로그인เมื่อพี่สาวสุดที่รักถูกหักอกจนเกือบกระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสองหวังปลิดชีวิต? มีหรือที่น้องสาวแสนดีอย่างฉันจะอยู่เฉย... ไม่มีทาง! เพราะแบบนั้นแผนการที่เต็มไปด้วยเล่ห์ คำลวง และความรัก จึงเริ่มต้นขึ้น... "ฉันท้อง" "..." "ฉันบอกว่าท้อง ไม่ได้ยินหรือไง!" "แล้วไง?" "ถามมาได้ คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ" "แล้วผมต้องรับผิดชอบผู้หญิงทุกคนที่มาบอกว่าท้องอย่างนั้นเหรอ" "..." "ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ป่านนี้ผมคงมีลูกสักสองโหลได้แล้วมั้ง!"
더 보기"ใช่ ใช่จริง ๆ ด้วย""...""แต่เดี๋ยวก่อนนะ"เมื่อพี่สาวของฉันลองสังเกตดี ๆ เธอก็ถึงกับชะงักไปอีกครั้ง ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้แตกต่างกันนักกับภาพที่เห็น ชายหนุ่มสองคนที่หน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออกได้พาตัวเองลงมาจากรถหรูลคันนั้น แล้วกดออดหน้าบ้านของเราอย่างไม่ลังเล"มันจะมาด้วยทำไม"สีหน้าของพี่พราวเครียดขึงทันที เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธจนถึงขีดสุดเมื่อพบคนที่เธอไม่อยากพบเจอ นั่นก็คือพี่ชายฝาแฝดของครินทร์ส่วนฉันได้แต่ยืนตัวแข็ง หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกอึดอัด ทำอะไรแทบไม่ถูกเลยสักอย่างกระทั่งไม่นานนัก แม่ก็เดินออกไปที่หน้าบ้าน ฉันเห็นเธอคุยกับผู้ชายสองคนนั้นอยู่พักหนึ่ง สีหน้าของแม่อ่านไม่ออกเลยว่ารู้สึกยังไง แต่สุดท้ายก็เอื้อมมือเปิดประตูเชิญพวกเขาเข้ามา“พวกเขามาทำอะไรกัน” มือทั้งสองข้างของฉันเย็นเฉียบ ความตื่นเต้นแผ่ซ่านอยู่ในอก“ไปน้อง เห็นทีเราต้องไปจัดการด้วยตัวเองแล้วละ” พี่พราวถอนหายใจฮึดฮัดฉันพยักหน้ารับ ทั้งที่หัวใจยังเต้นระส่ำ ก่อนจะก้าวตามพี่สาวไปข้างล่าง พี่พราวจูงมือฉันลงบันไดแทบจะลากกันอยู่แล้ว พอเท้าเหยียบพื้นชั้นล่างและเห็นหน้าคนที่เธอเกลียดที่สุดในโลก ก็ตะโกนลั่นอย่างไม่ไว้หน้า“ม
หลายวันมานี้ ฉันเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องนอนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ปลอดภัย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงกรงแคบ ๆ ที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าการที่ฉันลากสังขารตัวเองออกไปข้างนอกผ้าม่านสีครีมถูกปิดสนิทไว้ตลอดเวลา ปล่อยให้ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนแยกไม่ออกว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืนเศษกระดาษทิชชูที่ใช้ซับน้ำตาถูกกองทิ้งไว้เป็นหย่อม ๆ ส่วนโต๊ะหัวเตียงก็เต็มไปด้วยขวดน้ำซึ่งถูกดื่มไปเพียงไม่กี่อึก และจานข้าวที่แม่เอามาวางไว้ให้ยังคงอยู่ที่เดิม ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรทั้งนั้น นอกจากนอนนิ่ง ปลดปล่อยอารมณ์ให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้าหลังจากตัดสินใจกลับมาบ้านแล้วสารภาพทุกอย่าง พ่อกับแม่ก็แสดงความผิดหวังอย่างที่คาดไว้ และฉันก็ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอย่างเจ็บปวดแต่ผ่านไปไม่กี่วัน ท่านทั้งคู่ก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่มีใครถามถึงพ่อของเด็กอีก อันที่จริงการที่ครอบครัวยอมรับเรื่องนี้ได้ มันควรทำให้ฉันสบายใจ แต่ไม่รู้ทำไม ความโล่งใจนั้นกลับไม่เคยเกิดขึ้นเลยกลับกัน ความเศร้า ความผิดหวังในตัวเอง รวมถึงความสูญเสียบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก กลับค
Krinth Talkทันทีที่ผมผลักประตูเข้ามาในห้องผู้ป่วย แล้วพบกับความเงียบสงัด และบนเตียงอันว่างเปล่าก็ทำเอาลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะของกินหลายอย่างที่ตั้งใจแวะซื้อระหว่างทางถูกวางลงบนโต๊ะอย่างลวก ๆ เพราะความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิดผมก้าวยาว ๆ ไปยังห้องน้ำ หวังว่าจะพบเธออยู่ภายในนั้น ทว่ากลับปราศจากคนที่กำลังตามหาลางสังหรณ์บางอย่างกดทับอกจนรู้สึกอึดอัด ผมจึงจ้ำอ้าวกลับมาที่ข้างเตียง ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจทั่วห้องอย่างร้อนรน จนมาสะดุดกับกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งที่ถูกแจกันทับไว้หัวใจของผมกระตุกวูบทันทีที่เห็น แล้วคว้าขึ้นมาอย่างรีบร้อน นิ้วสั่นระริกขณะคลี่มันออกอ่าน“ขอโทษ”แค่คำแรกก็ทำให้คิ้วของผมขมวดเข้าหากัน ความไม่สบายใจขยายตัวทันที ผมรีบไล่อ่านประโยคถัดมาอย่างรวดเร็ว“ฉันขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ ขอโทษที่หายไปโดยไม่กล่าวคำร่ำลา แต่ฉันอยากให้คุณรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ได้อยู่กับคุณ ฉันมีความสุขมาก มากที่สุด ฉันไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านั้นจากผู้ชายคนไหนมาก่อน แต่ฉันกลับได้รับมันจากคุณทุกอย่าง”ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น คำถามมากมายถาโถมเข้ามาพร้อมความสับสน ตัวอักษรพวกนั้นเรียบง่ายแต่บีบหัวใจของผมจน
ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าห้องพักผู้ป่วยจะกลายเป็นสถานที่แสนอบอุ่นได้ถึงขนาดนี้จากฝีมือการเนรมิตของเขาภายในห้องถูกประดับประดาด้วยดวงไฟสีทองอร่ามที่พันไว้รอบราวแขวนผ้าม่านและขอบหน้าต่าง ส่องประกายสว่างไสวเสียงกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ จากกระดิ่งขนาดเล็กที่แขวนไว้ปลายสายไฟทำให้เหมือนมีหิมะโปรยปรายลงมา ผืนผ้าห่มสีแดงลวดลายซานตาคลอสถูกคลุมทับผ้าปูเตียงสีขาวดูสะดุดตามิสเซิลโทกิ่งเล็ก ๆ สีเขียวเข้มที่มีผลเบอร์รีสีขาวใสติดอยู่ ถูกติดไว้เหนือหัวเตียงราวกับคำนวณตำแหน่งมาแล้วอย่างดี ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันที่กำลังมองอดยิ้มตามไม่ได้“สุขสันต์วันคริสต์มาส”“สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ” ฉันตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มกว้าง“เป็นไง ชอบมั้ย” เขาถามขณะวางถุงกระดาษสองสามใบลงบนโต๊ะข้างเตียง“แน่นอนว่าต้องชอบอยู่แล้วค่ะ ว่าแต่คุณทำทั้งหมดนี้คนเดียวเลยเหรอคะ” ก่อนหน้านี้ฉันต้องไปตรวจร่างกายซึ่งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ“ก็ต้องคนเดียวสิ”ริมฝีปากของเขาปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ พลางเดินไปยกถาดของหวานที่วางอยู่บนโต๊ะมาทางฉันกลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตและอบเชยลอยมาทันที ทำให้ฉันร
เสียงเครื่องยนต์ของเรือยังคงดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สายลมยามเย็นบนผิวน้ำชวนให้รู้สึกหนาวเหน็บกว่าที่คิด จนฉันต้องนั่งกอดแขนตัวเองไว้แน่น พลางมองสายน้ำกกที่ทอดยาวไปข้างหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ การได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับฉันหลังจากเรียนชงชาเสร็จในช่วงบ่ายคล้อย เราก็อยู่รับประท
ฉันกลับมาถึงบ้านพร้อมความโล่งอก แต่พอเห็นพี่พราวกำลังนั่งดูทีวีท่าทางสบายใจก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าน้องสาวอย่างฉันต้องไปเผชิญกับอะไรมาบ้าง“น้องจะบ้าตายอยู่แล้ว” ฉันเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาข้าง ๆ พี่พราวอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรงแล้วเริ่มเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยอีกฝ่ายไม่ต้องถาม“หรือเราเอาเรื่อง
ทันทีที่มาถึงลานจอดรถ ฉันก็ถูกจับยัดเข้ามายังเบาะข้างคนขับของรถซูเปอร์คาร์สีดำด้าน ถึงแม้จะอยากแหกปากร้องโวยวายเพียงใด แต่คิดว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์นอกจากจะบ้าบิ่นเปิดประตูแล้วพุ่งตัวออกไปนอกรถเพื่อหนี แต่ในความเร็วที่เขาขับคิดว่าน่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปบ้าน ฉันจึงต้องนั่งเกร็งอยู่ท่ามกลางความเงียบชว
“ฉันท้อง”“…”“ฉันท้องกับคุณ”“…”“นี่ ไม่ได้ยินหรือไง” ฉันแหวใส่ชายในชุดสูทสีเบจดูสะอาดสะอ้านที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวอย่างหมดความอดทนใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรยังคงเฉยชาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของฉันแม้แต่น้อย 'คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้สินะ'แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงที่ดังจนเกินไปท


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


