Short
ตายแล้วให้ยมบาลหนึ่งดาว เพราะฉันตายช้าเกินไป

ตายแล้วให้ยมบาลหนึ่งดาว เพราะฉันตายช้าเกินไป

By:  จูเอ๋อร์Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังจากฉันตาย ยมบาลก็มารับฉันไปยมโลก แล้วให้ฉันประเมินการให้บริการครั้งนี้ คนอื่นต่างให้ห้าดาว ขอบคุณที่เขาไม่รีบมาเก็บวิญญาณ ทำให้พวกเขาได้เสพสุขกับชีวิตนานขึ้น แต่ฉันให้แค่ดาวเดียว เหตุผลคือ [ตายช้าเกินไป] ทั้งยมโลกแตกตื่นขึ้นมาทันที ยมบาลทำหน้าบึ้งตึง หิ้วฉันไปหน้าตำหนัก “อายุขัยของเจ้ามีแค่สิบแปดปี ยังคิดว่าอยู่มานานเกินไปอีกเหรอ?” ฉันส่ายหน้า “หลังจากถูกรับตัวกลับตระกูลมหาเศรษฐี ฉันเคยตายมาแล้วเจ็ดครั้ง” “แต่ทุกครั้งพวกเขาก็ช่วยชีวิตฉันกลับมา แล้วบอกว่าฉันไม่มีสิทธิ์ตาย” ยมบาลเปิดบัญชีชะตาชีวิต คุณหนูตัวจริงของตระกูลหลินที่พลัดพรากจากครอบครัว มีพ่อแม่ พี่ชายห้าคน และหลินซูซูผู้เป็นน้องสาวบุญธรรม นั่งรถหรู อยู่คฤหาสน์ มีทรัพย์สินตระกูลนับหมื่นล้านให้ใช้ ยมบาลแค่นหัวเราะ “ชีวิตเจ้าได้มาขนาดนี้ ยังมาให้รีวิวแย่ ๆ ข้าอีก?” “ข้านี่แหละจะคืนชีพ ไปดูเรื่องของเจ้าให้เห็นกับตาเอง!” เขาคว้าวิญญาณของฉันไว้ “ถ้าเจ้าโกหก ก็แก้รีวิวหนึ่งดาวนี่เป็นห้าดาว แล้วเขียนรีวิวดี ๆ เพิ่มอีกแปดพันคำ!” วินาทีต่อมา เขาก็กลายเป็นฉันแล้วลืมตาขึ้น

View More

Chapter 1

บทที่ 1

แต่แม่กลับตบหน้าเขาอย่างแรง

“ฉันว่าแล้วว่าเธอแกล้งตาย!”

......

ยมบาลกุมแก้ม นิ่งอึ้งไปเต็ม ๆ สามวินาที

ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา มนุษย์คนไหนเห็นเขาแล้วไม่คุกเข่าร้องขอชีวิตบ้าง?

แววตาของเขาพลันลุกโชนด้วยความโกรธ กำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่กลับพบว่าใช้พลังไม่ได้

ตอนนั้นเองเขาถึงนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้กำลังใช้ร่างของฉันอยู่ จึงไม่มีพลังเทพแม้แต่น้อย

ระหว่างที่เขายังอึ้ง พ่อก็เดินเข้ามาพูดเสียงเย็น

“ก็แค่ให้เธอลงสระไปหาสร้อยข้อมือให้ซูซู จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นด้วยเหรอ?”

หลินซูซูหลบอยู่ด้านหลังพี่ชายคนโต ดวงตาแดงก่ำราวกับกระต่าย

“เป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่น่าทำสร้อยข้อมือที่แม่ให้หายเลย”

“ถ้าพี่สาวไม่อยากช่วยก็บอกกันตรง ๆ ได้ ไม่เห็นต้องใช้วิธีนี้ทำให้ทุกคนตกใจเลย”

พี่ชายใหญ่ปกป้องเธอทันที

“ซูซู เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”

พูดจบ เขาก็มองไปทางเตียงผู้ป่วยด้วยสายตารังเกียจ

“หลินอวี่ เธอโตมาในแถบภูเขา ไม่มีใครสอนเรื่องกฎระเบียบมารยาท พวกเราค่อย ๆ สอนเธอได้”

“แต่เธอจะไม่พอใจเมื่อไหร่ก็เอาเรื่องฆ่าตัวตายมาบีบให้คนทั้งครอบครัวต้องคอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอไม่ได้”

พี่ชายรองก็แค่นหัวเราะ

“ซูซูแค่ขอให้เธอช่วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอก็แกล้งจมน้ำจนต้องเข้าโรงพยาบาล”

“สมแล้วที่ใช้ชีวิตตามใจอยู่นอกบ้านจนเคยตัว ไม่มีการอบรมสั่งสอนเลยสักนิด”

ยมบาลรู้ดีว่าฉันตายจริง เขาอ้าปาก ดูท่าคงอยากด่าออกมา

แต่แม่จูงมือหลินซูซูหันหลังไปแล้ว

“อยู่ที่นี่สำนึกผิดให้ดี”

“เมื่อไหร่รู้จักทำตัวรู้ความเหมือนซูซูแล้ว ค่อยกลับบ้าน”

หลังจากพวกเขาออกจากห้องผู้ป่วย รถเข็นอาหารก็ถูกเข็นเข้ามา

โจ๊กปลิงทะเล ปลานึ่ง และซี่โครงตุ๋นจนนุ่มเปื่อย วางเรียงเต็มโต๊ะ

สีหน้าของยมบาลผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขามองไปยังโต๊ะอาหาร

“อืม ถึงการลงไม้ลงมือจะไม่ถูกก็เถอะ”

“แต่โลกมนุษย์มีคำโบราณอยู่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”

“พวกเขายอมช่วยชีวิตเจ้า แถมยังเตรียมอาหารดีขนาดนี้ไว้ให้ แสดงว่าในใจก็ยังห่วงเจ้าอยู่แน่!”

ฉันพยักหน้าอย่างไร้ความรู้สึก

“อาจจะมั้ง”

เขาคีบซี่โครงชิ้นหนึ่งเข้าปาก ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

“อาหารของโลกมนุษย์สมัยนี้อร่อยขนาดนี้เชียว!”

เขายัดอาหารเข้าปากติด ๆ กันหลายคำ ก่อนจะตำหนิฉันด้วยเสียงอู้อี้

“เจ้าผีน้อยอย่างเจ้านี่ไม่รู้จักรับความหวังดีเอาเสียเลย”

“ได้อยู่คฤหาสน์ กินอาหารเลิศรส แถมยังมีคนตั้งมากมายคอยดูแลเจ้า”

“ขนาดนี้แล้วยังคิดว่าตัวเองตายช้าเกินไปอีกเหรอ?”

ฉันมองเขากินอย่างตะกละตะกลาม ก่อนเอ่ยเตือนเบา ๆ

“ท่านยมบาล”

“ถ้าฉันเป็นท่าน ฉันจะไม่กินต่อแล้ว”

ยมบาลไม่ใส่ใจ เพียงเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง

“หมายความว่าไง?”

วินาทีต่อมา เสียงกระแสไฟฟ้าแหลมบาดหูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

ร่างของยมบาลเกร็งแข็งทันที

เขากลิ้งตกจากเตียง ก่อนจะบีบคอตัวเองไว้แน่น

“ของบ้าอะไรเนี่ย!”

กระแสไฟฟ้าช็อตเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า

เขาถูกไฟฟ้าช็อตจนดิ้นพลิกไปมา หน้าผากกระแทกตู้เข้าอย่างแรง ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา

จนกระทั่งไฟฟ้าหยุดลง เขาจึงยกมือสั่นเทาขึ้นคลำลำคอ

ตรงนั้นมีปลอกคอหนังเส้นหนึ่งคล้องรัดแน่นอยู่

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิด

แม่จูงมือหลินซูซูเดินเข้ามา ในมือถือรีโมต ดวงตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“เมื่อกี้ฉันเห็นจากกล้องวงจรปิดชัดเจนทุกอย่าง”

“คำแรกที่กิน เธอเคี้ยวแค่สามทีก็กลืนแล้ว”

“นั่งก็ไม่เป็นท่า กินก็ไม่เป็นท่า! ไม่รู้จักกฎระเบียบเอาเสียเลย!”

“ตระกูลหลินไม่มีลูกสาวอย่างเธอ!”

ยมบาลยันขอบเตียงไว้ สีหน้ามืดทะมึนลงทันที

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
แต่แม่กลับตบหน้าเขาอย่างแรง“ฉันว่าแล้วว่าเธอแกล้งตาย!”......ยมบาลกุมแก้ม นิ่งอึ้งไปเต็ม ๆ สามวินาทีตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา มนุษย์คนไหนเห็นเขาแล้วไม่คุกเข่าร้องขอชีวิตบ้าง?แววตาของเขาพลันลุกโชนด้วยความโกรธ กำลังจะระเบิดอารมณ์ แต่กลับพบว่าใช้พลังไม่ได้ตอนนั้นเองเขาถึงนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้กำลังใช้ร่างของฉันอยู่ จึงไม่มีพลังเทพแม้แต่น้อยระหว่างที่เขายังอึ้ง พ่อก็เดินเข้ามาพูดเสียงเย็น“ก็แค่ให้เธอลงสระไปหาสร้อยข้อมือให้ซูซู จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นด้วยเหรอ?”หลินซูซูหลบอยู่ด้านหลังพี่ชายคนโต ดวงตาแดงก่ำราวกับกระต่าย“เป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่น่าทำสร้อยข้อมือที่แม่ให้หายเลย”“ถ้าพี่สาวไม่อยากช่วยก็บอกกันตรง ๆ ได้ ไม่เห็นต้องใช้วิธีนี้ทำให้ทุกคนตกใจเลย”พี่ชายใหญ่ปกป้องเธอทันที“ซูซู เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”พูดจบ เขาก็มองไปทางเตียงผู้ป่วยด้วยสายตารังเกียจ“หลินอวี่ เธอโตมาในแถบภูเขา ไม่มีใครสอนเรื่องกฎระเบียบมารยาท พวกเราค่อย ๆ สอนเธอได้”“แต่เธอจะไม่พอใจเมื่อไหร่ก็เอาเรื่องฆ่าตัวตายมาบีบให้คนทั้งครอบครัวต้องคอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอไม่ได้”พี่ชายรองก็แค่นหัว
Read more
บทที่ 2
แม่แค่นหัวเราะ“ฉันตั้งใจให้คนเอาอาหารพวกนี้มา ก็เพื่อดูว่าเธอจะรู้จักจำบ้างไหม”“สุดท้ายเธอก็ยังทำให้ฉันผิดหวัง”“สมแล้วที่เป็นลูกเถื่อนจากบ้านป่า สันดานเดิมแก้ไม่หายจริง ๆ!”ยมบาลเงยหน้าขึ้นทันที แววตาดำทะมึนน่าสะพรึงกลัว“เธอเอาอะไรคล้องคอฉันไว้วะ?” เขากระชากปลอกคอ เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน“นี่มันโซ่หมาใช่ไหม?”“ทางที่ดีตอนนี้เธอรีบจัดการให้ฉัน—”เขายังพูดไม่ทันจบ หลินซูซูก็บีบจมูก ก่อนผลักจานซี่โครงตรงหน้าออกอย่างรังเกียจ“อี๋ ซี่โครงนี่คาวจัง”จานตกกระแทกพื้นดังเพล้งจนแตกละเอียด น้ำแกงกระเด็นใส่ยมบาลเต็มตัวแต่แม่กลับรีบดึงเธอไปหลบด้านหลังทันที ก่อนก้มตรวจชายกระโปรงอย่างร้อนรน“ตายจริง โดนลวกตรงไหนหรือเปล่า?”“ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ กลับบ้านแล้วแม่จะตุ๋นซุปไก่ใส่กระเพาะปลาให้กิน”ยมบาลที่เปรอะน้ำแกงไปทั้งตัวชี้หน้าหลินซูซูด้วยความเดือดดาล“ฉันนั่งกินข้าวดี ๆ เธอกลับช็อตฉันจนตัวกระตุก”“หลินซูซูจงใจทำจานตกจนเลอะเทอะไปหมด แล้วเธอยังให้รางวัลอีกเหรอ?”แม่แค่นเสียงเย็นแล้วยกมือขึ้นเพียะ! ฝ่ามือฟาดเข้าหน้ายมบาลอย่างแรงอีกครั้ง“ไฟแค่นี้ก็แค่ทำให้เจ็บจี๊ดนิดเ
Read more
บทที่ 3
ฉันเห็นมุมปากของยมบาลกระตุกอย่างแรงเขาจ้องช่องหมาตรงหน้า สีหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธฉันหลุบตาลงแล้วยักไหล่“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับฉัน”“เรากลับโรงพยาบาลกันเถอะ”แต่ยมบาลกลับแค่นเสียงเย็น ก่อนคว้าตัวฉันไว้“รอข้านี่สืบให้รู้เรื่องก่อน แล้วค่อยคิดบัญชีกับพวกเขาทีละเรื่อง!”พูดจบ เขาก็กัดฟันมุดเข้าไปทันทีที่คลานออกมา ก็เห็นพี่ชายทั้งห้าของฉันยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลส่วนหลินซูซูถูกพวกเขาล้อมปกป้องไว้ตรงกลางพี่ชายใหญ่ตวาดเสียงเย็น“หลินอวี่ มีประตูใหญ่ไม่เดิน ดันมุดช่องหมาเข้ามา อยากเรียกร้องความสงสารจากใคร?”ยมบาลเดือดดาลขึ้นมาทันที“ฉันไม่มีสิทธิ์ผ่านเข้าออกต่างหาก!” ขอบตาของหลินซูซูแดงขึ้นทันที ก่อนโผเข้ากอดพี่ชายใหญ่“เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้านฉันเป็นคนดูแลทั้งหมด ตอนนี้พี่สาวกำลังโทษฉันเหรอ?”“แต่แม่บอกว่าเธอยังเรียนรู้กฎระเบียบได้ไม่ดีพอ เลยให้สิทธิ์แบบคนในครอบครัวไม่ได้ ฉันก็แค่ทำตามที่แม่บอก…”พี่ชายรองรีบเข้ามาขวางหน้าหลินซูซูทันที“ก็เพราะเธอไม่รู้จักกฎระเบียบ พ่อแม่ถึงต้องคอยกันเธอไว้”“ซูซูคอยเป็นธุระและเป็นห่วงเรื่องต่าง ๆ ให้ทั้งครอบครัว แต่เ
Read more
บทที่ 4
ไฟลุกลามรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ประตูเหล็กของคอกสุนัขถูกเผาจนแดงฉานยมบาลใช้ไหล่กระแทกประตูอย่างแรง ขากางเกงของเขาถูกเปลวไฟลามติดแล้ว“เปิดประตู!”“รีบเปิดประตู!”ในที่สุดคนตระกูลหลินก็รีบตามเสียงมาถึงทันทีที่แม่เห็นยมบาลติดอยู่ท่ามกลางกองไฟ ใบหน้าก็ซีดเผือดพ่อกับพี่ชายหลายคนก็พุ่งเข้าไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณแต่หลินซูซูกลับคว้าแขนแม่ไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น“พ่อ พี่ ๆ ไฟแรงขนาดนี้ ถ้าเข้าไปจะบาดเจ็บนะ”“อีกอย่างพี่สาวก็ฉลาดขนาดนั้น ทั้งที่เปิดประตูเองได้ ทำไมดันต้องยืนรอให้พวกเราไปช่วยด้วย?”พี่ชายใหญ่ขมวดคิ้วแน่นมือที่เดิมยกถังดับเพลิงขึ้นมาแล้ว ค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ“หลินอวี่ เลิกก่อเรื่องได้แล้ว!”“เธอมีสิทธิ์เปิดประตูอยู่แล้ว รีบเปิดเองแล้วออกมา!”เปลวไฟพุ่งขึ้นโหมคลุมหลังคา ยมบาลด่ากราดอยู่ข้างใน แต่ไม่มีใครได้ยินชัดทั้งรปภ.และคนรับใช้ทยอยวิ่งมา แต่เมื่อเจ้าของบ้านไม่ออกคำสั่ง ก็ไม่มีใครกล้าพังประตูโดยพลการตอนนั้นเอง รปภ.หนุ่มในชุดฝึกงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามา พอเห็นสถานการณ์ตรงหน้า ดวงตาก็แดงก่ำด้วยความร้อนใจทันที“พวกคุณยืนอึ้งกันทำไม?”“รีบช่วยคนสิ!”เขาคว้าขวานดับเ
Read more
บทที่ 5
คนตระกูลหลินทั้งหมดแข็งค้างอยู่กับที่แม่มองยมบาลที่ลอยอยู่กลางอากาศ ใบหน้าซีดลงชั่วขณะพี่ชายหลายคนก็ถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัวแต่ไม่นาน แม่กลับหัวเราะออกมา“หลินอวี่ เดี๋ยวนี้ฝีมือการแสดงของเธอดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ”“เพื่อขู่พวกเรา ถึงกับทำภาพโฮโลแกรมออกมาเลยเหรอ?”เธอชี้ไปยังร่างของฉันที่ไหม้เกรียมและเปียกโชกอยู่บนพื้น แววตากลับมาเต็มไปด้วยความรังเกียจอีกครั้ง“ทั้งวางเพลิง ทั้งกระโดดลงทะเลสาบ ตอนนี้ยังมาเล่นผีหลอกคนอีก”“เธอจะก่อเรื่องไปถึงเมื่อไหร่?”พี่ชายใหญ่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขากวาดตามองรอบ ๆ ด้วยสีหน้าเย็นชา“แถวนี้ต้องซ่อนเครื่องฉายภาพเอาไว้แน่”“เพื่อแย่งความเอ็นดู หลินอวี่ถึงกับใช้วิธีสกปรกแบบนี้ได้ลงคอ”ยมบาลลอยอยู่กลางอากาศ หมอกดำรอบกายพลุ่งพล่านเขากวาดตามองคนตระกูลหลินอย่างเย็นชา เสียงดังกึกก้องจนผิวน้ำในทะเลสาบกระเพื่อมเป็นระลอก“ข้าคือยมบาลแห่งยมโลก ผู้กุมความเป็นความตาย ตัดสินความดีความชั่ว!”“อายุขัยของหลินอวี่สิ้นสุดไปนานแล้ว วิญญาณก็ไปสู่ยมโลกแล้ว”“บัดนี้ร่างของเธอยังถูกหลินซูซูจงใจปองร้าย พวกเจ้าเห็นคนกำลังจะตายกลับไม่ช่วย จนชีวิตของเธอ
Read more
บทที่ 6
ยมบาลฟังจบก็แค่นหัวเราะเขายกมือขึ้น โบกผ่านอากาศเบา ๆชั่วพริบตา ลมอาถรรพ์เย็นยะเยือกก็พัดกระหน่ำรอยแยกสีดำสนิทพลันฉีกเปิดขึ้นกลางอากาศ เงินกระดาษนับไม่ถ้วนหมุนวนโปรยปรายลงมาจากนั้น ผู้พิพากษาแห่งยมโลกในชุดขุนนาง ถือบัญชีชะตาชีวิตไว้ในมือ นำยมทูตหลายสิบตนก้าวออกมาจากรอยแยกดวงตาของคนตระกูลหลินพลันฉายแววมีความหวังขึ้นมาทันทีพ่อรีบพูดเป็นคนแรก“ท่านผู้พิพากษา ท่านมาพอดีเลย!”“มีผีร้ายตนหนึ่งแอบอ้างเป็นยมบาล บุกเข้าบ้านตระกูลหลินมาทำร้ายคน รีบจับมันไว้!”แม่ก็รีบพูดเสริม“เขานั่นแหละ!”“ไม่รู้ว่าเขาใช้วิชาอาคมอะไร ทำให้พวกเราขยับไม่ได้กันหมด!”“ลูกสาวฉันไม่รู้ความมาตั้งแต่เด็ก ต้องถูกเขาชักจูงให้หลงผิดแน่ ๆ ถึงได้เล่นผีหลอกคนมาทำให้ครอบครัวตกใจแบบนี้!”พี่ชายใหญ่กัดฟันพูด“ผีตนนี้ยังเอาแต่พูดว่าหลินอวี่ตายแล้ว เห็นชัด ๆ ว่ากำลังสาปแช่งคนเป็น!”พี่ชายรองก็ตวาดด้วยความโกรธ “ท่านผู้พิพากษา ปล่อยเขาไปไม่ได้เด็ดขาด!”“ทางที่ดีจับเขาโยนลงมหานรกแปดขุม ให้ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกเลย!”แต่ผู้พิพากษากลับไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขาเขารีบเดินตรงไปหายมบาล สะบัดชายชุดขุนนาง ก่อนค
Read more
บทที่ 7
ทันทีที่โซ่ล่ามวิญญาณตกลงมา คนตระกูลหลินก็กลับมาขยับตัวได้อีกครั้งแม่เซไปก้าวหนึ่ง พอเงยหน้าเห็นยมบาลนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง จึงเข้าใจในที่สุดว่านี่ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงฉันตายแล้วจริง ๆใบหน้าของเธอซีดเผือดลงในพริบตา ก่อนจะทรุดคุกเข่าลงกับพื้น“ท่านยมบาล!”“ได้โปรดตรวจสอบคดีนี้ให้ละเอียดด้วย!”“ลูกสาวฉันไม่มีทางตายโดยไม่มีสาเหตุ ต้องมีคนทำร้ายเธอจนตายแน่!”พ่อก็คุกเข่าตาม น้ำเสียงตึงเครียด“หลินอวี่เพิ่งอายุสิบแปด”“ปกติร่างกายก็แข็งแรงมาตลอด จะตายกะทันหันได้ยังไง?”พี่ชายหลายคนหน้าซีดเผือด ขอบตาแดงก่ำพี่ชายใหญ่โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง“ท่านยมบาล ได้โปรดคืนความเป็นธรรมให้น้องสาวผมด้วย!”พวกเขาทยอยคุกเข่าลงทีละคน ร้องไห้จนแทบพูดไม่เป็นคำยมบาลก้มมองคนตระกูลหลินที่คุกเข่าอยู่เต็มพื้น ก่อนแค่นหัวเราะ“วางใจเถอะ”“ข้าย่อมตรวจสอบอย่างละเอียดแน่นอน”“เพราะคนที่ช่วยคนชั่วทำความชั่ว ก็คือพวกเจ้าเอง!”รูม่านตาของพ่อแม่และเหล่าพี่ชายหดวูบพร้อมกัน ทุกคนมองยมบาลอย่างไม่อยากเชื่อยมบาลยกมือขึ้นโบกเมฆดำเหนือท้องตำหนักพญายมพลุ่งพล่าน ก่อนม่านแสงขนาดใหญ่จะค่อย ๆ คลี่ออกบนม่านแสง
Read more
บทที่ 8
ห้องพยาบาลของโรงเรียนตรวจพบว่าฉันเป็นไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน คุณครูกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องไปโรงพยาบาลทันทีแต่หลินซูซูกลับแย่งใบผลตรวจไปจากฉันตรงหน้าโรงเรียนเธอฉีกผลวินิจฉัยทิ้ง แล้วพิมพ์เวชระเบียนใบใหม่ที่ระบุว่าเป็นเพียงอาการปวดกระเพาะธรรมดาคืนนั้น ฉันปวดจนขดตัวอยู่ตรงบันได คว้าชายเสื้อแม่ไว้พลางวิงวอน“แม่ ฉันปวดท้องมากจริง ๆ”“ครูบอกว่าต้องไปโรงพยาบาล…”แม่กำลังจะย่อตัวลงมาดูฉัน แต่หลินซูซูกลับกุมข้อมือแล้วร้องไห้ขึ้นมา“ตอนบ่ายพี่สาวยังดี ๆ อยู่เลย”“เธอไม่อยากไปพิธีมอบรางวัลกับฉัน ก็เลยแกล้งป่วย แถมยังผลักฉันล้มอีก”เธอยกมือขึ้นบนข้อมือขาวเนียนมีรอยช้ำม่วงอยู่จริง ๆแต่นั่นเป็นรอยที่เธอวาดขึ้นเองพี่ชายใหญ่รีบประคองหลินซูซูขึ้นมาทันที“เพื่อแย่งพ่อแม่ไป เธอถึงกับแกล้งป่วยเลยเหรอ?”พี่ชายรองคว้าเวชระเบียนปลอมใบนั้นไป พอเห็นคำว่า “ภาวะกระเพาะอาหารหดเกร็งเล็กน้อย” สีหน้าก็เย็นชาลงทันที“หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เธอยังจะก่อเรื่องอีกเหรอ?”“คืนนี้อยู่ในห้องสำนึกผิดไป เมื่อไหร่ยอมขอโทษซูซู ค่อยออกมา”ประตูห้องถูกล็อกจากด้านนอกโทรศัพท์ของฉันก็ถูกยึดไปด้วยตลอดทั้ง
Read more
บทที่ 9
หลังม่านแสงดับลง ตำหนักพญายมก็ตกอยู่ในความเงียบราวกับไร้สรรพเสียงหลินซูซูหน้าซีดเผือด หดตัวอยู่ตรงมุมห้องเมื่อเห็นทุกคนจ้องเธอเขม็ง ขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที“พ่อ แม่ พี่ ๆ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าพี่สาวจะตาย…”“ฉันแค่กลัวว่าจะเสียทุกคนไป ถึงได้โกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างเป็นบางครั้ง”เธอยกมือปิดหน้าร้องไห้“อีกอย่าง พี่สาวเองก็ผิดเหมือนกันนะ”“ถ้าพี่ยอมอธิบายให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ไม่เอาแต่แสร้งทำเป็นน่าสงสาร พวกพี่จะเข้าใจพี่ผิดได้ยังไง?”เพียะ!ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าเธออย่างแรงหลินซูซูถูกตบจนล้มลงกับพื้น ยกมือกุมแก้มอย่างไม่อยากเชื่อพ่อโกรธจนตัวสั่น“หลินอวี่เกือบตายด้วยน้ำมือเธอถึงเจ็ดครั้ง ยังกล้าบอกว่าเธอก็ผิดอีกเหรอ?”หลินซูซูส่ายหน้าทั้งน้ำตา“ไม่! ไม่ใช่นะ…”ยังพูดไม่ทันจบ พี่ชายใหญ่ก็เตะเข้าที่ไหล่เธอเต็มแรงหลินซูซูกรีดร้อง ร่างกระแทกพื้นอย่างแรง“หลินซูซู! หลายปีมานี้พวกเราเคยปฏิบัติต่อเธอไม่ดีตรงไหน!”“แต่เธอกลับใส่ร้ายน้องสาวแท้ ๆ ของพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า!”“แล้วพวกเราก็ดันเชื่อเธอจริง ๆ!”แม่พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อหลินซูซู“ฉันเลี้ยงเธอเหมือนลูกแท้ ๆ มาสิบกว่า
Read more
บทที่ 10
ยมบาลปิดสำนวนคดี แล้วมองคนตระกูลหลินที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง“อายุขัยของพวกเจ้ายังไม่สิ้น จึงยังอยู่ในยมโลกไม่ได้”สิ้นเสียง ยมทูตหลายตนก็สะบัดโซ่ล่ามวิญญาณพร้อมกันพ่อแม่และพี่ชายทั้งห้ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ถูกแสงสีขาวกลืนหายไปเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็กลับมาอยู่ที่วิลล่าตระกูลหลินแล้วไฟที่ลุกไหม้อยู่ริมทะเลสาบดับไปนานแล้วศพของฉันถูกคลุมด้วยผ้าขาว นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นแม่พุ่งเข้าไปกอดร่างฉัน ร้องไห้จนแทบขาดใจแต่ไม่ว่าเธอจะร้องเรียกอย่างไร ฉันก็ไม่มีวันลืมตาขึ้นมาอีกหลังงานศพจบลง ตระกูลหลินก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแม่ขังตัวเองอยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด เปิดดูภาพทั้งหมดตลอดสี่ปีนับตั้งแต่วันที่ฉันกลับมาอยู่บ้านตระกูลหลินเธอเริ่มดูตั้งแต่วันแรก ไล่ดูทีละคลิปในภาพ ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านห้องครัวจะหยุดฝีเท้า แต่ไม่เคยเปิดประตูตู้เย็นได้เลยทุกครั้งที่เดินมาถึงหน้าลิฟต์ ฉันก็เพียงเดินอ้อมไปใช้ทางสำหรับคนรับใช้อย่างเงียบ ๆเวลาปลอกคอปล่อยกระแสไฟ ฉันจะคุกเข่าลงโดยสัญชาตญาณ กุมคอพลางวิงวอนไม่หยุด“แม่ ฉันเจ็บ…”“ขอร้อง อย่าช็อตฉันอีกเลย…”“ต่อไปฉันจะเชื่อฟังแน่นอน…”
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status