เข้าสู่ระบบมหาลัย
“ฉันชื่อ ฮาชิ” อลิซมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความตะลึง เขาสูงกว่าเธอประมาณสามสิบ เซนติเมตร น่าจะสูงราวๆซักร้อยแปดสิบกว่าๆได้มั้ง ทำให้คนตัวเล็กต้องแหงนหน้าคุยกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนอะไรจะสูงขนาดนั้นอลิซคิดในใจ “เราชื่อ อลิซ นะ” เธอพูดเสียงหวานมองหนุ่มหล่อที่อยู่ตรงหน้าและยิ้มให้เขาบางๆพร้อมกับนั่งลงบนม้านั่งในมหาลัย เมื่อวานดีที่แลกไลน์กันไว้ เขาและเธอเลยนัดกันมาคุยงานว่าวันนี้จะทำเรื่องอะไรดี แต่มันกลับทำให้หัวใจของอลิซรู้สึกเต้นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เธอคิดว่าเธออาจจะตื่นเต้นที่ได้เพื่อนใหม่ซะมากกว่า “แล้วนี่เรียนสาขาไร” ฮาชิถามขึ้นขณะนั่งอยู่ข้างๆคนตัวเล็ก แต่เธอกลับเขินเขาจนรู้สึกประหม่า ขณะที่เจ้าตัวพยายามเก็บอาการให้ได้มากที่สุด “เราเรียนอิ๊ง แล้วเธอล่ะ?” “ฉันเรียนวิศวะน่ะ” ชายหนุ่มตอบหน้านิ่งสายตาจ้องมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างไม่กระพริบ อลิซจึงต้องชวนคุยเพราะไม่อยากเสียอาการไปมากกว่านี้ “แล้วสรุปจะเอาเรื่องอะไร ต้องดูด้วยกันไหม?” อลิซพยายามหลบตาฮาชิพร้อมกับถามขึ้นกลบเกลื่อนความรู้สึกเขินอายที่เขาเอาแต่มองใบหน้าสวยหวานของเธอด้วยท่าทางนิ่งเงียบ “เชอร์ล็อกโฮล์ม นั่งดูด้วยกันตรงนี้แหละ” พูดจบชายหนุ่มก็เอาโน๊ตบุ๊คออกมาวาง แล้วเปิดหนังให้เธอดูทุกซีซั่น อลิซดูไป ง่วงไป ทำท่าจะฟุบลงกับโต๊ะแต่มือเล็กก็ยังค้ำคางตัวเองไว้ถ่างตาดูต่อ ร่างเล็กสัปพะหงกไปหลายรอบมาก ฮาชิที่เห็นเธอง่วงนอนก็อดขำไม่ได้ เพราะท่าทางของเธอตอนนี้มันดูช่างน่ารักซะเหลือเกิน จนทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เขาเริ่มสนใจในตัวผู้หญิงคนนี้แล้วสินะ ผ่านไป 2 อาทิตย์ ระหว่างที่ทำงานด้วยกัน ทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ตอนเช้าอลิซจะนั่งรอฮาชิอยู่แถวหน้ามอ พอเขามาถึง ทั้งสองคนก็จะเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันทุกวัน “ทำไมชอบมากินข้าวตรงนี้ ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะๆ” เขาพูดด้วยท่าทางหงุดหงิด หันไปมองอีกฝั่งอย่างไม่สบอารมณ์ “เอ้า ก็มันอร่อยอ่ะ นายไม่ชอบหรอ?” อลิซเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะปกติไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ “ไม่อ่ะ เปลี่ยนที่เถอะ เดี๋ยวพาไปนั่งกินในห้องแอร์” เขาพูดก่อนจะจูงมืออลิซให้ลุกขึ้นเดินตามเขาไป ร่างเล็กทำหน้างงๆ ให้กับจานข้าวที่เธอเพิ่งสั่งมาและยังไม่ได้แตะกินซักคำ “อะไรของนายเนี้ยยย..” อลิซบ่นขณะที่เข้ามานั่งในร้านใหม่ ร้านนี้เป็นห้องแอร์และตอนนี้มีแค่เขากับเธอสองคนที่นั่งอยู่ในร้าน เมนูอาหารมีให้เลือกหลายอย่าง ตั้งแต่อาหารไทยไปจนถึงอาหารฝรั่ง แต่มันค่อนข้างราคาสูงไปนิดนึงสำหรับอลิซที่ไม่ได้เข้ามานั่งกินในร้านหรูหราบ่อยนัก “เลือกเลยจะกินไร เดี๋ยวเลี้ยงเอง” เขาพูดเสียงนิ่ง อลิซสัมผัสได้ว่าอารมณ์ที่หงุดหงิดเมื่อกี้เพิ่งจะจางหายไป เธอคิดว่าเขาอาจจะแค่ร้อนจึงอารมณ์ไม่ค่อยดี “อื้ม กินไรดี นายกินอะไรก็สั่งให้ด้วยแล้วกัน” “โอเค..” เขาพูดพลางเรียกพนักงานมารับออเดอร์ ฮาชิสั่งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าสองที่ จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งกินข้าวด้วยกันจนอิ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้องเรียนช่วงบ่าย 16.00 น. อลิซนั่งรอฮาชิที่หน้าตึกวิศวะอย่างเหงาหงอย เธอเรียนเสร็จก่อนเขาตั้งหนึ่งชั่วโมง ถึงแม้ชายหนุ่มจะบอกเธอว่าไม่ต้องรอ แต่อลิซก็อยากนั่งรอเขาอยู่ดี เพราะเขาคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอสนิทด้วยในตอนนี้หรือจริงๆแล้วคิดมากกว่านั้น ร่างเล็กรีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว ไม่นาน เขาก็เดินลงมาพร้อมเพื่อนๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กที่นั่งรออยู่ม้านั่งข้างหน้า ฮาชิจึงเดินข้ามถนนเข้าไปหา “ยังรออยู่อีกหรอ” “ก็ใช่นะสิ ก็เห็นอยู่” อลิซทำหน้ามุ่ยใส่คนร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาจ้องมองมาหาเธอหน้านิ่ง ร่างเล็กคิดในใจว่าเขายิ้มเป็นไหมเนี้ยหรือไม่ชอบยิ้ม ปกติก็เห็นทำหน้านิ่งๆตลอด แทบจะไม่เคยเห็นฮาชิยิ้มเลยด้วยซ้ำ “ก็รู้นี่ไงถึงได้ถาม” ฮาชิพูดพร้อมกับเอามือไปลูบหัวเบาๆ ทำให้ร่างเล็กตกใจมองเขาตาปริบ ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้โดยที่ไม่กลัวใครเห็น แต่เธอก็รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้เอามากๆ อลิซสังเกตหลายครั้งแล้วว่าฮาชิเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างเสมอ เป็นคนที่อบอุ่น ถึงบุคลิกเขาจะดูนิ่งเงียบก็เถอะ “แล้วนายจะกลับเลยหรอ” “อื้อ คิดว่างั้น อยากไปเล่นกับหมาที่บ้านไหมล่ะ” “ตอนนี้เนี้ยนะ แม่จะไม่ว่าหรอ” “งั้นรอให้สนิทกันมากกว่านี้ก่อนก็ได้” ฮาชิพูดเสียงนิ่งเรียบหันหน้ามองไปทางอื่นก่อนจะเดินไปขึ้นรถสองแถวพร้อมกันกับเธอหลังจากโทรนัดกับเจ้าตัวให้ออกมาเจอ รอไม่นานร่างของปลาก็เดินตรงมาหาอลิซพร้อมกับทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ ปลารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่อลิซเอาแต่ทำเหมือนกับว่าตัวเองเหนือกว่า เธอต้องคอยข่มอารมณ์โกรธเกลียดและหมั่นไส้เอาไว้ทุกครั้งเวลาอยู่ด้วยกัน ยิ่งตอนเห็นอลิซโดนม่อนทิ้งกลับรู้สึกสะใจจนอยากสมน้ำหน้า แต่ก็ทำได้แค่เสแสร้งทำเป็นปลอบใจ อลิซมองคนตรงหน้านิ่งเงียบ เธอนึกไม่ถึงว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจะกล้าไปคบกับแฟนเก่าของเธอ อลิซอยากจะรู้จริงๆว่าปลากำลังคิดอะไรอยู่ “ตั้งแต่ตอนไหนอ่ะปลา” เสียงใสปนเศร้าถามคำถาม มือเล็กกำเข้าหากันแน่นพลางมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ “หึ! แล้วมันทำไม มึงก็เลิกกับพี่ม่อนแล้วนี่?” ปลาสบถออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเค้นเอาคำตอบและทำราวกับว่าเธอไปแย่งของอลิซมา “ก็ใช่ แต่กูไม่สบายใจที่เห็นมึงคบกับเขา รู้ทั้งรู้ว่าเขาทำอะไรกับกูไว้บ้าง แล้วทำไมถึง..” “มึงอย่าทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย เลิกกันแล้วนี่ กูคบต่อแล้วมันจะทำไม?” เสียงแข็งถาโถมเข้ามาพร้อมกับความโกรธ ปลาเกลียดอลิซมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ถ้าเป็นไปได้ชีวิตอลิซพังลงปลาจะยินดีมากๆ “ป่าว กูแค่ไม่เข้าใจ
ปลายจมูกโด่งฝังลงกับแก้มนุ่ม คลอเคลียไปมาพร้อมกับบดจูบลงไปตามหน้าผากไล่ลงไปจนถึงร่องแก้มแล้วผละออกช้าๆ เขาเชยปลายคางมนให้หันหน้ามารับจูบ ปลายลิ้นหนาค่อยๆดันแทรกเข้าไปหาความหวานภายในโพรงปาก ลิ้นร้อนตวัดดูดเบาๆคล้ายหยอกล้อ และทำแบบนั้นซ้ำจนคนตัวเล็กครางอื้อในลำคอ ก่อนเขาจะค่อยๆถอนจูบออก “อยากไปเจอแม่ฉันไหม?” มือหนานัวเนียอยู่กับแก้มเนียน ถามคนตัวเล็กกำลังนอนข้างๆด้วยสายตาอบอุ่น อลิซตกใจนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าเขาอยากจะพาไปเจอคนที่บ้านเร็วขนาดนี้ พอคิดได้ไม่นานเธอก็ตอบออกไป “ก็ได้นะ” “อื้ม เสาร์-อาทิตย์นี้ดีไหม” ฮาชิพูดพลางฝังริมฝีปากลงบนซอกคอของคนตัวเล็ก เขาติดกลิ่นของเธอจนไม่อยากจากไปไหนไกล “แล้วจะบอกแม่ว่ายังไง? เรื่อง..” อลิซค่อนข้างกังวลเรื่องคู่หมั้นของเขา ซึ่งแม่เป็นคนจับคู่ให้ ในใจกลัวว่าแม่ของฮาชิจะรู้สึกรังเกียจหรือเปล่า เพราะเธอไม่ได้มาจากครอบครัวตระกูลผู้ดี เป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น “ไม่ต้องเป็นห่วง แม่ให้คนตามสืบ น่าจะรู้แล้วแหละว่าฉันอยู่กับเธอ” “หื้อ?” คนตัวเล็กตกใจกับคำพูดของฮาชิมาก เหมือนเขาจะไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย ขณะที่อลิซมีเรื่องตี
“อื้อ” แขนแกร่งเข้าสวมกอดจากทางด้านหลัง ขณะคนตัวเล็กกำลังหลับอยู่ ใบหน้าหล่อซุกอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น ฮาชิรู้สึกหลงใหลทุกครั้งเวลาได้อยู่ใกล้กับร่างเล็ก เขาพรมจูบตั้งแต่ใบหู ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาถึงซอกคอ แล้วบดจูบแผ่วเบาจนกว่าจะพอใจ ฮาชิทำแบบนั้นซ้ำๆจนทำให้คนตัวเล็กที่หลับอยู่เริ่มประท้วง “อื้อ ขอนอน” “อื้ม” ร่างสูงไม่สนใจต่อมือเรียวที่กำลังดันหน้าเขาออก แต่กลับจับมืออลิซล็อกเอาไว้ แล้วซุกไซร้ลำคอขาวอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ความต้องการอย่างอื่นมันมีมากกว่าการที่อยากจะปลุกให้เธอตื่นซะอีก “อื้ม ตื่นแล้ว” มุมปากหยักแสยะยิ้มออกมาเบาๆ สายตาจ้องคนที่กำลังหันมาทำหน้าบึ้งใส่ เพราะโดนรบกวนเวลานอน มหาลัย ช่วงนี้ทั้งสองตัวติดกันตลอดจนโดนเพื่อนๆแซวหนัก ทว่า อลิซกลับรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าตอนแรกที่โดนคนอื่นเกลียด ส่วนลีโอเขาก็ทำตัวปกติและเป็นรุ่นพี่ที่ดีพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอด ถึงแม้บางครั้งจะเห็นแววตาเศร้าอยู่บ้างก็ตาม “มาโน้นแล้วแม่คนคลั่งรัก” ขนมได้ทีก็เริ่มแซวอลิซใหญ่ เพราะตั้งแต่เห็นเธอคบกับฮาชิมาก็ดูสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ “ปล่อยให้เค้าอินเลิฟกันบ้าง” ทรายมองตามแล้วก็ยิ้
วันหยุด..อลิซมีนัดกับเพื่อนสมัยมัธยม สองปีที่ผ่านมาเธอแทบไม่ได้โทรหาหรือคุยแชตกับปลาเลย เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานที่มอ กลับมาก็ต้องอยู่กับฮาชิตลอดเวลา ทำให้อลิซไม่ได้นึกถึงใครเลยสักคน หญิงสาวลุกขึ้นไปอาบน้ำและรีบแต่งตัว ก่อนจะเรียกรถให้มารับที่คอนโด และออกไปเจอเพื่อนที่นัดกันไว้ในสวนสาธารณะ โดยทิ้งโน้ตบอกฮาชิที่นอนหลับอยู่อีกห้องว่าออกไปข้างนอก ไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อ ระหว่างนั่งรถมาก็ไม่ไกลมากนัก เธอมีหลายเรื่องที่อยากพูดคุยกับเพื่อนเพราะไม่ได้เจอกันนาน นึกไม่ถึงว่าปลาจะมาแถวนี้ ทำให้อลิซรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้เจอเพื่อนใหม่ สวนสาธารณะ “นี่อลิซ มึงเห็นรึยัง?” หญิงสาวเลิกคิ้วทำท่าทางสงสัย ก่อนจะถามเพื่อนกลับ “เห็นอะไร?” ปลาเปิดสตอรี่ม่อนให้อลิซดู จึงรู้ว่าตอนนี้เขาโสดเพราะเลิกกับแพมไปแล้ว” สิ่งนั้นมันทำให้อลิซรู้สึกสะใจไม่น้อย คิดว่ามันยังไม่สมกับสิ่งที่เขาทำกับเธอเลย นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ “กูเห็นนะฝ่ายผู้หญิงโพสต์ดราม่าฉ่ำ บอกว่าผู้ชายฟันแล้วทิ้ง” ปลาเล่าให้เพื่อนฟังราวกับว่าตามติดทุกสถานการณ์ ซึ่งเธอก็พลอยรู้สึกสะใจไปด้วย “หึ! สมควรแหละ ตอนอยู่ที่มอก็นางนี่แหละที่ทำใ
หัวใจของอลิซเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อได้ยินคำถามที่ชวนให้วูบไหวจากปากคนตัวสูง “มะ..หมายความว่ายังไง” ขาแกร่งก้าวเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก เขามองใบหน้าหวานราวกับอยากให้เธอรับรู้ความในใจ “หมายความตามที่ว่านั่นแหละ สรุปคือ..ไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันคิดยังไงกับเธอ” เขาถามซ้ำอีกรอบและจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งเงียบพร้อมกับมุมปากค่อยๆยกยิ้มขึ้นทีละน้อย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ร่างกายสั่นไหวจนเหงื่อชื้นขมับ ร่างเล็กทำตัวไม่ถูก เมื่อเธอกำลังโดนฮาชิสารภาพสิ่งที่เขาคิดมาตลอด “ก็..ไม่รู้สิ” อลิซตอบสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ตอนนี้ในหัวไม่ตีกันจนไม่รู้จะพูดจะตอบยังไง “งั้นหรอ..เดี๋ยวบอกให้ฟัง” ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดกับตัวของอลิซ เขาโน้มหน้าลงมาเกือบแนบกับใบหน้าของเธอ ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมร้อนเป่ารดบนใบหน้าจนทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ รู้สึกประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก เมื่อแววตาของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกชนิดที่อ่านยาก “บะ..บอกมาสิ” เสียงพูดแผ่วเบาแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ไร้การตอบกลับจากคนร่างใหญ่ แต่เขากลับโน้มหน้าลงมาประกบจู
หลังจากกลับมาถึงห้อง อลิซก็นอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียง ความเครียดเริ่มถาโถมเข้ามาจนทำให้รู้สึกอึดอัด เธอสับสนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แกร๊ก.. เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ทำให้คนที่นอนนิ่งไม่ไหวติงได้สติขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเขม็งอยู่หน้าประตู “ออกมากินข้าว ฉันทำกับข้าวไว้ให้แล้ว” ”อื้ม กินก่อนเลย ยังไม่หิว” อลิซพูดก่อนจะโน้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง คนตัวเล็กรู้สึกเหนื่อยและเพลียกับสิ่งที่เจอ แค่อยากนอนพักผ่อนเงียบๆและหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนร่างสูง ขณะที่กำลังหลับตาลงนอน เธอกลับไม่รู้สึกตัวว่าฮาชิกำลังเดินตรงเข้ามาหาอย่างสงสัย มือหนายื่นมาแตะบนหน้าผากอย่างแผ่วเบา แต่ไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนบนหลังมือเลยสักนิด แสดงว่าเธอสบายดีหรือเพียงแค่อยากหลบหน้ากันเฉยๆ “ตัวก็ไม่เห็นร้อนนี่ ทำไมถึงไม่ยอมลุกไปกินข้าว” “นี่นาย!! ทำไมชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอดเลย ฉันขออยู่เงียบๆก่อนได้ไหม” อลิซพูดพลางปัดมือเขาออกห่าง ร่างเล็กมองใบหน้าหล่อด้วยสายตาไม่พอใจ แม้คนร่างสูงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่คนตัวเล็กรับรู้ได้ว่าเขากำลังรู้สึกโกรธ “เป็นอะไรนัก แค่เป็นห่วงไม่พอใจม







