Partager

บทที่ 2

Auteur: นิรนาม
เสิ่นชูถังเงยหน้าขึ้นก็เห็นลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินยืนอยู่ตรงประตู

ลู่มู่เฉินลงมาจากตัวของลู่ฉืออัน ก่อนจะก้าวขาสั้น ๆ พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเธอ

“แม่ครับ เมื่อกี้แม่บอกว่าใครจะไปไหนเหรอ”

เสิ่นชูถังเอ่ยเสียงเบา

“เพื่อนของแม่คนหนึ่ง ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลายเลยตั้งใจจะไปจากสามีกับลูกชายน่ะ”

ลู่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นหอมแก้มเธอฟอดใหญ่

“เพื่อนของแม่น่าสงสารจังเลย โชคดีที่ผมกับพ่อจะรักแม่ตลอดไป”

ลู่ฉืออันวางเสื้อคลุมให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้ามากอดพวกเขาไว้ในอ้อมแขน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย

“ลูกพูดถูกแล้ว ถังถัง ครอบครัวเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

เสิ่นชูถังไม่ได้พูดอะไร ขนตายาวงอนบดบังความขมขื่นในแววตาเอาไว้

ตลอดไปงั้นเหรอ...

พวกเขาจะไม่มีคำว่าตลอดไปอีกแล้ว

ลู่มู่เฉินเห็นเค้กบนโต๊ะ ก็รีบหยิบถุงในมือออกมา

“แม่ครับ นี่ของขวัญที่ผมกับพ่อเลือกให้แม่!”

ลู่ฉืออันหยิบกล่องของขวัญในถุงออกมาเปิดดู ด้านในคือสร้อยคอมรกตเส้นหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย

“ถังถัง งานที่ฝรั่งเศสยุ่งมาก ผมกับลูกก็เลยกลับมาช้าไปหน่อย คุณอย่าโกรธพวกเราเลยนะ”

เขาพูดพลางหยิบสร้อยคอออกมา และก้มหน้าเตรียมจะสวมให้กับเสิ่นชูถัง

วินาทีที่ขยับเข้ามาใกล้ เสิ่นชูถังก็ได้กลิ่นดอกพุดซ้อนฉุนกึก

ทว่าเธอไม่เคยใช้น้ำหอมเลย

กระเพาะอาหารปั่นป่วนขึ้นมาอย่างรุนแรง เธออดผลักสองพ่อลูกออกไม่ได้ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำและอาเจียนลมออกมาไม่หยุด

ลู่ฉืออันใส่ใจสุขภาพของเธอมาตลอด ปกติแค่ไอเบา ๆ เขาก็ทำท่าทางราวกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ ตอนนี้พอเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ยิ่งร้อนใจจนรีบโทรศัพท์หาหมอทันที

เสิ่นชูถังกดมือของเขาเอาไว้ ดวงตาที่เพิ่งจะแดงก่ำจากการอาเจียนลมเมื่อครู่มองเขาตาไม่กะพริบ

“ฉันไม่เป็นไร แค่นึกถึงสามีกับลูกชายของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าการกระทำของพวกเขามันน่าสะอิดสะเอียนน่ะ”

“ลู่ฉืออัน ถ้าคุณไม่รักฉันแล้ว ฉันจะ...”

“ไม่มีทาง!”

เธอยังพูดไม่ทันจบ ลู่ฉืออันก็รีบขัดจังหวะทันที เขาขยับเข้าไปกอดเธอไว้ในอ้อมแขนแน่น ราวกับต้องการให้หลอมรวมเข้าไปในร่างกายตัวเอง ไม่แยกจากเธออีกต่อไป

“ถังถัง หัวใจของผม คุณยังไม่รู้ชัดอีกเหรอ ชาตินี้ผมจะรักผู้หญิงคือคุณคนเดียว ผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากผมหรอก!”

ลู่มู่เฉินกำหมัดแน่นเช่นกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง

“แม่วางใจได้เลย ผมกับพ่อจะไม่มีทางทำเรื่องที่ทำร้ายแม่เด็ดขาด”

“ผมก็จะช่วยแม่จับตาดูพ่อให้ด้วย ถ้าเขากล้าทำเรื่องที่ผิดต่อแม่ ผมจะรีบบอกแม่ทันทีเลย! ผมจะยืนอยู่ข้างแม่ตลอดไป”

ประโยคนี้ทำเอาลู่ฉืออันหลุดหัวเราะออกมา

“เจ้าเด็กบ้า ในใจลูกพ่อเป็นคนแบบนั้นหรือไง”

ลู่มู่เฉินถลึงตาใส่เขาหนึ่งที

“หึ ยังไงผมก็รักแม่ที่สุด ผมจะปกป้องแม่เอง”

......

เมื่อฟังคำพูดต่อล้อต่อเถียงของทั้งสองคน บนใบหน้าของเสิ่นชูถังกลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม

เธอรู้สึกเพียงแค่เหมือนมีมีดแหลมคมเล่มหนึ่ง กำลังกรีดหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด

ลู่ฉืออันบอกว่ารักเธอ แต่กลับไปมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างนอก

ลู่มู่เฉินบอกว่าจะปกป้องเธอ แต่กลับช่วยลู่ฉืออันปิดบังและหลอกลวงเธอ

เธอแยกไม่ออกแล้วว่าคำพูดของพวกเขาคือคำโกหกหรือความจริงใจกันแน่

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ลู่ฉืออันลงมือทำอาหารเช้าให้เธอด้วยตัวเองเหมือนเช่นเคย ก่อนจะยกมาวางตรงหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ตามใจ

“ถังถัง กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ครอบครัวเราไปลานสกีกันดีไหม”

“เมื่อวานผมกับลูกกลับมาดึก วันนี้จะอยู่เป็นเพื่อนคุณ ชดเชยวันเกิดให้คุณนะ”

ลู่มู่เฉินก็ยื่นน้ำผลไม้คั้นสดให้เธอหนึ่งแก้ว ก่อนจะโอบเอวของเธอพลางออดอ้อน

“ไปกันเถอะครับแม่ เล่นสกีสนุกมากเลยนะ”

เสิ่นชูถังไม่ได้สนใจการเล่นสกีเลยสักนิด แต่ใช้เวลาแค่ช่วงกินอาหารเช้า สองพ่อลูกก็เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและดึงเธอขึ้นรถมาแล้ว

พอไปถึงลานสกี เธอถึงเพิ่งจะรู้ว่าทำไมสองพ่อลูกถึงดึงดันจะมาที่นี่ให้ได้

ทันทีที่ลงจากรถ เธอก็เห็นเซี่ยหร่านยืนชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาอยู่ตรงหน้าลานสกี

หลังจากที่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินลงมาจากรถ ดวงตาของเซี่ยหร่านก็เป็นประกายขึ้นมา เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา ถอดผ้าพันคอบนคอของตัวเองออกไปพันคอให้ลู่มู่เฉินอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ยื่นกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิให้ลู่ฉืออัน ก่อนมองเขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย

เสิ่นชูถังมองดูการกระทำอันแสนลื่นไหลเหล่านั้นของเธอเงียบ ๆ

แม้ว่าลู่มู่เฉินจะอายุยังน้อย แต่มักจะไม่ชอบให้คนนอกตระกูลลู่มาแตะต้องตัว

ส่วนลู่ฉืออันตั้งแต่ถูกคนวางยาในเครื่องดื่มเมื่อหกปีก่อน ก็ไม่เคยรับเครื่องดื่มที่ผู้หญิงคนอื่นยื่นให้นอกจากเธออีกเลย

ลู่ฉืออันกระแอมเบา ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย

“ถังถัง นี่ผู้ช่วยของผม เซี่ยหร่าน ทริปลานสกีครั้งนี้เธอเป็นคนจัดการน่ะ พาเธอมาด้วยจะสะดวกกว่า ผมก็เลยเรียกเธอมาด้วยกันเลย”

ลู่มู่เฉินก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ “ใช่แล้วครับแม่ เรามีหน้าที่เล่นอย่างเดียว ดีจะตายไป”

ตกลงว่าเป็นเพราะความสะดวก หรือแค่อยากจะอยู่กับเซี่ยหร่านตลอดเวลากันแน่

เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะไปค้นหาความคิดที่แท้จริงของสองพ่อลูกอีกแล้ว

เซี่ยหร่านเพิ่งจะทำราวกับเพิ่งมองเห็นเธอเป็นครั้งแรก ยื่นมือมาหาเธออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“สวัสดีค่ะคุณนาย ฉันจะไม่รบกวนครอบครัวของพวกคุณหรอกนะคะ”

เสิ่นชูถังตาไวเหลือบไปเห็นสีเขียวมรกตบนข้อมือของเธอ

“บนมือของคุณนั่นอะไรคะ”

เมื่อได้ยินดังนั้นเซี่ยหร่านก็เผยให้เห็นข้อมือขาวเนียน ซึ่งสวมกำไลหยกสีเขียวมรกตทั้งวงอยู่ ก่อนตอบด้วยใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

“ของขวัญที่ครอบครัวของฉันให้มาค่ะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 26

    “ถังถัง แม้คุณจะให้อภัยเราไม่ได้ แต่มู่เฉินก็เป็นลูกที่คุณอุ้มท้องมาสิบเดือนกว่าจะคลอดนะ”“เรากำลังจะไปแล้ว คุณช่วยกอดเขาอีกสักครั้งได้ไหม”ลู่มู่เฉินดึงชายเสื้อของเสิ่นชูถังอย่างระมัดระวัง“แม่ครับ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ กอดผมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”กู้สิงโจวอุ้มเยว่เยว่ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้พูดแทรกขึ้นมาในเวลานี้ จู่ ๆ เยว่เยว่ก็เอ่ยปากขึ้น“แม่คะ พี่ชายคนนี้เป็นลูกชายของแม่จริง ๆ เหรอคะ”กู้สิงโจวที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำถามนี้ก็อดตัวเกร็งขึ้นมาไม่ได้เสิ่นชูถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เคยเป็นลูกของแม่ แต่ตอนนี้แม่มีเยว่เยว่เป็นลูกแค่คนเดียว”สิ้นเสียงพูด ลู่มู่เฉินก็ทนรับไม่ไหวอีกต่อไป เริ่มแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ ไม่เอานะ ผมเป็นลูกชายของแม่นะ”เยว่เยว่เห็นเขาร้องไห้เสียใจขนาดนั้นก็ทนไม่ไหว“แม่คะ พี่ชายทำเรื่องผิดไปใช่ไหมคะ แม่ให้อภัยเขาไม่ได้เหรอคะ”เสิ่นชูถังบีบแก้มของเยว่เยว่แบบขำ ๆ“เยว่เยว่ รอให้หนูโตขึ้นก็จะรู้เองว่าความผิดบางอย่างก็ให้อภัยไม่ได้”และคำพูดประโยคนี้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการตัดสินประหารชีวิตลู่ฉืออันและลู่มู่เฉินพวกเขาจะไม่มีวันได้รั

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 25

    ลู่ฉืออันไม่เข้าใจเขาจะไม่รักเธอได้ยังไงนับตั้งแต่เธอจากไป เขาก็ไม่เคยได้นอนหลับสนิทเลยสักคืน ถึงขั้นยอมใช้สุขภาพของตัวเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อตามหาเธอ ถังถังจะคิดว่าเขาไม่รักเธอได้ยังไงเขามองเสิ่นชูถัง ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด“ถังถัง ผมจะไม่รักคุณได้ยังไง”เสิ่นชูถังแค่หัวเราะเบา ๆ“แอบไปเจอเซี่ยหร่านลับหลังฉัน นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนวันเกิดของฉัน พวกคุณไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์กับเธอ นี่เรียกว่ารักเหรอ”“ตอนที่หิมะถล่มก็ปกป้องเซี่ยหร่านอย่างไม่ลังเล นี่เรียกว่ารักเหรอ”ทุกครั้งที่พูดจบไปหนึ่งประโยค ใบหน้าของลู่ฉืออันก็ซีดเผือดลงไปอีกส่วนหนึ่งทุกตัวอักษรที่เสิ่นชูถังพูดออกมาล้วนกลายเป็นคมมีดทิ่มแทงทะลุกลางอกของลู่ฉืออันวินาทีนี้ ลู่ฉืออันรังเกียจตัวเองอย่างที่สุดถ้าตอนนั้นเขายึดมั่นในความตั้งใจเดิม และผลักไสเซี่ยหร่านออกไป ภายหลังก็คงจะไม่เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นเสิ่นชูถังมองความเศร้าในแววตาของลู่ฉืออัน ทว่าในใจกลับไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ แม้แต่น้อย“ฉันรู้ว่าที่พวกคุณมาที่นี่เพราะอยากพาฉันกลับไป”“ลู่ฉืออัน ลู่มู่เฉิน ตอนนี้พวกคุณฟังให้ชัด ๆ นะ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 24

    ลู่มู่เฉินไม่ได้เจอเสิ่นชูถังมาสองเดือน กว่าจะตามหาเธอจนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงแต่ได้ยินเด็กคนอื่นเรียกเธอว่าแม่เท่านั้น แต่ยังพบว่าแม่ที่เคยอ่อนโยนกับเขาในวันวาน ตอนนี้กลับเหลือเพียงความเย็นชา เขาจึงทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจไม่ไหวอีกต่อไป และแผดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนัก“แม่ครับ แม่ไม่ต้องการผมแล้วเหรอ ผมต่างหากที่เป็นลูกชายของแม่”เมื่อก่อนขอแค่ลู่มู่เฉินร้องไห้ เสิ่นชูถังก็จะอุ้มและคอยกล่อมเขาอย่างใจเย็นแต่ตอนนี้เธอทำเพียงแค่ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ ตรงนั้นลู่มู่เฉินรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นฝ่ามืออันอบอุ่นของแม่มาเช็ดน้ำตาให้เสียที พอลืมตาขึ้นมา ถึงเพิ่งพบว่าเสิ่นชูถังยังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองดูเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“ร้องไห้พอหรือยัง”“ตอนนี้ลูกเข้าใจความรู้สึกตอนแม่รู้ว่าลูกเรียกเซี่ยหร่านว่าแม่หรือยังล่ะ”นับตั้งแต่ลู่มู่เฉินเกิดมา เสิ่นชูถังก็เลี้ยงดูเขามากับมือจนถึงหกขวบ ความรู้สึกที่เธอทุ่มเทให้กับลูกชายคนนี้ ไม่ได้น้อยไปกว่าที่ทุ่มเทให้ลู่ฉืออันเลยตอนที่เขาป่วย เธอคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืนวันแรกที่เขาไปโรงเรียนอนุบาล เธอทนไม่ไหวจนต้องแอบไปดูเขาที่โรงเรียนตอนที

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 23

    แต่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินกลับคิดไม่ถึงเลยว่า การได้พบเสิ่นชูถังอีกครั้งหลังจากผ่านไปสองเดือนจะเป็นภาพเช่นนี้ก่อนที่จะได้เห็นเสิ่นชูถัง ลู่ฉืออันเชื่อมาตลอดว่า พวกเขารักกันมาสิบปี มู่เฉินก็เป็นลูกที่เธออุ้มท้องมานานถึงสิบเดือนกว่าจะคลอดออกมาต่อให้ตอนนี้เธอยังไม่หายโกรธ ขอเพียงพวกเขายอมรับผิดอย่างจริงใจ เธอจะต้องให้อภัยพวกเขาอย่างแน่นอนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของพวกเขาจะต้องกลับไปมีความสุขเหมือนเมื่อก่อนได้แน่เขาจะรักเธอด้วยความจริงใจทั้งหมดที่มี และจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมายั่วยวนได้อีกแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เวลาผ่านไปเพียงสองเดือน ข้างกายถังถังของเขากลับมีผู้ชายคนอื่นแล้ว ในมือของผู้ชายคนนั้นอุ้มเด็กอยู่หนึ่งคน ปากก็เอาแต่เรียกเธอว่าแม่ ดูราวกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก!ในเวลานี้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถคิดอะไรได้เลยส่วนลู่มู่เฉินก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างมากแม่ที่รักเขามากขนาดนั้นจากไปสองเดือน กว่าเขากับพ่อจะตามหาแม่จนเจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ตอนนี้กลับมีเด็กอีกคนเรียกเธอว่าแม่ลู่มู่เฉินพุ่งตรงเข้าไปราวกับประทัดลูกเล็ก หมายจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของเสิ่นชูถ

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 22

    หลังจากตามหามาอีกหนึ่งเดือน ลู่ฉืออันก็ยังคงคว้าน้ำเหลวคนรอบข้างต่างก็บอกให้เขายอมแพ้แม้กระทั่งคุณท่านลู่ที่เกษียณไปตั้งนานแล้ว ก็ยังเอ่ยปากเตือนไม่ให้เขาตามหาอีกในเมื่อเสิ่นชูถังตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไป เธอย่อมไม่มีทางทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ให้เขาตามหาเจอหรอกตอนนี้บริษัทกำลังง่อนแง่น เขาควรจะกลับไปจัดการเรื่องที่บริษัทได้แล้วแต่ลู่ฉืออันกลับไม่ยอมแพ้พวกเขาเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะต้องตามหาเสิ่นชูถังพบคุณท่านลู่มองหลานชายที่ดื้อดึงไม่ยอมรับฟังด้วยความโมโห ทว่าก็จนปัญญาจะทำอะไรได้ถ้ารู้ว่าวันนี้ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ็บปวดแบบนี้ ตอนนั้นทำไมต้องทำเรื่องที่ผิดต่อเสิ่นชูถังด้วยคุณท่านลู่ไม่อาจทนดูบริษัทล้มไปต่อหน้าต่อตาได้ จึงทำได้เพียงออกหน้ากลับมารับช่วงจัดการงานของบริษัทอีกครั้งด้วยตัวเองหลังจากนั้นลู่ฉืออันยิ่งทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดไปกับการตามหาคนส่วนลู่มู่เฉินก็ตามพ่อออกไปตามหาทั้งวันเช่นกันพอได้รับข่าวใด ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นเสิ่นชูถัง พวกเขาก็จะรีบไปทันทีโดยไม่หยุดพักทว่าหนึ่งเดือนผ่านไป กลับมีแต่ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าลู่ฉืออันที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่เค

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 21

    เสิ่นชูถังหายตัวไปอย่างกะทันหัน คนในมหาวิทยาลัยรู้เพียงแค่ว่าพ่อแม่ของเธอมาทำเรื่องดรอปเรียนให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเงาเธออีกเลยแต่เธอไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้กู้สิงโจวฟังได้ ทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนขอโทษเขาเท่านั้นกู้สิงโจวไม่ใช่คนที่ชอบซักไซ้ ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกันทั้งนั้นเขารู้เพียงแค่ว่าสี่ปีให้หลังเขาได้กลับมาพบกับเธออีกครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วทั้งสองคนคุยกันเรื่องของเยว่เยว่เสิ่นชูถังได้รู้ว่าตอนนี้กู้สิงโจวเป็นหมอ งานยุ่งมากจนมักจะไม่มีเวลาดูแลเยว่เยว่เขาเคยลองจ้างพี่เลี้ยงมาแล้ว แต่พี่เลี้ยงคนแรกที่เขาจ้างกลับแอบทำร้ายร่างกายเยว่เยว่ลับหลังเขาตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่กล้าปล่อยเยว่เยว่ไว้ในมือคนอื่นง่าย ๆ อีก ทำได้เพียงวิ่งวุ่นไปมาระหว่างเรื่องงานกับเยว่เยว่เท่านั้นเยว่เยว่แม้อายุยังน้อย แต่ก็รู้ความมาก เลิกเรียนแล้วก็จะไปรอให้กู้สิงโจวมารับที่ชิงช้า ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็จะอยู่บ้านอย่างว่าง่ายเสิ่นชูถังได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้นไปอีกตอนที่ลู่มู่เฉินอายุสี่ขวบ แทบจะไม่มีก้าวไหนเลยที่เธอห่างจากเขาแต่เยว่เยว่

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 8

    สิบปีก่อน เธอกับลู่ฉืออันพบกันครั้งแรกที่สถานพักฟื้นเอกชนแถบชานเมืองมาวันนี้สถานพักฟื้นถูกทิ้งร้างไปแล้ว เหลือเพียงเถาไม้เลื้อยบนกำแพงที่ปกคลุมตึกหลังนี้เอาไว้เธอเดิน ๆ หยุด ๆ ไปตามเส้นทางในความทรงจำ ความทรงจำที่เกี่ยวกับลู่ฉืออันถาโถมเข้าใส่เธอราวกับกระแสน้ำจากที่เขาไม่ตอบสนองเลยตอนพบกันครั้ง

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 7

    ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินตอบเป็นเสียงเดียวกัน“ไม่เหนื่อย!”ลู่มู่เฉินจับมือของเธอเอาไว้พลางมองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ“เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับแม่ ผมไม่มีทางเหนื่อยหรอกครับ”ลู่ฉืออันบีบแก้มของเธออย่างตามใจ“ถังถัง ต่อให้งานจะยุ่งหรือเหนื่อยแค่ไหน แต่วินาทีที่ได้เห็นคุณ ความเหนื่อย

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 6

    บางทีอาจเพราะถูกเมินมานาน ทำให้เซี่ยหร่านเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดเธอก็ฉีกหน้ากากออกและเผยธาตุแท้ให้เห็นเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เสิ่นชูถังตื่นขึ้นมา ก็เห็นข้อความยั่วยุที่เซี่ยหร่านส่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน“เสิ่นชูถัง ฉันรู้ว่าคุณเห็นแล้ว เป็นยังไงล่ะ ความรู้สึกที่ได้ทนดูสาม

  • คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก   บทที่ 5

    กว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ให้หลังแล้วพยาบาลเห็นเธอตื่นขึ้นมา ก็รีบแจ้งหมอให้มาตรวจร่างกายเธอด้วยความดีใจทันที“คุณนายลู่ ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว!”“ประธานลู่กับคุณชายน้อยแทบจะตามหมอมาทั้งเมืองเลยนะคะ แถมประธานลู่ยังบริจาคเงินให้มูลนิธิการกุศลถึงสิบล้าน เพื่อสวดอ้อนวอนให้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status