Masukพอถึงเวลาบ่ายโมงนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์เดินออกจากตึกคณะเพื่อไปที่อื่นต่อ บางคนมีงานต้องไปทำ บางคนอาจจะมีเรียนต่อ หรือบางคนนัดกับคนรักเอาไว้
"แหมๆ ช่วงนี้แฟนเด็กมารับ มาส่งทุกวันเลยนะ" เพื่อนในกลุ่มพากันแซวเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดมัธยมนั่งรอพริมาอยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ "แฟนเด็กอะไร น้องข้างบ้าน" "อ๋อเหรอจ๊ะ น้องข้างบ้านจริงเหรอแม่คุณ" "จริงๆ เจอกันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว" พริมารีบแก้ข่าวกลัวเพื่อนจะพากันเข้าใจผิด "แต่สายตาน้องเขาไม่ได้มองแกเป็นพี่เลยนะ" "แล้วมองเป็นอะไร" เพื่อนอีกคนช่วยผสมโรงให้ "มองเป็นแฟน กรี๊ด" เพื่อนๆ ยังไม่หยุดแซวจนพริมาเริ่มหน้าแดง "โอ๊ย! ฉันไม่คุยด้วยแล้ว" "ถ้าชอบก็คบๆ ไป มีแฟนเด็กเขาว่าแซ่บนะแก" "แซ่บอะไรนั่นเด็กมัธยมนะ!" เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำทั้งที่เพื่อนในกลุ่มก็เล่าสู่กันฟังเรื่องบนเตียงอยู่บ่อยๆ แถมยังบอกให้เธอลองมีแฟนดูจะได้รู้ว่าความฟินเป็นอย่างไร "สิบแปดก็ไม่เด็กแล้วไหม บรรลุนิติภาวะแล้วกินได้" "ทะลึ่งใหญ่แล้วพวกเธอนี่!" คนตัวเล็กอายจนอยากจะก้มหน้าหนี ไม่คิดเลยว่าเรื่องพวกนี้จะสามารถพูดออกมาได้โต้งๆ ขนาดนี้ "ฉันว่าแซ่บ แกว่าแซ่บไหม" "ดูจากหุ่นก็พอจะเดาได้แล้วแก" สายตาของเหล่าเพื่อนๆ จ้องมองไปทางกรัณย์ราวกับต้องการจะจับกินเสียให้ได้ "พี่พิม" ชายหนุ่มที่เป็นหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาในวงล้อมของกลุ่มนักศึกษาสาวแล้วตรงดิ่งไปหาพริมาทันที "เข้ามาได้ไงเนี่ย" "ทำไมอะ ก็แค่เดินเข้ามาเอง" กรัณย์ตอบหน้านิ่งๆ เขาก็แค่ก้าวเท้าเข้ามาเฉยๆ "เป็นคนนอกเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้" "ก็ผมรอพี่นานแล้วอะ" ร่างสูงทำปากคว่ำ หน้างอราวกับลูกหมาถูกเมิน "ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องมารับ" "เรารีบไปกันเถอะ" ว่าจบก็รีบลากแขนพี่สาวคนสวยออกจากตึกคณะตรงไปทางรถที่จอดไว้ "กลับบ้านเลยใช่ไหม" พริมาถามให้แน่ใจก่อนจะก้าวขึ้นนั่ง "ยังไม่กลับ" "อ้าว! แล้วจะไปไหน" "ไปดูหนังกัน ซื้อตั๋วแล้วห้ามปฏิเสธ" กรัณย์มัดมือชกไม่ให้อีกคนได้ตัดสินใจ การกระทำเอาแต่ใจของเขาทำให้พริมาไม่กล้าปฏิเสธกลัวเขาจะงอนอีก "อืม แค่ดูหนังนะ" "ครับ!" ใบหน้าหล่อคมเผยรอยยิ้มกว้าง ทำหน้าดีใจเหมือนสุนัขที่ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน โรงหนังมืดสนิทและไร้ผู้คนมีเพียงแค่เธอกับเขาที่กำลังนั่งดูหนังรักโรแมนติกเรื่องหนึ่งที่กรัณย์เป็นคนเลือก พริมาตั้งใจดูโดยลืมสนใจคนข้างๆ ที่นั่งมองเธอตาไม่กะพริบ "ขอน้ำหน่อย" เสียงหวานเอ่ยบอกให้เขาหยิบน้ำอัดลมที่อยู่อีกฝั่งให้ "กาย! บอกว่าขอน้ำหน่อย" เธอต้องเรียกเขาอีกครั้งเพราะดูเหมือนคนตัวโตจะมัวแต่นั่งเหม่อจนไม่ได้ฟังเสียงเธอ "พี่พิม" "หืม?" พริมาขานรับพร้อมกับหันหน้าไปตามเสียงเรียก "ขอจูบได้ไหม" คำขอของกรัณย์ทำเอาพริมานิ่งอึ้งตะลึงงัน จะปฏิเสธก็ดันพูดไม่ออกทำได้แค่นั่งตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง ใบหน้าคมค่อยๆ โน้มเข้ามาใกล้ก่อนจะบรรจงมอบจูบแสนอ่อนโยนให้กับเธอ ริมฝีปากทาบทับเบาๆ ก่อนจะเริ่มบดขยี้ไม่แรงนักส่งผลให้คนตัวเล็กเผลออ้าปากด้วยความตกใจ เขาอาศัยจังหวะนั้นรีบสอดลิ้นหนาเข้าโพรงปากเล็กแล้วไล่ต้อนลิ้นเล็กของเธอมาเกี่ยวพันแลกกันไปมา พริมาอึ้งจนตาโต แค่จูบเธอยังไม่เคยแต่กรัณย์เล่นสอดลิ้นเข้ามาในปากโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ยอมผลักเขาออก แต่กลับตอบสนองด้วยการหยอกเอินกับลิ้นของเขาทั้งๆ ที่นี่เป็นจูบแรกของเธอ "อื้ม..." กรัณย์ยอมถอนจูบออกอย่างน่าเสียดาย เขาอยากจะทำมากกว่าจูบ แต่ไม่อยากจู่โจมมากเกินไปกลัวพริมาจะกลัวและหนีเขาไป "ชอบจูบผมไหม" "อย่าถามได้ไหม ฉันเขินจะตายอยู่แล้ว" หญิงสาวยกมือปิดหน้าแดงๆ ไม่ให้เขาเห็น แม้เขาจะถอนจูบออกไปแล้วแต่เธอยังสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ริมฝีปาก ไหนจะกลิ่นมิ้นต์จากหมากฝรั่งที่คนตัวโตเคี้ยวก่อนหน้านี้กำลังคละคลุ้งไปทั่วทั้งปาก "ผมชอบพี่นะพี่พิม อยากคบกับพี่" "..." พริมามองหน้าเขานิ่งๆ ไม่ยอมตอบ เธอเองก็ชอบเขาเหมือนกัน แต่คงไม่ดีแน่ถ้าความสัมพันธ์เลยเถิดไปมากกว่านี้ "เราลองคบกันไหม" "ไม่ได้หรอก" "ทำไม? เรายังไม่ได้ลองเลย" "นายก็รู้ว่าถ้าที่บ้านเรารู้จะเป็นยังไง" พริมาคิดว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะลอง "เราก็ไม่ต้องให้พวกเขารู้ก็ได้ ปีหน้าผมจะเข้ามหา' ลัยแล้ว ผมจะขอป๊าไปอยู่หอ พี่ไปอยู่กับผมนะ" กรัณย์วางแผนเสร็จสรรพ นี่เป็นทางเดียวที่ทำให้เขาได้อยู่กับพริมาโดยไม่ต้องกลัวว่าที่บ้านจะรู้ "มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะกาย" "เราลองอยู่กันก่อนก็ได้ ผมอยากเป็นแฟนกับพี่จริงๆ ไม่อยากทำแค่จูบด้วย" เขาบอกออกไปตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม "นี่! เดี๋ยวเถอะ เป็นเด็กเป็นเล็กทะลึ่งใหญ่แล้ว" "ถึงผมจะเด็กกว่าพี่ แต่ผมไม่เล็กนะครับ" กรัณย์ทำหน้าทะเล้นพลางชี้เป้ากางเกงของตัวเองให้คนข้างๆ ดู "ผมโปรโมทตัวเองขนาดนี้ พี่ยังไม่ใจอ่อนอีกเหรอ" พริมานั่งนิ่งไม่ให้คำตอบรุ่นน้องเสียที เธอกำลังใช้ความคิดว่าแบบนี้มันจะออกมาดีใช่ไหม ถ้าสักวันหนึ่งที่บ้านจับได้ขึ้นมาจะเป็นอย่างไร แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต และอีกอย่างเธออยากลองทำตามหัวใจตัวเองดูสักครั้ง "คบกันนะพี่พิม เป็น...แฟน...กับ...ผม...นะ" เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเว้นวรรคให้ได้ยินชัดๆ "อืม ก็ได้" "เยส!" ชายหนุ่มดีใจจนเผลอลุกขึ้นยืน โชคดีที่ทั้งโรงหนังมีแค่พวกเขาสองคน หนังยังฉายไม่ทันจบกรัณย์ก็จับมือคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นแล้วลากออกจากโรงหนังทันที พริมาทำตัวไม่ถูกจึงเดินตามออกมาอย่างว่าง่าย "หนังยังไม่จบเลยนะ" "หนังอะไรไม่รู้ น่าเบื่อจะตาย" "แล้วชวนมาดูหนังทำไม" "ใครว่าอยากดูหนัง อยากดูพี่ต่างหาก" คำหยอดหวานๆ จากหนุ่มรุ่นน้องที่ขายขนมจีบให้พี่สาวข้างบ้านมาตลอดหลายปี จนวันนี้ก็ประสบความสำเร็จเสียที ทั้งคู่ตกลงคบกันในที่สุด สถานะของทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องข้างบ้านกันอีกแล้ว แต่เป็นคนรักของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องปกปิดเป็นความลับไม่ให้คนที่บ้านรู้"แค่ช่วงนี้เท่านั้น! ห้ามต่อรอง ห้ามมีข้อแม้อีก และก็ห้ามล่วงเกินฉัน" พริมายื่นคำขาด เธอจะไม่ยอมเผลอตัวให้เขาอีกแล้ว ถึงครั้งก่อนจะจำไม่ได้เลยก็ตาม"แต่ถ้าพี่ยอมเองก็ไม่ถือว่าล่วงเกินใช่ไหมครับ""ถ้านายยังไม่หยุดพูดมาก ฉันจะยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด""ครับๆ จะรูดซิปกางเกง เอ้ย! ซิปปากอย่างดีเลยครับ" คนกะล่อนทำหน้าทำตาทะเล้นใส่ แกล้งพูดผิดทั้งที่รู้ว่าต้องโดนโกรธ แต่ก็ยังอยากจะแกล้งให้เธอโมโห"ฉันจะถือว่าไม่ได้ยินแล้วกันนะ แล้วก็เมื่อกี้พี่เชนส่งข้อความมาบอกว่าให้นายกลับไปพักไม่ต้องไปถ่ายต่อแล้ว พวกเขาจะถ่ายฉากอื่นระหว่างที่นายยังไม่หายดีไปก่อน" พริมาร่ายยาวเหยียดแต่อีกคนกลับไม่ได้ฟังเสียงเธอเลย เขามัวแต่มองปากเล็กขมุบขมิบอยากจับมาจูบเสียให้สิ้นเรื่อง"นี่! ได้ฟังที่ฉันพูดไหม""ครับๆ ฟังครับ" ฟังที่ไหนกัน เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอพูดเรื่องอะไรคนตัวโตทำเป็นสำออยเดินเองไม่ไหวต้องให้เธอช่วยพยุงมาจนถึงรถทั้งที่เขาเจ็บแขนไม่ได้เจ็บขาเสียหน่อย แต่พริมาไม่อยากค้านมากเพราะตอนนี้กรัณย์ถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเธอไว้"ไปหัดข
พริมาออกจากคอนโดแต่เช้าเพื่อเลี่ยงการเจอหน้าคนที่ไม่อยากเจอ ถึงจะพยายามหลบหน้าแค่ไหนถึงอย่างนั้นก็ต้องมาเจอกันที่กองถ่ายอยู่ดี แล้วแบบนี้เธอจะหนีเขาพ้นได้อย่างไร "เฮ้อ! หรือเราจะย้ายคอนโด แต่ค่ามัดจำก็ไม่ได้คืนน่ะสิ" คนตัวเล็กพึมพำคิดไม่ตกอยู่คนเดียว เธอจะหนีกรัณย์ไปเรื่อยๆ แบบนี้คงไม่ได้ มีแต่ต้องเผชิญหน้าและข่มใจตัวเองไม่ให้เผลอคิดเกินเลยกับเขาอีก ท่ามกลางกองถ่ายละครที่มีทีมงานพากันวิ่งวุ่นวาย พริมาที่ไม่มีหน้าที่ในส่วนนั้นทำได้แค่ยืนหลบมุมเงียบๆ ไม่ให้เป็นที่เกะกะของใคร เธอพยายามทำให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงให้น้อยที่สุด แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น "พี่พิม!" เสียงเรียกของกรัณย์คือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว โครม! เพล้ง! เสียงหลอดไฟในกองถ่ายหล่นลงมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทีมงานพากันวิ่งมาดูความปลอดภัยของคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ทว่าคนที่ควรจะได้รับบาดเจ็บกลับไม่มีแผลแม้แต่รอยข่วน แต่เป็นชายหนุ่มอีกคนที่วิ่งเอาตัวเองมาขวางเอาไว้จนเศษจากหลอดไฟบาดที่แขนเป็นทางยาว เลือดไหลอาบเรียกความตกใจของท
"มีอะไรเปล่าครับคุณกาย?" เขาหันไปตามแขนที่ถูกดึงเอาไว้ก่อนจะเจอกับกรัณย์ที่กำแขนไว้แน่นแถมยังทำสีหน้าบึ้งตึงอีกต่างหาก"อ๋อ ผมจะให้ผู้กำกับดูบทตรงนี้ให้หน่อยน่ะครับ" ชายหนุ่มทำตีเนียนแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจบท ทั้งที่ความจริงเขาแค่ไม่อยากให้ราเชนโดนตัวพริมาอีก เรียกว่าหึงจนลืมตัวก็คงได้"ครับ ถ้างั้นเราไปที่ฉากเลยดีกว่าครับ"การถ่ายทำช่วงเย็นได้เริ่มขึ้นทันทีก่อนดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า นักแสดงที่หมดคิวถ่ายงานสำหรับวันนี้ได้ขอตัวกลับก่อน บางคนก็มีงานต่อจึงไม่ได้อยู่รอ ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงกรัณย์ที่เป็นนักแสดงนำกับนางเอกของเรื่องที่กำลังเข้าฉากกันอยู่"ฉากนี้ขอให้ทั้งสองคนมองตากันซึ้งๆ นะคะ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหากัน" พริมาผู้เป็นคนเขียนออกมาจัดแจงท่าทางด้วยตนเอง เพราะซีนนี้เป็นตอนที่เธอชอบที่สุด"เหตุการณ์มันคุ้นๆ จังเลยนะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาทำเอานักแสดงสาวคนข้างๆ มองด้วยความมึนงง"คุณกายเคยถ่ายซีนแบบนี้แล้วเหรอคะ""ไม่หรอกครับ แค่รู้สึกเหมือนเคยเกิดขึ้นจริงกับตัวเองน่ะครับ" กรัณย์พูดพลางส่งสายตาไปหาพริมาที่ทำเป็นไม่ใส่ใจคำ
"ไม่สบายหรือเปล่าพิม หน้าดูซีดๆ นะ" ราเชนถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง มือหนายกขึ้นแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อน"เปล่าค่ะ สงสัยเมื่อคืนจะนอนดึกมั้งคะ""ว่าแต่ เมื่อคืนกลับบ้านยังไง ทำไมไม่รอพี่ล่ะ""อ๋อ พิมเจอแท็กซี่มาส่งคนพอดีน่ะค่ะ" พริมาโกหกคำโต เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากออกจากร้านแล้วเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็คือเช้าวันใหม่"ทีหลังจะกลับก็บอกพี่ก่อนสิ พี่เป็นห่วงนะ""ขอโทษค่ะ พิมมึนหัวอยากกลับไปนอนเลยลืมบอกพี่เชน""แต่ก็ยังดีที่ส่งข้อความมาบอกกันก่อน""ข้อความเหรอคะ?""นี่มึนจนจำไม่ได้เลยเหรอว่าพิมส่งข้อความมาบอกพี่ว่าจะกลับน่ะ""อ๋อ ข้อความ แหะๆ เกือบลืมไปแหน่ะ" พริมาแกล้งหัวเราะแห้งๆ เธอไม่ได้ส่งข้อความไปแน่นอนเพราะภาษาที่ถูกส่งไปไม่มีทางที่เธอจะเป็นคนพิมพ์เอง"ไหวไหมเนี่ย""ไหวค่ะๆ"ทั้งคู่คุยกันอยู่พักใหญ่จนได้เวลาเริ่มถ่ายทำ นักแสดงและทีมงานเตรียมตัวเข้าประจำที่รวมถึงกรัณย์เองก็เช่นกัน เขาหันมองผู้กำกับที่ส่งยิ้มหวานให้พริมาแล้วรู้สึกหมั่นไส้"ยิ้มอยู
ชายหนุ่มยืนชักรูดลำเอ็นอวบใหญ่ต่อหน้าคนที่หลับไม่รู้เรื่อง เขาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว จะให้ลักหลับคนไม่ได้สติก็ดูจะชั่วช้าเกินไป ขอแค่มองหน้าเธอแล้วช่วยตัวเองก็น่าจะเพียงพอแล้ว"อ๊าส์...พี่พิม...ซี้ด" แต่ใช้มือสาวชักมันจะไปรู้สึกดีเท่าส่วนนั้นของเธอได้อย่างไร"แม่ง! ซี้ด...อ๊าส์" แก่นกายใหญ่ถูกมือหนาชักรูดขึ้นลงเร็วๆ จนถี่ยิบ แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเสียวซ่านมากเท่าที่ต้องการ"ซี้ด...จะแตกแล้ว" ในไม่ช้าน้ำสีขาวขุ่นก็ถูกฉีดพ่นออกมาจนเลอะมือหนา และมีบางส่วนที่กระเด็นไปอยู่ตรงหน้าท้องของคนที่ยังคงหลับสนิท"ไม่สุดเลยว่ะ พี่ใจร้ายมากเลยนะ" กรัณย์บ่นอุบอิบอย่างท้อแท้ อุตส่าห์วาดภาพในหัวอย่างดีสุดท้ายก็ต้องมาจบด้วยการใช้แม่นางทั้งห้าต่อหน้าเธอ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"หึ!" จู่ๆ คนเจ้าเล่ห์ก็คิดเรื่องดีๆ ขึ้นมาได้ แต่อาจจะเป็นเรื่องดีๆ สำหรับเขาคนเดียวแสงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากท้องฟ้าเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ พริมาลุกขึ้นบิดตัวน้อยๆ เหมือนอย่างทุกวันตามความเคยชิน แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกโล่งแปลกๆ แถมบรรยากาศรอบตัวก็ไม่เหมื
ร่างเล็กทิ้งตัวนอนราบกับเตียงอย่างคนไร้สติ เธอถูกอุ้มมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ตอนนี้แค่ลืมตาภาพตรงหน้าก็หมุนเป็นลูกข่างจนอยากอาเจียน "อึก..อุก" แค่คิดสิ่งที่อยู่ภายในก็เริ่มออกมาอีกครั้ง พริมาปิดปากรีบวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยท่าทีที่ยังไม่สร่างจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ "พี่พิม!" กรัณย์เห็นสภาพของเธอตอนนี้แล้วถึงกับส่ายหน้า จากนี้เธอห้ามดื่มเหล้าอีกเป็นอันขาดไม่ว่าจะปริมาณน้อยแค่ไหนก็ห้ามเด็ดขาด "แหวะ...อุก" "ไหวไหมเนี่ย" มือหนาลูบแผ่นหลังคนตัวเล็กให้อาเจียนออกมา "ผมว่าพี่ถอดเสื้อก่อนดีกว่า มันจะเลอะแล้วนะ" เขาไม่ได้ประสงค์ร้าย แค่หวังดีไม่อยากให้เธอรู้สึกอึดอัดก็เท่านั้น "ถอดให้หน่อย" ใบหน้าสวยหันมาทำหน้าอ้อนๆ ยกแขนขึ้นให้คนตรงหน้าถอดให้ "มาทำหน้าแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ" ชายหนุ่มหลับตาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เขาต้องข่มใจมากแค่ไหนเธอเคยรู้ไหม หลังอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง กรัณย์ก็จับคนตัวเล็กล้างหน้าล้างตา บ้วนปากเสร็จสรรพ ก่อนที่พริมาจะทรุดนั่งกับพื้นตรงหน้าประตูห้องน้ำ "พี







