Se connecterกรุ่นกลิ่นสิเน่หา เป็นรุ่นลูกในซีรีส์ Strong Heart นิยายขนาดยาวมากๆ ตามสไตล์เอลยา
Voir plus<strong>แสงแฟลช</strong>ฉายสว่างวูบวาบและเสียงกดชัตเตอร์รัวๆ ฟังเหมือนเสียงข้าวตอกแตกในค่ำคืนแห่งแฟชั่นโชว์ ณ โรงแรมหรูในเมืองบอสตัน แขกผู้มีเกียรตินั่งบนเก้าอี้เป็นแถวตามความยาวของแคทวอล์ก งานเดินแบบการกุศลที่มูลนิธิฟอสเตอร์แคร์แห่งเมืองบอสตันจัดขึ้น เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าซึ่งมูลนิธิได้อุปการะไว้หลายร้อยชีวิต
ร่างสูงสง่าของนายแบบกิตติมศักดิ์ <strong>ลีย์ แม็คเคนซี่</strong> วัยยี่สิบห้าปีเป็นที่สร้างเสียงฮือฮาและซุบซิบเช่นเคย โดยเฉพาะจากเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยวัยมหา'ลัยหรือสาวใหญ่วัยทำงาน สาวผู้ดีไฮโซหรือสาวโลโซสาวเสิร์ฟที่โชคดีถูกว่าจ้างให้บริการเครื่องดื่ม
"อั๊ย...ฉันอยากได้เค้า" เสียงหญิงสาวนางหนึ่งกระซิบกับเพื่อนของเจ้าหล่อน ทำให้คนที่นั่งแถวหลังไปหนึ่งแถวถึงกับทำหน้ายู่ร้องแว่ะในใจให้กับประโยคของหล่อนผู้นั้น
ฝันไปเถอะย่ะ ชาติหน้าก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นขาอ่อนของพี่ชายเรา!
<strong>ดิรัสยา แม็คเคนซี่</strong> สาวน้อยวัยสิบเก้าปีแอบคิดพร้อมเชิดหน้าให้คนที่อยากได้พี่ลีย์ของหล่อน พี่ชายที่ดิรัสยาปลาบปลื้มและภาคภูมิใจนักหนาพอๆ กันกับพี่ชายแท้ๆ อย่างเจฟิโอ แม็คเคนซี่
"แกอย่าเวอร์พูดดังไป เดี๋ยวอาจเจอตบ ไม่เห็นเหรอว่าพวกสาวแก่แม่ม่ายกระเป๋าหนักทั้งหลายต่างก็จ้องซิกส์แพ็คเขาจนน้ำลายไหลยืด แทบหยดแหมะน่ะ พวกนี้แหละที่เขาต้องการดูดเงินเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และลีย์ก็เป็นแม่เหล็กชั้นเยี่ยม บอสถึงต้องเชิญเขาทุกปีไงเล่า"
เสียงผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกันกระซิบตอบ แสดงว่าเป็นสต๊าฟจากมูลนิธิฯ
"ก็น่าจะน้ำลายหกหลายปี๊บอยู่หรอกแก หุ่นทรมานใจสาวขนาดนั้น หน้างี้หล่อเป๊ะเวอร์ สายตาคมซึ้งชวนฝันแบบนั้น โอย...ขอสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณเลยจริงๆ"
แม่คนนั้นยังคงพร่ำเพ้อทำตาเคลิ้มฝันต่อไป ดิรัสยามองดูร่างสูงสง่าที่เดินได้อย่างสุดแสนสมาร์ตด้วยความภาคภูมิใจ ท่าเดินที่เป็นท่าประจำตัวของเขาสามารถเอามาใช้บนแคทวอล์กได้อย่างกลมกลืนแนบเนียนและแลดูเป็นธรรมชาติ สาวน้อยนั่งมองแล้วยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินเสียงชื่นชมรายรอบ
"ทั้งหล่อทั้งเก่งจริงๆ นะคุณลีย์นี่ เป็นถึงลูกชายตระกูลแม็คเคนซี่ เป็นผู้บริหาร เป็นศิลปินมีแกลเลอรี่โชว์ผลงานของตัวเอง แล้วไหนจะใจบุญสุนทานแบบนี้อีก เฮ้อ...อิจฉาผู้หญิงที่ได้เป็นเจ้าของครอบครองหัวใจและร่างกายของเขาจัง"
เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่าสตรีรอบแคทวอล์กโดยมีนายแบบสุดหล่อเป็นหัวข้อสนทนาดำเนินต่อไปจนกระทั่งร่างสูงนั้นเดินลับหายเข้าไปหลังม่านเป็นการแสดงโชว์ชุดสุดท้ายของงาน จากนั้นเหล่านายแบบนางแบบทั้งหลายก็พากันเดินออกมาอีกครั้งพร้อมกับดีไซเนอร์ผู้ออกแบบเสื้อผ้า เสียงปรบมือดังกึกก้อง เงินรายได้จากการเดินแบบหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้ามูลนิธิทั้งหมด และสต๊าฟที่รับผิดชอบรู้ดีว่า ลีย์ แม็คเคนซี่ ไม่รับค่าตัวแถมยังบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวให้แก่มูลนิธิฯ เป็นประจำทุกปีด้วย
***********************
หลังจากเดินแบบ ร่างสูงผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นเสื้อยืดสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์ลีวายสีซีด ร่องรอยผ้านิ่มและขาวบ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาเนิ่นนาน ยิ่งใส่ยิ่งนิ่ม ยิ่งซักยิ่งสวยตามคุณสมบัติของกางเกงยีนส์แบรนด์ดัง ในห้องเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบที่ลีย์รู้จักอยู่หลายคน บางคนเป็นลูกหลานของผู้ใหญ่ที่เขารู้จัก บางคนเป็นรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย หลายคนเป็นเซเลบริตี้ดังในวงสังคมที่เขาได้พบปะตามโอกาส เมื่อยามต้องออกงานในฐานะเป็นลูกชายของแซมกับโซเฟีย แม็คเคนซี่
"ลีย์ขา เสร็จจากนี่แล้วไปดื่มต่อกันมั้ยคะ"
เสียงร้องทักดังขึ้น ลีย์หันไปมองแล้วยิ้มสุภาพให้นีน่า หญิงสาวที่เขารู้จักจากการเดินแบบเมื่อปีก่อน จากนั้นก็พบปะกันตามงานเลี้ยง หล่อนลูกสาวของนักธุรกิจเสื้อผ้าที่ร่ำรวยในเมืองนี้
"ไม่ไหวครับ พรุ่งนี้ผมมีประชุมแต่เช้า เห็นจะต้องขอตัว"
เสียงทุ้มเอ่ยบอกสาวเจ้าที่มองเขาด้วยสายตาเป็นประกายชื่นชมอย่างเปิดเผย นีน่าสวมชุดเกาะอกสีส้มเดินมาสอดแขนคล้องกับลำแขนแข็งแรงของลีย์ เป็นจังหวะที่ดิรัสยาเดินเข้ามาในห้องพอดี ลีย์หันไปเห็นสายตาไม่พอใจที่เจ้าหล่อนมองมา
"กลับหรือยังคะพี่ลีย์ ดิวยืนรอจนขาแข็งแล้วนะ"
เอ่ยถามเสียงขุ่นพอกันกับสายตา ร่างบางสวมชุดราตรีสีชมพูดูสดใสเหมาะกับวัย แต่ตอนนี้ชุดไม่ค่อยจะเข้ากับใบหน้างอง้ำเอาแต่อารมณ์นั้นเท่าไหร่
"ตายแล้วน้องดิว ผู้พิทักษ์พี่ชาย น้องดิวไปเที่ยวต่อกับพี่มั้ยคะ"
นีน่ารีบเอ่ยถามอย่างเอาใจ รู้ว่าดิรัสยาเป็นน้องสาวของลีย์ เห็นสาวน้อยหวงพี่ชายคนนี้มาก นีน่าคิดว่าถ้าหากจะเข้าถึงลีย์นั้น อาจจะต้องเข้าทางยายน้องสาวจอมขี้หวงนี่ด้วย
"ไม่ค่ะ ดิวมีสอบ อีกอย่างไม่ชอบเที่ยวกลางคืน พี่ลีย์ไม่ชอบผู้หญิงดื่มเหล้าสูบบุหรี่!"
หล่อนเอ่ยกับนีน่าอย่างรู้ดีว่านีน่าเป็นผู้หญิงจำพวกไหน ทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง ซ่อนสีหน้าไม่พอใจไว้อย่างเต็มที่
"ผมขอตัวกลับก่อนนะครับนีน่า แล้วเจอกันครับ"
ลีย์เอ่ยแทรกขอตัวกลับ ร่างสูงเดินผ่านหน้าดิรัสยาออกไปยังประตูไม่พูดอะไร สาวน้อยรีบก้าวตามไป ด้านหน้าโรงแรมคนขับรถได้เคลื่อนรถเข้ามาจอดเทียบรอรับ ดิรัสยาก้าวเข้าไปนั่งก่อน จากนั้นร่างสูงก็ก้าวตามไปนั่งข้างๆ มองออกนอกหน้าต่าง ไม่พูดอะไรออกมา ดิรัสยาแกล้งพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมา กระแทกตัวกับเบาะพิง
"เค้าขอโทษ!"
หล่อนเอ่ยเสียงขุ่นอย่างเสียไม่ได้ ลีย์ปรายตามองคนตัวเล็กที่นั่งพิงเบาะกอดอกหน้าหงิก
"เรื่องอะไร" เขาเอ่ยถาม ดิรัสยาค้อนให้เขาที่ทำเป็นไขสือ รอให้หล่อนร้อนตัวและร้อนอกร้อนใจจนต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาเช่นทุกครั้ง
"เรื่องที่ดิวดื้อเมื่อตอนบ่ายไงเล่า"
หล่อนตอบทำหน้างอที่เขาทำท่านิ่งใช้สายตาปรายมอง
"อ้อ รู้ตัวเหมือนกันเหรอ" เขาเอ่ยออกมาสั้นๆ ตามเคย
"ก็แค่ครั้งเดียว เค้าอยากมาดูพี่ลีย์เดินแบบนี่นา"
หล่อนเอ่ยบอกเหตุผลที่หนีเรียนรีบกลับมาบ้าน เพื่อที่จะได้มางานนี้ เขาไม่รู้เพราะมาเตรียมตัวก่อน หล่อนแอบย่องตามมา เขาเพิ่งเห็นตอนเจ้าตัวดีโบกมือให้หยอยๆ เมื่อเขากำลังเดินซ้อมอยู่นั่นแหละ
"ทีหลังแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนสำคัญ สิ่งไหนไม่สำคัญ ต่อไปห้ามทำอีกเข้าใจไหม หิวหรือเปล่าเรา"
เขาเอ่ยสั่งสอนตักเตือนตามหน้าที่พี่ชายที่คอยดูแล และถามเสียงอ่อนลงในตอนท้าย ดิรัสยาพยักหน้า
"หิวสิ เค้าไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่าย"
หล่อนตอบเสียงอ่อย ลีย์ส่ายหน้าก่อนจะบอกคนขับให้แวะร้านประจำของหล่อน ดิรัสยายิ้มดีใจทันที เรื่องกินไม่มีใครรู้ใจหล่อนเท่าลีย์ สาวน้อยพิงศีรษะไปกับไหล่กว้างอย่างประจบ เขาขยับนั่งตัวแข็งแล้วผลักศีรษะเล็กออก
"อย่าทำอะไรเป็นเด็ก โตแล้ว"
เขาเอ่ยสอนอีกแล้ว ดิรัสยาย่นจมูกใส่คนที่ทำตัวเหมือนคนแก่คอยตำหนิสั่งสอนหล่อนอยู่ได้ทุกเรื่อง
"หวงจริง แค่บ่าก็ซบไม่ได้ ไม่เห็นง้อเลย ดิวไปซบไหล่แฟนก็ได้ รู้มั้ยว่าเค้าจะมีแฟนแล้วนะ"
เสียงใสเอ่ยบอกน้ำเสียงอวดๆ วัยสิบเก้าปีมีหนุ่มมาจีบเพียบจนเลือกไม่ถูกเลยตอนนี้ เห็นเขาหันมามองเต็มๆ
"ใคร" เสียงนิ่งเรียบเอ่ยถามคำเดียว เดาอารมณ์ไม่เคยถูก
"อืม...จริงๆ ก็มีหลายคนเลยล่ะ แต่ดิวตัดเหลือสามคน ยังไม่รู้จะเลือกคนไหน ต้องลองคบไปทั้งสามคนเลย แล้วค่อยตัดสินใจอีกที"
หล่อนเอ่ยตอบง่ายๆ ยิ้มร่าอวดฟันขาวเรียงสวย ลีย์จ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ แก้มนวลปลั่งมีสีเรื่อด้วยเลือดฝาดแห่งวัยสาวน้อยแรกผลิ ดวงตาโตคู่เด่นมีประกายระยับร่าเริงทำให้ดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดูกระจ่างใสน่ามองยิ่งขึ้นไปอีก เจ้าตัวดีเป็นน้องสาวที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ดูแลในขณะที่หล่อนศึกษาอยู่ที่เมืองบอสตันแห่งนี้
"เรียนให้จบก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องนั้น" เขาเอ่ยบอกออกมา
"บ้าแล้ว ทุกวันนี้ใครเขาทำแบบนั้นกัน เพื่อนดิวเขามีแฟนกันหมดแล้ว บางคนเขามีตั้งแต่มัธยมต้นโน่น มีแต่ดิวนี่แหละที่ล้าสมัยน่ะ" เจ้าหล่อนหันมาเถียงฉอดๆ ทันที
"ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ดิวต้องเรียนให้จบ ให้โตเป็นผู้ใหญ่รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน"
เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่ทุกคำเน้นหนักไม่มีท่าทีล้อเล่น
"แต่..."
"เลิกเถียงพี่ได้แล้ว จะกินไหมข้าว ถ้าเถียงนักก็ไม่ต้องกิน"
เขาเอ่ยถามแล้วจ้องหน้า ดิรัสยาจึงหุบปากลงเพราะรู้ว่าเขาเอาจริง และตอนนี้หล่อนก็หิวสุดๆ
ส่วนเรื่องผู้ชายนั้น ความจริงไม่ได้อยากมีหรอกฟงแฟนอะไรนั่นน่ะ แค่อยากลองหยั่งเสียงเขาดูเท่านั้นเองว่าเขาจะว่าอย่างไร แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ไม่เคยเดาใจเขาได้ถูกเลยสักครั้ง...
"ขอบคุณม้ากมากเลยค่ะ คุณปู่คุณย่า น้องดิวมีของฝากด้วยนะคะ อันนี้ไม่ใช่ของขวัญคริสต์มาสนะคะ แต่เป็นของฝากพิเศษอีกต่างหาก น้องดิวทุ่มสุดตัวเพื่อคุณปู่กับคุณย่าโดยเฉพาะเลยค่ะ"เห็นไหมละ...คิดไม่เคยผิด เจ้าหล่อนไม่เสียโอกาสที่จะทำคะแนน คุณปู่กับคุณย่าพยักหน้าและยิ้มมีความสุขให้หลานรัก จากนั้นสองหนุ่มสาวก็คลานเข่าเข้าไปกราบบิดามารดา"ทำดีมากลีย์ลุงมีของสมนาคุณ 2000 ดอลลาร์"สเตฟานกระซิบลีย์ นั่นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าใครเป็นฝ่ายชนะพนันระหว่างสเตฟานกับเบอร์นาโด ลีย์ยิ้มสุภาพกับคำของคุณลุง รู้สึกใจสงบและผ่อนคลายกับบรรยากาศที่เขาแอบกลัว คุณพ่อคุณแม่นั่งยิ้มน้อยๆ อยู่ด้วย แสดงว่าคุณลุงได้จัดการเกลี้ยกล่อมและเคลียร์ทางให้เรียบร้อยแล้ว"ของน้องดิวละคะคุณพ่อ น้องดิวรู้นะว่าเงินนั้นท่านได้แต่ใดมา ทั้งหมดทั้งสิ้นนั่นน่ะ มันเป็นเพราะเค้านะ คุณพ่อถึงได้ตังค์นี้" ยายตัวยุ่งเอ่ยทวงบุญคุณขึ้นทำให้ทุกคนต่างพากันยิ้ม"ไม่เกี่ยวกับเราเลย อย่ามาเคลม ไปไหว้ผู้ใหญ่ให้ครบก่อนไป"สเตฟานแกล้งเอ่ยเสียงดุใส่ลูกสาวคนโปรด ลีย์กับดิรัสยาขยับคลานเข่าไปทำความเคารพบิดามารดาของเขา คุณอาเจมส์ คุณน้าอีฟเวอรีน คุณอาเบนและคุณน้าโ
'ตกลง 2000 ยังได้เลยว่ะ'สเตฟานส่งราคามาท้าทายและหลอกกินเงินเจ้าพ่อกาสิโน นั่นทำให้เบอร์นาโดหยุดคิดนิดหนึ่ง สเตฟานท่าทางจะมั่นใจขนาดนี้ เบอร์นาโดจ้องมองรูปใบหูที่ถูกส่งมาอย่างใกล้ๆ ชนิดยกเอาแท็บเล็ตมาจ่อลูกกะตาเลยทีเดียว"แอมส่งแว่นขยายให้หน่อย"เสียงเจ้าพ่อแกรนด์คอสต้าบอกภรรยาที่กำลังนั่งปอกผลไม้ใส่จานให้อยู่ ทั้งสองนั่งเล่นในห้องโถงคฤหาสน์คอสต้า'เอาไปทำอะไรคะ' อมิยาเอ่ยถามสามีสุดที่รัก เบอร์นาโดจึงยื่นแท็บเล็ตให้ดูรูป"แอมคิดว่าเป็นใบหูของใคร"เลยถือโอกาสถามเมียเสียเลย อมิยาวางมือจากการปอกผลไม้ แล้วจ้องมอง"ผมสีน้ำตาลบลอนด์ เอ๊ะ หรือน้ำตาลเข้ม...ใครส่งมาคะ" อมิยาถาม"ลูกดิวน่ะ...เขาโพสต์รูปแหวนหมั้นบนนิ้วเห็นไหม แล้วก็โพสต์รูปใบหูนี่ว่าเป็นคู่หมั้นเขา ทุกคนเลยทายกันใหญ่ แต่ไอ้ฟานมันท้าพี่มาว่า เป็นหูของลีย์...2000 ดอลลาร์"เบอร์นาโดเอ่ยเล่าเรื่องที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนาท็อปฮิตในเฟซบุ๊กกลุ่ม อมิยาจ้องมอง'คุณอย่าเสี่ยงดีกว่า อาจจะใช่' อมิยาบอกสามี"ฮะ? จริงเหรอ...นี่ไอ้ฟานมันยอมให้ลีย์หมั้นกับหนูดิวจริงเหรอ?"เบอร์นาโดเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่อยากเชื่อ จากที่คุยกันในครั้งนั้น เห็นเพื
'บรรยากาศโรแมนติกของกรุงลอนดอนทำให้อะไรก็เป็นไปได้...คริ คริ'ข้อความบรรยายภาพ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนที่ออนไลน์อยู่รีบคลิกส่งรูปหัวใจแล้วรูป ว้าว... ทันที'ว้าว...อะไรยังไงจ๊ะที่รัก ขอชื่อคนโชคดีหน่อยจ้า'ข้อความแรกจากจัสมิน เพื่อนรักเพื่อนซี้'ว้อท!...ล้อเล่นอะไรอีกล่ะเจ้าดิว'ข้อความจากเจฟิโอที่คิดว่าน้องสาวล้อเล่น เจ้าหล่อนเพิ่งอัปรูปกับนักเต้นรำเต็มเฟซบุ๊กกลุ่มถี่เหลือเกิน มันมีอะไรเกิดขึ้นที่เจฟิโอไม่รู้หรือเปล่า'ฮ๊า! อย่าบอกนะว่าพี่ดิวหมั้นกับกราเซียโน่แล้วน่ะ'ข้อความจากซารีน่า'เราขอเดาว่าโพสต์นี้แค่ต้องการเช็กเรตติ้ง ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบและอย่าตกใจ'ข้อความจากซีล ซึ่งนานๆ จะเห็นที'เรื่องจริ๊ง ไม่ได้โม้... แต่จะไม่เปิดเผยจนกว่าจะกลับถึงบ้าน'ดิรัสยาตอบข้อความ จากนั้นเฟซบุ๊กกลุ่มก็มีเสียง ดิ๊งๆๆๆ ส่งข้อความเข้าไม่มีหยุด ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์และเดาว่าใครเป็นคู่หมั้นของดิรัสยา มีการพนันกันอีกต่างหาก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องพนันกันนั้นคนที่เป็นเจ้ามือจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโรม คอสต้า ผู้รับสืบทอดกาสิโนแกรนด์คอสต้าต่อจากบิดา'รับแทง ได้เสีย ได้เสีย'ข้อความจากโรม'บอกใบ้ให้หน่อยสิดิ
"ก็ให้พวกท่านเข้าใจว่าหมั้นจริงไปเลยก็ได้ครับ เพื่อความสบายใจของคุณลุง ความจริงหมั้นอีกรอบตอนคริสต์มาสก็ได้นะครับ ผมยินดีจะทำทุกอย่างที่คุณลุงต้องการ"ลีย์เอ่ย มองคนตัวเล็กด้วยสายตาปรามเมื่อเจ้าหล่อนทำท่าจะขำพรวดออกมากับความลดเลี้ยวหาทางไปของเขา"เอาอย่างนั้นก็ได้ ลุงไว้ใจลีย์คนเดียวสำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับยายดิว"เสียงคุณลุงยืนยันมา ทำให้ลีย์ยิ้มอย่างมีความสุข อย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเอาชนะใจคุณลุงต่อไปในภายภาคหน้า ชายหนุ่มฟังท่านฝากฝังยายตัวยุ่งเสร็จก็รับคำมั่นเหมาะแล้วกดวางสายดิรัสยากลิ้งตัวไปกลางเตียงแล้วหัวเราะลั่นออกมา เพราะถูกใจกับการที่เห็นลีย์กล้าที่จะต่อรองและพูดจาวกไปวนมาจนบิดาหลงกลยอมให้เขาโดยไม่รู้ตัว คุณพ่อก็คิดว่ากำลังจูงจมูกพี่ลีย์อยู่ และพี่ลีย์ก็ทำเป็นยอมให้ เห็นใบหน้าหล่อเหลายิ้มพราย เขาล้มตัวมานอนเคียงข้าง ดึงดิรัสยาเข้าไปกอดแล้วกดจมูกไปบนหน้าผาก"หัวเราะอะไรนักหนาหือ"เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อหล่อนยังคงหัวเราะหน้าแดงอยู่ ดวงตาคู่โตสดใสและมีความสุข ลีย์จ้องมองพิมพ์ภาพนั้นเอาไว้ในหัวใจ เขาสัญญากับตัวเองว่า ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ จะทำให้คนตัวเล็กยิ้มและหัวเราะ
"น้ำเย้น เย็น ดื่มให้ชื่นใจก่อน เดี๋ยวเค้าจะโทรสั่งอาหารนะ พี่ลีย์จะอาบน้ำก็ได้นะ เค้าจะผสมน้ำอุ่นให้เอามั้ย"พูดต่อและถามต่ออย่างเอาใจ โดยที่คำถามแรกก็ยังไม่เปิดโอกาสให้คนถูกถามได้ตอบเลย"เราเป็นยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นแล้วเหรอ"ลีย์เอ่ยถามเป็นประโยคแรกเมื่อมีโอกาสได้พูดบ้าง เห็นท่าทางร่าเริงนั่นก็ท
ลีย์เข้าพักที่โรงแรมซึ่งอยู่ใกล้บริษัทเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขามาลอนดอน"ห้องเต็มหมดค่ะตอนนี้ ได้แค่ที่บุ๊กเอาไว้คือหนึ่งห้องเท่านั้นเองค่ะ" เสียงประชาสัมพันธ์เอ่ยบอกด้วยใบหน้ายิ้มขออภัย เมื่อลีย์กับดิรัสยามายืนอยู่ที่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ลีย์ได้ให้คนจองห้องของเขาเรียบร้อยแล้วตามปกติ ด
ดิรัสยายกมือทักทายทุกคนที่ยิ้มและร้องทัก"ต๊าย คุณหนูดิวมาทำงานด้วยเหรอคะวันนี้ ไม่เห็นเป็นเดือนเลย คิดถึงจังค่ะ"จูน หัวหน้าฝ่ายการเงิน หญิงสาวโสดวัยสี่สิบปีร้องทักทันทีเมื่อเห็นดิรัสยาเดินยิ้มกริ่มเข้าไปหา"เว็บไซต์ที่แนะนำจูนไปน่ะ คุณดิวเอ๊ย...สุดยอดมากค่ะ"จูนกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน ดิรัส
"อิ่มแล้วค่ะ... ปากเค้าเลอะมั้ย"ดิรัสยาแกล้งยื่นหน้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม เพราะอยากเห็นดวงตาคู่คมส่งรอยยิ้มวิบวับขบขันมาให้ เขาไม่ตอบแต่หยิบผ้าบนตักหล่อนมาเช็ดเศษขนมปังตรงมุมปากให้ ดิรัสยาทำหลับตาพริ้มให้เขาเช็ดอย่างแกล้งๆ"ต่อไปถ้าทำปากเลอะเวลาทาน พี่จะหักเงินพ็อกเก็ตมันนี่"เขาเอ่ยบอกหน้านิ่งเฉย ทำใ