Masukเอกและลูกน้องไปรวมตัวกันที่โกดังร้างเพื่อวางแผนอย่างรัดกุม ศึกครั้งนี้เขาจะพลาดไม่ได้ เพราะนี่คือการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่โก้ และเป็นคำตอบเดียวที่จะมอบให้แก่ลุงมานพได้
"บอกผมมาให้ละเอียด พวกมันเป็นใครมาจากไหน ถึงกล้ามาล้ำเส้นเราขนาดนี้" เอกถามเสียงเรียบ
ลูกน้องรีบรายงานทันที "พวกมันคือแก๊งมาเฟียจีนครับบอส ตั้งแต่เข้ามาก็จงใจเปิดหน้าท้าชนกับเราทุกธุรกิจ ทั้งบ่อน ร้านเหล้า และอาบอบนวด เงินทุนมันหนามาก สถานที่ของมันใหญ่โตหรูหรากว่าเราทุกอย่าง โดยมีหัวหน้าคือ มิสเตอร์หยางครับ"
ลูกน้องอีกคนเสริมพลางทำหน้าฟิน "แต่ต้องยอมรับนะบอส เด็กที่ร้านมันแจ่มจริง มีทั้งสาวฝรั่ง อาหรับ อาหมวย ไฟหน้าแต่ละคนบึ้มๆ ทั้งนั้นเลยครับ"
เอกไม่ได้โกรธที่ลูกน้องแอบไปใช้บริการของคู่แข่ง "เหรอ... แจ่มกว่าร้านเราสินะ" เขาเปรยขึ้นอย่างใจเย็นก่อนจะเข้าเรื่อง "แล้วมิสเตอร์หยางมันกบดานอยู่ที่ไหน?"
"มันมีคฤหาสน์อยู่บนเกาะส่วนตัวครับบอส นั่งเรือจากนี่ไปแค่ 30 นาทีก็ถึง"
เอกเหยียดยิ้มเย็น "รวยถึงขั้นมีเกาะส่วนตัวเลยเหรอ... ไม่ธรรมดาจริงๆ เอาละ ผมให้เวลาพวกคุณเตรียมตัว 1 ชั่วโมง คืนนี้ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ไม่ได้กลับมา ใครทำสำเร็จผมมีรางวัลใหญ่ให้ แต่ถ้าใครต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ผมสัญญาว่าครอบครัวพวกคุณจะอยู่อย่างสุขสบายไปตลอดชาติ"
ก่อนออกเดินทาง เอกให้ลูกน้องเขียนพินัยกรรมระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน ความเด็ดขาดและใจถึงของเขาทำให้ลูกน้องทุกคนพร้อมพลีกายถวายชีวิตให้บอสคนนี้อย่างไม่ลังเล
เวลาเที่ยงคืน เรือท่องเที่ยวขนาดกลางบรรทุกลูกน้องฝีมือดี 20 นายพร้อมปืนเก็บเสียงคู่กาย ลอยลำอยู่กลางทะเลมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว แสงจันทร์ที่สาดส่องลงกระทบผิวน้ำดูเงียบสงบขัดกับจิตใจของเอกที่รุ่มร้อนดุจภูเขาไฟที่รอการระเบิด
เมื่อถึงเป้าหมาย เอกสั่งใช้กลยุทธ์กองโจรทันที "ฆ่ามันทีละคน ทำอย่างเงียบที่สุด อย่าให้พวกมันตั้งตัวได้"
ปิ๊ว! ปิ๊ว!
เงาร่างของเหล่ามัจจุราชคืบคลานไปตามจุดต่างๆ ของเกาะ เวรยามของมิสเตอร์หยางถูกสอยร่วงทีละคนโดยไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง บางคนกำลังคุยกันเรื่องความง่วงงุน ก่อนจะถูกส่งไปนอนยาว ตลอดกาลด้วยกระสุนเจาะกะโหลก ลูกน้องของเอกจัดการเก็บกวาดศพอย่างชำนาญจนเข้าถึงตัวคฤหาสน์
เอกก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่นหรู พบมิสเตอร์หยางกำลังจิบวิสกี้ดูฟุตบอลอย่างสบายใจ เขาไม่รอช้า จ่อกระบอกปืนเข้าที่ขมับของมันทันที
"รู้ไหมว่าอั๊วเป็นใคร!" มิสเตอร์หยางตะคอกด้วยความโมโห
"ผมเป็นใครไม่สำคัญ..." เอกกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุก "แต่ความตายของคนของผม... มันสำคัญมาก"
เพียะ!! เอกตบหน้ามหาเศรษฐีชาวจีนอย่างแรงจนหน้าหัน มิสเตอร์หยางรีบกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยจนเสียงดังระงมไปทั่วเกาะ แต่น่าเสียดาย... ที่ไม่มีใครโผล่หัวมาช่วยมันเลยสักคน
"ไม่ต้องรอลูกน้องหรอก มิสเตอร์หยาง... เพราะพวกมันกลายเป็นศพหมดแล้ว" เอกเฉลยพร้อมรอยยิ้มสมเพช
เมื่อรู้ว่าสิ้นไร้หนทาง มิสเตอร์หยางก็เริ่มคุกเข่าอ้อนวอน "อย่าฆ่าอั๊วเลย อยากได้อะไรอั๊วให้หมด!"
"มันสายไปแล้ว... พวกแก จับมันถอดกางเกงแล้วให้มันโก่งโค้งซะ!" เอกสั่งการอย่างเลือดเย็น ลูกน้องต่างงงงวยกับคำสั่ง แต่ก็รีบทำตามทันที เอกสวมถุงมืออนามัยช้าๆ พร้อมรอยยิ้มวิปริตที่ชวนสยอง
"อย่านะ! แกจะทำอะไร!"
ฉวบ!! อ๊ากกกกกก!!
มิสเตอร์หยางกรีดร้องปานจะขาดใจ เมื่อเอกยัดปืนพกเก็บเสียบรุกล้ำเข้าไปในช่องทางด้านหลังจนมิดลำกล้อง เลือดสดๆ ไหลนองท่วมหว่างขา ความเจ็บปวดที่แสนอัปยศทำให้มันดิ้นพล่าน
ปิ๊ว! ปิ๊ว!
เอกลั่นไกสังหารผ่านทวารหนัก กระสุนทะลวงเครื่องในจนพังพินาศแล้วพุ่งทะลุออกทางส่วนหัว มิสเตอร์หยางตายคาที่ในสภาพที่ทุเรศและน่าสมเพชที่สุดเท่าที่โลกใต้ดินเคยบันทึกไว้
"เก็บกวาดทรัพย์สมบัติมันให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือแม้แต่อย่างเดียว" เอกสั่งพลางล้างมืออย่างใจเย็น
การกวาดล้างครั้งนี้ได้ทรัพย์สินมหาศาล ทั้งเงินสดและทองคำแท่งหนักนับตัน ซึ่งมีค่ามากกว่ารายได้ธุรกิจของเอกหลายปีรวมกัน หลังจากฝังกลบศพและทำลายหลักฐานจนสิ้นซาก เอกก็นำพวกลูกน้องกลับมาพักผ่อนที่ รีสอร์ตพร้อมแจกจ่ายเงินรางวัลคนละหลายแสนบาทเป็นการตอบแทนความภักดี
"พวกคุณรับไปเถอะ ครอบครัวจะได้สบาย" เอกกล่าวอย่างอบอุ่นผิดกับปีศาจ ที่เพิ่งสังหารมาเฟียจีนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไป เอกกลายเป็นชายหนุ่มผู้เจนจัดในกลวิธีซื้อใจผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยแรกรุ่นหรือคุณหญิงคุณนายชั้นสูง ต่างก็เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินและรสสวาทของเขามานับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหล่านั้น มีเพียงคุณนายศรีนวลและข้าวหอม เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมชายคาและได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคู่ซ้อมแก้ขัดที่ผ่านเข้ามาเพื่อดับไฟกามชั่วคราวเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่ง เอกแวะนั่งทานอาหาร ณ ร้านข้าวแกงริมทางแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังแม่ค้าข้าวแกง ผู้มีผิวพรรณขาวสะอาดยวนตาและสรีระอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อน ท่อนเอ็นของเขาเริ่มแข็งขึงท้าทายด้วยความกระหายอยากทันทีที่เห็นกิริยาที่คล่องแคล่วของเธอ เขาเฝ้ารอจนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายจากไป เพื่อที่จะหาจังหวะรุกรานเธอเพียงลำพัง"กับข้าวร้านพี่อร่อยดีนะครับ เปิดมานานหรือยัง?" เอกเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เปิดมานานแล้วจ้ะ น้องเพิ่งเคยมาทานหรือ คราวหน้ามาอุดหนุนใหม่นะ" แม่ค้าตอบด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี เพราะประทับใจในรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐ
เดิมทีเอกไม่ใช่คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ในยามที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าจนน่าเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มมองหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณ กระทั่งเขาได้พบกับคลิปลับที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ หญิงสาวสวมหน้ากากแฟนตาซีที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ปริศนา ทว่าร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกลับสำแดงบทรักกับตนเองอย่างร่านสวาท ทรวงอกขนาดมหึมาตามธรรมชาติและลีลาที่จัดจ้านของเธอสะกดให้เอกจ้องมองจนลมหายใจหอบถี่ เขาเฝ้าจินตนาการถึงการครอบครองเธอ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาหญิงสาวใจถึงรายนั้น"สวัสดีครับ ผมดูคลิปของคุณแล้วประทับใจมาก... สนใจจะมาพบกันไหม? ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ"หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ขายค่ะ หนูแค่ท้องแล้วอารมณ์เปลี่ยว แต่แฟนไม่ค่อยทำการบ้านเลยโพสต์เล่นๆ แก้เหงา หนูไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ"แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เอกรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน เขาจึงส่งรูปถ่ายตนเองคู่กับรถหรูที่มีฟ่อนเงินหนาเตอะวางอยู่อย่างจงใจ "น่าเสียดายจังครับ ผมนึกว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันเสียอีก"เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กำแพงศีลธรรมที่หญิงสาวพยายามรักษาก็พั







