เข้าสู่ระบบพอถึงเวลาบ่ายโมงนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์เดินออกจากตึกคณะเพื่อไปที่อื่นต่อ บางคนมีงานต้องไปทำ บางคนอาจจะมีเรียนต่อ หรือบางคนนัดกับคนรักเอาไว้
"แหมๆ ช่วงนี้แฟนเด็กมารับ มาส่งทุกวันเลยนะ" เพื่อนในกลุ่มพากันแซวเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดมัธยมนั่งรอพริมาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ "แฟนเด็กอะไร น้องข้างบ้าน" "อ๋อเหรอจ๊ะ น้องข้างบ้านจริงเหรอแม่คุณ" "จริงๆ เจอกันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว" พริมารีบแก้ข่าวกลัวเพื่อนจะพากันเข้าใจผิด "แต่สายตาน้องเขาไม่ได้มองแกเป็นพี่เลยนะ" "แล้วมองเป็นอะไร" เพื่อนอีกคนช่วยผสมโรงให้ "มองเป็นแฟน กรี๊ด" เพื่อนๆ ยังไม่หยุดแซวจนพริมาเริ่มหน้าแดง "โอ๊ย! ฉันไม่คุยด้วยแล้ว" "ถ้าชอบก็คบๆ ไป มีแฟนเด็กเขาว่าแซ่บนะแก" "แซ่บอะไรนั่นเด็กมัธยมนะ!" เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำทั้งที่เพื่อนในกลุ่มก็เล่าสู่กันฟังเรื่องบนเตียงอยู่บ่อยๆ แถมยังบอกให้เธอลองมีแฟนดูจะได้รู้ว่าความฟินเป็นอย่างไร "สิบแปดก็ไม่เด็กแล้วไหม บรรลุนิติภาวะแล้วกินได้" "ทะลึ่งใหญ่แล้วพวกเธอนี่!" คนตัวเล็กอายจนอยากจะก้มหน้าหนี ไม่คิดเลยว่าเรื่องพวกนี้จะสามารถพูดออกมาได้โต้งๆ ขนาดนี้ "ฉันว่าแซ่บ แกว่าแซ่บไหม" "ดูจากหุ่นก็พอจะเดาได้แล้วแก" สายตาของเหล่าเพื่อนๆ จ้องมองไปทางกรัณย์ราวกับต้องการจะจับกินเสียให้ได้ "พี่พิม" ชายหนุ่มที่เป็นหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาในวงล้อมของกลุ่มนักศึกษาสาวแล้วตรงดิ่งไปหาพริมาทันที "เข้ามาได้ไงเนี่ย" "ทำไมอะ ก็แค่เดินเข้ามาเอง" กรัณย์ตอบหน้านิ่งๆ เขาก็แค่ก้าวเท้าเข้ามาเฉยๆ "เป็นคนนอกเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้" "ก็ผมรอพี่นานแล้วอะ" ร่างสูงทำปากคว่ำ หน้างอราวกับลูกหมาถูกเมิน "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมารับ" "เรารีบไปกันเถอะ" ว่าจบก็รีบลากแขนพี่สาวคนสวยออกจากตึกคณะตรงไปทางรถที่จอดไว้ "กลับบ้านเลยใช่ไหม" พริมาถามให้แน่ใจก่อนจะก้าวขึ้นนั่ง "ยังไม่กลับ" "อ้าว! แล้วจะไปไหน" "ไปดูหนังกัน ซื้อตั๋วแล้วห้ามปฏิเสธ" กรัณย์มัดมือชกไม่ให้อีกคนได้ตัดสินใจ การกระทำเอาแต่ใจของเขาทำให้พริมาไม่กล้าปฏิเสธกลัวเขาจะงอนอีก "อืม แค่ดูหนังนะ" "ครับ!" ใบหน้าหล่อคมเผยรอยยิ้มกว้าง ทำหน้าดีใจเหมือนสุนัขที่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน โรงหนังมืดสนิทและไร้ผู้คนมีเพียงแค่เธอกับเขาที่กำลังนั่งดูหนังรักโรแมนติกเรื่องหนึ่งที่กรัณย์เป็นคนเลือก พริมาตั้งใจดูโดยลืมสนใจคนข้างๆ ที่นั่งมองเธอตาไม่กะพริบ "ขอน้ำหน่อย" เสียงหวานเอ่ยบอกให้เขาหยิบน้ำอัดลมที่อยู่อีกฝั่งให้ "กาย! บอกว่าขอน้ำหน่อย" เธอต้องเรียกเขาอีกครั้งเพราะดูเหมือนคนตัวโตจะมัวแต่นั่งเหม่อจนไม่ได้ฟังเสียงเธอ "พี่พิม" "หืม?" พริมาขานรับพร้อมกับหันหน้าไปตามเสียงเรียก "ขอจูบได้ไหม" คำขอของกรัณย์ทำเอาพริมานิ่งอึ้งตะลึงงัน จะปฏิเสธก็ดันพูดไม่ออกทำได้แค่นั่งตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง ใบหน้าคมค่อยๆ โน้มเข้ามาใกล้ก่อนจะบรรจงมอบจูบแสนอ่อนโยนให้กับเธอ ริมฝีปากทาบทับเบาๆ ก่อนจะเริ่มบดขยี้ไม่แรงนักส่งผลให้คนตัวเล็กเผลออ้าปากด้วยความตกใจ เขาอาศัยจังหวะนั้นรีบสอดลิ้นหนาเข้าโพรงปากเล็กแล้วไล่ต้อนลิ้นเล็กของเธอมาเกี่ยวพันแลกกันไปมา พริมาอึ้งจนตาโต แค่จูบเธอยังไม่เคยแต่กรัณย์เล่นสอดลิ้นเข้ามาในปากโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ยอมผลักเขาออก แต่กลับตอบสนองด้วยการหยอกเอินกับลิ้นของเขาทั้งๆ ที่นี่เป็นจูบแรกของเธอ "อื้ม..." กรัณย์ยอมถอนจูบออกอย่างน่าเสียดาย เขาอยากจะทำมากกว่าจูบ แต่ไม่อยากจู่โจมมากเกินไปกลัวพริมาจะกลัวและหนีเขาไป "ชอบจูบผมไหม" "อย่าถามได้ไหม ฉันเขินจะตายอยู่แล้ว" หญิงสาวยกมือปิดหน้าแดงๆ ไม่ให้เขาเห็น แม้เขาจะถอนจูบออกไปแล้วแต่เธอยังสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ริมฝีปาก ไหนจะกลิ่นมิ้นต์จากหมากฝรั่งที่คนตัวโตเคี้ยวก่อนหน้านี้กำลังคละคลุ้งไปทั่วทั้งปาก "ผมชอบพี่นะพี่พิม อยากคบกับพี่" "..." พริมามองหน้าเขานิ่งๆ ไม่ยอมตอบ เธอเองก็ชอบเขาเหมือนกัน แต่คงไม่ดีแน่ถ้าความสัมพันธ์เลยเถิดไปมากกว่านี้ "เราลองคบกันไหม" "ไม่ได้หรอก" "ทำไม? เรายังไม่ได้ลองเลย" "นายก็รู้ว่าถ้าที่บ้านเรารู้จะเป็นยังไง" พริมาคิดว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะลอง "เราก็ไม่ต้องให้พวกเขารู้ก็ได้ ปีหน้าผมจะเข้ามหา' ลัยแล้ว ผมจะขอป๊าไปอยู่หอ พี่ไปอยู่กับผมนะ" กรัณย์วางแผนเสร็จสรรพ นี่เป็นทางเดียวที่ทำให้เขาได้อยู่กับพริมาโดยไม่ต้องกลัวว่าที่บ้านจะรู้ "มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะกาย" "เราลองอยู่กันก่อนก็ได้ ผมอยากเป็นแฟนกับพี่จริงๆ ไม่อยากทำแค่จูบด้วย" เขาบอกออกไปตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม "นี่! เดี๋ยวเถอะ เป็นเด็กเป็นเล็กทะลึ่งใหญ่แล้ว" "ถึงผมจะเด็กกว่าพี่ แต่ผมไม่เล็กนะครับ" กรัณย์ทำหน้าทะเล้นพลางชี้เป้ากางเกงของตัวเองให้คนข้างๆ ดู "ผมโปรโมทตัวเองขนาดนี้ พี่ยังไม่ใจอ่อนอีกเหรอ" พริมานั่งนิ่งไม่ให้คำตอบรุ่นน้องเสียที เธอกำลังใช้ความคิดว่าแบบนี้มันจะออกมาดีใช่ไหม ถ้าสักวันหนึ่งที่บ้านจับได้ขึ้นมาจะเป็นอย่างไร แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต และอีกอย่างเธออยากลองทำตามหัวใจตัวเองดูสักครั้ง "คบกันนะพี่พิม เป็น...แฟน...กับ...ผม...นะ" เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเว้นวรรคให้ได้ยินชัดๆ "อืม ก็ได้" "เยส!" ชายหนุ่มดีใจจนเผลอลุกขึ้นยืน โชคดีที่ทั้งโรงหนังมีแค่พวกเขาสองคน หนังยังฉายไม่ทันจบกรัณย์ก็จับมือคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นแล้วลากออกจากโรงหนังทันที พริมาทำตัวไม่ถูกจึงเดินตามออกมาอย่างว่าง่าย "หนังยังไม่จบเลยนะ" "หนังอะไรไม่รู้ น่าเบื่อจะตาย" "แล้วชวนมาดูหนังทำไม" "ใครว่าอยากดูหนัง อยากดูพี่ต่างหาก" คำหยอดหวานๆ จากหนุ่มรุ่นน้องที่ขายขนมจีบให้พี่สาวข้างบ้านมาตลอดหลายปี จนวันนี้ก็ประสบความสำเร็จเสียที ทั้งคู่ตกลงคบกันในที่สุด สถานะของทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องข้างบ้านกันอีกแล้ว แต่เป็นคนรักของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องปกปิดเป็นความลับไม่ให้คนที่บ้านรู้ขาเรียวสวยก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำแล้วเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว ทว่าภาพตรงหน้าทำเอาทั้งเธอและเขาอึ้งตะลึงงันสองสายตาสบหากันโดยมิได้นัดหมาย สิ่งที่เธอเห็นคือชายหนุ่มไม่สวมกางเกงกำลังนั่งชักรูดแก่นกายที่ตั้งชันของตนเองด้วยมือข้างซ้ายที่ไม่ได้เป็นแผล"อะ...เอ่อ ขอโทษนะ" คนตัวเล็กรีบเอ่ยขอโทษแล้วเบือนหน้าหนีเตรียมจะออกจากห้องน้ำไปให้ไกล"เดี๋ยวพี่!" มือหนากลับฉุดรั้งเธอไว้ทัน"มะ...มีอะไรหรือเปล่า" พริมากลายเป็นคนติดอ่างพูดตะกุกตะกักแทบฟังไม่ได้ศัพท์"ช่วยผมหน่อยได้ไหม""ให้ช่วยอะไร?" เธอเริ่มใจไม่ดีกับคำขอของเขา"ผมทำไม่ถนัด พี่ช่วยหน่อยได้ไหม""นายจะบ้าหรือไง นายก็ทำเองสิ""แต่มือข้างนี้มันขยับแรงไม่ได้ ถ้าแผลมันฉีกล่ะ" กรัณย์ทำหน้าตาน่าสงสาร แต่การขอให้เธอช่วยเรื่องนี้มันแปลกเกินไปหรือเปล่า"แล้วใครใช้ให้นายมีอารมณ์ตอนนี้ล่ะ""มันห้ามได้ที่ไหนล่ะครับ" เธอคงไม่รู้ว่าเขาต้องอดกลั้นแค่ไหน ยิ่งมีเธอเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เจ้าลูกชายขนาดห้าสิบแปดของเขาก็ยิ่งตื่นตัวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ"งั้นก็ช่วย
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาหา ผมแค่เป็นแผลเองครับ" กรัณย์กรอกเสียงพูดกับคนในสายที่รั้นจะมาหาท่าเดียว[แค่ที่ไหนกัน นายต้องเย็บตั้งหกเข็มเลยนะให้ฉันไปคอยดูแลไม่ดีกว่าหรือไง] ผู้จัดการส่วนตัวอยากจะทำหน้าที่ของตัวเอง แต่คนเจ็บกลับไม่ต้องการ"แค่หกเข็มสบายมากครับ ช่วงนี้พี่ก็พักผ่อนให้พอแล้วกัน"[แน่ใจนะว่าไม่ต้องการคนดูแล ฉันเคยดูแลคนเจ็บ คนติดเตียงนะ ฉันอาบน้ำ เช็ดก้น ทำความสะอาดได้หมดเลยนะ] อำพลโอ้อวดสรรพคุณการเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาลที่คอยดูแลคนป่วยก่อนจะมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ดารา"พี่พล ผมยังไม่ถึงขั้นติดเตียงสักหน่อย แค่เป็นแผลเองครับ" กรัณย์เริ่มกุมขมับ เขาเป็นแผลเย็บหกเข็มไม่จำเป็นต้องมีคนดูแลมากมาย แค่พริมาที่เป็นพยาบาลจำเป็นคนเดียวก็เกินพอแล้ว[เอางั้นก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรต้องโทรหาฉันทันทีเลยนะ รู้ไหม]"ครับๆ" ตอบรับปัดๆ แล้วกดวางสายทันที เขารู้ว่าอำพลเป็นห่วงแต่บางครั้งก็ทำเหมือนเขาเป็นเด็กเกินไป ตลอดหลายปีที่รู้จักกัน อำพลก็เปรียบเสมือนพี่ชายของกรัณย์ไปแล้ว ถึงบางทีจะน่ารำคาญไปหน่อยก็เถอะชายหนุ่มเจ้าของห้องนั่งรออย่างเบ
เช้าวันใหม่ข้าวต้มกุ้งส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วทั้งห้องถูกจัดแจงวางบนโต๊ะอาหาร กรัณย์ค่อยๆ เดินมานั่งเงียบๆ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเพราะกลัวเธอจะรำคาญ เขาจึงเลือกนั่งนิ่งๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างดี"ซี้ด" ด้วยความลืมตัวเขาเผลอยกแขนขวาขึ้นตักข้าวต้มเข้าปาก จู่ๆ ความเจ็บก็แล่นพล่านจนต้องร้องซี้ดเบาๆ ไม่ได้ออกอาการเล่นใหญ่แบบเมื่อวาน"อ้าปากสิ" พริมาเห็นท่าทีเงอะงะของเขาแล้วอดสงสารไม่ได้"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มต่างไปจากคนเมื่อวานลิบลับ เช้าวันนี้เขาไม่ร่าเริง ไม่เจ้าเล่ห์อย่างที่เคยเป็น แต่กลับเรียบร้อยผิดปกติจนน่าแปลกใจ"ถ้าอิ่มแล้วก็กินยา""วันนี้พี่ไม่ไปกองถ่ายเหรอครับ""ฉันขอลาหยุดแล้ว" พริมาอ้างกับราเชนว่าขอหยุดเขียนต้นฉบับเรื่องใหม่ให้จบ ราเชนจึงอนุญาตให้เธอหยุดพักเขียนงานได้ แต่บอกกับทุกคนว่าเธอป่วย"พี่ต้องเสียงานเพราะผมเหรอ""นายต่างหากต้องเสียงานเพราะฉัน เลิกคิดมากซะ" ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยเธอป่านนี้กรัณย์คงได้ถ่ายงานต่อ"เมื่อวานผมขอโทษนะครับที่เซ้าซี้พี่มากเกินไป""อืม ช่างมันเถอะ""ถ้าพี่อ
อาหารที่สั่งมาส่งตรงต่อเวลา หญิงสาวจัดแจงใส่จานเสร็จสรรพพร้อมรับประทาน หน้าที่พยาบาลจำเป็นของพริมาดำเนินไปอย่างไม่เสียเวลาเปล่า เธอทำทุกอย่างเท่าที่พอทำได้"หืม? มีแต่ของโปรดผมทั้งนั้นเลย" ชายหนุ่มเจ้าของห้องเดินตามกลิ่นอาหารมานั่งที่โต๊ะ"งั้นเหรอ""พี่จำได้ด้วยเหรอว่าผมชอบกินอะไร" กรัณย์ดีอกดีใจที่อาหารมื้อนี้พริมาสั่งแต่ของโปรดมาให้เขา"ฉันไม่รู้หรอก ก็แค่กดๆ สั่งมาเฉยๆ" คนตัวเล็กทำเย็นชา กลบเกลื่อนสีหน้าไม่ให้เขาจับได้"เชื่อก็ได้ครับ""เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่นาย กินได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นหมด"ทันทีที่ตักอาหารเตรียมเข้าปาก จิตวิญญาณนักแสดงก็ได้เริ่มขึ้น มือข้างซ้ายไร้ผ้าพันแผลสั่นหงึกๆ ทำทีใช้งานไม่ถนัด ส่วนแขนขวาก็ยังคงพันไว้ด้วยผ้าพันแผลซึ่งหมอไม่ให้ใช้งานแขนข้างนี้เพราะกลัวแผลจะปริหรืออักเสบขึ้นมา ทำให้กรัณย์จำเป็นต้องใช้งานมือซ้ายในการกินอาหารมื้อนี้"เฮ้อ! กินไม่ถนัดเลย" เสียงทุ้มบ่นอุบอิบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์พริมาไม่พูดไม่จาเธอลุกขึ้นขยับมานั่งข้างเขาก่อนจะตักอาหารป้อนเข้าปากคนที่บ่น
"แค่ช่วงนี้เท่านั้น! ห้ามต่อรอง ห้ามมีข้อแม้อีก และก็ห้ามล่วงเกินฉัน" พริมายื่นคำขาด เธอจะไม่ยอมเผลอตัวให้เขาอีกแล้ว ถึงครั้งก่อนจะจำไม่ได้เลยก็ตาม"แต่ถ้าพี่ยอมเองก็ไม่ถือว่าล่วงเกินใช่ไหมครับ""ถ้านายยังไม่หยุดพูดมาก ฉันจะยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด""ครับๆ จะรูดซิปกางเกง เอ้ย! ซิปปากอย่างดีเลยครับ" คนกะล่อนทำหน้าทำตาทะเล้นใส่ แกล้งพูดผิดทั้งที่รู้ว่าต้องโดนโกรธ แต่ก็ยังอยากจะแกล้งให้เธอโมโห"ฉันจะถือว่าไม่ได้ยินแล้วกันนะ แล้วก็เมื่อกี้พี่เชนส่งข้อความมาบอกว่าให้นายกลับไปพักไม่ต้องไปถ่ายต่อแล้ว พวกเขาจะถ่ายฉากอื่นระหว่างที่นายยังไม่หายดีไปก่อน" พริมาร่ายยาวเหยียดแต่อีกคนกลับไม่ได้ฟังเสียงเธอเลย เขามัวแต่มองปากเล็กขมุบขมิบอยากจับมาจูบเสียให้สิ้นเรื่อง"นี่! ได้ฟังที่ฉันพูดไหม""ครับๆ ฟังครับ" ฟังที่ไหนกัน เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอพูดเรื่องอะไรคนตัวโตทำเป็นสำออยเดินเองไม่ไหวต้องให้เธอช่วยพยุงมาจนถึงรถทั้งที่เขาเจ็บแขนไม่ได้เจ็บขาเสียหน่อย แต่พริมาไม่อยากค้านมากเพราะตอนนี้กรัณย์ถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอไว้"ไปหัดข
พริมาออกจากคอนโดแต่เช้าเพื่อเลี่ยงการเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอ ถึงจะพยายามหลบหน้าแค่ไหนถึงอย่างนั้นก็ต้องมาเจอกันที่กองถ่ายอยู่ดี แล้วแบบนี้เธอจะหนีเขาพ้นได้อย่างไร "เฮ้อ! หรือเราจะย้ายคอนโด แต่ค่ามัดจำก็ไม่ได้คืนน่ะสิ" คนตัวเล็กพึมพำคิดไม่ตกอยู่คนเดียว เธอจะหนีกรัณย์ไปเรื่อยๆ แบบนี้คงไม่ได้ มีแต่ต้องเผชิญหน้าและข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอคิดเกินเลยกับเขาอีก ท่ามกลางกองถ่ายละครที่มีทีมงานพากันวิ่งวุ่นวาย พริมาที่ไม่มีหน้าที่ในส่วนนั้นทำได้แค่ยืนหลบมุมเงียบๆ ไม่ให้เป็นที่เกะกะของใคร เธอพยายามทำให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงให้น้อยที่สุด แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น "พี่พิม!" เสียงเรียกของกรัณย์คือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว โครม! เพล้ง! เสียงหลอดไฟในกองถ่ายหล่นลงมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทีมงานพากันวิ่งมาดูความปลอดภัยของคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ทว่าคนที่ควรจะได้รับบาดเจ็บกลับไม่มีแผลแม้แต่รอยข่วน แต่เป็นชายหนุ่มอีกคนที่วิ่งเอาตัวเองมาขวางเอาไว้จนเศษจากหลอดไฟบาดที่แขนเป็นทางยาว เลือดไหลอาบเรียกความตกใจของท
สี่ปีก่อนหน้านี้...สองครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกัน แต่กลับอยู่บ้านข้างกันมีเพียงรั้วสูงแค่อกเท่านั้นที่กั้นเอาไว้ สองบ้านไม่ถูกกันด้วยเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ เพราะเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ถ้าถามว่าทำไมเธอไม่ย้ายบ้านหนีคำตอบของพวกผู้ใหญ่ก็คงบอกว่าจะย้ายทำไมในเมื่อนี่เป็นบ้านของเรา
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันกลับหลังเจรจาเรียบร้อย ราเชนอาสาไปส่งเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธเพราะมีที่ที่ต้องไปก่อนกลับคอนโดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเดินตามเธอมาตั้งแต่ร้านอาหารขาเรียวสวยเลี้ยวเข้าร้านหนังสือแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เธอจึงเดินเท้ามาแทนการนั่งรถประจำทางเพื่อ
เมื่อถึงวันนัดพบ ชายหนุ่มนั่งหน้าขรึมยกนาฬิกาดูเวลาครั้งแล้วครั้งเล่าคนที่อยากเจอก็ยังไม่ปรากฏตัวมาเสียที จนเขาเริ่มมีน้ำโห"นี่คุณผู้กำกับโทรตามนักเขียนของคุณสิ""แต่คุณกาย นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนะครับ พวกเรามาก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ""ก็โทรเร่งสิ" กรัณย์จี้ให้ค
ชายหนุ่มใบหน้าหล่อคมคาย สันจมูกเด่นชัดรวมถึงสันกรามที่เข้ากับรูปหน้าอย่างไม่มีที่ติ บุคคลิกของเขาคือหนุ่มขี้เล่น ยิ้มเก่ง คอยแจกความสดใสให้กับคนรอบข้าง แต่ความจริงแล้วเขานั้นร้ายยิ่งกว่าซาตาน"โอ๊ย! บอกว่าไม่รับงานแล้วไง" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์กระชากอย่างไม่พอใจก่อนจะโยนเอกสารในมือทิ้งลงพื้







