Masukวันนี้เป็นวันย้ายสำมะโนครัวเด็กในอาณัติของผม ที่ดูคล้ายจะเหมือนเมียย้ายเข้ามาอยู่กินด้วยกัน
กว่าจะยกของใส่รถกระบะที่ผมถอยมาใหม่ กว่าจะขับไปถึงห้อง ปาไปชั่วโมงครึ่ง
ไอ้เด็กเอ๋อนี่ของเยอะชิบหาย เท่าที่ดูๆ แล้วจะมีแต่พวกซีดีเกมที่ผมไม่ค่อยเล่น พวกซีจีหนักๆ ที่ต้องใช้กับคอมสเปคโหดๆ อะไรประมาณนั้น จอยเกมสีชมพูแป๋น กับโน๊ตบุ้ค หูฟังครบเซ็ต ไหนจะฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนที่มันรีบจัดประกอบตู้แก้วด้วยตัวเองทันทีที่มาถึงห้องผมแล้วเก็บไอ้ตุ๊กตาพวกนั้นยัดใส่ตู้ไว้เป็นอนุสรณ์สถาน
กูถามคำเดียวเลยนะ
เพื่อ?
“ฟิกเกอร์ตั๋วละครเกมหมู่นี้ ตั๋วละหลายหมื่นเลยเน้อ” เธอโพล่งขึ้นมาโดยที่ผมไม่ได้ถาม พร้อมกับหันกลับมามองหน้าผมอย่างภูมิใจนำเสนอ “รวมทั้งตู้นี้ก็ประมาณสองแสนกว่าๆ ได้”
ผมที่ยืนกอดอกหน้าเข้มอยู่ถึงกับสำลักน้ำลายทันที
ไอ้เหี้ย
เหมือนเอาเงินไปละลายน้ำทิ้งเปล่าๆ เลยว่ะ ไอ้ฟิกเกอร์พวกนี้มันทำอะไรได้? นอกจากมีหน้าที่โชว์เด่นหราอยู่หน้าตู้จอแก้ว
แล้วที่สำคัญมาบอกกูทำไม เพื่ออะไร? หรืออยากอวดรวยใส่กู?
“มึงจะบอกว่ามึงรวยว่างั้นเถอะ”
“เปล่าเน้อ ป้ออ้ายรวย” โอเค กูว่ากูชักอยากถีบตูดอีเด็กเวรนี่ล่ะ “นี่ห้องของอ้ายใช่ก๋า หมู่เฮาแยกห้องนอนกันกับเปิ้นใช่ป่าว”
ยัยหมากระเป๋าพูดพลางสอดส่องมองไปรอบๆ ห้องที่คับแคบ อาจจะแคบกว่าบ้านเธอเล็กน้อย เพราะเงินเดือนที่ได้จากงานสีเทาผมก็ไม่ได้หรูอะไรมาก พอให้มีที่ซุกหัวนอนกับมีข้าวแดก แล้วก็เลี้ยงเด็กเวรได้อีกสักคนนึงก็พอแล้ว
เอาเป็นว่าแม่งไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผมที่ต้องมาดูแลไอ้เด็กเอ๋อนี่ด้วยซ้ำ
“ใช่ ทำไม” ผมคิดในใจเล่นๆ เพราะว่านานๆ ทีจะได้คุยกับผู้หญิงที่ไม่กลัวผมแบบนี้ ลองหยอดสักหน่อยจะเป็นไรไป “หรืออยากนอนร่วมเตียงเดียวกับกู?”
เชี่ย
หยอดเองละอายปากเอง งี้ก็มีด้วย
“อ๋า... ตัวเปิ้นใหญ่ยังกะหมี อ้ายโดนเบียดตกตายแน่นอน” แต่ดูมันตอบดิ ไอ้เวรเอ้ย “นี่อ้ายกะจะตี้ก่อนที่จะย้ายมา แต่เพราะเปิ้นรีบมาเหมือนรีบไปตายที่ไหน งั้นอ้ายขออนุญาตเก็บตัวปั้มเวลก่อนเน้อเจ้า”
“ห้ะ” กูฟังไม่ทัน เอาตามตรงเลยนะ “มึงไล่กูเหรอ?”
ยัยหมากระเป๋าพยักหน้าหงึกหงัก
“...” ไอ้
“เปิ้นจะไปอาบน้ำก่อนก็ได้เน้อ ตัวเปิ้นเหม็นยาเส้นมากเลย เดี๋ยวเปิ้นอาบเสร็จ สักชั่วโมงกว่าๆ อ้ายจะไปอาบต่อ”
“...”
“เล่นเกมก่อนนะเจ้า บ๊ายบาย”
ปึง
แล้วก็จบที่มันปิดประตูใส่หน้าผมอย่างไม่ใยดีว่าผมคือเจ้าของบ้าน แล้วมันก็แค่ผู้อยู่อาศัย
ผู้หญิงอะไรวะเนี่ย ทำตัวเหมือนหมากระเป๋าที่ดีแต่เห่าอวดเก่งไปเรื่อยจริงๆ โคตรน่าหงุดหงิดเลย สรุปว่าผมหวังอะไรจากความน่ารักจิ้มลิ้ม แถมทรงโตของมันได้วะ เพราะนอกจากไอ้สองอย่างนั่นแล้ว แม่งก็ไม่เห็นจะมีเหี้ยอะไรที่น่าดึงดูดเลย
เสียอารมณ์
บอกตัวกูเหม็นนัก กูไม่อาบแม่งเลย อยู่อย่างงี้ล่ะไอ้เวร
ผมกระดิกตีนดูดบุหรี่กดมือถือเลื่อนดูผู้หญิงหน้าเฟสไปเรื่อยจนเวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่ง ไอ้ตัวแสบก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนตัวเอง
ผมแหงนคอขึ้นไปมอง ในขณะที่ยกขาขึ้นไขว่ห้าง พ่นควันมะเร็งออกมาเป็นวงกว้าง
“!!”
แต่ก็แทบจะสำลักควันในวินาทีนั้น เมื่อเห็นว่าไอ้เอ๋อนั่น
เดินออกมาโดยที่ใส่แค่ชุดชั้นใน!
ไม่รู้ว่าแม่งเป็นผู้หญิงที่ซื่อบื้อหรือโง่กันแน่ ยัยเด็กตัวเตี้ยนั่นเดินโทงเทงไปมาด้วยสภาพกึ่งเปลือยโดยไม่อายฟ้าอายดิน คว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่ข้างหน้าประตูห้องน้ำ ซึ่งพอมันหันขวับมามองทางนี้ ผมก็รีบหลบใบหน้าหนีไปทางอื่นทันที
ตึกตัก ตึกตัก
เหี้ย ใจเต้นหนึบหนับเหมือนชายฉกรรจ์เพิ่งเจอกับเรือนร่างของเด็กสาววัยแรกแย้มเป็นครั้งแรกยังไงยังงั้นเลยว่ะ (ซึ่งแม่งก็จริงอยู่ส่วนนึง)
ไม่มีสุ้มเสียงใดๆ ออกมาจากปากของไอ้ตัวแสบ ผมได้ยินแค่เพียงเสียงเปิดประตูห้องน้ำ พร้อมกับร่างเกือบโป๊ของเธอจะก้าวตัวปลิวเข้าไป ก่อนที่เสียงซ่าของน้ำจากฝักบัวจะดังตามมา
ห่าเอ้ย ผมช็อก
ไอ้เด็กนี่มันบ้าปะวะ ไม่ว่าเธอจะมองผมเป็นอากาศหรือไม่ใช่ผู้ชายยังไงก็ตาม แต่ยังไงกูก็คือผู้ชายทั้งแท่งนะเว้ย
ผมมีเลือดเนื้อ มีความรู้สึกนะไอ้เวร
แม่งเอ้ย
ไม่ใช่แค่แท่งธรรมดาแล้วตอนนี้ แม่งผงาดขึ้นมาประจันหน้ากับผมที่นั่งเขย่าขาอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ที่เพิ่งเคยเจอมาแบบสดใหม่สัสๆ
ผมมันก็แค่ผู้ชายที่ยังซิงทั้งกายและใจ ดูผมน่ากลัว หน้าโฉดๆ ผู้หญิงไม่กล้าเข้าหาแบบนี้ หลายคนคงคิดว่าพอได้เอาผมคงจะเย็บแบบดุดันฮาร์ดคอชนิดทำผู้หญิงครางคอแทบแตกเหมือนกำลังจะตาย
แต่ไม่ใช่เลยว่ะ
สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 22 กูไม่เคยเห็นเรือนร่างของอิสตรีมาก่อน
มือหนาที่สั่นเทิ้มของผมถูกยกขึ้นมาขยำอากาศเหมือนพวกโรคจิต
น่าจะขนาดประมาณนี้มั้ง แวบๆ ว่าแม่งแทบล้นปรี่ออกมาจากชั้นในเลย
สรุปว่ากูคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ย ที่คิดจะรับดูแลลูกแกะน้อยที่ไม่ระวังตัวมาไว้ใกล้ตัวแบบนี้
ผมมันก็เสือนะเว้ย เสือโหยด้วย
ระวังจะโดนเสือแทะจนเหลือแต่กระดูกนะ ไอ้ซื่อบื้อเอ้ย
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นหนูถูกรุ่นพี่ศิวะพามาที่คาสิโนตามที่เขาบอก สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนท่าทางมีกะตังค์มาทำอะไรบางอย่าง มีไพ่ มีโต๊ะสนุ้กเกอร์กับแสงสีที่เต็มไปด้วยไฟสลัวพอดูโรแมนติกและเย้ายวนตาอ้ายบ่าเคยมาที่แบบนี้เลยเน้อ อีกอย่างมันดูหรูหรามากๆ จนต้องกวาดสายตาไปมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น รุ่นพี่ศิวะจูงมืออ้ายมาเหมือนเด็กน้อยที่กลัวว่าจะพลัดหลงกัน แล้วให้อ้ายนั่งดูเขาเล่นสนุ้กอยู่นานผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนูที่ไม่ได้กินข้าวมาจากบ้านเลยถึงเริ่มหิวขึ้นมา อ้าปากบอกพี่ศิวะด้วยความเคยชิน (เวลาหิวอ้ายจะอ้อนป้อให้ทำกับข้าวให้กินจนเป็นนิสัย) เพราะหนูก็ไว้ใจเขานี่นาร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับคลี่ยิ้มให้แล้วกระซิบกับบ๋อยให้เอาเค้กและน้ำผลไม้มาให้หนูเห็นว่าเป็นเค้กช็อกโกแลตที่ชอบก็เลยกินจนหมด พี่ศิวะบอกว่าเค้กนี้มีส่วนผสมของไวน์แดง จะทำให้มึนเมาเล็กน้อย หนูเลยซัดโฮกไม่มีเหลือ (เพราะเป็นคนคลั่งไคล้แอลกอฮอล์มาก ป้อสอนให้กินตั้งแต่เล็กๆ) จนรู้สึกหลอนๆ ประสาทขึ้นในวินาทีต่อมาหลังจากนั้นสติสตังก็ดับวูบลงไป มีแต่ภาพหลอนอะไรสักอย่างเข้ามาแทนที่พอมารู้สึกตัวอีกที ก็เบลอสุดๆ ถึงกับกระสับกระส
“เซริว” แววตาของผมมีไฟลุกโหมกระพือหนักขึ้น “ขออาละวาดได้รึเปล่า”“...”“ค่าเสียหาย เซริวจ่ายให้กูได้รึเปล่า”“อย่าทำเหมือนเป็นเจ้านายเรา” เธอขยับหน้าอกที่พอดีตัวมาชิดกับข้างกล้ามแขน เสี่ยกระซิบข้างหูผมเบาๆ “อยากอาละวาด ก็จ่ายเอาเองเลย”“โอเค”ผมตอบได้แค่นั้น ก่อนที่จะสะบัดแขนออกจากมือบางๆ ของเซริวแล้วพุ่งเข้าไปถึงตัวไอ้เหี้ยศิวะในทันทีด้วยโทสะที่ยากเกินจะหยุดยั้ง!!หมับ!!ไอ้อ้ายที่เบลอจากยาเสพติดจนไม่ได้สติถูกผมกระชากแขนจนตัวปลิวมาปะทะกับอกโดยไม่คิดที่จะออมแรง กายแกร่งของไอ้ศิวะโดนผมกระชากคอเสื้อจนประชิดหน้า ผมบิดแขนไอ้ตัวดีให้เซไปที่ข้างหลังตัวเอง ก่อนที่จะกวาดลูกสนุ้กจนกระจายไปทั่ว“เฮ้ย ใจเย็น” นั่นเป็นคำพูดแรกจากปากของไอ้ศิวะตอนที่ผมหยิบไม้สนุ้กมากำไว้แน่นแล้วเงื้อจะฟาดหน้ามัน แล้วไอ้เหี้ยนั่นก็ยกสองมือขึ้นเป็นฝ่ายยอมแพ้ “ใจเย็นก่อนสหาย”กรามผมขบแน่นจนเส้นเลือดขึ้นเป็นสันริ้วที่คอ เกร็งพยายามไม่ตะเบ็งเสียงออกมา ข่มอารมณ์จนถึงขีดสุด“มึงเอากัญชาให้ไอ้อ้ายกินทำไม!!” ผมตวาดใส่หน้ามันตอนที่ยึดคอเสื้อมันเข้ามาชิดหน้ามากขึ้น ไอ้ศิวะที่ถูกขย้ำคอเสื้อกลอกตาอย่างกวนประสาท ก่อนที่มันจะฉีกย
หนูก้มลงมองชุดตัวเองที่รัดรูปจนเห็นหน้าอกกลมโต เสื้อกล้ามที่มักใส่อยู่บ้านบ่อยๆ แถมยังไม่ใส่ชั้นในอีกต่างหาก ผนวกกับกางเกงขาสั้นกุดที่ชอบใส่เวลาอากาศฮ้อนทำหน้ายู่กับตัวเองอย่างจนใจ ทั้งบ่าเข้าใจและทั้งละอายใจ ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าไม่กลับมาฮักมาชอบเปิ้นอีกแล้ว แต่ก็จงใจแต่งตัวแบบนี้ในวันที่เปิ้นตื่นสายอยู่ดีอ้ายเนี่ย... เป็นเด็กบ่าดีเลยนะเจ้า ถ้าเปิ้นจะขี้เจอะ ก็บ่ารู้สึกแปลกใจอะหยังเลยหนูล้มตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างรุนแรง ทำหน้ามุ่ยตอนที่ยกมือถือขึ้นมากดดูยูทูปเล่น จะอี้วันนี้ก็วันหยุดของอ้ายด้วย เปิ้นจรลีหนีออกไปแบบนี้ แปลว่าขี้เจอะอ้ายมากจนบ่าอยากมองหน้าสินะ ก็ได้ อ้ายจะได้ไปอู้กับผู้ชายคนอื่นกึ้ดประชดประชันในใจทั้งๆ ที่บ่าได้อยากยะแล้วก็พ่นลมหายใจออกมา แล้วกลั้นใจทักรุ่นพี่ศิวะไปแบบไม่คิดอะหยังมากมายอย่างน้อยๆ ก็คุยแบบพี่น้องได้ใช่ก่อ? ยังไงก็บ่าใจ้แฟนเปิ้นอยู่แล้ว อ้ายจะไปสนใจทำไมติ๊งเอิ้นอ้าย คนเดิม : พี่ศิวะ อ้ายฮู้สึกบ่าสบายใจเลยเจ้าทักเขาไปแบบนั้น แล้วก็ล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าบนโซฟา หลังจากที่เปิ้นอาละวาดเพราะหึงหวงหนูกับพี่ศิวะจนห้องเละเทะ แล้วสารภาพว่าชอบว่าฮักหนูมากกว่าพี่น้อง
“...!!”ผมผงะออกทันทีเหมือนต้องของร้อน รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว จนต้องขยับออกห่างแล้วลุกขึ้นยืนไกลๆ เตียงที่มีมันอยู่ ยกมือไหว้ขอขมาครูบาอาจารย์ในใจหนึ่งครั้งแล้วเป่าเพี้ยง เงยหน้ามองไอ้ตัวเล็กที่กึ่งนั่งกึ่งนอนขึ้นมามองผมเหมือนตกใจ“ปะ... เป็นอะหยังเจ้า?”“ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมนส์มา?” ผมถามเสียงเข้มจนมันสะดุ้งเฮือก เพราะรู้สึกร้อนๆ ไปทั้งตัวนิดหน่อยจนหงุดหงิด โล่ยังผงาดอยู่ แต่มันเสือกทำไม่ได้ มองเลือดเสียจากร่องสีชมพูแล้วหันหน้าหนีแทบจะทันที“อะ... อ้ายบ่าทันรู้ มันไหลเมื่อกี้พอดีเน้อ”“เป็นเมนส์กี่วัน?” ผมถามเสียงห้วนจัดอีก เหงื่อแตกพลั่กเต็มขมับ คนตัวเล็กทำสีหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนที่จะก้มหน้างุด ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพับเพียบอย่างเรียบร้อย“บ่าเกินหนึ่งอาทิตย์เจ้า”“งั้นหนึ่งอาทิตย์เจอกัน”ผมพูดไว้แค่นั้น ไม่อธิบายอะไรให้จบดีด้วย ก่อนที่จะก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูห้องมันออกแล้วปิดส่งท้ายเสียงดัง พุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่จะจัดแจงธูปเทียนหน้าหิ้งบูชา ขอขมาครูอย่างจริงจังอยู่ค่อนคืนเอาจริงๆ ปะ ผมไม่ได้รังเกียจเลือดประจำเดือนของมันเลยสักนิด แต่ไม่มีเวลาสาธยายมากเพราะต้องรีบไปแก้ตัวถ้าใค
สถานะไม่ค่อยชัดเจนเพราะมันไม่ยอมตกลงคบกับผมในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนตอนที่ผมแอบลอบเข้าไปในห้องของมันตอนสองทุ่มกว่าๆ ด้วยสภาพกางเกงในชายแค่ชั้นเดียว พร้อมกับร่างเล็กกับผมยาวสยายที่เหลือบมามองตาเขียว“ปะ... เปิ้นเข้าห้องอ้ายมายะหยัง” แม้ว่าจะทำตาดุใส่ผมแค่ไหน มันก็ยังไม่วายเอ่ยปากถามออกมาเสียงสั่น ส่วนผมก็ฉีกยิ้มกับความเด็กน้อยของมัน ไล่สายตามองร่างอวบอั๋นในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นกุดที่เปิดเห็นแก้มก้นนิดหน่อยนี่แม่งจงใจจะยั่วกูชัดๆ ไอ้เด็กแรด“นอน” ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะเดินมาล้มตัวลงบนตูดเด้งๆ ของมันแล้วเอาฝ่ามือรองท้ายทอยเหมือนเป็นหมอนชั้นดี ไอ้ตัวเล็กสะดุ้งโหยง ดูจะรู้สึกแปลกประหลาดกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของผมหลังจากที่สารภาพว่าชอบมันมาก “เล่นเกมไปเหอะ ไม่กวนหรอก”“จะอี้ต่างหากล่ะที่กวนอ้าย” มันเม้มริมฝีปากแล้วพยายามขยับบั้นท้ายกลมๆ หนี แต่ผมก็พลิกตัวไปนอนเอาแก้มซบกับแก้มตูดนุ่มๆ ของมัน แล้วยึดเอวไอ้เอ๋อไว้อย่างแน่นหนา จนแม่งแผดเสียงแปดหลอดใส่ “เปิ้น!”“อะไร?”“เอาหน้าเปิ้นออกไปจากก้นอ้ายบัดเดี๋ยวนี้เลยเน้อ”“สงสัยมึงจะลืมแล้วมั้งว่าใครที่เป็นเจ้าของมึงอ่ะ” ผมเอียงหน้าคมกร้าวมาสบต
เปิ้นยะจะอี้อีกแล้ว... เปิ้นยะจะอี้ตลอดเลยมือหนาที่ซึมไปด้วยเลือดสัมผัสกับหน้าอกของหนู ขยำขยุ้มอย่างกระหาย หนูเม้มริมฝีปากแน่น หน้าแดงก่ำตอนที่พยายามดันตัวเปิ้นออก ทั้งๆ ที่มือเล็กยังคงแปะอยู่ที่เป้ากางเกงของเขา“ทะ... ทำแผลก่อนเต้อะเจ้า แผลเหวอะเลอะเสื้ออ้ายหมดแล้ว” หนูพูดเสียงสั่นตอนที่รีบชักมือออกจากเป้ากางเกงที่คับแน่นของเขาทันทีที่รู้สึกตัว เปิ้นมีสีหน้าแสนเสียดาย ในขณะที่หนูจะกวาดดวงตากลมโตมองซ้ายมองขวาหาที่ว่างคงจะมีแต่โซฟาหนังที่มีกระดาษกระจายอยู่นิดหน่อย หนูเดินไปปัดเศษกระดาษพวกนั้นลงบนพื้น แล้วล้มตัวลงนั่ง ตบที่นั่งข้างๆ ตัวที่ค่อนข้างเว้นระยะห่างเป็นที่ให้เปิ้นลงมานั่ง พร้อมกับค้นกระเป๋าของตัวเองที่มียาแดงและพลาสสะเตออยู่ในนั้น“จะทำแผลให้กูเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถาม แล้วหนูก็พยักหน้าหงึกหงัก ก็บ่าอยากยอมรับหรอกเน้อว่าแอบใจอ่อนให้เปิ้นนิดหน่อย เดี๋ยวเปิ้นจะยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ “เป็นเมียที่ดีเนอะ”“อ้ายบ่าใจ้เมียเปิ้น” หนูปฏิเสธหน้าแดงก่ำ จนเขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วล้มทั้งตัวลงนั่งจนไหล่แข็งๆ นั่นชิดกับแขนเล็กๆ ของหนูเปิ้นเอนหัวมาซบหน้าอกหนู แล้วถูไถหน้ากับร่องเนื้อนุ่มภายใต้ช







