Masukกรุ่นกลิ่นสิเน่หา เป็นรุ่นลูกในซีรีส์ Strong Heart นิยายขนาดยาวมากๆ ตามสไตล์เอลยา
Lihat lebih banyak<strong>แสงแฟลช</strong>ฉายสว่างวูบวาบและเสียงกดชัตเตอร์รัวๆ ฟังเหมือนเสียงข้าวตอกแตกในค่ำคืนแห่งแฟชั่นโชว์ ณ โรงแรมหรูในเมืองบอสตัน แขกผู้มีเกียรตินั่งบนเก้าอี้เป็นแถวตามความยาวของแคทวอล์ก งานเดินแบบการกุศลที่มูลนิธิฟอสเตอร์แคร์แห่งเมืองบอสตันจัดขึ้น เพื่อหารายได้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าซึ่งมูลนิธิได้อุปการะไว้หลายร้อยชีวิต
ร่างสูงสง่าของนายแบบกิตติมศักดิ์ <strong>ลีย์ แม็คเคนซี่</strong> วัยยี่สิบห้าปีเป็นที่สร้างเสียงฮือฮาและซุบซิบเช่นเคย โดยเฉพาะจากเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยวัยมหา'ลัยหรือสาวใหญ่วัยทำงาน สาวผู้ดีไฮโซหรือสาวโลโซสาวเสิร์ฟที่โชคดีถูกว่าจ้างให้บริการเครื่องดื่ม
"อั๊ย...ฉันอยากได้เค้า" เสียงหญิงสาวนางหนึ่งกระซิบกับเพื่อนของเจ้าหล่อน ทำให้คนที่นั่งแถวหลังไปหนึ่งแถวถึงกับทำหน้ายู่ร้องแว่ะในใจให้กับประโยคของหล่อนผู้นั้น
ฝันไปเถอะย่ะ ชาติหน้าก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นขาอ่อนของพี่ชายเรา!
<strong>ดิรัสยา แม็คเคนซี่</strong> สาวน้อยวัยสิบเก้าปีแอบคิดพร้อมเชิดหน้าให้คนที่อยากได้พี่ลีย์ของหล่อน พี่ชายที่ดิรัสยาปลาบปลื้มและภาคภูมิใจนักหนาพอๆ กันกับพี่ชายแท้ๆ อย่างเจฟิโอ แม็คเคนซี่
"แกอย่าเวอร์พูดดังไป เดี๋ยวอาจเจอตบ ไม่เห็นเหรอว่าพวกสาวแก่แม่ม่ายกระเป๋าหนักทั้งหลายต่างก็จ้องซิกส์แพ็คเขาจนน้ำลายไหลยืด แทบหยดแหมะน่ะ พวกนี้แหละที่เขาต้องการดูดเงินเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และลีย์ก็เป็นแม่เหล็กชั้นเยี่ยม บอสถึงต้องเชิญเขาทุกปีไงเล่า"
เสียงผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกันกระซิบตอบ แสดงว่าเป็นสต๊าฟจากมูลนิธิฯ
"ก็น่าจะน้ำลายหกหลายปี๊บอยู่หรอกแก หุ่นทรมานใจสาวขนาดนั้น หน้างี้หล่อเป๊ะเวอร์ สายตาคมซึ้งชวนฝันแบบนั้น โอย...ขอสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณเลยจริงๆ"
แม่คนนั้นยังคงพร่ำเพ้อทำตาเคลิ้มฝันต่อไป ดิรัสยามองดูร่างสูงสง่าที่เดินได้อย่างสุดแสนสมาร์ตด้วยความภาคภูมิใจ ท่าเดินที่เป็นท่าประจำตัวของเขาสามารถเอามาใช้บนแคทวอล์กได้อย่างกลมกลืนแนบเนียนและแลดูเป็นธรรมชาติ สาวน้อยนั่งมองแล้วยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินเสียงชื่นชมรายรอบ
"ทั้งหล่อทั้งเก่งจริงๆ นะคุณลีย์นี่ เป็นถึงลูกชายตระกูลแม็คเคนซี่ เป็นผู้บริหาร เป็นศิลปินมีแกลเลอรี่โชว์ผลงานของตัวเอง แล้วไหนจะใจบุญสุนทานแบบนี้อีก เฮ้อ...อิจฉาผู้หญิงที่ได้เป็นเจ้าของครอบครองหัวใจและร่างกายของเขาจัง"
เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่าสตรีรอบแคทวอล์กโดยมีนายแบบสุดหล่อเป็นหัวข้อสนทนาดำเนินต่อไปจนกระทั่งร่างสูงนั้นเดินลับหายเข้าไปหลังม่านเป็นการแสดงโชว์ชุดสุดท้ายของงาน จากนั้นเหล่านายแบบนางแบบทั้งหลายก็พากันเดินออกมาอีกครั้งพร้อมกับดีไซเนอร์ผู้ออกแบบเสื้อผ้า เสียงปรบมือดังกึกก้อง เงินรายได้จากการเดินแบบหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้ามูลนิธิทั้งหมด และสต๊าฟที่รับผิดชอบรู้ดีว่า ลีย์ แม็คเคนซี่ ไม่รับค่าตัวแถมยังบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวให้แก่มูลนิธิฯ เป็นประจำทุกปีด้วย
***********************
หลังจากเดินแบบ ร่างสูงผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นเสื้อยืดสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์ลีวายสีซีด ร่องรอยผ้านิ่มและขาวบ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาเนิ่นนาน ยิ่งใส่ยิ่งนิ่ม ยิ่งซักยิ่งสวยตามคุณสมบัติของกางเกงยีนส์แบรนด์ดัง ในห้องเต็มไปด้วยนายแบบและนางแบบที่ลีย์รู้จักอยู่หลายคน บางคนเป็นลูกหลานของผู้ใหญ่ที่เขารู้จัก บางคนเป็นรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย หลายคนเป็นเซเลบริตี้ดังในวงสังคมที่เขาได้พบปะตามโอกาส เมื่อยามต้องออกงานในฐานะเป็นลูกชายของแซมกับโซเฟีย แม็คเคนซี่
"ลีย์ขา เสร็จจากนี่แล้วไปดื่มต่อกันมั้ยคะ"
เสียงร้องทักดังขึ้น ลีย์หันไปมองแล้วยิ้มสุภาพให้นีน่า หญิงสาวที่เขารู้จักจากการเดินแบบเมื่อปีก่อน จากนั้นก็พบปะกันตามงานเลี้ยง หล่อนลูกสาวของนักธุรกิจเสื้อผ้าที่ร่ำรวยในเมืองนี้
"ไม่ไหวครับ พรุ่งนี้ผมมีประชุมแต่เช้า เห็นจะต้องขอตัว"
เสียงทุ้มเอ่ยบอกสาวเจ้าที่มองเขาด้วยสายตาเป็นประกายชื่นชมอย่างเปิดเผย นีน่าสวมชุดเกาะอกสีส้มเดินมาสอดแขนคล้องกับลำแขนแข็งแรงของลีย์ เป็นจังหวะที่ดิรัสยาเดินเข้ามาในห้องพอดี ลีย์หันไปเห็นสายตาไม่พอใจที่เจ้าหล่อนมองมา
"กลับหรือยังคะพี่ลีย์ ดิวยืนรอจนขาแข็งแล้วนะ"
เอ่ยถามเสียงขุ่นพอกันกับสายตา ร่างบางสวมชุดราตรีสีชมพูดูสดใสเหมาะกับวัย แต่ตอนนี้ชุดไม่ค่อยจะเข้ากับใบหน้างอง้ำเอาแต่อารมณ์นั้นเท่าไหร่
"ตายแล้วน้องดิว ผู้พิทักษ์พี่ชาย น้องดิวไปเที่ยวต่อกับพี่มั้ยคะ"
นีน่ารีบเอ่ยถามอย่างเอาใจ รู้ว่าดิรัสยาเป็นน้องสาวของลีย์ เห็นสาวน้อยหวงพี่ชายคนนี้มาก นีน่าคิดว่าถ้าหากจะเข้าถึงลีย์นั้น อาจจะต้องเข้าทางยายน้องสาวจอมขี้หวงนี่ด้วย
"ไม่ค่ะ ดิวมีสอบ อีกอย่างไม่ชอบเที่ยวกลางคืน พี่ลีย์ไม่ชอบผู้หญิงดื่มเหล้าสูบบุหรี่!"
หล่อนเอ่ยกับนีน่าอย่างรู้ดีว่านีน่าเป็นผู้หญิงจำพวกไหน ทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง ซ่อนสีหน้าไม่พอใจไว้อย่างเต็มที่
"ผมขอตัวกลับก่อนนะครับนีน่า แล้วเจอกันครับ"
ลีย์เอ่ยแทรกขอตัวกลับ ร่างสูงเดินผ่านหน้าดิรัสยาออกไปยังประตูไม่พูดอะไร สาวน้อยรีบก้าวตามไป ด้านหน้าโรงแรมคนขับรถได้เคลื่อนรถเข้ามาจอดเทียบรอรับ ดิรัสยาก้าวเข้าไปนั่งก่อน จากนั้นร่างสูงก็ก้าวตามไปนั่งข้างๆ มองออกนอกหน้าต่าง ไม่พูดอะไรออกมา ดิรัสยาแกล้งพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมา กระแทกตัวกับเบาะพิง
"เค้าขอโทษ!"
หล่อนเอ่ยเสียงขุ่นอย่างเสียไม่ได้ ลีย์ปรายตามองคนตัวเล็กที่นั่งพิงเบาะกอดอกหน้าหงิก
"เรื่องอะไร" เขาเอ่ยถาม ดิรัสยาค้อนให้เขาที่ทำเป็นไขสือ รอให้หล่อนร้อนตัวและร้อนอกร้อนใจจนต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาเช่นทุกครั้ง
"เรื่องที่ดิวดื้อเมื่อตอนบ่ายไงเล่า"
หล่อนตอบทำหน้างอที่เขาทำท่านิ่งใช้สายตาปรายมอง
"อ้อ รู้ตัวเหมือนกันเหรอ" เขาเอ่ยออกมาสั้นๆ ตามเคย
"ก็แค่ครั้งเดียว เค้าอยากมาดูพี่ลีย์เดินแบบนี่นา"
หล่อนเอ่ยบอกเหตุผลที่หนีเรียนรีบกลับมาบ้าน เพื่อที่จะได้มางานนี้ เขาไม่รู้เพราะมาเตรียมตัวก่อน หล่อนแอบย่องตามมา เขาเพิ่งเห็นตอนเจ้าตัวดีโบกมือให้หยอยๆ เมื่อเขากำลังเดินซ้อมอยู่นั่นแหละ
"ทีหลังแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนสำคัญ สิ่งไหนไม่สำคัญ ต่อไปห้ามทำอีกเข้าใจไหม หิวหรือเปล่าเรา"
เขาเอ่ยสั่งสอนตักเตือนตามหน้าที่พี่ชายที่คอยดูแล และถามเสียงอ่อนลงในตอนท้าย ดิรัสยาพยักหน้า
"หิวสิ เค้าไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่าย"
หล่อนตอบเสียงอ่อย ลีย์ส่ายหน้าก่อนจะบอกคนขับให้แวะร้านประจำของหล่อน ดิรัสยายิ้มดีใจทันที เรื่องกินไม่มีใครรู้ใจหล่อนเท่าลีย์ สาวน้อยพิงศีรษะไปกับไหล่กว้างอย่างประจบ เขาขยับนั่งตัวแข็งแล้วผลักศีรษะเล็กออก
"อย่าทำอะไรเป็นเด็ก โตแล้ว"
เขาเอ่ยสอนอีกแล้ว ดิรัสยาย่นจมูกใส่คนที่ทำตัวเหมือนคนแก่คอยตำหนิสั่งสอนหล่อนอยู่ได้ทุกเรื่อง
"หวงจริง แค่บ่าก็ซบไม่ได้ ไม่เห็นง้อเลย ดิวไปซบไหล่แฟนก็ได้ รู้มั้ยว่าเค้าจะมีแฟนแล้วนะ"
เสียงใสเอ่ยบอกน้ำเสียงอวดๆ วัยสิบเก้าปีมีหนุ่มมาจีบเพียบจนเลือกไม่ถูกเลยตอนนี้ เห็นเขาหันมามองเต็มๆ
"ใคร" เสียงนิ่งเรียบเอ่ยถามคำเดียว เดาอารมณ์ไม่เคยถูก
"อืม...จริงๆ ก็มีหลายคนเลยล่ะ แต่ดิวตัดเหลือสามคน ยังไม่รู้จะเลือกคนไหน ต้องลองคบไปทั้งสามคนเลย แล้วค่อยตัดสินใจอีกที"
หล่อนเอ่ยตอบง่ายๆ ยิ้มร่าอวดฟันขาวเรียงสวย ลีย์จ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ แก้มนวลปลั่งมีสีเรื่อด้วยเลือดฝาดแห่งวัยสาวน้อยแรกผลิ ดวงตาโตคู่เด่นมีประกายระยับร่าเริงทำให้ดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราดูกระจ่างใสน่ามองยิ่งขึ้นไปอีก เจ้าตัวดีเป็นน้องสาวที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ดูแลในขณะที่หล่อนศึกษาอยู่ที่เมืองบอสตันแห่งนี้
"เรียนให้จบก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องนั้น" เขาเอ่ยบอกออกมา
"บ้าแล้ว ทุกวันนี้ใครเขาทำแบบนั้นกัน เพื่อนดิวเขามีแฟนกันหมดแล้ว บางคนเขามีตั้งแต่มัธยมต้นโน่น มีแต่ดิวนี่แหละที่ล้าสมัยน่ะ" เจ้าหล่อนหันมาเถียงฉอดๆ ทันที
"ใครจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ดิวต้องเรียนให้จบ ให้โตเป็นผู้ใหญ่รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน"
เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่ทุกคำเน้นหนักไม่มีท่าทีล้อเล่น
"แต่..."
"เลิกเถียงพี่ได้แล้ว จะกินไหมข้าว ถ้าเถียงนักก็ไม่ต้องกิน"
เขาเอ่ยถามแล้วจ้องหน้า ดิรัสยาจึงหุบปากลงเพราะรู้ว่าเขาเอาจริง และตอนนี้หล่อนก็หิวสุดๆ
ส่วนเรื่องผู้ชายนั้น ความจริงไม่ได้อยากมีหรอกฟงแฟนอะไรนั่นน่ะ แค่อยากลองหยั่งเสียงเขาดูเท่านั้นเองว่าเขาจะว่าอย่างไร แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ไม่เคยเดาใจเขาได้ถูกเลยสักครั้ง...
ลีย์แตะไล้ลิ้น ดื่มกินทุกตารางนิ้วตั้งแต่ทรวงอกอิ่มจนถึงหน้าท้องเนียน ชายหนุ่มขยับตัวลงไปนอนระหว่างขาเรียวดึงแพนตี้ออกทางปลายเท้าทันที"อุ้ย...พี่ลีย์...จะทำอะไรเค้า" เสียงเล็กเอ่ยทักท้วงเมื่อเห็นร่างสูงผลักขาหล่อนให้แยกออกจากกัน"จะสอนบทเรียนบทแรกให้ดิวยังไงล่ะ อย่าร้องเสียงดังนะเด็กดื้อ"เขาตอบแล้วก้มมองความสวยงามตรงหน้า จดจำมันเอาไว้ทุกรายละเอียดเพราะเขารักทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวหล่อน จากนั้นก็ก้มไปใช้ปลายลิ้นแตะทักทายความสวยงาม ร่างบางสะดุ้งขึ้นทันที"อ้า...พี่ลีย์...นั่น...มัน...ออรัลเซ็กส์เหรอ" คนอ่านมารีบเอ่ยถาม"ใช่...พี่จะกินดิว ใช้ปากกับลิ้นกับ...ตรงนี้ของดิว"เขากระซิบตอบใช้ปลายนี้ลูบไล้ประกอบคำว่าตรงนี้ ดิรัสยาตัวสั่นระริกกับความเสียวซ่านที่ก่อเกิดจนร่างกายสุดทรมานต้องบิดผ้าห่มและผ้าปูจนแทบขาดติดมือ ปล่อยเสียงครางอื้ออึงออกมา ลิ้นและปากอุ่นทำการบางอย่างที่ทำให้ดิรัสยาต้องเกร็งยกร่างขึ้นแนบปากของเขา"โอย...พี่ลีย์...น้องดิว...อือ"คนตัวเล็กครางแล้วบิดส่าย ลีย์ใช้ปลายลิ้นไล้เลียไปทุกซอกทุกมุม กลีบดอกไม้งามและหอมหวานนักจนเขาร่างสั่นสะท้านเต็มไปด้วยอารมณ์ต้องการลึกล้ำ ลีย์พล
"เดี๋ยว...เค้าร้องเพลงก่อนได้มั้ย เป็นการอินโทร" คนตัวบางเงยหน้าขึ้นมาถามเมื่อมีโอกาส"เพลงอะไร ทำไมต้องร้องด้วย" ลีย์ถามก้มไปจูบแก้มนวลปลั่งอย่างมันเขี้ยว"จูบ...คุณคิดว่าไม่สำคัญ...แต่เมื่อคุณจูบช้าน...""ไม่ต้องร้อง...เสียเวลา พี่จะสาธิตให้จนจบม้วน แล้วดิวค่อยร้องเพลงปิดท้าย"เขาเอ่ยน้ำเสียงขำปนเอ็นดูคนที่เป็นเด็กก็ไม่ใช่ เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง ยายตัวยุ่งพยักหน้าหงึกๆ"โอเค...เอาตามนั้น ตอนที่พี่ลีย์สาธิต เค้าก็จะคิดไปด้วยว่า จะใช้เพลงอะไรปิดท้ายการแสดงโชว์ครั้งนี้ดี""...ถ้าน้องดิวคิดออก"ลีย์เอ่ยแล้วจุดยิ้มกริ่ม... อยากจะรู้ขึ้นมาจริงๆ ว่ายายตัวดีจะยังคิดชื่อเพลงออกจริงหรือไม่"เอาเลยเค้าพร้อมแล้ว จูบอย่างเมื่อกี้เค้าเกร็งในช่องท้องเลย ใจหวิวๆ วิบๆ ด้วย"เสียงเล็กเอ่ยรายงาน แล้วขยับหน้าทำหลับตาพริ้ม เผยอปากออกหน่อยๆ เป็นท่ารอจูบ ลีย์ส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เขาก้มไปจูบหน้าผากเกลี้ยงเกลา จูบแก้มนวลข้างซ้าย แล้วข้างขวา จูบแผ่วเบาไปบนปลายจมูกโด่งเล็ก แล้วจึงค่อยก้มไปหาริมฝีปากอิ่ม แต่ยังไม่แนบประกบ เพียงแค่ลอยอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น"ต่อไปน้องดิวจะรู้สึกยิ่งกว่าใจหวิวๆ วับๆ อี
เพียงเท่านั้นก็แทบรับไม่ได้ ลีย์สบถออกมาด้วยความหงุดหงิด สับสนกับตัวเองอย่างที่สุด เขาจะทำยังไงดีกับสภาวะหัวใจที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ สถานการณ์ที่เหมือนโจทย์ชีวิตที่พระเจ้าโยนลงมาให้เพื่อทดสอบสามัญสำนึก"อยากรู้เรื่องจูบ พี่ก็จูบเราไปแล้วไง จะอยากรู้อะไรนักหนา" เขาเอ่ยเสียงห้วนออกมา"จูบแล้วยังไงต่อ ขออีกสเต็ปไม่ได้เหรอ...นะ""พูดไม่รู้เรื่อง"เขาบ่นงึมงำ พลิกนอนตะแคงหันหลังให้ ดิรัสยาขยับไปนอนโอบซ้อนหลัง กำลังคิดทบทวนไอ้ที่อ่านมาจากอินเทอร์เน็ต ริมฝีปากเล็กประทับลงไปบนต้นคอของเขา ร่างสูงสะดุ้งโหยงทันที"เฮ้ย เด็กบ้า...หลับไปเลย"เขาหันมาดุ ดิรัสยาขยับไปชิดมากขึ้น โอบแขนไปรอบเอวสอบ แล้วค่อยลูบมือไปบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นลอนสวย อ่านมาเขาว่าจะทำให้ผู้ชายรู้สึกดีเป็นการสัมผัสส่งกระแสอ่อนโยนปนวาบหวิวไปให้"เค้าลูบแบบนี้ รู้ว่าพี่ลีย์ไม่รู้สึกอะไรหรอก จริงมั้ย"เสียงเล็กเอ่ยถามเบาๆ ลีย์รีบจับมือเรียวให้หยุดลูบ เขากุมเอาไว้ที่ท้อง รู้สึกถึงร่างบางที่ขยับมานอนแนบชิดด้านหลังของเขา ทรวงอกอิ่มคู่งามที่เขาไม่เคยลืมเลือนกดไปกับแผ่นหลัง"ตัวพี่ลีย์ ห๊อม หอม...เค้าชอบดม ตรงคอก็หอม"
จะทำยังไงดี ที่คิดว่าต้องการให้เวลาเขานั้นก็คงจะเป็นความคิดที่ถูกต้องแล้วล่ะ ดิรัสยาครุ่นคิด"ทำไมคะ" เสียงเล็กถามออกไป"เพราะเราเป็นน้องของพี่ ทุกคนเป็นพี่น้องกัน อย่าทำอะไรที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องผิดหวังเสียใจและอับอาย"ลีย์เอ่ย เป็นการเตือนตัวเองมากกว่าเตือนหล่อน เพราะแม็คเคนซี่เป็นตระกูลใหญ่ มีหน้ามีตาในสังคม สังคมจะว่าอย่างไรถ้าหากเด็กกำพร้าที่แม็คเคนซี่อุตส่าห์ให้ความรักเมตตาอุปการะเลี้ยงดูมาอย่างดีนั้น ได้กลายเป็นคนเนรคุณ กินบนเรือนขี้รดหลังคาไปเสียอย่างนี้"ทำไมต้องอับอาย เราไม่ได้ทำอะไรผิด"คนตัวเล็กยังไม่ยอมเข้าใจ ลีย์ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง"เราเป็นพี่น้องกัน เข้าใจไหมดิว มันจบเพียงแค่นั้น อย่าพูดหรือคิดอะไรที่มันไม่ใช่"เขาเอ่ยเสียงเข้มดุเป็นการเตือน"เค้าไม่รู้หรอกว่าพี่ลีย์คิดอะไร เค้าขี้เกียจตีความ แต่ที่เค้ารู้ตอนนี้คือ เค้าง่วง จูบกู๊ดไนท์เค้าหน่อย"หล่อนเอ่ยตัดบท นอนหงายจ้องหน้ารอให้เขาจูบกู๊ดไนท์ ลีย์ถอนหายใจก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มนวลทีหนึ่ง"ไม่ใช่ตรงนั้น...จูบที่ปาก น้องดิวชอบแบบนั้น"หล่อนเอ่ยท้วง ลีย์จึงก้มไปจูบปากแบบเร็วๆ"จูบเค้าเหมือนตอนนั้นน่ะ เค้ารู้สึกดีแบบ