เข้าสู่ระบบผมทอดสายตามองบรรยากาศอันแสนวุ่นวายของประเทศไทย ที่รถวิ่งกันไปมาผู้คนก็เดินกันวุ่น เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่สนามบิน ตอนนี้ผมมาถึงยังประเทศไทยแล้ว ในรอบ7 ปีที่ผมได้กลับมาที่ประเทศไทยจากไปเรียนต่อที่นั่นตั้งแต่อายุ 18 ปี เป็นการนั่งเครื่องที่ยาวนาน11ชั่วโมงกว่าในที่สุดผมก็มาถึงสักทีตอนนี้ผมรู้สึกเพลียมากอยากกลับบ้านไปนอนพักผ่อนแล้ว เพราะช่วงเย็นของวันนี้ ที่บ้านจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของผม และเป็นการเปิดตัวทายาทที่จะมารับช่วงต่อจากพ่อที่จะเข้ามาเรียนรู้และบริหารงาน เพื่อรับตำแหน่งเป็น CEO คนใหม่ ของ บริษัท เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าทางออกของสนามบิน มองหารถของที่บ้านที่มารอรับผมกลับบ้าน ตอนแรกแม่จะมารับผมที่สนามบินแต่ผมห่วงสุขภาพของท่านเลยไม่ให้ท่านมาบอกให้ท่านรออยู่ที่บ้าน ผมเข้าใจท่านเพราะท่านคงคิดถึงผมมากเราไม่ได้อยู่ด้วยกันนานถึงจะโทรคุยกันประจำ แต่แม่ก็ยังคงคือแม่ที่รักที่ห่วงลูกอยู่เสมอไม่ว่าลูกจะโตขนาดไหน ผมมองหาคนที่แม่บอกว่าจะมารับผม แล้วไม่ทันที่ผมจะกวาดสายตามองดีๆเลย คนขับรถก็เดินมาทางผมและเรียกทักทายผมก่อน
“คุณแพกซ์ สวัสดีครับทางนี้ครับ”
พูดจบคนรถก็เดินมาลากกระเป๋าให้ผมและเดินนำผมไปทางรถตู้คันหรูสีดำเงาที่จอดอยู่และเปิดประตูรถให้ผมขึ้นไปนั่ง
“ขอบคุณครับ”
ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะก้าวขาขึ้นไปนั่งรอบนรถรอคนรถนำกระเป๋าไปเก็บท้ายรถ
พอผมขึ้นมานั่งบนรถได้ผมก็นั่งหลับตาเพื่อจะนอนพักผ่อนสักหน่อยเพราะกว่าจะถึงบ้านคงใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ด้วยความที่เพลียด้วยผมจึงหลับไปในที่สุด
ในเวลาต่อมารถตู้คันหรูสีดำเงาก็เลี้ยวเข้ามาในภายในรั้วของคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ สมฐานะของตระกูล เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ รถตู้คันหรูขับเข้ามาเรื่อยๆจนถึงหน้าประตู และจอดเพื่อที่จะให้เจ้านายหนุ่มลง แต่ก็เงียบจนคนรถหันมามองทางด้านหลังก็เห็นว่าเจ้านายหนุ่มหลับตาอยู่จึงเอ่ยปากเรียก
“คุณแพกซ์ครับ ถึงแล้วครับ”
“ครับ”
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าถึงบ้านแล้ว ผมจึงค่อยๆส่ายหน้าเบาๆ เอามือลูบหน้าลวกๆเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง เพราะตอนแรกแค่ว่าจะพักสายตาเฉยๆ แต่ดันหลับจริง ผมจึงลงจากรถเพื่อจะเข้าไปหาพ่อกับแม่ที่พวกท่านน่าจะนั่งรอผมอยู่ที่ห้องรับแขก พอลงจากรถเสร็จผมก็ก้าวเท้าเดินเข้าบ้านแต่ก่อนจะเดินเข้าบ้านผมก็เจอเข้ากับแม่บ้านที่มายืนต้อนรับและเอ่ยทักทายผม
“สวัสดีค่ะคุณแพกซ์ คุณท่านกับคุณหญิงรอที่ห้องรับแขกค่ะ”
“ครับ”
ผมตอบรับสั้นๆและพยักหน้าให้แม่บ้าน และก้าวเท้าเข้าบ้านเดินไปยังห้องรับแขกเพื่อจะไปหาพ่อกับแม่ พอผมเดินมาถึงห้องรับแขกก็เห็นพ่อกับแม่นั่งรออยู่
“สวัสดีครับ”
ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่และเดินเข้าไปหาท่านทั้งสอง และทันใดนั้นแม่ผมก็ลุกจากโซฟา สาวเท้าเดินเข้ามาหาผมและสวมกอดผมแน่น
“เดินทางมาเหนื่อยมั้ยลูก”
“เพลียนิดหน่อยครับ”
ผมตอบและกอดกลับผู้เป็นแม่ พร้อมกับหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่
‘ฟอดดดดด’
“หืมมมม โตเป็นหนุ่มจนจะมีเมียอยู่แล้วยังหอมแก้มแม่อีกเหรอตาแพกซ์”
แม่เอ่ยพูดกับผมยิ้มๆอย่างเอ็นดูลูกชายตัวเอง
อีกด้านหนึ่งภายในงานเลี้ยง ตอนนี้ภายในงานเลี้ยงแขกในงานก็เริ่มทยอยกลับกันเกือบจะหมดแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนผมที่นั่งดื่มกันอยู่ส่วนพ่อแม่พวกมันกลับกันหมดแล้ว “กูว่ากูจะกลับแล้ว มึงจะกลับพร้อมกูมั้ย” ไอ้คิมมันหันไปถามไอ้คชาที่ตอนนี้ตั้งหน้าตั้งตาดื่มอยู่เหมือนคนไม่เคยดื่มมาก่อน “มึงจะรีบกลับไปไหนวะไอ้คิมยังไม่ดึกเลย” “กูจะรีบกลับไปนอน” “หน้าอย่างมึงนี่นะจะกลับไปนอน ไอ้คิม” “เออ….หน้าอย่างกูนี่แหละไอ้ห่า” “เออๆกลับก็กลับ พวกกูกลับก่อนนะ” “เออกูกลับก่อนรู้สึกเพลียๆอยู่เลยว่าจะกลับไปนอนพักสักหน่อยพรุ่งนี้พ่อกูจะให้ไปศึกษางานที่บริษัท” พวกมันสองคนหันมาบอกลาผม ผมก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยตอบกลับพวกมันสองคน “อืม ขับรถกลับกันดีดีนะ พวกมึงไว้เจอกัน” พอพูดจบผมก็เดินมาส่งพวกมันที่หน้างานและเดินแยกกลับเข้ามาในบ้านแต่ผมก็ฉุกคิดอะไรได้ก่อนผมจึงเปลี่ยนทิศทางเดินไปทางไปยังสวนหลังคฤหาสน์ ผมกะว่าจะไปเดินเล่นสูดอากาศสดชื่นๆในสวนสักหน่อยไม่ได้เห็นมานานตั้งแต่ไปเรียนที่
พอฉันออกมาจากในครัวหลังจากที่ช่วยป้านนาทำอาหารสำหรับงานเลี้ยงเสร็จแล้ว ฉันก็อาบน้ำเรียบร้อยและมานั่งอ่านหนังสือทบทวนความรู้ เพราะใกล้จะสอบปลายเทอมแล้ว คิดแล้วก็ใจหายเวลาผ่านไปไวมาก นี่ฉันใกล้จะเรียนจบแล้วเหรอเนี่ย ไวจัง ฉันกำลังจะก้าวไปอีกขั้นที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วสินะ นั่งนึกคิดอะไรไปเพลินๆ ได้พลันนึกคิดอะไรขึ้นมาได้ “เอาหนังสือไปนั่งอ่านในสวนดีกว่า” พอพูดจบฉันก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเพื่อจะไปหาที่นั่งอ่านหนังสือที่สวนหลังคฤหาสน์เพราะตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมาก ฉันจึงหาที่เปลี่ยนบรรยากาศในการอ่าน เผื่อว่าฉันจะจำได้มากกว่านั่งอ่านในห้อง ไปนั่งอ่านพร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศในค่ำคืนแค่คิดก็รู้สึกดีแล้ว ไม่รอช้าพอเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จฉันก็เปิดประตูออกจากห้องทันที “แวะบอกป้านาหน่อยดีกว่า” ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ฉันเดินมาหยุดที่หน้าประห้องป้านาและเคาะเรียกป้า แต่กลับเงียบ ฉันยืนรออยู่หน้าประตูอีกพักนึงแต่ก็ไม่เห็นป้ามาเปิดประตูให้ “สงสัยยังไม่กลับมาห้องแน่ๆเลย” พอคิดได้ดังนั้นฉันก็เดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัวเพ
“ขอบคุณทั้งสามท่านครับ เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงคืนนี้ต่อได้เลยครับ ขอบคุณครับ” พิธีกรพูดจบทั้งสามคนก็พากันเดินลงจากเวที นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงดนตรีขับกล่อมผู้คนในงานต่อ ทั้งสามคนก็พากันเดินไปพูดคุยกับแขกในงานและแนะนำลูกชายให้กับแขกได้รู้จักหลังจากพูดคุยกับแขกในงานพอสมควร ผมก็เดินแยกออกมาหาเพื่อนรักทั้งสองคนที่มันนั่งดื่มกันอยู่ ส่วนพ่อกับแม่ผมก็เดินไปพูดคุยกับแขกคนอื่นๆต่อ “ไงท่านประธาน พัชรดนย์ ยินดีด้วยครับสำหรับตำแหน่งท่านประธาน” เจ้าเก่าเจ้าเดิมไอ้คชาเพื่อนรักผมเองปากมันพูดยินดีแต่หน้าตามันสวนทางกับคำพูด ผมไม่รู้ว่าผมทนคบมันมานานขนาดนี้ได้ยังไงหรือเพราะไม่มีใครคบกับพวกผมเลยต้องทนคบกันสามคน ยังไม่ทันที่ผมจะตอบกลับไอ้คชาไอ้คิมก็เอ่ยขึ้นมาก่อน “ยินดีด้วยมึง” “อืม ขอบคุณพวกมึงสองคนมาก ขอบใจที่มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย” ผมกล่าวขอบคุณพวกมันสองคนเสร็จก็เดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆไอ้คิมและก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่และทอดสายตามองพวกมันสองคนและมองไปรอบๆบริเวณงานเลี้ยงที่ตอนนี้ผู้คนก็กำ
ภายในงานดนตรีบรรเลงกล่อมผู้คนในงานให้เพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ มีอาหารคาวหวานมากมายให้แขกได้ร่วมรับประทาน เครื่องดื่มมากมายที่จัดเตรียมไว้สำหรับแขกในค่ำคืนนี้ ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องสมกับเป็นงานเลี้ยงของตระกูลดัง ที่เป๊ะทุกอย่างจัดงานได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ระหว่างที่แขกในงานกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศภายในงานและพูดคุยกันอยู่นั้น บนเวทีก็ได้มีพิธีกรขึ้นมาประกาศเปิดตัวบุคคลสำคัญที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับในคืนนี้ “ขอเชิญคุณท่าน เพชรกล้า คุณหญิงพรอนงค์ และคุณพัชรดนย์ เลิศชัยทรัพย์ประเสริฐ ขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับทั้งสามท่านหน่อยครับ” ‘แปะ แปะ แปะ’ หลังจากพิธีกรพูดจบแขกในงานก็ต่างปรบมือต้อนรับเจ้าของงานเลี้ยงทั้งสามท่านที่กำลังขึ้นมาบนเวที “เชิญครับๆ สวัสดีครับ” พอขึ้นมาบนเวทีพิธีกรก็กล่าวทักทายทั้งสามท่านและกล่าวต่อ “เชิญท่านเพชรกล้า กล่าวกับแขกในงานครับ” หลังจากพูดจบพิธีกรก็ยื่นไมค์อีกตัวมาให้กับท่านเพชรกล้าได้เอ่ยกับแขกในงานที่ได้มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “สวัสดีแขกผู้มีเกี
ตอนนี้เป็นเวลา 1 ทุ่ม ผมเดินมาบริเวณหน้างานเพื่อมายืนรับแขกผู้มาร่วมงานที่พ่อกับแม่ของผมยืนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ผมเดินใกล้มาถึงตรงที่พวกท่านยืนอยู่แม่ผมก็หันหน้ามาเจอผมพอดี “ตาแพกซ์มาแล้วเหรอลูก มาตรงนี้เร็วลูก” “ครับ” ผมเดินเข้าไปหาท่านที่ยืนอยู่กับแขกอีก3คน พวกท่านกำลังพูดคุยกันอยู่พอผมเดินไปถึงท่านก็แนะนำให้ผมรู้จัก “นี่คุณประดิษฐ์ และคุณนภา เจ้าของบริษัทสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ และนี่ก็น้อง เพลง” แม่ผมเอ่ยแนะนำให้ผมรู้จักกับบุคคลทั้ง3 ที่เป็นเจ้าของบริษัทสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ เจ้าของหมู่บ้านจัดสรรสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ ถือว่าเป็นระดับเศรษฐีที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเดียวกับครอบครัวผม “สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คนที่น่าจะอายุน่าจะเท่าๆกับพ่อแม่ของผม “สวัสดีหลานชาย” “สวัสดีจ้ะ” ทั้งคุณประดิษฐ์และคุณนภาตอบรับคำทักทายจากผม “หนูเพลงนี่พี่แพกซ์ทำความรู้จักกันไว้สิเผื่ออนาคตข้างจะมีอะไรให้ช่วยเหลือกัน” แม่ผมหันไปพูดกับหญิงสาวแนะนำผมให้เธอรู้จัก พูดจบพวกผู้ใหญ่ก็หันไปมองกันยิ้มๆโดยเฉพาะพ่อของผม ไม
ตกเย็นภายในรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่ 10 ไร่ ครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่เตรียมความพร้อมจัดพื้นที่งานเลี้ยงคืนนี้ สถานที่ประดับตกแต่งด้วยดวงไฟละลานตา มีโต๊ะสำหรับวางอาหารต่างๆและโต๊ะนั่งทานสำหรับแขกที่มาร่วมงาน ตรงกลางบริเวณกว้างเป็นเวทีขนาดใหญ่สำหรับใช้บรรเลงเพลงสำหรับค่ำคืนนี้ เพื่อเพิ่มสีสันให้งานในค่ำคืนนี้ให้เต็มไปด้วยความหรูหราและอลังการ ตอนนี้ฉันช่วยป้าและทุกคนอยู่ในครัว ซึ่งงานเลี้ยงครั้งนี้คุณหญิงให้ทางครัวของคฤหาสน์เป็นคนทำอาหารให้แขกเอง ไม่ได้จ้างจากข้างนอก พวกเราทุกคนรวมทั้งฉันด้วยต่างขมักขเม่นทำอาหารคาวหวานต่างๆอยู่ในครัว จะได้เสร็จและเอาไปจัดวางก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย อาหารทุกอย่างก็ถูกนำลำเรียงออกไปจัดวางที่สวนบริเวณที่จัดงาน “เห้อ...เสร็จสักที” ฉันถอนหายใจออกมาตอนที่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เพราะเหนื่อยมากกว่าพวกเราทุกคนจะทำเสร็จเพราะงานนี้จะพลาดไม่ได้ เพราะเป็นงานเลี้ยงสำคัญของลูกชายคุณท่านทั้งสอง “เหนื่อยเหรอลูก ป้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาช่วยให้ตั้งใจอ่านหนังสือใกล้จะเรียนจบแล้วนะล







