธอชื่อปันใช่ไหม”

“อืม...เข้ามาสิ ฉันกำลังจะออกไปพอดี แต่ว่านะ...อย่าพึ่งมายกเค้าห้องของฉันเหมือนรูมเมทคนก่อนล่ะ ฉันขี้เกียจไปโรงพักอีก”

คำทักทายรูมเมทที่เจอกันครั้งแรกทำให้คนดีถึงกับยิ้มแห้ง ก่อนที่เธอจะถูกอีกฝ่ายเดินชนไหล่

เธอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่านะ ถึงจะสงสัยแต่ก็ช่างมันเถอะ หญิงสาวถอนหายใจยาว ตอนนี้เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ร่างบางเดินเข้าไปสำรวจห้องด้านใน ภายในห้องเป็นห้องขนาดใหญ่ มีห้องนอนหนึ่งห้อง มีห้องน้ำหนึ่งห้อง และห้องรับแขกหนึ่งห้อง ทั้งชั้นจะเป็นห้องของเปียทั้งหมด เธอเช่าไว้ให้เด็กในร้านของเธอ ถึงจะอยู่ฟรี แต่ค่าน้ำค่าไฟจะต้องออกกันเอง ส่วนกฎเหล็กของการอยู่ร่วมกันนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการห้ามพาแขกหรือแฟนเข้ามาหลับนอนเป็นอันขาด อีกทั้งรวมถึงการทะเลาะวิวาท ซึ่งเจ้าของร้านสาวไม่อยากมีปัญหากับพวกตำรวจมากนัก ถ้าหากจับได้ ก็มีแต่เชิญออกสถานเดียว

คนดีเดินเข้าไปยังห้องนอน ซึ่งมีเตียงสองชั้นตั้งอยู่ เตียงด้านบนดูเหมือนจะว่างไร้เจ้าของเพราะไม่ให้มีการปูผ้าปูที่นอน ตัดสินใจปีนขึ้นไปล้มนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน หันมองดูนาฬิกาแขวนผนัง บ่งบอกว่าเป็นเวลาเกือบจะตีสองแล้ว วันนี้ช่างเป็นวันที่แสนยาวนานสำหรับเธอเหลือเกิน

เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงพร้อมปล่อยน้ำใสๆ ไหลลงที่นอน งอตัวกอดตัวเอง และตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น อีกแค่ไม่กี่เดือนชีวิตของเธอก็จะดีขึ้นแล้วเชียว อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้ว อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะมีชีวิตที่สดใส ทำไมกันนะ ทำไมเธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย

แต่ถึงชีวิตเธอจะบัดซบเพียงใด...ยังไงซะคนดีก็ไม่มีวันที่จะละทิ้งความฝันของเธอไปอย่างแน่นอน ของเพียงโอกาส หากใครสักคนหยิบยื่นมาให้ เธอก็จะรับมันเอาไว้โดยไม่ลังเล
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 35

    “ฮึก แม่อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะ ฮึก เดี๋ยวทำคีโมแม่ก็หายแล้ว อย่าพูดเป็นลางอีกเลย” คนดีพูดไปสะอื้นไปเมื่อได้ยินคำพูดสั่งเสีย“ฉันฝากมันด้วยนะพ่อหนุ่ม แม่คงไม่ได้ไปงานแต่งเอ็ง เพราะฉะนั้นแล้วแม่อวยพรให้ตรงนี้แล้วกัน ขอให้ทั้งคู่ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร หนักเบาก็ให้อภัยกันนะ รักกันตลอดไปนะ”ถ้าจะโท

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 34

    2 ปีผ่านไปหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นเสื้อแขนยาวในมือหอบเอกสารเป็นตั้งเดินไปยังโต๊ะทำงานของเธอ วางมันลงพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้พลันถอนหายใจแรง หลังจากผ่านการประชุมอย่างหนักหน่วงเกือบสามชั่วโมงเต็ม เสียงท้องร้องทำให้รู้เวลาว่าตอนนี้พักเที่ยงแล้ว คนดีตัดสินใจที่จะคว้าเอากระเป๋าตังค์ที่อยู่ในลิ้นชั

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 33

    จับปลายกระบอกใหญ่ใส่เข้าไปในร่องฉ่ำอีกครั้งเรียกเสียงครางในลำคอของหญิงสาว ชายหนุ่มดึงชุดเกาะอกลงจนอกใหญ่โพล่พ้นเด้งอวดสายตา ลิ้นร้อนเปลี่ยนที่หมายมาโลมเลียที่ปลายยอดสีชมพู ดูดดุนจนเป็นรอยจั้มโดยไม่สนใจว่าหญิงสาวยังต้องทำงานต่อ“อื้อ เสียว...”อารมณ์ตอนนี้กระเจิดกระเจิงไปหมด ชายหนุ่มใส่เอวเข้าออกไม่ย

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 32

    ในงานการเปิดตัวสินค้าที่ทำจากหยกจักรพรรดิล้วนมีแต่เหล่าดารา ไฮโซ คนในวงการบันเทิง ทั้งไทยและต่างประเทศต่างมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ส่วนหนึ่งก็เพราะชื่อเสียงอันเลื่องชื่อ และอยากจะพานพบกับของล้ำค่าที่ไม่เคยเห็นเสียงดนตรีสดจากวงต่างประเทศที่เจ้าของงานจ้างมา ต่างเล่นเพลงกันอย่างสุดฝีมือ กระทั่งเมื่อพิ

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 31

    “เอาน่า...ทะเลาะกันแบบนี้แปลว่ารักกันมาก” เลี่ยงหรงผู้เป็นพ่อหันไปบอกภรรยา“รักกันมากเลยค่ะ ใช่ไหมคะเฮีย” เหมยลี่หันไปพูดประชดพี่ชาย ซึ่งก็ได้กลับมาเพียงสายตาดุเท่านั้น“แล้วเรื่องงานเปิดตัวหยกจักรพรรดิไปถึงไหนแล้วล่ะ” ซิงอีเอ่ยถามลูกชาย“เรียบร้อยดีครับป๊า” ตอบสั้นๆ“ได้ข่าวว่าการประมูลดุเดือดเลยงั

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 30

    หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ทุกอย่างก็เข้าสู่โหมดปกติ คนดียังคงอาศัยอยู่ที่คอนโดที่มังกรซื้อให้ แต่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นก็คือความสัมพันธ์ของคนทั้งสองคนคืบหน้าไปมากยิ่งขึ้น เพราะชายหนุ่มนั้นเริ่มเปิดใจมากยิ่งขึ้นจนได้คำตอบแล้วว่าหากอีกคนหายไป เขาคงอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอนส่วนอดีตคู่นอนอย่างเอินก็ยังคงตามร

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 29

    “ไอ้เหี้ยกร มึงหยุดว่าน้องเดี๋ยวนี้เลย” ภีมชี้หน้าคาดโทษ นี่ขนาดเขาไม่ใช่คนโดนด่ายังหน้าชาขนาดนี้ แล้วความรู้สึกของคนดีล่ะ“ฮึก คนดีมันเหี้ยค่ะ พอใจเฮียหรือยัง”“...”“ถึงคนดีจะเลว แต่ก็ไม่เลวขนาดนี้นอนกับแฟนเพื่อนหรอกนะคะ ฮึก”“...”“เพราะฉะนั้นเฮียก็อย่ามายุ่งกับคนเลวๆ เลยดีกว่า”“คิดว่าเฮียจะปล่อ

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 28

    เปลือกตาค่อยๆ ลืมขึ้นเพื่อปรับแสงสว่างที่ลอดเข้ามาจากทางหน้าต่าง สมองของหญิงสาวตอนนี้หนักอึ้งราวกับจะระเบิดออกมาก็ไม่ปาน ลุกขึ้นพร้อมกับกุมขมับตัวเองพลันมองไปรอบห้องว่าตอนนี้เธออยู่ที่ใด“ตื่นแล้วหรือไงเรา” เสียงเปิดประตูทำให้คนดีหันไปมองชายหนุ่มที่หน้าประตู ก่อนจะพบกับร่างสูงผู้มีรอยยิ้มเปื้อนอยู่ท

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 27

    “พี่ขอโทษนะ ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดเมื่อกี้ แต่ว่านะ”“...”“พี่ว่าเราเลิกกับมังกรเถอะนะ ถือว่าพี่ขอร้อง”สองขาเล็กก้าวเดินออกมาจากโรงแรมด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าตัวเองเดินไปทางไหนและกำลังจะไปที่ใด รู้ตัวอีกทีเธอก็มาหยุดที่ป้ายรถเมลที่ไหนสักแห่ง“พี่เอินหมายความว่าไงคะ”“โตๆ กันแล้วพี่ขอพูดตรงๆ

  • คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]   บทที่ 26

    หลังจากเมื่อวานคนดีก็กลับมาทำตัวปกติ ตื่นมาตอนเช้าเธอยังทำอาหารให้มังกรกินเหมือนเช่นทุกครั้ง วันนี้หญิงสาวทำอาหารง่ายๆ เพราะวัตถุดิบในตู้เย็นมีไม่เยอะมาก โชคดีที่เมื่อวานไปตลาดแวะซื้อของสดมานิดหน่อย เช้านี้จึงเป็นอาหารง่ายๆ อย่างข้าวต้มกุ้ง ไส้กรอก ไข่ดาวร่างสูงเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารในชุดคลุมสีขาว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status