LOGINสี่ปีก่อนหน้านี้...
สองครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกัน แต่กลับอยู่บ้านข้างกันมีเพียงรั้วสูงแค่อกเท่านั้นที่กั้นเอาไว้ สองบ้านไม่ถูกกันด้วยเรื่องอะไรไม่มีใครรู้ เพราะเป็นแบบนี้มาเนิ่นนานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี ถ้าถามว่าทำไมเธอไม่ย้ายบ้านหนีคำตอบของพวกผู้ใหญ่ก็คงบอกว่าจะย้ายทำไมในเมื่อนี่เป็นบ้านของเรา "เฮ้ย! ไอ้ก้อง หมามึงมาขี้หน้าบ้านกู" เสียงเอะอะโวยวายของชายวัยกลางคนเริ่มส่งเสียงดัง "ทีแมวมึงแอบมาฉี่ในบ้านกูยังไม่พูดสักคำ แค่ขี้หมาก้อนเดียว" ชายอีกคนเถียงกลับอย่างไม่ยอม ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันทุกเช้าเป็นประจำจนเพื่อนบ้านหลังอื่นพากันเอือมระอา "ป๊าๆ เดี๋ยวกายเก็บเอง" ชายหนุ่มวัยมัธยมรีบวิ่งออกมาห้ามทัพเหมือนอย่างทุกวัน "เออ! เก็บด้วย อย่าให้เหลือทิ้งไว้ล่ะ" "ครับๆ จะเก็บเดี๋ยวนี้แหละครับ" ว่าจบก็รีบก้มเก็บอย่างไม่รีรอ เขาเองก็เบื่อเต็มทนกับการทะเลาะกันของคนรุ่นพ่อทั้งสองคน "ไง เบื่อไหมล่ะ" เสียงหวานของผู้มาใหม่เรียกให้คนกำลังก้มเก็บมูลของสุนัขหันขวับกลับไปมอง "เบื่อสิพี่ถามได้ พี่ไม่เบื่อหรือไง" "ชินแล้วแหละมั้ง พวกป๊าๆ ก็เป็นแบบนี้ตลอดอยู่แล้ว" หญิงสาวรุ่นพี่ในชุดนักศึกษาคุยกับหนุ่มรุ่นน้องด้วยสีหน้าเซ็งๆ "แล้ววันนี้จะไปพร้อมผมไหมครับ" ชายหนุ่มยื่นเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามด้วยแววตาซุกซน ทั้งคู่มักจะแอบคุยกันข้ามรั้วบ้านเป็นประจำโดยไม่ให้พวกผู้ใหญ่รู้ "อืม...วันนี้ไปเองดีกว่า" "อ้าว! ทำไมล่ะ" "ให้ซ้อนท้ายนายไปทุกวันฉันก็เกรงใจนะ ถ้าป๊ารู้เข้าโดนบ่นหูชาแน่ๆ" "แต่ผมอยากไปส่งพี่นะ" กรัณย์ทำสีหน้าอ้อนๆ หวังให้อีกคนยอมให้ตนไปส่งที่มหาวิทยาลัย "ไม่ต้องมาทำหน้าทำตาเลย ฉันไม่หลงกลนายหรอก" "หวา! แย่จังถ้าเป็นสาวคนอื่นผมจีบติดไปนานแล้วนะเนี่ย" "เจ้าชู้ให้มันน้อยๆ หน่อย สงสารป๊า ม๊านายจริงๆ" "ผมไม่ได้เจ้าชู้สักหน่อย ไม่เชื่อลองคบกับผมก็ได้นะ" พริมาแกล้งกลอกตามองบนใส่หนุ่มรุ่นน้องที่ชอบขายขนมจีบใส่เธอทุกวัน ถึงบางครั้งจะใจอ่อนให้บาง แต่เธอก็พยายามไม่ให้ความหวังเพราะรู้ว่าอย่างไรเรื่องของเธอกับกรัณย์ก็เป็นไปไม่ได้ "วันนี้ให้ผมไปส่งพี่นะ" "เฮ้อ! ก็ได้" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมอีกตามเคย ใครจะทนสายตาลูกหมาที่เขามองมาได้กันล่ะ แววตาอ้อนๆ แค่เห็นพลอยให้ใจสั่น "เย้! งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนนะ เจอกันหน้าหมู่บ้านนะครับ" กรัณย์รีบวิ่งเข้าบ้านไปแต่งตัวให้เรียบร้อย พริมาส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะเข้าไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านไปยืนคอยที่จุดนัดพบของทั้งคู่ พริมาเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง ส่วนกรัณย์กำลังใกล้จบชั้นมัธยม อายุของทั้งคู่ห่างกันสองปี ด้วยความที่เจอหน้ากันมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ทั้งคู่ถูกปลูกฝังมาว่าต้องเกลียดกัน ทว่าไม่รู้เป็นไงมาไงถึงทำให้กรัณย์ตามติดพี่สาวข้างบ้านแจ พอยิ่งโตก็เริ่มเผยความแพรวพราวหว่านเสน่ห์ใส่พี่สาวข้างบ้านไม่เว้นวัน "รถมารับแล้วครับพี่สาวคนสวย" รถจักรยานยนต์คันใหญ่แบบที่หลายคนเรียกว่า บิ๊กไบค์ จอดเทียบด้านข้างก่อนที่คนขับจะเปิดหมวกกันน็อกออกมาทักทาย "เอาหมวกมาสิ" พริมาแบมือขอหมวกกันน็อกประจำตำแหน่งของตนเองที่กรัณย์โกหกพ่อแม่ว่าเป็นหมวกของเพื่อน "ผมใส่ให้" "ไม่ต้อง เอามาเดี๋ยวใส่เอง" "บอกว่าจะใส่ให้ไง" กรัณย์ไม่ยอมยื่นหมวกให้แต่กลับออกแรงดึงแขนคนตัวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้แล้วจัดการสวมหมวกกันน็อกให้เสร็จสรรพโดยไม่ลืมเช็กความปลอดภัยของหมวกให้อีกด้วย "เรียบร้อย" "ขอบใจ" "ขึ้นมาเลยครับ" มือหนาตบเบาะรถเบาๆ เรียกให้อีกคนขึ้นมา พริมาก้าวขึ้นรถคันใหญ่ด้วยความทุลักทุเลแต่สุดท้ายก็สำเร็จ โชคดีที่เธอใส่กระโปรงพลีทเลยทำให้คร่อมได้ง่าย หากใส่ทรงเอมีหวังกระโปรงขาดวิ่นพอดี จะนั่งท่าผู้หญิงก็เสี่ยงหงายหลังตกลงไปอีก "กอดเอวผมไว้ให้ดีนะ รถผมมันแรง" ว่าจบไม่ทันขาดคำก็บิดรถออกไปทันที หญิงสาวรีบคว้าเอวสอบกอดไว้แน่น กรัณย์ก้มมองมือที่กอดเอวแน่นก่อนที่รอยยิ้มจะเผยอยู่ภายใต้หมวกกันน็อกแล้วเริ่มผ่อนความเร็วลงเพื่อความปลอดภัย เขาไม่อยากพาเธอมาเสี่ยงอันตรายด้วยถึงแม้ตอนขับคนเดียวจะบิดชนิดที่ว่ามิดไมล์ก็ตาม ถึงจะยังเรียนมัธยมแต่อายุของกรัณย์ก็สามารถสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์และยังได้รับใบอนุญาตสำหรับรถบิ๊กไบค์แบบถูกกฎหมาย เขาเองก็อยากรีบโตเร็วๆ จะได้ทำงานเก็บเงินพาพี่สาวคนสวยไปเที่ยวในที่ที่อยากไป "ถึงแล้วครับผม" รถจักรยานยนต์คันใหญ่จอดเทียบหน้าตึกคณะของพี่สาวข้างบ้าน "แป๊บนะ ถอดไม่ออก" พริมาตั้งใจจะถอดหมวกกันน็อกคืนให้เจ้าของ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ถอดไม่ออกเสียที "เดี๋ยวถอดให้" "นี่ ทะลึ่งแล้ว!" เธอรีบปรามกับคำพูดกำกวมสองแง่สองง่ามของคนตรงหน้า "อะไร ผมหมายถึงหมวกกันน็อก พี่นั่นแหละคิดไปไกลคนเดียว" กรัณย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชอบใจที่ทำให้พริมาโกรธได้ เพราะเวลาเธอโมโหมันดูน่ารักจริงๆ "รีบๆ ถอดสิ เดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก" "ครับ จะถอดเดี๋ยวนี้แหละครับ" มือหนาแกล้งยื่นไปจับกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอแทนที่จะจับหมวกกันน็อค "กาย! ฉันจะทุบนายจริงๆ นะ" "ครับๆ ถอดจริงๆ แล้ว ฮ่าๆ" ชายหนุ่มหัวเราะร่านึกเอ็นดูมือเล็กๆ ของเธอที่ยกขึ้นเตรียมจะทุบเขา กรัณย์จัดการถอดหมวกกันน็อกให้ด้วยความเบามือกลัวจะไปพันกับผมสวยๆ ของเธอเข้า เมื่อถอดเสร็จมือหนาก็ช่วยจัดทรงผมให้เธออย่างกับเป็นเรื่องที่ทำประจำ "ไปละนะ นายก็รีบไปเรียนได้แล้วจะสายแล้ว" "ตอนเย็นขอมารับนะ" "ไม่ต้องมาหรอก วันนี้ฉันเลิกบ่ายโมง" "งั้นบ่ายโมงผมมารับพี่" "จะบ้าหรือไง นายยังเรียนอยู่เลย" โรงเรียนของกรัณย์เลิกสี่โมงครึ่งแล้วเขาจะออกมาก่อนได้อย่างไร "จะเรียนจบแล้วอาจารย์ไม่มีอะไรจะสอนแล้ว งั้นบ่ายโมงรอตรงนี้นะ ห้ามไปไหนนะ ถ้าผมมาไม่เจอพี่โดนแน่" ชายหนุ่มคาดโทษขู่ๆ เพราะกลัวพริมาจะหนีกลับก่อน "รีบไปโรงเรียนได้แล้ว" เมื่อคล้อยหลังรุ่นน้องแสนเอาแต่ใจ หญิงสาวแอบลอบยิ้มคนเดียวก่อนจะรีบหุบยิ้มทันควัน เธอเองก็ชอบที่มีกรัณย์อยู่ข้างๆ แบบนี้ แต่คงไม่ดีแน่ถ้าที่บ้านของเธอกับเขารู้เข้าอาชีพนักเขียนบางคนอาจคิดว่าเป็นงานสบาย อยู่แต่บ้านไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องใช้แรงก็ได้เงิน แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละประโยคต้องผ่านการร้อยเรียงและกลั่นกรองออกมาอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเขียนออกมาได้ และที่ยากกว่าคือไม่มีทางรู้เลยว่างานของเราจะถูกใจคนอ่านหรือเปล่า นักเขียนคนเดิมแต่เปลี่ยนแนวเขียนแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบในผลงานของเรา เธอจึงต้องพยายามรักษาฐานแฟนคลับของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด"โชคดีจังที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่" พริมาโล่งใจหลังจากเดินหาร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ยังเปิดในเวลานี้"รับอะไรดีคะ""ลาเต้เย็น แล้วก็พายข้าวโพดสองชิ้นค่ะ" คนตัวเล็กชี้นิ้วไปทางขนมหน้าตาน่ากินที่วางเรียงรายอยู่จนอดไม่ได้ แม้จะพยายามไม่กินช่วงดึก แต่วันนี้ขอหนึ่งวันแล้วกัน"ทั้งหมดสองร้อยสิบแปดบาทค่ะ"พริมาเดินเตร็ดเตร่เพื่อให้หัวสมองโล่งก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจังในคืนนี้ ปกติแล้วเธอชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน ทว่าวันนี้ถ้าเธอไม่ออกมาข้างนอกหัวของเธอคงมีแต่เรื่องฟุ้งซ่านเต็มไปหมด"พอๆ เลิกคิดๆ" เธอต้องเลิกนึกถึงใบหน้าของกรัณย์เดี๋ยวนี้ ตลอดส
ปัจจุบัน...มือหนาหยิบภาพถ่ายที่มีรูปของตนกับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งหวนกลับมาเจอกันในรอบสี่ปีขึ้นมา การบอกลาในวันนั้นยังคงตราตรึงในจิตใจแม้จะพยายามลืมแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้"พี่ไม่รักผมแล้วจริงเหรอ""คุยกับใครอยู่เหรอ" ผู้จัดการหนุ่มทำหน้ามึนงงเพราะจู่ๆ กรัณย์ก็พูดคนเดียว"คุยกับแม่ซื้อ""เป็นเอามากล่ะ แล้วจะถืออีกนานไหมที่มือน่ะ" อำพลเอ่ยถามเด็กในสังกัดตัวเองที่นั่งดูรูปใบหนึ่งอยู่นานสองนาน"รูปใคร ขอดูบ้างสิ""ไม่ได้!""ทำงกไปได้ แค่รูปทำไมต้องหวงด้วย" ตั้งแต่รู้จักกันมากรัณย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครดูรูปที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์เลย แต่อำพลเคยเห็นผ่านๆ ว่าเป็นรูปนักศึกษาผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังใส่ชุดมัธยม"ไม่ได้หวง แต่ไม่ให้ดู""ไม่ได้ก็ไม่ได้""แล้วเรื่องสัญญาล่ะ เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" ชายหนุ่มเก็บรูปภาพใส่กระเป๋าดังเดิมแล้วหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวที่รับหน้าที่จัดการเรื่องสัญญาหนังเรื่องใหม่ให้ตน"เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่วันนั้นหลังคุยกับนักเขียนเสร็จนายหายไปไหน""ไปพิสูจน์อะไรบางอย่
หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเอง พริมามองบ้านที่เริ่มโล่งเมื่อข้าวของต่างๆ ถูกเก็บใส่ลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอคงจะต้องบอกลาเขาเต็มที"พิม เก็บของหมดหรือยังลูก""ค่ะม๊า" เสียงหวานตอบสั้นๆ แล้วกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลายวันมานี้จู่ๆ กรัณย์ก็ติดต่อคนรักไม่ได้ เขาจะปีนรั้วข้ามไปหาเธอก็เสี่ยงเกินเพราะพ่อแม่ของเธออยู่บ้านแทบจะทั้งวัน ชายหนุ่มทำได้แค่ชะเง้อคอมองหาเงาของคนรักแต่ก็ยังไม่เจอติ๊ง~ เสียงการแจ้งเตือนโชว์ชื่อของคนที่คิดถึง เจ้าของเครื่องรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความดีใจปนความโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอะไร[ออกมาเจอกันที่สวนหน่อยได้ไหม] ข้อความสั้นๆ ของพริมาที่ส่งมาเพื่อต้องการนัดเจอ กรัณย์อดสงสัยไม่ได้แต่ก็ยอมไปตามคำขอของเธอเมื่อมาถึงสวนสาธารณะที่ประจำของทั้งคู่ กรัณย์สังเกตเห็นเงาของร่างบางแสนคุ้นเคยที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาไม่รอช้ารีบเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังทันที"พี่พิม ผมมาแล้ว""ขอโทษที่เรียกออกมาตอนนี้นะ""ตอนไหนผมก็มาได้" กรัณย์ในตอนนี้เหมือนสุนัขที่ดีใจส่ายหางเวลาที่เจ้าของเรียกหา"ฝนใกล้จะต
นับวันกรัณย์ยิ่งตามติดเธอแจ ช่วงไหนที่พ่อแม่ของพริมาไม่อยู่เขาก็จะแอบปีนรั้วข้ามมาหาเธอ ทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้งจนเธอเริ่มกังวลมากกว่าเดิม"กลับไปได้แล้ว ป๊าฉันจะกลับมาแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนที่ไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกเสียที"ขออยู่แบบนี้ต่อได้ไหม""ไม่ได้ ถ้าป๊ามาเจอนายหัวแตกแน่""ไม่อยากกลับเลย อยากนอนกอดพี่ทั้งคืนเลย" กรัณย์ทำเสียงอ้อนซุกหน้าเข้ากับหน้าอกนุ่มนิ่มของเธอ"ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวจะแย่" เพราะทั้งคู่เพิ่งจะจบกิจกรรมเข้าจังหวะกันไปได้สักพัก เศษซากถุงยางอนามัยยังคงกองอยู่บนพื้น"ฟอด กลับก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าลวกๆ ก่อนจะออกทางหน้าต่างไป โชคดีที่บ้านของเธอเป็นแบบชั้นเดียวทำให้กรัณย์ไม่ต้องเสี่ยงตายมากเท่าไร แค่ลำพังเสี่ยงโดนลูกปืนของพ่อเธอก็มากพอแล้วหลังจากคล้อยหลังคนรักไปไม่นานเจ้าของห้องก็เริ่มเก็บข้างของ ทำความสะอาดไม่ให้เหลือหลักฐานไว้มัดตัว สายตาพลันเห็นกางเกงบ็อกเซอร์ตัวหนึ่งที่กรัณย์ลืมเอาไว้ เธอหยิบขึ้นมาแล้วอมยิ้มน้อยๆ"เด็กบ้า ม
พริมาเห็นสีหน้าหงอยๆ ของคนรักก็อดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรวิธีการป้องกันก็ไม่ได้มีวิธีเดียว และวันนี้ก็ค่อนข้างปลอดภัยเพราะประจำเดือนเธอเพิ่งหมดไปเมื่อวานนี้"ก็ได้ๆ แต่ต้องรีบเอาออกนะ" สุดท้ายเธอก็ต้องยอมให้เขาอีกจนได้ ด้านกรัณย์พอได้รับอนุญาตจากเธอ ความคึกคะนองก็กลับมาอีกครั้ง"อย่าเกร็งนะ" แก่นกายลำอวบเริ่มถูไถขึ้นลงช้าๆ ตรงบริเวณปากทางเข้าช่องเล็ก"อื้ม..." แค่ได้สัมผัสถึงแรงเสียดไปมาความเสียวก็เริ่มแล่นพล่านเข้ามามือหนาจับสองสองขาเล็กกางออกตั้งฉากเป็นรูปตัวเอ็มก่อนจะจัดท่าทางให้พอดี ส่วนคนใต้ล่างทำได้แค่นอนปิดหน้าไม่กล้าสบตากับเขาในเวลานี้"ถ้าพี่เจ็บผมจะหยุดนะ...ซี้ด" ความเป็นชายแข็งขืนแทรกซึมผ่านช่องทางคับแน่นช้าๆ อย่างยากลำบาก กรัณย์ก้มมองอีกคนที่แสดงสีหน้าเหยเก เขาจึงพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ"โอ๊ย...เจ็บ...อึก""ทนก่อนนะ อีกนิดเดียว...อ๊าส์" คำว่าอีกนิดเดียวไม่มีจริง แก่นกายอวบเข้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งลำและทางเดียวที่จะทำให้เธอเจ็บน้อยลงคือเขาต้องดันเข้ารวดเดียวจนสุดทาง"เจ็บ...ฮึก...เอาออกก่อน" เธอทั้งเจ็บทั้
เวลาผ่านไปจนถึงวันหยุดที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสหยุดพร้อมกัน พริมาโกหกที่บ้านว่าจะมาทำรายงานที่หอเพื่อน ส่วนกรัณย์เองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาจำเป็นต้องโกหกเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นอย่าว่าแต่เข้าใกล้กันเลย แค่เดินผ่านหน้าบ้านยังแทบไม่ได้"จะไปไหนเนี่ย" เสียงหวานเอ่ยถามคนรักที่จู่ๆ ก็จูงมือเธอลากพาเดินไปที่ไหนสักแห่ง"ตามมาเถอะ" เขาไม่ยอมเฉลยแต่กลับจับมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อยขาเรียวก้าวฉับๆ ตามคนขายาวที่ก้าวเดินไม่หยุดพักก่อนจะมาหยุดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง พริมาเริ่มหน้าซีดไร้สีไม่คิดว่าสิ่งที่เธอกังวลจะมาเร็วขนาดนี้"ดะ...เดี๋ยว นี่มันโรงแรมนะ" ถึงจะไม่ใช่โรงแรมม่านรูดอย่างที่กังวล แต่การที่เขาพาเธอมาโรงแรมในเวลานี้ก็มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น"ใช่ครับ" ตอบหน้าตาเฉยๆ ไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด"แล้วมาทำอะไรที่โรงแรม""พี่ก็น่าจะรู้นี่นา" กรัณย์เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอดทนรอมาหลายปี โอกาสได้คบกับเธอก็สำเร็จแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้ที่ต้องอดกลั้นมานานระหว่างที่เป็นแฟนกัน แค่คิดถึงก็ตื่นเต้นแทบรอไม่ไหว"ฉะ...ฉันไม่ได้เตร







