Share

บทที่ 13

Author: เฟิงลู่
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวกลับมาเป็นปกติแทบทั้งหมด เพียงแต่ไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนเมื่อก่อน ส่วนระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงก็ยังคงมีกำแพงบางอย่างกั้นอยู่เสมอ

ฉันไม่เคยเข้าไปในห้องของเขาอีกเลย แม้แต่บ้านของเขาฉันก็แทบไม่ไป เวลาสองครอบครัวนัดกินข้าวด้วยกัน ฉันก็พยายามปฏิเสธเท่าที่ทำได้ ส่วนในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้และต้องอยู่กับเว่ยชิงเฟิงตามลำพัง ฉันก็พยายามอยู่ห่างจากเขาและไม่พูดอะไร

วันขึ้นปีใหม่ปีนั้น เดิมทีแม่ตั้งใจว่าจะฉลองกันที่บ้านของเราเอง แต่คุณน้ากับคุณอาเว่ยมาชวนแล้วชวนอีก พ่อกับแม่พยายามบอกปัดสารพัด สุดท้ายก็ทัดทานพวกเขาไม่ไหว

เดิมทีฉันก็ไม่ได้คิดจะไปอยู่แล้ว เหตุผลหนึ่งคือกว่าจะได้หยุดสักวัน ฉันก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เหตุผลสำคัญกว่านั้นคือฉันไม่อยากอยู่ใกล้เขา เพราะแค่เข้าใกล้ ภาพใบหน้าเย็นชาของเขากับคำพูดไร้เยื่อใยเหล่านั้นก็จะผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หัวใจของฉันเย็นยิ่งกว่าเหล็กที่เย็นจัดเสียอีก

ฉันไม่คิดเลยว่าเว่ยชิงเฟิงจะมาหาฉัน

เดิมทีฉันนอนแผ่อยู่บนโซฟา ใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ ส่วนเขาก็ยืนเงียบๆ อยู่ข้างฉัน

จริงๆ แล้วฉันรู้ว่าเขามา เพียงแต่ไม่รู้ว่าควรวางตัวยังไงกับเขาดี ก็เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้เสียเลย

สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายถอดหูฟังของฉันออก ฉันถึงต้องยอมลืมตาขึ้นมา

คิ้วตาของเขายังคงงดงามหมดจดเหมือนในความทรงจำ ดวงตาคู่นั้นที่เคยทำให้ฉันหลงใหลกลับลึกล้ำจนมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร

“มีอะไร?” ฉันเอ่ยถาม

เขานั่งลงข้างฉัน ฉันค่อยๆ ขยับออกไปด้านข้างอย่างไม่ให้เป็นที่สังเกต แต่เขากลับขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“เสี่ยวเยว่ จริงๆ แล้วฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อขอโทษเธอ”

“อะไรนะ?” ฉันนึกว่าตัวเองฟังผิดไป

“ฉันมาขอโทษเธอ เรื่องวันนั้นเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรพูดกับเธอแบบนั้น ถึงฉันจะไม่ได้ชอบเธอ แต่ฉันก็ไม่เคยเกลียดเธอจริงๆ ต่อจากนี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฉันก็จะมองเธอเป็นน้องสาวและปฏิบัติต่อเธอแบบนั้น”

“แล้วยังไง?”

“เพราะงั้น เสี่ยวเยว่ ต่อไปเราก็ไปโรงเรียนและกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิมเถอะ ไม่อย่างนั้นแม่ฉันกับคุณน้าก็ต้องคอยเป็นห่วงเรื่องของเราอีก”

ฉันกัดฟันแน่นถึงกลั้นน้ำตาไว้ได้ คำขอโทษของเขานี่ไม่ต่างอะไรจากการเปิดแผลเก่าของฉันขึ้นมาอีก ไม่พูดเสียยังจะดีกว่า ฉันอุตส่าห์เริ่มลืมมันไปได้บ้างแล้ว นายกลับมาตอกย้ำฉันอีกครั้ง

เว่ยชิงเฟิง นายช่างทำร้ายคนได้โดยไม่ต้องลงมือจริงๆ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ ภาระที่ฉันแบกมานานกว่าสิบปีก็หายไปในพริบตา ฉันโล่งจนหลับยาวไปสองวันเต็มๆ นอกจากลุกมากินข้าวกับเข้าห้องน้ำแล้ว ต่อให้ใครมาเรียกก็ไม่ยอมลุกจากเตียง

จริงๆ แล้วฉันเสียใจมาก

ไม่ว่าจะในฐานะน้องสาว หรือว่าที่ภรรยาในอนาคต ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาเราต่างอยู่ใกล้ชิดกันมาตลอด จึงได้เจอหน้ากันอยู่บ่อยๆ ต่อจากนี้เราต่างก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัย ต่างคนต่างเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง ฉันกับเขาคงไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดและใช้เวลาร่วมกันแบบนี้อีกแล้ว

จากนี้ชีวิตของฉันกับเขาคงต้องแยกจากกันไปคนละทาง และจะไม่มีวันได้กลับมาบรรจบกันอีก

ฉันเสียใจมากจริงๆ แต่ไม่รู้จะไประบายกับใคร ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ค่อยๆ เยียวยาความเจ็บปวดอยู่คนเดียวเงียบๆ

ฉันนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ ทั้งที่เขาทำให้ฉันอับอายถึงขนาดนั้น ฉันก็ยังห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ ยังคงชอบเขามากจนแทบลืมความเป็นตัวเองไปแล้ว

ไม่ว่าเขาจะด่าฉัน หรือทำให้ฉันอับอายต่อหน้าคนอื่นอย่างไม่ไว้หน้ากันแค่ไหน ก็ยังสู้หัวใจของฉันที่ชอบเขาไม่ได้

วันที่สี่หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ เว่ยชิงเฟิงก็มาหาฉัน

ตอนนั้นฉันนอนจนไม่ง่วงอีกแล้ว จึงมานั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ พลิกอ่านไดอารี่เก่าไปทีละหน้า ลังเลอยู่ว่าจะเก็บรักษามันไว้ต่อ หรือเผาทิ้งไปเสียจะดีกว่า

ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเขาในตอนนี้ เผาทิ้งไปคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่พอนึกถึงสิบแปดปีที่ฉันทุ่มเทให้เขามาเงียบๆ ก็กลับตัดใจเผามันทิ้งไม่ลง

ฉันตัดใจจากเขาไม่ได้ และก็ตัดใจจากความรู้สึกมากมายที่ทุ่มให้เขามาตลอดไม่ได้เหมือนกัน

นิสัยเขียนไดอารี่ของฉันได้มาจากพ่อ ฉันเริ่มเขียนตั้งแต่ ป.1 จนมีไดอารี่หนาๆ อยู่หลายเล่ม และทุกหน้าล้วนบันทึกเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงเอาไว้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 30

    ฉันรอจนเสียงฝีเท้าของแม่ลับหายไปจากทางเดิน ก็พรวดลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งไปวิ่งมาในบ้านอย่างตื่นเต้นอยู่หลายรอบนอนมาสิบกว่าวันแล้ว ถ้ายังไม่ขยับตัวเสียบ้าง รู้สึกว่าแข้งขาคงจะเสื่อมหมดแล้วขณะที่ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี เว่ยชิงเฟิงก็โทรเข้ามาฉันสงบลง ขมวดคิ้วพลางคิดว่าจะรับสายดีไหมหลังจากที่เว่ยชิงเฟิงไม่แยแสว่าฉันจะเป็นหรือตาย ความผิดหวังที่ฉันมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นพอนึกย้อนถึงวันที่ฉันบาดเจ็บ ทั้งความเย็นชาที่เขามีต่อฉันและความอ่อนโยนเอาใจใส่ที่เขามีต่อฮวาหรุ่ย ที่จริงฉันก็เสียใจมากฉันไม่ได้ต้องการอะไรมาก ในเมื่อนายบอกว่าเห็นฉันเป็นน้องสาว ก็แค่ใส่ใจฉันบ้างเหมือนที่พี่ชายควรใส่ใจน้องสาวก็พอ ไม่ใช่วางตัวเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวข้องตลอดเรื่อง ฉันต้องการแค่นั้นเองพอลองคิดให้ดีอีกที ฮวาหรุ่ยเป็นแฟนของเขา ส่วนฉันก็เป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน เขาจะดีกับแฟนตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วความเสียใจของฉันเอง จะมองว่าเป็นความหึงหวงอีกรูปแบบหนึ่งก็คงไม่ผิดนัก!ช่วงหลายวันที่ฉันพักฟื้นอยู่บ้าน เขาแวะเอาของกินมาส่งให้หลายครั้ง ล้วนเป็นของที่คุณน้าทำมาให้ฉันบำรุงร่างกาย แม่รับไว้ทุกครั้ง

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 29

    ทั้งที่เว่ยชิงเฟิงรู้ว่าฉันบาดเจ็บ แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมเลย จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันหวังเหลือเกินว่าสักครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะได้เห็นเขานั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง คอยปอกแอปเปิลให้ฉัน ตอนนั้นคงมีแสงแดดงดงามส่องลงบนตัวเขา ราวกับเป็นเทพเจ้าของฉันตอนเที่ยงของวันที่สามที่นอนโรงพยาบาล ฉันเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ถูกกดให้เบาดังมาจากหน้าประตูเสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของเว่ยชิงเฟิงกับฮวาหรุ่ย เพียงแต่มีประตูกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนักดูเหมือนเว่ยชิงเฟิงจะมาเยี่ยมฉัน แต่ฮวาหรุ่ยไม่ยอม ทั้งสองจึงมีปากเสียงกันอยู่หน้าประตูอย่างไม่ค่อยพอใจกันนักพรุ่งนี้ฉันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจะมาเยี่ยมฉันหรือเปล่า ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หากเพราะการที่เขามาเยี่ยมฉัน ทำให้ฮวาหรุ่ยเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ก็มีโอกาสมากที่จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ฉัน สู้ไม่มาเสียยังดีกว่าในแง่ความรู้สึก ฉันหวังว่าเขาจะมาได้ แต่ฉันก็ยังมีสติยั้งคิดอยู่ฟังไปฟังมา ฉันก็หลับไปอีกครั้ง จนกระทั่งแม่ผลักประตูเข้ามา ฉันถึงค่อยตื่นขึ้นบาดเจ็บครั้งนี้ทำเอาฉันตกใจกลัวมากจริงๆ ห

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 28

    ดวงฉันนี่นะ แค่ปีนเขายังเจอเรื่องถึงเป็นถึงตายได้ ไม่มีใครเกินฉันแล้วจริงๆจางชิงชิงกับพวกเพื่อนยังคงตะโกนอะไรบางอย่างลงมาจากข้างบนอย่างร้อนรนไม่หยุด แต่ในหูฉันมีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเถาวัลย์เส้นนี้ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงเข้าไว้ อย่าได้ขาดแล้วร่วงลงสู่เหวลึกไปพร้อมกับฉันเชียวฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าต้องตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ไหวจนเสียสติ ฉันกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกฝังอยู่ในความมืดตลอดไป และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกที่นี่เป็นเขตท่องเที่ยว บนเขามีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพอชายหนุ่มสองคนช่วยฉันขึ้นมาจากกลางเขาได้ เว่ยชิงเฟิงถึงค่อยจูงมือฮวาหรุ่ยวิ่งมาหาฉันด้วยกัน “หลานเยว่ ทำไมเธอถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า?”นี่ถามอะไรไม่เข้าท่าเลย? ตกหน้าผาขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง?เพื่อให้ปีนเขาได้สะดวก ฉันจึงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าแขนและขาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาล้วนมีบาดแผลมากน้อยต่างกันไป ทั่วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แม้แต่ฉันเองเห็นแล้วยังรู้สึกว่าน่ากลัว

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 27

    หลิวจื่อเดินตามอยู่ข้างฉัน คอยบ่นพึมพำไม่หยุดว่าเว่ยชิงเฟิงทั้งใจร้ายทั้งตาถั่ว สักวันต้องเสียใจแน่ แล้วก็บอกว่าดูยังไงฮวาหรุ่ยก็ไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้ฉันเห็น เธอยังบอกอีกว่าฮวาหรุ่ยดูเป็นพวกทำตัวใสซื่อแต่จริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนซื่อๆ ทึ่มๆ อย่างฉันจะไปสู้เธอได้ยังไงหลิวจื่อมีสีหน้าเดือดดาลแทนฉันเต็มที่ ฉันไม่ได้ขัดเธอ ปล่อยให้พูดจนหมดเสียก่อน แล้วค่อยบอกว่าเรื่องระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอีกเธอกัดฟันบ่นว่าฉันไม่เอาไหนเสียยกใหญ่ ท่าทางแบบนั้นกลับเหมือนแม่แก่ๆ ที่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจแทบตายกับเรื่องแต่งงานของฉันฉันเข้าใจดีว่าเธออยากปกป้องฉัน แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ฉันเองก็ถอยห่างจากเว่ยชิงเฟิงแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่าง การที่ฉันชอบเขาก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเขาส่วนที่เขาชอบฮวาหรุ่ยก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉันต่างคนต่างจัดการเรื่องของตัวเองก็แล้วกันหลิวจื่อทั้งขัดใจทั้งผิดหวังในตัวฉัน เธอบอกว่าผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงที่ทำตัวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนใจดีระดับแม่พระอย่างฉ

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 26

    ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มขื่นๆ“เว่ยชิงเฟิง นี่แฟนนายนี่นา แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”ฮวาหรุ่ยซบอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยชิงเฟิง ยิ้มอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดว่าเธอคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจ“โอ้ มีแฟนเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? คงไม่เกี่ยวอะไรกับเลขสามหรอกนะ” จางชิงชิงเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เธอไม่สนใจสัญญาณที่ฉันส่งให้แม้แต่น้อย แถมยังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเพื่อนสาวพวกนี้รู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเว่ยชิงเฟิง เรื่องที่ตอนนั้นฉันถูกเขาด่ายกใหญ่ต่อหน้าคนอื่น พวกเธอก็รู้กันทุกคน แถมยังพากันด่าเว่ยชิงเฟิงกลับอยู่หลายวันเพราะเรื่องนี้ยัยจางชิงชิงนี่เข้าข้างพวกเดียวกันสุดๆ คงกำลังคิดหาทางเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันอยู่แน่ฉันยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ยัยนี่จริงๆ เลย เรื่องไหนไม่ควรพูดก็ยังจะหยิบขึ้นมาพูดอีก รู้จักคิดบ้างได้ไหม ช่วยไว้หน้าเพื่อนรักของเธอสักหน่อยเถอะ!“เธอยังไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะคบกันเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?” เว่ยชิงเฟิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ“พวกนายสองคนไม่ใช่ว่า...อื้อ...”หลิวจื่อที่อยู่

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 25

    ฉันยิ้มพลางซบไหล่คุณน้า ออดอ้อนเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณน้า ต่อไปอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าแฟนฉันรู้เข้า เขาจะไม่สบายใจเอา”คืนนั้นฉันนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานก็ยังข่มตาหลับไม่ลง ความเจ็บปวดตรงกลางอกแผ่ลามไม่หยุด ฉันได้แต่กัดฟันทนเอาไว้พอใกล้เที่ยงคืน เขาก็ส่งข้อความไลน์มาหาฉันว่า “มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ? เขาเป็นใคร?”ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตาไม่กะพริบอยู่นาน จนตาล้าไปหมดไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ยังไงก็ไม่ใช่นาย แล้วนายจะถามให้มากความไปทำไม?ฉันปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบแล้วโยนไปไว้ปลายเตียง ไม่ได้ตอบข้อความกลับฉันจะมีแฟนรึเปล่า เขาเป็นใคร ล้วนเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเว่ยชิงเฟิง ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้เขารู้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันออกจากบ้านทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นัดเพื่อนสมัยมัธยมปลายไว้หลายคนเพื่อไปปีนเขาด้วยกันหลังจากเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่อยากเจอเว่ยชิงเฟิงเอามากๆ แต่ทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันเกินไป จนแม้แต่การบังเอิญเจอกันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วถ้าไม่อยากเจอเขา ก็มีแต่ต้องหลบออกไปข้างนอก นี่แหละคือเหตุผลแรกเริ่มที่ฉันไปปีนเขาฉันเป็นคนถนัดกีฬาอยู่แล้ว เมื่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status