Masukเวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้
"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง "ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย ขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้ "ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น "ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด "แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม" "พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว "ฉะ...ฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมา ฉันทำไม่ได้หรอก" เธอกลัวจะทำให้เขาผิดหวังเพราะเธออ่อนหัดเรื่องแบบนี้มาก เรียกว่าไร้ประสบการณ์เลยก็ว่าได้ "ไม่เป็นไร ผมเตรียมมาแล้ว" ชายหนุ่มตบกระเป๋ากางเกงให้เห็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่อยู่ด้านใน "ตามมาพี่พิม...ที่จองห้องไว้ครับ" เขาจองห้องแล้วจ่ายเงินเสร็จสรรพทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติไปหมด ผิดกับคนตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าอายๆ อยู่ข้างหลัง เมื่อถึงห้องพริมารีบวิ่งเข้าห้องน้ำพยายามหลบหน้าคนรักที่สีหน้าตอนนี้ดูน่ากลัวเสียเหลือเกิน เธอนั่งทำใจอยู่ในห้องน้ำกว่าสิบนาทีจนคนที่รอเริ่มกระวนกระวายใจ "พี่พิม พี่จะหลบอยู่ข้างในนั้นทั้งวันหรือไง" "ฉันยังไม่พร้อม" "เดี๋ยวผมทำเอง พี่ไม่ต้องทำอะไรเลย" กรัณย์ตะโกนตอบเสียงดังยิ่งทำให้คนที่กำลังกังวลยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ "หนึ่ง...สอง...สาม...ฟู่ว...ไม่ต้องกลัว ทำใจให้โล่ง" พริมานั่งนับเลขปลอบใจตัวเองอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับคนที่รออยู่ แต่เมื่อออกมาก็เจอคนตัวโตที่อยู่ในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว เสื้อผ้าถูกถอดกองไว้บนโซฟาราวกับเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ผิดกับเธอที่ยังมีเสื้อผ้าครบทุกชิ้น "มานี่มา" มือหนาจับจูงคนตัวเล็กให้ไปนั่งที่เตียงกว้างเพื่อให้เธอสงบจิต สงบใจ "ฉันทำแบบนั้นไม่เป็นหรอกนะ นายจะยังอยากทำอยู่ไหม" พริมาเบนสายตาหนี เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาไม่เต็มเสียงนัก "ผมไม่ได้สนเรื่องนั้นสักหน่อย ผมแค่อยากทำกับพี่ จุ๊บ" ว่าจบก็จูบปลอบประโลมที่ริมฝีปากบางแล้วผละออก "ไม่ต้องกลัวนะ" กรัณย์ค่อยๆ จัดการถอดเสื้อผ้าของคนตรงหน้าออกช้าๆ ไม่ทันให้อีกคนได้เตรียมใจ พริมาที่เผลอไผลไปกับอารมณ์ยอมโอนอ่อนไปกับเขาราวกับคนไร้สติ กายขาวเนียนเปลือยเปล่าประจักษ์ต่อสายตาราชสีห์หนุ่มผู้หิวโหย กรัณย์อยากจะกดร่างเล็กลงบนเตียงเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาอยากถนอมเธอให้มากที่สุด "อ๊ะ...อื้อ" หน้าอกกลมสวยถูกสัมผัสโดยมือหนาที่กอบกุมด้วยความทะนุถนอม "รู้ไหมว่าผมอดทนมาตลอดเลยนะ" น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูทั้งที่มือยังขย้ำหน้าอกกลมไม่แรงนัก "อ๊า...อย่าบีบ" "ชอบไหมครับ" "อึก...กายอย่าจับตรงนั้น" เธอรีบห้ามปรามเมื่อมืออีกข้างของเขากำลังลูบไล้ส่วนล่างของเธออยู่ กรัณย์ละจากหน้าอกกลมสวยแล้วเคลื่อนตัวลงไปนั่งชันเข่ากับพื้น ใบหน้าหล่อคมอยู่พอดีกับเนินอูมไร้ขนบดบังแบบเหมาะเจาะ "จะทำอะไร...อ๊าย!" เสียงหวานครางลั่นตกใจที่จู่ๆ นิ้วแกร่งจัดการถูไถรอยแยกกลางกายสาว "ถ้าตรงนี้ไม่แฉะ พี่จะเจ็บนะ" "หยุดนะ...อ๊า" "หอมจัง" จมูกโด่งสูดดมฟุดฟิดก่อนจะทำในสิ่งที่พริมาเองก็คาดไม่ถึง "กาย!...อ๊า...อย่าเลียตรงนั้น" เธอพยายามดันศีรษะเขาออก แต่กรัณย์ยังคงดื้อแพ่งดุนดันใช้ลิ้นปาดเลียเนินอูมขาวเนียนอย่างหน้าตาเฉย แถมยังใช้นิ้วแกร่งสอดเข้าโพรงเล็กแสนคับแน่นที่เริ่มมีน้ำสีใสออกมาเมื่อถูกกระตุ้น "แผล็บ...อื้ม...แผล็บ" "พอแล้ว...อ๊า...หยุดก่อน" ภาพตรงหน้าเธอคือคนรักกับจัดการเลียส่วนนั้นแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่นึกรังเกียจแม้ส่วนนั้นจะเป็นส่วนที่ผู้หญิงหลายคนกังวลเรื่องกลิ่นก็ตาม "อื้อ...อ๊าส์...แผล็บ" เขาทั้งดูดทั้งเลียทำเอาเธอเสียวซ่านจนจิกเท้าเกร็งแทบเป็นตะคริว "อ๊ะ...ปวดฉี่...อ๊า...จะออกแล้ว" คนไร้ประสบการณ์แยกไม่ออกว่านี่คือปวดห้องน้ำหรือเพียงแค่อยากปลดปล่อยความอัดอั้นกันแน่ ชายหนุ่มยอมผละออกเพราะไม่อยากให้เธอเสร็จสมไปก่อน สายตาคมจับจ้องมองกลางกายสายที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำเมือกใส ส่วนเจ้าของร่างเล็กในเวลานี้หมดแรงทิ้งตัวนอนราบไปกับเตียงเป็นที่เรียบร้อย "ฉิบหายล่ะ ซื้อถุงยางผิดไซส์" กรัณย์สบถออกมาเบาๆ เมื่อถุงยางอนามัยที่ซื้อมานั้นมันไม่พอดีกับขนาดของตัวเอง "ห๊ะ!" คนนอนตื่นเต้นหูผึ่งทันควัน "มันเล็กไป ผมซื้อมาผิดคิดว่าจะพอดี" เขาซื้อขนาดห้าสิบสี่เพราะจำได้ว่าเคยใช้เท่านี้ แต่ทำไมครั้งนี้พอใส่แล้วถึงได้รัดแน่นจนเจ็บได้ล่ะ "งะ...งั้นไม่ทำไหม" "ไม่มีทาง ผมไม่ทนแล้วนะ" คนตัวโตทนไม่ไหวอีกต่อไป ถ้าไม่ใช่ครั้งนี้ก็แทบไม่มีโอกาสอีกแล้ว "แต่ถุงยางมัน..." "ไม่ต้องใส่ก็ได้มั้ง" "ไม่ได้!" "เดี๋ยวเอาออกตอนจะเสร็จ" "มันเสี่ยงนะ!" "แต่ผมทนไม่ไหวแล้วนะพี่" ชายหนุ่มก้มหน้าสลดมองแก่นกายอวบใหญ่ที่ชี้โด่พร้อมออกรบอาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส
ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่
หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต
นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม
พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้
เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร







