مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: นิรนาม
ห้าปีมานี้ลู่ฉืออันเคยมอบเครื่องประดับให้เธอไม่น้อย เธอมองปราดเดียวก็แยกแยะออกว่า กำไลวงนี้กับสร้อยคอเมื่อคืนเดิมทีควรจะเป็นเซ็ตเดียวกัน

เสิ่นชูถังกระตุกมุมปากอย่างเย้ยหยัน

“คุณเซี่ย ดูท่าครอบครัวของคุณจะรักคุณมากเลยนะคะ”

สองพ่อลูกแยกเครื่องประดับที่สมบูรณ์หนึ่งเซ็ตออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งมอบให้เธอ ส่วนอีกครึ่งมอบให้เซี่ยหร่าน

ราวกับว่าหัวใจของพวกเขา ก็แบ่งออกเป็นสองครึ่งได้เช่นกัน

เซี่ยหร่านยิ้มตาหยี

“ใช่ค่ะ พวกเขามักจะบอกว่ารักฉันที่สุด และตามใจฉันเหมือนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เลย”

บางทีอาจจะกังวลว่าเธอจะดูอะไรออก ตลอดทางลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินจึงเอาแต่คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย

เธอกระแอมเบา ๆ ลู่ฉืออันก็รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธอด้วยความปวดใจทันที ก่อนจะรินน้ำร้อนในกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิและยื่นมาจ่อที่ปากของเธออย่างเอาใจใส่

ลู่มู่เฉินเองก็ถอดผ้าพันคอบนคอออก นำมาพันคอให้เธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก่อนจะกำชับให้เธอทำร่างกายให้อบอุ่นราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย

ทว่าเสิ่นชูถังไม่ได้อยากแปดเปื้อนข้าวของที่ติดกลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ ทำเพียงแค่บอกว่าตัวเองอยากกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะเดินตรงกลับไปทันที

สองพ่อลูกมองหน้ากัน และเลือกกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเป็นเพื่อนเธอด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมาย

จนกระทั่งตกเย็น โทรศัพท์มือถือของลู่ฉืออันก็ดังขึ้น

เขารีบกดปิดเสียงอย่างรวดเร็ว หันไปมองเสิ่นชูถังที่ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ บนเตียง แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ชื่อของเซี่ยหร่านบนหน้าจอกำลังกะพริบไม่หยุด ลู่มู่เฉินที่อยู่ด้านข้างกระตุกแขนเสื้อของลู่ฉืออันพลางลดเสียงต่ำลง

“พ่อครับ ผมอยากเจอพี่เซี่ย”

ลู่ฉืออันรีบทำท่าจุ๊ปากให้เงียบเสียง สองพ่อลูกมองหน้ากัน ก่อนจะย่องออกจากห้องไป

วินาทีที่ประตูห้องปิดลง เสิ่นชูถังก็ลืมตาขึ้น เธอสวมเสื้อคลุมแล้วเดินตามหลังพวกเขาไป

สองพ่อลูกเดินจ้ำอ้าวอย่างเร่งรีบ ในที่สุดก็มาถึงหน้าห้องของเซี่ยหร่าน

ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เซี่ยหร่านก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของลู่ฉืออัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

“ฉืออัน ในที่สุดพวกคุณก็มา วันนี้ฉันอยู่โรงแรมคนเดียวกลัวมากเลย”

“ฉันไม่คาดหวังว่าจะได้อยู่เคียงข้างพวกคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนอย่างภรรยาของคุณหรอกนะคะ ขอแค่พวกคุณแบ่งเวลามาอยู่เป็นเพื่อนฉันวันละสองชั่วโมงก็พอแล้ว”

เซี่ยหร่านพูดพลางใช้ดวงตาที่เปียกชื้นราวกับลูกกวางน้อยจ้องมองลู่ฉืออัน

ลู่ฉืออันทนน้ำตาของเธอไม่ได้มากที่สุด พอเห็นน้ำตาของเธอหัวใจก็อ่อนยวบลงมาทันที เขารีบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบโยนด้วยความปวดใจ

“สองชั่วโมงจะไปพออะไร คืนนี้ผมกับลูกจะอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งคืนเลย”

ลู่มู่เฉินก็ช่วยอธิบายอยู่ด้านข้าง

“พี่เซี่ย พอแม่หลับผมกับพ่อก็รีบมาหาเลยนะ พวกเราเองก็อยากอยู่กับพี่เหมือนกัน”

เซี่ยหร่านมีใบหน้าซาบซึ้งใจ ทว่าราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจึงสลดลง

“ความจริงแล้ว วันนี้ฉันเองก็หนาวมากเหมือนกัน แต่ในสายตาของพวกคุณมีแค่ภรรยาของคุณ แถมยังเอาผ้าพันคอกับกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้พวกคุณ...”

ลู่มู่เฉินกังวลว่าเซี่ยหร่านจะเสียใจ จึงรีบก้าวเข้าไปจับมือของเธอไว้

“พี่เซี่ยอย่าเสียใจไปเลย เป็นความผิดของผมกับพ่อเอง เดี๋ยวผมจะให้ความอบอุ่นพี่เองนะ มือของผมอุ่นกว่าผ้าพันคอตั้งเยอะ”

ลู่ฉืออันก็บีบปลายจมูกของเธออย่างตามใจ

“ช่างเป็นจอมหึงหวงจริง ๆ เรื่องแค่นี้ก็หึงด้วยเหรอ รู้ว่าคุณเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ยังไม่หนำใจ ผมถึงได้ตั้งใจเลือกที่นี่ แบบนี้ยังไม่พออีกเหรอ”

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยหร่านก็แหงนหน้าขึ้นประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณค่ะประธานลู่”

แววตาของลู่ฉืออันพลันลึกล้ำลง เขากดศีรษะของเซี่ยหร่านเอาไว้ ริมฝีปากและปลายลิ้นของทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกัน มอบจูบแบบฝรั่งเศสอันเร่าร้อนให้แก่กัน

ลู่มู่เฉินยกมือปิดตาพลางวิ่งเข้าไปในห้อง

“หวา ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอหรอกนะ”

ผ่านไปพักใหญ่ลู่ฉืออันถึงยอมปล่อยมือ เซี่ยหร่านหน้าแดงก่ำ ใช้มือทุบหน้าอกของเขาเบา ๆ หนึ่งที

“เมื่อกี้มู่เฉินก็ยังอยู่ตรงนี้นะคะ”

ลู่ฉืออันจับมือของเธอขึ้นมาจรดริมฝีปากประทับจูบลงไป

“กลัวอะไรกัน ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นสักหน่อย”

จากนั้นก็โอบเอวของเซี่ยหร่าน จูงมือลู่มู่เฉินเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู...

ด้านหลังเสาที่อยู่ข้าง ๆ เสิ่นชูถังน้ำตานองหน้าไปตั้งนานแล้ว

แม้จะรู้ถึงการทรยศของพวกเขามาตั้งนานแล้ว ทว่าเมื่อได้มาเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกถึงกระดูกอยู่ดี ทุกถ้อยคำล้วนแปรเปลี่ยนเป็นดาบแหลมคมนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงหัวใจของเธอจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

สิ่งที่เรียกว่าการชดเชยวันเกิดให้เธอ ก็เป็นเพียงแค่การเติมเต็มความเสียดายที่เซี่ยหร่านยังเล่นไม่หนำใจก็เท่านั้น

เสิ่นชูถังทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ พลางกุมหน้าอกเอาไว้ คำพูดของสองพ่อลูกเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู

จะไม่ยอมให้เธอจากไปงั้นเหรอ

แต่ว่า ลู่ฉืออัน ลู่มู่เฉิน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปจากพวกคุณ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 26

    “ถังถัง แม้คุณจะให้อภัยเราไม่ได้ แต่มู่เฉินก็เป็นลูกที่คุณอุ้มท้องมาสิบเดือนกว่าจะคลอดนะ”“เรากำลังจะไปแล้ว คุณช่วยกอดเขาอีกสักครั้งได้ไหม”ลู่มู่เฉินดึงชายเสื้อของเสิ่นชูถังอย่างระมัดระวัง“แม่ครับ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ กอดผมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”กู้สิงโจวอุ้มเยว่เยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้พูดแทรกขึ้นมาในเวลานี้ จู่ ๆ เยว่เยว่ก็เอ่ยปากขึ้น“แม่คะ พี่ชายคนนี้เป็นลูกชายของแม่จริง ๆ เหรอคะ”กู้สิงโจวที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำถามนี้ก็อดตัวเกร็งขึ้นมาไม่ได้เสิ่นชูถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เคยเป็นลูกของแม่ แต่ตอนนี้แม่มีเยว่เยว่เป็นลูกแค่คนเดียว”สิ้นเสียงพูด ลู่มู่เฉินก็ทนรับไม่ไหวอีกต่อไป เริ่มแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ ไม่เอานะ ผมเป็นลูกชายของแม่นะ”เยว่เยว่เห็นเขาร้องไห้เสียใจขนาดนั้นก็ทนไม่ไหว“แม่คะ พี่ชายทำเรื่องผิดไปใช่ไหมคะ แม่ให้อภัยเขาไม่ได้เหรอคะ”เสิ่นชูถังบีบแก้มของเยว่เยว่แบบขำ ๆ“เยว่เยว่ รอให้หนูโตขึ้นก็จะรู้เองว่าความผิดบางอย่างก็ให้อภัยไม่ได้”และคำพูดประโยคนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการตัดสินประหารชีวิตลู่ฉืออันและลู่มู่เฉินพวกเขาจะไม่มีวันได้รั

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 25

    ลู่ฉืออันไม่เข้าใจเขาจะไม่รักเธอได้ยังไงนับตั้งแต่เธอจากไป เขาก็ไม่เคยได้นอนหลับสนิทเลยสักคืน ถึงขั้นยอมใช้สุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อตามหาเธอ ถังถังจะคิดว่าเขาไม่รักเธอได้ยังไงเขามองเสิ่นชูถัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด“ถังถัง ผมจะไม่รักคุณได้ยังไง”เสิ่นชูถังแค่หัวเราะเบา ๆ“แอบไปเจอเซี่ยหร่านลับหลังฉัน นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนวันเกิดของฉัน พวกคุณไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์กับเธอ นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนที่หิมะถล่มก็ปกป้องเซี่ยหร่านอย่างไม่ลังเล นี่เรียกว่ารักเหรอ”ทุกครั้งที่พูดจบไปหนึ่งประโยค ใบหน้าของลู่ฉืออันก็ซีดเผือดลงไปอีกส่วนหนึ่งทุกตัวอักษรที่เสิ่นชูถังพูดออกมาล้วนกลายเป็นคมมีดทิ่มแทงทะลุกลางอกของลู่ฉืออันวินาทีนี้ ลู่ฉืออันรังเกียจตัวเองอย่างที่สุดถ้าตอนนั้นเขายึดมั่นในความตั้งใจเดิม และผลักไสเซี่ยหร่านออกไป ภายหลังก็คงจะไม่เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นเสิ่นชูถังมองความเศร้าในแววตาของลู่ฉืออัน ทว่าในใจกลับไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ แม้แต่น้อย“ฉันรู้ว่าที่พวกคุณมาที่นี่เพราะอยากพาฉันกลับไป”“ลู่ฉืออัน ลู่มู่เฉิน ตอนนี้พวกคุณฟังให้ชัด ๆ นะ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 24

    ลู่มู่เฉินไม่ได้เจอเสิ่นชูถังมาสองเดือน กว่าจะตามหาเธอจนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงแต่ได้ยินเด็กคนอื่นเรียกเธอว่าแม่เท่านั้น แต่ยังพบว่าแม่ที่เคยอ่อนโยนกับเขาในวันวาน ตอนนี้กลับเหลือเพียงความเย็นชา เขาจึงทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจไม่ไหวอีกต่อไป และแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ แม่ไม่ต้องการผมแล้วเหรอ ผมต่างหากที่เป็นลูกชายของแม่”เมื่อก่อนขอแค่ลู่มู่เฉินร้องไห้ เสิ่นชูถังก็จะอุ้มและคอยกล่อมเขาอย่างใจเย็นแต่ตอนนี้เธอทำเพียงแค่ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ ตรงนั้นลู่มู่เฉินรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นฝ่ามืออันอบอุ่นของแม่มาเช็ดน้ำตาให้เสียที พอลืมตาขึ้นมา ถึงเพิ่งพบว่าเสิ่นชูถังยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองดูเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“ร้องไห้พอหรือยัง”“ตอนนี้ลูกเข้าใจความรู้สึกตอนแม่รู้ว่าลูกเรียกเซี่ยหร่านว่าแม่หรือยังล่ะ”นับตั้งแต่ลู่มู่เฉินเกิดมา เสิ่นชูถังก็เลี้ยงดูเขามากับมือจนถึงหกขวบ ความรู้สึกที่เธอทุ่มเทให้กับลูกชายคนนี้ ไม่ได้น้อยไปกว่าที่ทุ่มเทให้ลู่ฉืออันเลยตอนที่เขาป่วย เธอคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืนวันแรกที่เขาไปโรงเรียนอนุบาล เธอทนไม่ไหวจนต้องแอบไปดูเขาที่โรงเรียนตอนที

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 23

    แต่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินกลับคิดไม่ถึงเลยว่า การได้พบเสิ่นชูถังอีกครั้งหลังจากผ่านไปสองเดือนจะเป็นภาพเช่นนี้ก่อนที่จะได้เห็นเสิ่นชูถัง ลู่ฉืออันเชื่อมาตลอดว่า พวกเขารักกันมาสิบปี มู่เฉินก็เป็นลูกที่เธออุ้มท้องมานานถึงสิบเดือนกว่าจะคลอดออกมาต่อให้ตอนนี้เธอยังไม่หายโกรธ ขอเพียงพวกเขายอมรับผิดอย่างจริงใจ เธอจะต้องให้อภัยพวกเขาอย่างแน่นอนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของพวกเขาจะต้องกลับไปมีความสุขเหมือนเมื่อก่อนได้แน่เขาจะรักเธอด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี และจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมายั่วยวนได้อีกแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เวลาผ่านไปเพียงสองเดือน ข้างกายถังถังของเขากลับมีผู้ชายคนอื่นแล้ว ในมือของผู้ชายคนนั้นอุ้มเด็กอยู่หนึ่งคน ปากก็เอาแต่เรียกเธอว่าแม่ ดูราวกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก!ในเวลานี้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถคิดอะไรได้เลยส่วนลู่มู่เฉินก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมากแม่ที่รักเขามากขนาดนั้นจากไปสองเดือน กว่าเขากับพ่อจะตามหาแม่จนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ตอนนี้กลับมีเด็กอีกคนเรียกเธอว่าแม่ลู่มู่เฉินพุ่งตรงเข้าไปราวกับประทัดลูกเล็ก หมายจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของเสิ่นชูถ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 22

    หลังจากตามหามาอีกหนึ่งเดือน ลู่ฉืออันก็ยังคงคว้าน้ำเหลวคนรอบข้างต่างก็บอกให้เขายอมแพ้แม้กระทั่งคุณท่านลู่ที่เกษียณไปตั้งนานแล้ว ก็ยังเอ่ยปากเตือนไม่ให้เขาตามหาอีกในเมื่อเสิ่นชูถังตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไป เธอย่อมไม่มีทางทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ให้เขาตามหาเจอหรอกตอนนี้บริษัทกำลังง่อนแง่น เขาควรจะกลับไปจัดการเรื่องที่บริษัทได้แล้วแต่ลู่ฉืออันกลับไม่ยอมแพ้พวกเขาเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะต้องตามหาเสิ่นชูถังพบคุณท่านลู่มองหลานชายที่ดื้อดึงไม่ยอมรับฟังด้วยความโมโห ทว่าก็จนปัญญาจะทำอะไรได้ถ้ารู้ว่าวันนี้ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ็บปวดแบบนี้ ตอนนั้นทำไมต้องทำเรื่องที่ผิดต่อเสิ่นชูถังด้วยคุณท่านลู่ไม่อาจทนดูบริษัทล้มไปต่อหน้าต่อตาได้ จึงทำได้เพียงออกหน้ากลับมารับช่วงจัดการงานของบริษัทอีกครั้งด้วยตัวเองหลังจากนั้นลู่ฉืออันยิ่งทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดไปกับการตามหาคนส่วนลู่มู่เฉินก็ตามพ่อออกไปตามหาทั้งวันเช่นกันพอได้รับข่าวใด ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นเสิ่นชูถัง พวกเขาก็จะรีบไปทันทีโดยไม่หยุดพักทว่าหนึ่งเดือนผ่านไป กลับมีแต่ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าลู่ฉืออันที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่เค

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 21

    เสิ่นชูถังหายตัวไปอย่างกะทันหัน คนในมหาวิทยาลัยรู้เพียงแค่ว่าพ่อแม่ของเธอมาทำเรื่องดรอปเรียนให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเงาเธออีกเลยแต่เธอไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้กู้สิงโจวฟังได้ ทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนขอโทษเขาเท่านั้นกู้สิงโจวไม่ใช่คนที่ชอบซักไซ้ ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกันทั้งนั้นเขารู้เพียงแค่ว่าสี่ปีให้หลังเขาได้กลับมาพบกับเธออีกครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วทั้งสองคนคุยกันเรื่องของเยว่เยว่เสิ่นชูถังได้รู้ว่าตอนนี้กู้สิงโจวเป็นหมอ งานยุ่งมากจนมักจะไม่มีเวลาดูแลเยว่เยว่เขาเคยลองจ้างพี่เลี้ยงมาแล้ว แต่พี่เลี้ยงคนแรกที่เขาจ้างกลับแอบทำร้ายร่างกายเยว่เยว่ลับหลังเขาตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่กล้าปล่อยเยว่เยว่ไว้ในมือคนอื่นง่าย ๆ อีก ทำได้เพียงวิ่งวุ่นไปมาระหว่างเรื่องงานกับเยว่เยว่เท่านั้นเยว่เยว่แม้อายุยังน้อย แต่ก็รู้ความมาก เลิกเรียนแล้วก็จะไปรอให้กู้สิงโจวมารับที่ชิงช้า ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็จะอยู่บ้านอย่างว่าง่ายเสิ่นชูถังได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้นไปอีกตอนที่ลู่มู่เฉินอายุสี่ขวบ แทบจะไม่มีก้าวไหนเลยที่เธอห่างจากเขาแต่เยว่เยว่

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 8

    สิบปีก่อน เธอกับลู่ฉืออันพบกันครั้งแรกที่สถานพักฟื้นเอกชนแถบชานเมืองมาวันนี้สถานพักฟื้นถูกทิ้งร้างไปแล้ว เหลือเพียงเถาไม้เลื้อยบนกำแพงที่ปกคลุมตึกหลังนี้เอาไว้เธอเดิน ๆ หยุด ๆ ไปตามเส้นทางในความทรงจำ ความทรงจำที่เกี่ยวกับลู่ฉืออันถาโถมเข้าใส่เธอราวกับกระแสน้ำจากที่เขาไม่ตอบสนองเลยตอนพบกันครั้ง

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 7

    ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินตอบเป็นเสียงเดียวกัน“ไม่เหนื่อย!”ลู่มู่เฉินจับมือของเธอเอาไว้พลางมองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ“เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับแม่ ผมไม่มีทางเหนื่อยหรอกครับ”ลู่ฉืออันบีบแก้มของเธออย่างตามใจ“ถังถัง ต่อให้งานจะยุ่งหรือเหนื่อยแค่ไหน แต่วินาทีที่ได้เห็นคุณ ความเหนื่อย

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 6

    บางทีอาจเพราะถูกเมินมานาน ทำให้เซี่ยหร่านเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดเธอก็ฉีกหน้ากากออกและเผยธาตุแท้ให้เห็นเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เสิ่นชูถังตื่นขึ้นมา ก็เห็นข้อความยั่วยุที่เซี่ยหร่านส่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน“เสิ่นชูถัง ฉันรู้ว่าคุณเห็นแล้ว เป็นยังไงล่ะ ความรู้สึกที่ได้ทนดูสาม

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 5

    กว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ให้หลังแล้วพยาบาลเห็นเธอตื่นขึ้นมา ก็รีบแจ้งหมอให้มาตรวจร่างกายเธอด้วยความดีใจทันที“คุณนายลู่ ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว!”“ประธานลู่กับคุณชายน้อยแทบจะตามหมอมาทั้งเมืองเลยนะคะ แถมประธานลู่ยังบริจาคเงินให้มูลนิธิการกุศลถึงสิบล้าน เพื่อสวดอ้อนวอนให้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status