เข้าสู่ระบบควันบุหรี่สีขาวโพลนลอยคลุ้งอยู่กลางอากาศเนื่องด้วยชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างในมือคีบบุหรี่อยู่ผมนั่งอัดสารนิโคตินเข้าปอดด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้ทอดสายตามองวิวเมืองผ่านกระจกใส ด้วยแววตาอันนิ่งสงบ (ผม แพกซ์ พัชรดนย์ เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ อายุ25ปี) ผมนั่งมองแสงไฟยามค่ำคืนที่สวยตระการตา ผมมาเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่จบมัธยมปลายและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คนเดียว จนตอนนี้ผมเรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ เพื่อที่จะรับช่วงต่อจากพ่อเพื่อบริหาร บริษัท เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ ของเราเนื่องด้วยผมเป็นทายาทเพียงคนเดียวของท่าน จึงหลีกเลี่ยงการรับตำแหน่งไม่ได้ ผมจึงต้องตั้งใจเรียนตั้งแต่ยังเด็ก เพราะพ่อจะเข้มงวดกับผมมากเพราะท่านก็คาดหวังให้ผมรับตำแหน่งต่อจากท่านในยามที่ผมโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และในที่สุดผมก็เรียนจบตามที่ตั้งใจไว้ถึงเวลาที่ผมต้องเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปรับช่วงต่อและเรียนรู้งานต่อจากพ่อ เจ็ดปีที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยไม่กลับประเทศไทยเลย เพราะผมตั้งใจเรียนให้จบแล้วกลับทีเดียว แต่พ่อกลับแม่ท่านทั้งสองก็บินมาเยี่ยมหาผมปีละ 2 ถึง 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้นถ้าพ่อมีเวลาว่าง เพราะท่านต้องบริหารงานจึงไม่ค่อยมีเวลามาหาผมมากเท่าไร ท่านไม่ยอมให้แม่ผมบินมาหาผมคนเดียวถ้าจะมาท่านต้องมาด้วย พ่อผมเขาห่วงเมียมากครับ ส่วนมากแม่ก็โทรหาผมเป็นประจำ คอยถามชีวิตประจำวัน ว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง ห่วงสุขภาพร่างกายของผมท่านกลัวผมป่วย ท่านก็จะคอยบอกให้ผมรักษาสุขภาพ และเรื่องอื่นๆตามประสาคนเป็นแม่ที่ห่วงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว ผมนั่งนึกคิดอะไรไปเพลินๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมจึงออกจากภวังค์ความคิด หันกลับไปหาทางต้นเสียงโทรศัพท์
“ครืด ครืด ครืด”
ผมลุกขึ้นเดินมาทางโต๊ะข้างหัวเตียงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็ปรากฏเป็นชื่อเพื่อนรักของผมเอง ไอ้คชา ผมมีเพื่อนรักสองคน คือไอ้คชาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทนำเข้ารถหรู และอีกคนก็คือไอ้คิมทายาทบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์หรูพวกผม3คนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆเพราะพ่อของพวกผมเป็นเพื่อนกัน พวกผมเลยเป็นเพื่อนกันอีกทีนึง และโตมาก็มาเรียนที่เดียวกันอีกจึงทำให้พวกผมสนิทกันมากๆรู้ใส้รู้พุงกันหมด
“ว่า”
“มึงออกมายังไอ้แพกซ์ กูกับไอ้คิมกำลังจะถึง”
“อืม กูกำลังไป”
พวกผมสามคนนัดกันไปฉลองเรียนจบและเพื่อนๆที่นี่ก็ถือโอกาสเลี้ยงส่งพวกผมที่จะต้องกลับประเทศไทยแล้ว
“นี่มึงยังไม่เสด็จออกมาอีกเหรอวะ มึงนี่มันจริงๆ เออแค่นี้แหละ มึงรีบๆมาเลย”
“อืม”
“ตี๊ด”
พอผมพูดจบก็ตัดสายทันทีและเตรียมตัวไปยังที่นัดหมายที่นัดกับเพื่อนๆไว้
ณ ผับหรูใจกลางเมืองประเทศอังกฤษ
เสียงเพลงดังอึกกะทึกกึกก้องไปทั่วบริเวณผมเดินผ่านโซนด้านหน้าเพื่อจะไปยังห้อง วีไอพี ที่ได้จองไว้ ขณะเดินผ่านโซนข้างหน้าสายตาของเหล่าบรรดาสาวๆก็ต่างจับจ้องมองมาที่ผม ไม่ว่าจะเป็นสาวเอเชีย สาวละติน สาวฝรั่ง ด้วยบุคลิกที่ดูหน้าตาหล่อเหลาแบบหนุ่มไทยคมเข้ม ด้วยความสูงที่สูงถึง189 ซม.ไม่แปลกที่ผมจะไปสะดุดตาสาวๆ ผมเดินผ่านพวกเธอที่มองมา บางคนก็ทอดสะพานบ่งบอกว่าอยากไปต่อกับผม แต่ผมไม่สนใจเพราะวันนี้ผมตั้งใจมาฉลองกับเพื่อนๆผมจึงเดินผ่านพวกเธอไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย ผมก็ผู้ชายคนนึงเรื่องผู้หญิงก็มีบ้างถ้าเจอถูกใจผมก็ไปต่อ แต่ผมยังไม่เจอคนที่ทำให้ผมตกหลุมรักได้เลย ผมเดินจนมาถึงหน้าห้องประตูวีไอพี ผมจึงผลักเปิดประตู้เข้าไปหาเพื่อนๆที่รออยู่ และเสียงแรกที่ทักทายผม คือเสียงไอ้คชาไอ้คนพูดมาก
“กว่าจะมานะมึง จนเพื่อนจะกลับกันแล้ว ”
“หึ” ผมขำในลำคอออกมา
มันมองหน้าผมยิ้มๆ ยิ้มแบบกวนส้นตีน ผมเลยจ้องมองหน้ามันนิ่งๆไม่พูดอะไรแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆพวกมัน สองตัว ยกแก้วขึ้นดื่มแล้วนั่งฟังเพื่อนๆพูดคุยกันและผมก็ตอบโต้กับเพื่อนบางที เรานั่งคุยนั่งดื่มจนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงต่างคนต่างก็เริ่มมึนเมาบางคนก็เมาจนหน้าฟุบไปกับโต๊ะบ้างก็มี เห็นบางคนไม่ไหวกันแล้วพวกผมก็ต่างพากันกับที่พัก เพื่อพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้พวกผมต้องเดินทางกลับประเทศไทยกันแล้ว ต้องกลับไปทำตามหน้าที่ของทายาทเพื่อรับช่วงต่อจากพ่อเพื่อบริหารงานต่อจากท่าน
อีกด้านหนึ่งภายในงานเลี้ยง ตอนนี้ภายในงานเลี้ยงแขกในงานก็เริ่มทยอยกลับกันเกือบจะหมดแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนผมที่นั่งดื่มกันอยู่ส่วนพ่อแม่พวกมันกลับกันหมดแล้ว “กูว่ากูจะกลับแล้ว มึงจะกลับพร้อมกูมั้ย” ไอ้คิมมันหันไปถามไอ้คชาที่ตอนนี้ตั้งหน้าตั้งตาดื่มอยู่เหมือนคนไม่เคยดื่มมาก่อน “มึงจะรีบกลับไปไหนวะไอ้คิมยังไม่ดึกเลย” “กูจะรีบกลับไปนอน” “หน้าอย่างมึงนี่นะจะกลับไปนอน ไอ้คิม” “เออ….หน้าอย่างกูนี่แหละไอ้ห่า” “เออๆกลับก็กลับ พวกกูกลับก่อนนะ” “เออกูกลับก่อนรู้สึกเพลียๆอยู่เลยว่าจะกลับไปนอนพักสักหน่อยพรุ่งนี้พ่อกูจะให้ไปศึกษางานที่บริษัท” พวกมันสองคนหันมาบอกลาผม ผมก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยตอบกลับพวกมันสองคน “อืม ขับรถกลับกันดีดีนะ พวกมึงไว้เจอกัน” พอพูดจบผมก็เดินมาส่งพวกมันที่หน้างานและเดินแยกกลับเข้ามาในบ้านแต่ผมก็ฉุกคิดอะไรได้ก่อนผมจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปทางไปยังสวนหลังคฤหาสน์ ผมกะว่าจะไปเดินเล่นสูดอากาศสดชื่นๆในสวนสักหน่อยไม่ได้เห็นมานานตั้งแต่ไปเรียนที่
พอฉันออกมาจากในครัวหลังจากที่ช่วยป้านนาทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงเสร็จแล้ว ฉันก็อาบน้ำเรียบร้อยและมานั่งอ่านหนังสือทบทวนความรู้ เพราะใกล้จะสอบปลายเทอมแล้ว คิดแล้วก็ใจหายเวลาผ่านไปไวมาก นี่ฉันใกล้จะเรียนจบแล้วเหรอเนี่ย ไวจัง ฉันกำลังจะก้าวไปอีกขั้นที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วสินะ นั่งนึกคิดอะไรไปเพลินๆ ได้พลันนึกคิดอะไรขึ้นมาได้ “เอาหนังสือไปนั่งอ่านในสวนดีกว่า” พอพูดจบฉันก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเพื่อจะไปหาที่นั่งอ่านหนังสือที่สวนหลังคฤหาสน์เพราะตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมาก ฉันจึงหาที่เปลี่ยนบรรยากาศในการอ่าน เผื่อว่าฉันจะจำได้มากกว่านั่งอ่านในห้อง ไปนั่งอ่านพร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศในค่ำคืนแค่คิดก็รู้สึกดีแล้ว ไม่รอช้าพอเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จฉันก็เปิดประตูออกจากห้องทันที “แวะบอกป้านาหน่อยดีกว่า” ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ฉันเดินมาหยุดที่หน้าประห้องป้านาและเคาะเรียกป้า แต่กลับเงียบ ฉันยืนรออยู่หน้าประตูอีกพักนึงแต่ก็ไม่เห็นป้ามาเปิดประตูให้ “สงสัยยังไม่กลับมาห้องแน่ๆเลย” พอคิดได้ดังนั้นฉันก็เดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัวเพ
“ขอบคุณทั้งสามท่านครับ เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงคืนนี้ต่อได้เลยครับ ขอบคุณครับ” พิธีกรพูดจบทั้งสามคนก็พากันเดินลงจากเวที นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงดนตรีขับกล่อมผู้คนในงานต่อ ทั้งสามคนก็พากันเดินไปพูดคุยกับแขกในงานและแนะนำลูกชายให้กับแขกได้รู้จักหลังจากพูดคุยกับแขกในงานพอสมควร ผมก็เดินแยกออกมาหาเพื่อนรักทั้งสองคนที่มันนั่งดื่มกันอยู่ ส่วนพ่อกับแม่ผมก็เดินไปพูดคุยกับแขกคนอื่นๆต่อ “ไงท่านประธาน พัชรดนย์ ยินดีด้วยครับสำหรับตำแหน่งท่านประธาน” เจ้าเก่าเจ้าเดิมไอ้คชาเพื่อนรักผมเองปากมันพูดยินดีแต่หน้าตามันสวนทางกับคำพูด ผมไม่รู้ว่าผมทนคบมันมานานขนาดนี้ได้ยังไงหรือเพราะไม่มีใครคบกับพวกผมเลยต้องทนคบกันสามคน ยังไม่ทันที่ผมจะตอบกลับไอ้คชาไอ้คิมก็เอ่ยขึ้นมาก่อน “ยินดีด้วยมึง” “อืม ขอบคุณพวกมึงสองคนมาก ขอบใจที่มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย” ผมกล่าวขอบคุณพวกมันสองคนเสร็จก็เดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆไอ้คิมและก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่และทอดสายตามองพวกมันสองคนและมองไปรอบๆบริเวณงานเลี้ยงที่ตอนนี้ผู้คนก็กำ
ภายในงานดนตรีบรรเลงกล่อมผู้คนในงานให้เพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ มีอาหารคาวหวานมากมายให้แขกได้ร่วมรับประทาน เครื่องดื่มมากมายที่จัดเตรียมไว้สำหรับแขกในค่ำคืนนี้ ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องสมกับเป็นงานเลี้ยงของตระกูลดัง ที่เป๊ะทุกอย่างจัดงานได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ระหว่างที่แขกในงานกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในงานและพูดคุยกันอยู่นั้น บนเวทีก็ได้มีพิธีกรขึ้นมาประกาศเปิดตัวบุคคลสำคัญที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับในคืนนี้ “ขอเชิญคุณท่าน เพชรกล้า คุณหญิงพรอนงค์ และคุณพัชรดนย์ เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ ขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับทั้งสามท่านหน่อยครับ” ‘แปะ แปะ แปะ’ หลังจากพิธีกรพูดจบแขกในงานก็ต่างปรบมือต้อนรับเจ้าของงานเลี้ยงทั้งสามท่านที่กำลังขึ้นมาบนเวที “เชิญครับๆ สวัสดีครับ” พอขึ้นมาบนเวทีพิธีกรก็กล่าวทักทายทั้งสามท่านและกล่าวต่อ “เชิญท่านเพชรกล้า กล่าวกับแขกในงานครับ” หลังจากพูดจบพิธีกรก็ยื่นไมค์อีกตัวมาให้กับท่านเพชรกล้าได้เอ่ยกับแขกในงานที่ได้มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “สวัสดีแขกผู้มีเกี
ตอนนี้เป็นเวลา 1 ทุ่ม ผมเดินมาบริเวณหน้างานเพื่อมายืนรับแขกผู้มาร่วมงานที่พ่อกับแม่ของผมยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ผมเดินใกล้มาถึงตรงที่พวกท่านยืนอยู่แม่ผมก็หันหน้ามาเจอผมพอดี “ตาแพกซ์มาแล้วเหรอลูก มาตรงนี้เร็วลูก” “ครับ” ผมเดินเข้าไปหาท่านที่ยืนอยู่กับแขกอีก3คน พวกท่านกำลังพูดคุยกันอยู่พอผมเดินไปถึงท่านก็แนะนำให้ผมรู้จัก “นี่คุณประดิษฐ์ และคุณนภา เจ้าของบริษัทสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ และนี่ก็น้อง เพลง” แม่ผมเอ่ยแนะนำให้ผมรู้จักกับบุคคลทั้ง3 ที่เป็นเจ้าของบริษัทสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ เจ้าของหมู่บ้านจัดสรรสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ ถือว่าเป็นระดับเศรษฐีที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเดียวกับครอบครัวผม “สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คนที่น่าจะอายุน่าจะเท่าๆกับพ่อแม่ของผม “สวัสดีหลานชาย” “สวัสดีจ้ะ” ทั้งคุณประดิษฐ์และคุณนภาตอบรับคำทักทายจากผม “หนูเพลงนี่พี่แพกซ์ทำความรู้จักกันไว้สิเผื่ออนาคตข้างจะมีอะไรให้ช่วยเหลือกัน” แม่ผมหันไปพูดกับหญิงสาวแนะนำผมให้เธอรู้จัก พูดจบพวกผู้ใหญ่ก็หันไปมองกันยิ้มๆโดยเฉพาะพ่อของผม ไม
ตกเย็นภายในรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่ 10 ไร่ ครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่เตรียมความพร้อมจัดพื้นที่งานเลี้ยงคืนนี้ สถานที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟละลานตา มีโต๊ะสำหรับวางอาหารต่างๆและโต๊ะนั่งทานสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ตรงกลางบริเวณกว้างเป็นเวทีขนาดใหญ่สำหรับใช้บรรเลงเพลงสำหรับค่ำคืนนี้ เพื่อเพิ่มสีสันให้งานในค่ำคืนนี้ให้เต็มไปด้วยความหรูหราและอลังการ ตอนนี้ฉันช่วยป้าและทุกคนอยู่ในครัว ซึ่งงานเลี้ยงครั้งนี้คุณหญิงให้ทางครัวของคฤหาสน์เป็นคนทำอาหารให้แขกเอง ไม่ได้จ้างจากข้างนอก พวกเราทุกคนรวมทั้งฉันด้วยต่างขมักขเม่นทำอาหารคาวหวานต่างๆอยู่ในครัว จะได้เสร็จและเอาไปจัดวางก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย อาหารทุกอย่างก็ถูกนำลำเรียงออกไปจัดวางที่สวนบริเวณที่จัดงาน “เห้อ...เสร็จสักที” ฉันถอนหายใจออกมาตอนที่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เพราะเหนื่อยมากกว่าพวกเราทุกคนจะทำเสร็จเพราะงานนี้จะพลาดไม่ได้ เพราะเป็นงานเลี้ยงสำคัญของลูกชายคุณท่านทั้งสอง “เหนื่อยเหรอลูก ป้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาช่วยให้ตั้งใจอ่านหนังสือใกล้จะเรียนจบแล้วนะล







