Share

บทที่ 3

Penulis: นิรนาม
ห้าปีมานี้ลู่ฉืออันเคยมอบเครื่องประดับให้เธอไม่น้อย เธอมองปราดเดียวก็แยกแยะออกว่า กำไลวงนี้กับสร้อยคอเมื่อคืนเดิมทีควรจะเป็นเซ็ตเดียวกัน

เสิ่นชูถังกระตุกมุมปากอย่างเย้ยหยัน

“คุณเซี่ย ดูท่าครอบครัวของคุณจะรักคุณมากเลยนะคะ”

สองพ่อลูกแยกเครื่องประดับที่สมบูรณ์หนึ่งเซ็ตออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งมอบให้เธอ ส่วนอีกครึ่งมอบให้เซี่ยหร่าน

ราวกับว่าหัวใจของพวกเขา ก็แบ่งออกเป็นสองครึ่งได้เช่นกัน

เซี่ยหร่านยิ้มตาหยี

“ใช่ค่ะ พวกเขามักจะบอกว่ารักฉันที่สุด และตามใจฉันเหมือนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เลย”

บางทีอาจจะกังวลว่าเธอจะดูอะไรออก ตลอดทางลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินจึงเอาแต่คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย

เธอกระแอมเบา ๆ ลู่ฉืออันก็รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธอด้วยความปวดใจทันที ก่อนจะรินน้ำร้อนในกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิและยื่นมาจ่อที่ปากของเธออย่างเอาใจใส่

ลู่มู่เฉินเองก็ถอดผ้าพันคอบนคอออก นำมาพันคอให้เธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก่อนจะกำชับให้เธอทำร่างกายให้อบอุ่นราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย

ทว่าเสิ่นชูถังไม่ได้อยากแปดเปื้อนข้าวของที่ติดกลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ ทำเพียงแค่บอกว่าตัวเองอยากกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะเดินตรงกลับไปทันที

สองพ่อลูกมองหน้ากัน และเลือกกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเป็นเพื่อนเธอด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมาย

จนกระทั่งตกเย็น โทรศัพท์มือถือของลู่ฉืออันก็ดังขึ้น

เขารีบกดปิดเสียงอย่างรวดเร็ว หันไปมองเสิ่นชูถังที่ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ บนเตียง แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ชื่อของเซี่ยหร่านบนหน้าจอกำลังกะพริบไม่หยุด ลู่มู่เฉินที่อยู่ด้านข้างกระตุกแขนเสื้อของลู่ฉืออันพลางลดเสียงต่ำลง

“พ่อครับ ผมอยากเจอพี่เซี่ย”

ลู่ฉืออันรีบทำท่าจุ๊ปากให้เงียบเสียง สองพ่อลูกมองหน้ากัน ก่อนจะย่องออกจากห้องไป

วินาทีที่ประตูห้องปิดลง เสิ่นชูถังก็ลืมตาขึ้น เธอสวมเสื้อคลุมแล้วเดินตามหลังพวกเขาไป

สองพ่อลูกเดินจ้ำอ้าวอย่างเร่งรีบ ในที่สุดก็มาถึงหน้าห้องของเซี่ยหร่าน

ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เซี่ยหร่านก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของลู่ฉืออัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ

“ฉืออัน ในที่สุดพวกคุณก็มา วันนี้ฉันอยู่โรงแรมคนเดียวกลัวมากเลย”

“ฉันไม่คาดหวังว่าจะได้อยู่เคียงข้างพวกคุณตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนอย่างภรรยาของคุณหรอกนะคะ ขอแค่พวกคุณแบ่งเวลามาอยู่เป็นเพื่อนฉันวันละสองชั่วโมงก็พอแล้ว”

เซี่ยหร่านพูดพลางใช้ดวงตาที่เปียกชื้นราวกับลูกกวางน้อยจ้องมองลู่ฉืออัน

ลู่ฉืออันทนน้ำตาของเธอไม่ได้มากที่สุด พอเห็นน้ำตาของเธอหัวใจก็อ่อนยวบลงมาทันที เขารีบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบโยนด้วยความปวดใจ

“สองชั่วโมงจะไปพออะไร คืนนี้ผมกับลูกจะอยู่เป็นเพื่อนคุณทั้งคืนเลย”

ลู่มู่เฉินก็ช่วยอธิบายอยู่ด้านข้าง

“พี่เซี่ย พอแม่หลับผมกับพ่อก็รีบมาหาเลยนะ พวกเราเองก็อยากอยู่กับพี่เหมือนกัน”

เซี่ยหร่านมีใบหน้าซาบซึ้งใจ ทว่าราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจึงสลดลง

“ความจริงแล้ว วันนี้ฉันเองก็หนาวมากเหมือนกัน แต่ในสายตาของพวกคุณมีแค่ภรรยาของคุณ แถมยังเอาผ้าพันคอกับกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิที่ฉันตั้งใจเตรียมไว้ให้พวกคุณ...”

ลู่มู่เฉินกังวลว่าเซี่ยหร่านจะเสียใจ จึงรีบก้าวเข้าไปจับมือของเธอไว้

“พี่เซี่ยอย่าเสียใจไปเลย เป็นความผิดของผมกับพ่อเอง เดี๋ยวผมจะให้ความอบอุ่นพี่เองนะ มือของผมอุ่นกว่าผ้าพันคอตั้งเยอะ”

ลู่ฉืออันก็บีบปลายจมูกของเธออย่างตามใจ

“ช่างเป็นจอมหึงหวงจริง ๆ เรื่องแค่นี้ก็หึงด้วยเหรอ รู้ว่าคุณเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ยังไม่หนำใจ ผมถึงได้ตั้งใจเลือกที่นี่ แบบนี้ยังไม่พออีกเหรอ”

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยหร่านก็แหงนหน้าขึ้นประทับริมฝีปากลงบนมุมปากของเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณค่ะประธานลู่”

แววตาของลู่ฉืออันพลันลึกล้ำลง เขากดศีรษะของเซี่ยหร่านเอาไว้ ริมฝีปากและปลายลิ้นของทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกัน มอบจูบแบบฝรั่งเศสอันเร่าร้อนให้แก่กัน

ลู่มู่เฉินยกมือปิดตาพลางวิ่งเข้าไปในห้อง

“หวา ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอหรอกนะ”

ผ่านไปพักใหญ่ลู่ฉืออันถึงยอมปล่อยมือ เซี่ยหร่านหน้าแดงก่ำ ใช้มือทุบหน้าอกของเขาเบา ๆ หนึ่งที

“เมื่อกี้มู่เฉินก็ยังอยู่ตรงนี้นะคะ”

ลู่ฉืออันจับมือของเธอขึ้นมาจรดริมฝีปากประทับจูบลงไป

“กลัวอะไรกัน ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นสักหน่อย”

จากนั้นก็โอบเอวของเซี่ยหร่าน จูงมือลู่มู่เฉินเดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู...

ด้านหลังเสาที่อยู่ข้าง ๆ เสิ่นชูถังน้ำตานองหน้าไปตั้งนานแล้ว

แม้จะรู้ถึงการทรยศของพวกเขามาตั้งนานแล้ว ทว่าเมื่อได้มาเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกถึงกระดูกอยู่ดี ทุกถ้อยคำล้วนแปรเปลี่ยนเป็นดาบแหลมคมนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงหัวใจของเธอจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

สิ่งที่เรียกว่าการชดเชยวันเกิดให้เธอ ก็เป็นเพียงแค่การเติมเต็มความเสียดายที่เซี่ยหร่านยังเล่นไม่หนำใจก็เท่านั้น

เสิ่นชูถังทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ พลางกุมหน้าอกเอาไว้ คำพูดของสองพ่อลูกเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ข้างหู

จะไม่ยอมให้เธอจากไปงั้นเหรอ

แต่ว่า ลู่ฉืออัน ลู่มู่เฉิน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปจากพวกคุณ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 26

    “ถังถัง แม้คุณจะให้อภัยเราไม่ได้ แต่มู่เฉินก็เป็นลูกที่คุณอุ้มท้องมาสิบเดือนกว่าจะคลอดนะ”“เรากำลังจะไปแล้ว คุณช่วยกอดเขาอีกสักครั้งได้ไหม”ลู่มู่เฉินดึงชายเสื้อของเสิ่นชูถังอย่างระมัดระวัง“แม่ครับ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ กอดผมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”กู้สิงโจวอุ้มเยว่เยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้พูดแทรกขึ้นมาในเวลานี้ จู่ ๆ เยว่เยว่ก็เอ่ยปากขึ้น“แม่คะ พี่ชายคนนี้เป็นลูกชายของแม่จริง ๆ เหรอคะ”กู้สิงโจวที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำถามนี้ก็อดตัวเกร็งขึ้นมาไม่ได้เสิ่นชูถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เคยเป็นลูกของแม่ แต่ตอนนี้แม่มีเยว่เยว่เป็นลูกแค่คนเดียว”สิ้นเสียงพูด ลู่มู่เฉินก็ทนรับไม่ไหวอีกต่อไป เริ่มแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ ไม่เอานะ ผมเป็นลูกชายของแม่นะ”เยว่เยว่เห็นเขาร้องไห้เสียใจขนาดนั้นก็ทนไม่ไหว“แม่คะ พี่ชายทำเรื่องผิดไปใช่ไหมคะ แม่ให้อภัยเขาไม่ได้เหรอคะ”เสิ่นชูถังบีบแก้มของเยว่เยว่แบบขำ ๆ“เยว่เยว่ รอให้หนูโตขึ้นก็จะรู้เองว่าความผิดบางอย่างก็ให้อภัยไม่ได้”และคำพูดประโยคนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการตัดสินประหารชีวิตลู่ฉืออันและลู่มู่เฉินพวกเขาจะไม่มีวันได้รั

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 25

    ลู่ฉืออันไม่เข้าใจเขาจะไม่รักเธอได้ยังไงนับตั้งแต่เธอจากไป เขาก็ไม่เคยได้นอนหลับสนิทเลยสักคืน ถึงขั้นยอมใช้สุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อตามหาเธอ ถังถังจะคิดว่าเขาไม่รักเธอได้ยังไงเขามองเสิ่นชูถัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด“ถังถัง ผมจะไม่รักคุณได้ยังไง”เสิ่นชูถังแค่หัวเราะเบา ๆ“แอบไปเจอเซี่ยหร่านลับหลังฉัน นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนวันเกิดของฉัน พวกคุณไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์กับเธอ นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนที่หิมะถล่มก็ปกป้องเซี่ยหร่านอย่างไม่ลังเล นี่เรียกว่ารักเหรอ”ทุกครั้งที่พูดจบไปหนึ่งประโยค ใบหน้าของลู่ฉืออันก็ซีดเผือดลงไปอีกส่วนหนึ่งทุกตัวอักษรที่เสิ่นชูถังพูดออกมาล้วนกลายเป็นคมมีดทิ่มแทงทะลุกลางอกของลู่ฉืออันวินาทีนี้ ลู่ฉืออันรังเกียจตัวเองอย่างที่สุดถ้าตอนนั้นเขายึดมั่นในความตั้งใจเดิม และผลักไสเซี่ยหร่านออกไป ภายหลังก็คงจะไม่เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นเสิ่นชูถังมองความเศร้าในแววตาของลู่ฉืออัน ทว่าในใจกลับไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ แม้แต่น้อย“ฉันรู้ว่าที่พวกคุณมาที่นี่เพราะอยากพาฉันกลับไป”“ลู่ฉืออัน ลู่มู่เฉิน ตอนนี้พวกคุณฟังให้ชัด ๆ นะ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 24

    ลู่มู่เฉินไม่ได้เจอเสิ่นชูถังมาสองเดือน กว่าจะตามหาเธอจนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงแต่ได้ยินเด็กคนอื่นเรียกเธอว่าแม่เท่านั้น แต่ยังพบว่าแม่ที่เคยอ่อนโยนกับเขาในวันวาน ตอนนี้กลับเหลือเพียงความเย็นชา เขาจึงทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจไม่ไหวอีกต่อไป และแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ แม่ไม่ต้องการผมแล้วเหรอ ผมต่างหากที่เป็นลูกชายของแม่”เมื่อก่อนขอแค่ลู่มู่เฉินร้องไห้ เสิ่นชูถังก็จะอุ้มและคอยกล่อมเขาอย่างใจเย็นแต่ตอนนี้เธอทำเพียงแค่ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ ตรงนั้นลู่มู่เฉินรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นฝ่ามืออันอบอุ่นของแม่มาเช็ดน้ำตาให้เสียที พอลืมตาขึ้นมา ถึงเพิ่งพบว่าเสิ่นชูถังยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองดูเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“ร้องไห้พอหรือยัง”“ตอนนี้ลูกเข้าใจความรู้สึกตอนแม่รู้ว่าลูกเรียกเซี่ยหร่านว่าแม่หรือยังล่ะ”นับตั้งแต่ลู่มู่เฉินเกิดมา เสิ่นชูถังก็เลี้ยงดูเขามากับมือจนถึงหกขวบ ความรู้สึกที่เธอทุ่มเทให้กับลูกชายคนนี้ ไม่ได้น้อยไปกว่าที่ทุ่มเทให้ลู่ฉืออันเลยตอนที่เขาป่วย เธอคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืนวันแรกที่เขาไปโรงเรียนอนุบาล เธอทนไม่ไหวจนต้องแอบไปดูเขาที่โรงเรียนตอนที

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 23

    แต่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินกลับคิดไม่ถึงเลยว่า การได้พบเสิ่นชูถังอีกครั้งหลังจากผ่านไปสองเดือนจะเป็นภาพเช่นนี้ก่อนที่จะได้เห็นเสิ่นชูถัง ลู่ฉืออันเชื่อมาตลอดว่า พวกเขารักกันมาสิบปี มู่เฉินก็เป็นลูกที่เธออุ้มท้องมานานถึงสิบเดือนกว่าจะคลอดออกมาต่อให้ตอนนี้เธอยังไม่หายโกรธ ขอเพียงพวกเขายอมรับผิดอย่างจริงใจ เธอจะต้องให้อภัยพวกเขาอย่างแน่นอนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของพวกเขาจะต้องกลับไปมีความสุขเหมือนเมื่อก่อนได้แน่เขาจะรักเธอด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี และจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมายั่วยวนได้อีกแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เวลาผ่านไปเพียงสองเดือน ข้างกายถังถังของเขากลับมีผู้ชายคนอื่นแล้ว ในมือของผู้ชายคนนั้นอุ้มเด็กอยู่หนึ่งคน ปากก็เอาแต่เรียกเธอว่าแม่ ดูราวกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก!ในเวลานี้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถคิดอะไรได้เลยส่วนลู่มู่เฉินก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมากแม่ที่รักเขามากขนาดนั้นจากไปสองเดือน กว่าเขากับพ่อจะตามหาแม่จนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ตอนนี้กลับมีเด็กอีกคนเรียกเธอว่าแม่ลู่มู่เฉินพุ่งตรงเข้าไปราวกับประทัดลูกเล็ก หมายจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของเสิ่นชูถ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 22

    หลังจากตามหามาอีกหนึ่งเดือน ลู่ฉืออันก็ยังคงคว้าน้ำเหลวคนรอบข้างต่างก็บอกให้เขายอมแพ้แม้กระทั่งคุณท่านลู่ที่เกษียณไปตั้งนานแล้ว ก็ยังเอ่ยปากเตือนไม่ให้เขาตามหาอีกในเมื่อเสิ่นชูถังตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไป เธอย่อมไม่มีทางทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ให้เขาตามหาเจอหรอกตอนนี้บริษัทกำลังง่อนแง่น เขาควรจะกลับไปจัดการเรื่องที่บริษัทได้แล้วแต่ลู่ฉืออันกลับไม่ยอมแพ้พวกเขาเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะต้องตามหาเสิ่นชูถังพบคุณท่านลู่มองหลานชายที่ดื้อดึงไม่ยอมรับฟังด้วยความโมโห ทว่าก็จนปัญญาจะทำอะไรได้ถ้ารู้ว่าวันนี้ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ็บปวดแบบนี้ ตอนนั้นทำไมต้องทำเรื่องที่ผิดต่อเสิ่นชูถังด้วยคุณท่านลู่ไม่อาจทนดูบริษัทล้มไปต่อหน้าต่อตาได้ จึงทำได้เพียงออกหน้ากลับมารับช่วงจัดการงานของบริษัทอีกครั้งด้วยตัวเองหลังจากนั้นลู่ฉืออันยิ่งทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดไปกับการตามหาคนส่วนลู่มู่เฉินก็ตามพ่อออกไปตามหาทั้งวันเช่นกันพอได้รับข่าวใด ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นเสิ่นชูถัง พวกเขาก็จะรีบไปทันทีโดยไม่หยุดพักทว่าหนึ่งเดือนผ่านไป กลับมีแต่ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าลู่ฉืออันที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่เค

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 21

    เสิ่นชูถังหายตัวไปอย่างกะทันหัน คนในมหาวิทยาลัยรู้เพียงแค่ว่าพ่อแม่ของเธอมาทำเรื่องดรอปเรียนให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเงาเธออีกเลยแต่เธอไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้กู้สิงโจวฟังได้ ทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนขอโทษเขาเท่านั้นกู้สิงโจวไม่ใช่คนที่ชอบซักไซ้ ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกันทั้งนั้นเขารู้เพียงแค่ว่าสี่ปีให้หลังเขาได้กลับมาพบกับเธออีกครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วทั้งสองคนคุยกันเรื่องของเยว่เยว่เสิ่นชูถังได้รู้ว่าตอนนี้กู้สิงโจวเป็นหมอ งานยุ่งมากจนมักจะไม่มีเวลาดูแลเยว่เยว่เขาเคยลองจ้างพี่เลี้ยงมาแล้ว แต่พี่เลี้ยงคนแรกที่เขาจ้างกลับแอบทำร้ายร่างกายเยว่เยว่ลับหลังเขาตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่กล้าปล่อยเยว่เยว่ไว้ในมือคนอื่นง่าย ๆ อีก ทำได้เพียงวิ่งวุ่นไปมาระหว่างเรื่องงานกับเยว่เยว่เท่านั้นเยว่เยว่แม้อายุยังน้อย แต่ก็รู้ความมาก เลิกเรียนแล้วก็จะไปรอให้กู้สิงโจวมารับที่ชิงช้า ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็จะอยู่บ้านอย่างว่าง่ายเสิ่นชูถังได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้นไปอีกตอนที่ลู่มู่เฉินอายุสี่ขวบ แทบจะไม่มีก้าวไหนเลยที่เธอห่างจากเขาแต่เยว่เยว่

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 8

    สิบปีก่อน เธอกับลู่ฉืออันพบกันครั้งแรกที่สถานพักฟื้นเอกชนแถบชานเมืองมาวันนี้สถานพักฟื้นถูกทิ้งร้างไปแล้ว เหลือเพียงเถาไม้เลื้อยบนกำแพงที่ปกคลุมตึกหลังนี้เอาไว้เธอเดิน ๆ หยุด ๆ ไปตามเส้นทางในความทรงจำ ความทรงจำที่เกี่ยวกับลู่ฉืออันถาโถมเข้าใส่เธอราวกับกระแสน้ำจากที่เขาไม่ตอบสนองเลยตอนพบกันครั้ง

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 4

    เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นชูถังตื่นขึ้นมาตอนที่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินกำลังถืออาหารเช้าเดินเข้ามาในห้องพอดีเห็นเธอตื่นขึ้นมา ลู่ฉืออันก็ยื่นอาหารเช้ามาให้ถึงมืออย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ตามใจ“ผมกับลูกอยากให้คุณนอนต่ออีกหน่อย ก็เลยตั้งใจตื่นเช้าไปเอาอาหารเช้าก

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 2

    เสิ่นชูถังเงยหน้าขึ้นก็เห็นลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินยืนอยู่ตรงประตูลู่มู่เฉินลงมาจากตัวของลู่ฉืออัน ก่อนจะก้าวขาสั้น ๆ พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเธอ“แม่ครับ เมื่อกี้แม่บอกว่าใครจะไปไหนเหรอ”เสิ่นชูถังเอ่ยเสียงเบา“เพื่อนของแม่คนหนึ่ง ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลายเลยตั้งใจจะไปจากสามีกับลูกชายน่ะ”ลู่มู่เฉ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 1

    ในเวลานี้โทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดภาพของลู่ฉืออัน ประธานลู่ซื่อกรุ๊ปกับลู่มู่เฉินผู้เป็นลูกชายกำลังลงจากเครื่องบินลู่ฉืออันอุ้มลูกชายลู่มู่เฉินก้าวยาว ๆ เดินไปข้างหน้านักข่าววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปถามจี้“ประธานลู่ ได้ยินมาว่าเมื่อวานคุณประชุมที่ฝรั่งเศสเสร็จก็นั่งเครื่องบินกลับมาทั้งคืน ทำไมถึงได้รีบร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status