Mag-log inงานพิธีศพของเสี่ยภูริทัตดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 3 วัน ผู้คนจากทุกชนชั้นต่างหลั่งไหลมาร่วมไว้อาลัยกันอย่างไม่ขาดสาย นอกเหนือจากมิตรสหายในวงการธุรกิจแล้ว ยังมีชาวบ้านธรรมดาจำนวนมากที่เดินทางมาด้วยความเคารพรัก เพราะในยามมีชีวิต เสี่ยใหญ่ขึ้นชื่อเรื่องการทำนุบำรุงสาธารณกุศลและบริจาคเงินช่วยเหลือสังคมครั้งละนับแสนนับล้านบาท บารมีที่เขาสั่งสมมาทำให้คนส่วนใหญ่ยกย่องว่าเขาเป็นผู้ทรงเมตตา มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ซึ้งถึงด้านมืดที่เขาแอบซ่อนไว้
หลังสิ้นสุดงานศพ เอกก้าวเข้าไปในห้องทำงานของพ่อที่ยามนี้ดูเงียบเหงาและอ้างว้าง เขาใช้เวลานิ่งสงบอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเปิดอ่านจดหมายสั่งเสียที่พ่อทิ้งไว้ให้
"เอกลูกรัก... พ่อต้องขอโทษที่ตัดสินใจทิ้งลูกไปเร็วขนาดนี้ แต่พ่อสู้ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ พ่อต้องทนทุกข์กับทั้งโรคหัวใจและมะเร็งที่รุมเร้ามานานหลายปี ทุ่มเงินรักษาไปมหาศาลแต่มันกลับมีแต่ทรงกับทรุด พ่อต้องอยู่อย่างทรมานทุกวันเพื่อรอเวลาให้ความตายมาพรากไป หวังว่าลูกจะเข้าใจในการตัดสินใจของพ่อ... พ่อรักลูกเสมอ หากชาติหน้ามีจริง พ่อหวังว่าเราจะได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีกครั้ง"
เอกวางจดหมายลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่คลอเบ้า เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพ่อผู้เข้มแข็งถึงเลือกจบชีวิตตนเองในวัยเพียง 60 ปีต้นๆ การต้องอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดที่กัดกินทั้งร่างกายและจิตใจนั้นแสนสาหัสเกินกว่าใครจะหยั่งถึง เขาพยายามมองโลกในแง่ดีว่า อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้พ่อก็ได้หลุดพ้นจากนรกแห่งความเจ็บป่วย และเดินทางไปสู่ภพภูมิที่สงบสุขเสียที
ขณะเดียวกันคุณนายศรีนวล กลับเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ภายในห้อง เธอไม่ยอมออกมาพบหน้าใครและสั่งให้คนรับใช้นำอาหารมาส่งให้ที่หน้าห้องเท่านั้น อาการจิตเวชของเธอกำเริบหนักขึ้นอย่างรุนแรงหลังจากขาดสารกระตุ้นจากเสี่ยใหญ่มาหลายวัน ไฟราคะในกายเผาผลาญจนเธอแทบคลุ้มคลั่ง ภาพท่อนเอ็นของชายหนุ่มวนเวียนอยู่ในหัวสมองจนเธอหายใจติดขัด ผิวพรรณแดงก่ำด้วยแรงปรารถนาและความเปียกชื้นที่กึ่งกลางกายทำให้เธอแทบจะสิ้นสติ
ในระหว่างที่เธอกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง มือของเธอก็ปัดไปโดนกระดาษแผ่นหนึ่งที่เสี่ยใหญ่ซ่อนไว้ให้เธอโดยเฉพาะ
"ถึงศรีนวลที่รัก... ถ้าคุณอ่านจดหมายนี้ แสดงว่าอาการของคุณคงกำเริบอีกแล้ว ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้คุณต้องเป็นแบบนี้ แต่ผมไม่อยากให้คุณต้องออกไปมั่วสุมกับผู้ชายอื่นจนเสียเกียรติ ดังนั้นผมจึงขอมอบเอก ให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายแทนการลาจาก เพราะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันอยู่แล้ว ผมอนุญาตให้คุณกลืนกินเขาได้ตามใจชอบ อย่าได้รังเกียจลูกชายคนนี้เลยนะ..."
ศรีนวลอึ้งไปครู่ใหญ่ เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเสี่ยใหญ่ถึงกีดกันไม่ให้เอกเรียกเธอว่าแม่ และไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับเธอ นั่นก็เพื่อให้ทางผ่าน ของเธอกับเอกใสสะอาดไร้พันธะทางศีลธรรม เสี่ยใหญ่รู้จักเธอดีกว่าใคร และเขาวางแผนล่วงหน้าไว้ให้เธอเสร็จสรรพ
เมื่อได้รับการอนุญาตจากเจ้าของชีวิตเดิม ไฟปรารถนาที่สะสมมานานแสนนานก็ระเบิดออกมา เธอไม่รอช้าที่จะทำตามสัญชาตญาณ ในช่วงกลางดึกที่เงียบสงัด ศรีนวลค่อยๆ ย่องเข้าไปในห้องนอนของเอก ชายหนุ่มกำลังหลับใหลโดยสวมเพียงกางเกงขาสั้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่สมส่วนและลำเอ็นที่แข็งขึงซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
เธอค่อยๆ ถอดกางเกงของเขาออกอย่างแผ่วเบา จนกระทั่งอาวุธร้ายของชายหนุ่มปรากฏสู่สายตา หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เธอค่อยๆ บรรจงใช้ลิ้นเลียไล้ที่ส่วนปลายอย่างหิวกระหาย เอกเริ่มรู้สึกถึงสัมผัสที่เสียวซ่านจนลืมตาขึ้น เขาพบว่าคุณน้าคนสวยกำลังมัวเมาอยู่กับร่างกายของเขาอย่างลืมตัว
"เราทำแบบนี้จะดีหรือครับน้า..." เอกถามด้วยเสียงแหบพร่า เขาไม่ได้ห้ามเพราะเขารู้เรื่องอาการของเธอจากพ่อมาแล้ว และเขาก็เต็มใจที่จะเป็นผู้ดับไฟนี้ให้เธอด้วยตนเอง
"ไม่มีอะไรต้องคิดมากแล้วจ้ะ... พ่อของเธอยกเธอให้น้าแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น บทเพลงกามารมณ์ที่เร่าร้อนและยาวนานก็เริ่มต้นขึ้น ศรีนวลปรนเปรอชายหนุ่มด้วยลีลาชั้นครู อวดโฉมทรวงอกอวบหยัดและเรือนร่างที่สะพรั่งเย้ายวนใจ ทั้งคู่ร่วมรักกันอย่างดุเดือดแทบทั้งคืนเพื่อชดเชยเวลาที่แอบเฝ้าฝันถึงกันมานาน สำหรับศรีนวลแล้ว ท่อนเอ็นที่ทั้งใหญ่และหนาของเอกคือยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายของเธอให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
"ขอบคุณนะคะเสี่ย... หนูชอบของขวัญชิ้นนี้ที่สุดเลยค่ะ"
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไป เอกกลายเป็นชายหนุ่มผู้เจนจัดในกลวิธีซื้อใจผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยแรกรุ่นหรือคุณหญิงคุณนายชั้นสูง ต่างก็เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินและรสสวาทของเขามานับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหล่านั้น มีเพียงคุณนายศรีนวลและข้าวหอม เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมชายคาและได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคู่ซ้อมแก้ขัดที่ผ่านเข้ามาเพื่อดับไฟกามชั่วคราวเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่ง เอกแวะนั่งทานอาหาร ณ ร้านข้าวแกงริมทางแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังแม่ค้าข้าวแกง ผู้มีผิวพรรณขาวสะอาดยวนตาและสรีระอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อน ท่อนเอ็นของเขาเริ่มแข็งขึงท้าทายด้วยความกระหายอยากทันทีที่เห็นกิริยาที่คล่องแคล่วของเธอ เขาเฝ้ารอจนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายจากไป เพื่อที่จะหาจังหวะรุกรานเธอเพียงลำพัง"กับข้าวร้านพี่อร่อยดีนะครับ เปิดมานานหรือยัง?" เอกเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เปิดมานานแล้วจ้ะ น้องเพิ่งเคยมาทานหรือ คราวหน้ามาอุดหนุนใหม่นะ" แม่ค้าตอบด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี เพราะประทับใจในรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐ
เดิมทีเอกไม่ใช่คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ในยามที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าจนน่าเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มมองหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณ กระทั่งเขาได้พบกับคลิปลับที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ หญิงสาวสวมหน้ากากแฟนตาซีที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ปริศนา ทว่าร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกลับสำแดงบทรักกับตนเองอย่างร่านสวาท ทรวงอกขนาดมหึมาตามธรรมชาติและลีลาที่จัดจ้านของเธอสะกดให้เอกจ้องมองจนลมหายใจหอบถี่ เขาเฝ้าจินตนาการถึงการครอบครองเธอ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาหญิงสาวใจถึงรายนั้น"สวัสดีครับ ผมดูคลิปของคุณแล้วประทับใจมาก... สนใจจะมาพบกันไหม? ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ"หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ขายค่ะ หนูแค่ท้องแล้วอารมณ์เปลี่ยว แต่แฟนไม่ค่อยทำการบ้านเลยโพสต์เล่นๆ แก้เหงา หนูไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ"แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เอกรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน เขาจึงส่งรูปถ่ายตนเองคู่กับรถหรูที่มีฟ่อนเงินหนาเตอะวางอยู่อย่างจงใจ "น่าเสียดายจังครับ ผมนึกว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันเสียอีก"เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กำแพงศีลธรรมที่หญิงสาวพยายามรักษาก็พั







