LOGINธาวิน และ แบม คบกันมาได้สักพักก็ตัดสินใจหมั้นกันและได้เริ่มมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันมันก็มีเรื่องมากมายที่ต้องปรับไปด้วยกัน เขาทั้งคู่จะปรับเข้าหากันได้ไหมติดตามได้ใน "สุดท้ายคือความรัก"
View More“วิน ตื่น วิน ตื่นได้แล้ว!!”
สวัสดีฉัน แบม พรรธน์ชญมน ภักดีราชาสกุล อายุ 22 ตอนนี้เรียนบริหารธุรกิจ ปี 4 แล้ว สูง 165 น้ำหนัก 48 ผมยาวถึงกลางหลังพร้อมทำวอลลุ่มจ่ะ ส่วนสีผมตอนนี้ก็สีหม่นเทา อ๋อ สถานะไม่โสดแล้วนะคะ มีคู่หมั้นแล้วจ่ะ และเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันได้หนึ่งเดือนแล้ว เรื่องความเอาแต่ใจของมันนี่คือไปสุดอยู่นะฉันไม่ยอมมาอยู่ด้วยมันก็ให้ผู้ใหญ่ไปคุยแล้วก็หมั้นกันแล้วเรียบร้อยก่อนมาอยู่ด้วยกัน ฉันเปิดร้านทองที่ป๊ายกให้แล้วก็ทำเสื้อยืดสกรีนลายขายเอง ขายบนแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วก็ทำพวกเค้กขาย แต่ไม่ได้เปิดหน้าร้านหรอกรับออร์เดอร์แล้วก็ทำที่บ้านเนี่ยแหละ ถ้ามีลูกค้าทักมาทางเพจหรือโทรมาสั่งก็ทำแล้วที่ยังไม่จ้างลูกน้องเพราะฉันเพิ่งจะเริ่มทำรายได้มันก็ยังไม่คุ้มที่จะจ้างใคร เป็นวัยรุ่นนี่เหนื่อยเหมือนกันเนาะ ไปค่ะหญิง บ่นเหนื่อยแต่ก็ต้องหาเงินต่อไป แฟนฉันมันชื่อ ธาวิน ชื่อจริง ธนสิษฐ์ อัศวรักษ์โสภณ อายุก็ 22 เท่ากัน เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ปี 4 สูง 191 น้ำหนัก 68 ผมมันก็ตัดตามสไตล์ผู้ชายที่เขาชอบตัดกันมันเรียกชื่อทรงว่าอะไรก็ไม่รู้จัก เดี๋ยวจะถามให้นะ ส่วนสีผมนั้นก็ดำจ่ะ เพราะนางไม่ชอบทำสีตั้งแต่คบกันนั่นแหละ อ่อ อีกอย่างหนึ่งมันเล่นเกมส์กับเพื่อนมันเอาเป็นเอาตายมากแม่ นอนเร็วสุดคือเที่ยงคืนช้าสุดตีสาม แล้วดูพอตอนเช้าเรียกก็ไม่อยากจะลุก ขอไปเรียกมันต่อก่อนเนาะ เพราะคู่ฉันมันไม่ได้หวานแบบคู่คนอื่นเค้าเท่าไหร่หรอกจะฆ่ากันตายอยู่แล้วในแต่ละวัน “ธนสิษฐ์!! ตื่น!!” ปั่ก!! ตุบ!! ฉันใช้มือทุบหลังเขาแรง ๆ หลายทีจนตอนนี้เขาลุกขึ้นมาแล้วจ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ ฉันเท้าเอวแล้วบอกคนตัวสูงที่นั่งทำหน้ายักษ์อยู่บนที่นอน “มองทำไม ไปอาบน้ำดิ ดูเวลาด้วย!!” ผมค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะมานั่งมองหน้ายัยตัวแสบที่แม่งทั้งหยิก ทั้งทุบที่หลัง ปลุกดีๆ อย่างคนอื่นคือทำไม่เป็นมั้ง ผมกอดอกก่อนจะถามยัยตัวแสบที่ยืนอยู่ข้างเตียงออกไปเสียงดัง แล้วทุกวันนี้ที่หลังแม่งมีแต่รอยเล็บเมีย “จะทุบหลังทำไม! มันเจ็บนะเว้ย! ฉันทุบหลังเธอบ้างปะห๊ะ!” “แล้วทำไมไม่ตื่น เรียกนานแล้วปะ” “นี่มันเพิ่ง 7.50 ปะ เธอจะรีบไปไหนของเธอทุกวันวะ! เธอเป็นหุ้นส่วนของมหาลัยเหรอ!” ฉันถอนหายใจก่อนจะบอกคนตัวสูงออกปด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดเหมือนกัน “เอ้า กว่าจะลุกอาบน้ำแต่งตัว จะไปพร้อมกันไหม ถ้าไปก็ลุกไม่ใช่มานั่งจ้องหน้าอยู่ ถ้าจะนอนก็นอนไปซะฉันจะไปแล้ว” ผมมองยัยตัวแสบก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ แม่งตื่น 8.30 ก็ทันปะเลทนิดเลทหน่อย บ้านก็อยู่ไม่ได้ไกลมหาลัยขนาดนั้น แล้วยัยนี่แม่งก็ไปเช้าทุกวัน ผมมองยัยตัวแสบที่เก็บของใส่กระเป๋าแล้วบอกผมขึ้นมาอีกรอบ “ไปละนะ อาจจะเจอกันที่มอ” “ถ้าเธอกล้าก้าวขาออกไปจากห้อง! ฉันจะเอาเธอจนเธอลุกไปเรียนไม่ทัน! แล้วจบด้วยการที่นอนเอากันอยู่บนเตียง!” ฉันยกแขนเท้าเอวก่อนจะหันมามองคนตัวสูงที่ตอนนี้ก็ยังนั่งอยู่บนเตียงอยู่เลยแล้วแกว่าฉันจะเอาตรงไหนไม่หงุดหงิดมันอะ “โอ๊ะ จะไปก็ลุกสิ นายก็รู้ว่าฉันรีบมาก แต่นายก็ยิ่งทำอะไรช้าเนาะ” ฉันกระแทกก้นบนโซฟาที่อยู่ในห้องพร้อมกับกอดอกแล้วมองมาทางคนตัวสูง ที่เขาลุกขึ้นพร้อมกับเดินมาใช้มือผลักที่ศีรษะฉันเบาๆ “จะบ่นทำไมหนักหนา ฉันก็ลุกอยู่ปะ” “นายทำอะไรให้ไวด้วย” ฉันบอกเขาหลังจากนั้นเขาก็หายเข้าห้องน้ำไปฉันเลยเอาโทรศัพท์มาสั่งเสื้อผ้าออนไลน์จนตอนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงนายนั่นก็ยังไม่ออกมาฉันจะเดินไปเคาะประตูก็เจอเขาเปิดประตูออกมาพอดี ฉันเลยถอนหายใจแล้วถามเขาออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “นายจะกวนประสาทฉันอีกนานไหมถามจริง” “อะไรของเธออีกวะ น่าเบื่อจริงๆ!” “ฉันบอกว่าฉันรีบนายก็กว่าจะเสร็จเนาะ ต่อไปนี้แยกกันไปเลยตอนเช้า พอเรียกให้ไปพร้อมกันแม่งมีปัญหาทุกวัน ตอนนอนไม่นอน ฉันก็เบื่อเหมือนกันแหละ!” พรึ่บ!! “งื้ออออ ปล่อย ฉันบอกให้นายปล่อยไง ไอ้บ้า โอ๊ย” ผมใช้มือดึงยัยตัวแสบเข้ามาหาแรงๆ พร้อมกับใช้แขนรัดเอวยัยตัวแสบไว้แน่นและโน้มหน้าลงมาหาก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดเม้มที่ลำคอของยัยตัวแสบแรงๆ และใช้ฟันกัดที่คอของยัยนี่จนมันเริ่มขึ้นรอย “อื้ออ ปล่อย วิน ปล่อย!” ฉันใช้มือทุบหลังพร้อมกับใช้มือหยิกหลังเขาเพื่อให้เขาปล่อยจนสักพักเขาก็ปล่อยฉันออก ฉันเลยยกมือจะตบหน้าแต่ได้ยินเสียงคนตัวสูงพูดขึ้นมาก่อน “หยุด! เก็บมือของเธอไปซะ! ความจำไม่มีเหรอฉันเคยบอกว่าไง! ไม่งั้นฉันจะพาขึ้นเตียง! ไป!” คนตัวสูงพร้อมกับดึงแขนฉันให้เดินตามเขามาจากห้องนอนลงมาชั้นล่างและหลังจากนั้นก็พากันตรงมามอ สักพักก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้นเลยหยิบขึ้นมาแล้วกดรับสาย ครืดดดด “ฮัลโหลมึง” [คุณแบมคะ สรุปมาไหมคะ ตอนนี้พวกกูขึ้นห้องแล้วค่ะ] “ก็กำลังจะไปถึงแหละมึง อีกประมาณห้านาที” [อ่อเคๆ ตอนนี้อาจารย์ก็ยังไม่มาหรอก] “เออๆ งั้นเจอกัน” ฉันวางสายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมพร้อมกับกอดอกแล้วมองไปข้างหน้า “วันนี้เลิกกี่โมง” ผมถามยัยตัวแสบข้างๆ ที่แม่งนั่งเชิ่ดหน้าจนคอจะหลุดอยู่แล้วมั้งน่าเตะฉิบหาย แล้วถามแล้วแม่งไม่ตอบอะไรด้วยนะ เพราะผมก็จำไม่ได้ว่ายัยนี่เลิกกี่โมงเพราะมันเพิ่งจะเปิดเทอม แล้วถามแม่งก็เหมือนไม่มีปากอะ “เออ! ถามแม่งก็ไม่มีปากมั้ง ไม่มีปากงั้นก็กลับเอง! ไม่มารับ!” ฉันเม้มปากพอเขาจอดรถตรงหน้าตึกของฉันลงพร้อมกับปิดประตูแรงๆ หึ รถแพงนักใช่ไหมรักจัง ทั้งรถทั้งเกมส์ แต่กับเมียนี่แทบจะบีบคอกูอยู่ละ ปั้ง!! “อือหื้อ ถ้าอยู่ที่บ้านกูจะจับแม่งกดจนที่นอนร้องขอชีวิตเลยมึง” ผมส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะขับรถตรงมาที่ตึกก่อนจะเดินลงมาที่ห้องเรียนพอเห็นกลุ่มเพื่อนตัวเองก็เลยเดินเข้าไปหา ส่วนเพื่อนผมก็ชื่อ ไอ้พร้อม ไอ้เข็มทิศ ไอ้ตริน ไอ้ธาม แล้วก็ไอ้ฌาน “อือหื้อ หน้ามึงเนาะ มีเรื่องไรวะ” “สัสพร้อมมึงยังถามอีกเนาะ ทะเลาะกับเมียมึงมา” “เออ แม่งปลุกกูตั้งแต่เช้าทุกวัน ไอ้สัส บ้านกูก็อยู่แค่เนี้ย นี่เลยเวลามาแค่ 10 นาที แม่งจะลงแดงตายมั้ง” “แต่ตอนยังไม่ได้อยู่ด้วยกันกูก็เห็นเขามาเช้าอยู่แล้วนะ” ผมตวัดสายตาไปมองไอ้ตรินก่อนจะยกมือขึ้นเท้าเอวแล้วถามมันออกไป “มึงเอาเวลาไหนไปเห็นเมียกู” “เอ้า ก็ตอนที่มึงคอลกันคุยกันพวกกูก็อยู่ ไอ้แบมก็บอกไงว่ามากี่โมง แหม่ๆ ทะเลาะกับเขาแต่หวงเขาเก่ง” “ก็เมียกูมั้ง” “ไอ้สัสเอ๊ย จืดหมดขนมที่กูกินอยู่ เออ แล้วเกมส์เวอร์ชันนี้แม่งโคตรดี “สัสฌานก็กว่าจะได้เวอร์นี้มาพ่อมึงจัดการพนักงานไปกี่รอบแล้ว อ๋อ ผมทำบริษัทพัฒนาเกมส์ต่างๆ แล้วรายได้ก็ดีมากพอสมควร เพราะมันตอบโจทย์วัยรุ่นแล้วส่วนมากคนก็เติมเงินกันเพื่ออัพสกิลแล้วก็พวกไอเทมต่างๆ แล้วก็มีอีกหลายเกมส์ที่วางไว้ว่าจะเปิดตัว นอกจากนี้ผมขายรถนำเข้าแล้วก็เปิดศูนย์รับซ่อม ตรวจเช็กสภาพ ต่อ พรบ. อะไรพวกนี้ แล้วผมมีพี่สองคนเป็นผู้ชายหมด คนแรกชื่อ มาร์ติน คนที่สองชื่อ มาเวล ส่วนมากมันก็ชอบชวนซื้อหุ้นตามโรงแรมที่มันเปิด แล้วก็พวกธุรกิจน้ำดื่มอะไรพวกนั้นแหละ ผมมีหุ้นอยู่ที่ละ 25% พอปันผลก็ได้เยอะมากพอสมควร รายได้ผมก็จากตรงนี้แหละ “เออจริง” “หึ ก็กูไม่ได้ให้เงินเดือนให้พนักงานมานอนเล่นนิ แล้วคู่แข่งเยอะจะตาย มีลูกค้าอยู่แล้วเราก็ต้องพัฒนาให้ดีนั่นแหละ” “เออ ก็จริง แล้วมึงก็เรียนทางด้วยเนาะ” “เออ ว่าจะตรวจงานเลยยังไม่ได้ตรวจเลยสัสเอ๊ย” “ทำไมวะ” “ทะเลาะกับเมียไง อยากจะฆ่าแม่ง” “เหอะ ทะเลาะกันเก่ง ตีกันบ่อย แต่ก็ยังอยู่ด้วยกันเนาะ” “ไม่อยู่กับเมียจะให้กูอยู่กับใคร” “ง้ววววว สัสเอ๊ย สุดท้ายสัสนี่ก็ง้อเมียอยู่ดี” “ฮ่าๆ” “เพื่อนเชี้ย ไปขึ้นเรียน” 16.10 “เฮ้อ กูแม่งแทบหมดพลัง” “เออ จริง อะอะ อิคนมีผัวผัวมารับถูกมะ” “อือ เดี๋ยวกูนั่งรอมันหน้าตึกที่เดิม” “ให้พวกกูนั่งเป็นเพื่อนก่อนไหม พวกกูไม่รีบ” อ่อ ฉันลืมแนะนำเพื่อน กลุ่มฉันมี มีฝัน นลิน บริ๊งค์ ฟินน์ แล้วก็มีคุณแม่ของกลุ่มสองคนชื่อ แยมส้ม แล้วก็เลอา ฉันมองเพื่อนตัวเองจะให้มันนั่งรอด้วยก็เกรงใจเลยบอกมันออกไป “ไม่เป็นไรเรียนก็หนักละ พวกมึงไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวกูนั่งรอแป๊บเดียวไอ้บ้านั่นก็มาละ” “คร้า คุณนายแม่ งั้นเดี๋ยวเดินไปส่งที่โต๊ะ” ฉันยิ้มก่อนจะเดินลงจากตึกมานั่งที่โต๊ะใกล้ๆ กับถนนที่รถขับผ่านไปมาได้ “งั้นพวกกูกลับก่อนนะมึงคนมีผัว” “เออๆ ถึงแล้วทักมาบอกด้วย” “เออๆ มึงก็เหมือนกันอะไรยังไงโทรมา พวกกูพร้อม” “จ้าแม่” “ดีมาก ไปละเจอกันพรุ่งนี้ว้ายไม่เจอ พรุ่งนี้ไม่มีเรียน” “เออวะ กูจะนอนให้ปอดชุ่มไปเลย” “ไปละนะมึง มึงนั่งดูคนดีๆ ด้วยนะ ไอ้สัส จะนั่งรอด้วยก็ไม่เอา อิชะนีหยิ่ง” “เออ ไปเถอะ นั่งได้ รปภ.ก็มี” ฉันบอกเพื่อนฉันก่อนมันจะพากันเดินกลับสักพักก็ดูเสื้อผ้าที่สั่งค้างไว้ก่อนจะสั่งต่อแล้วสั่งไปสั่งมาไอ้บ้านั่นก็ไม่มาสักที “แม่งเรียนจนฉลาดแล้วมั้งห้าโมงกว่าละ” ฉันหยิบโทรศัพท์แล้วกำลังจะโทรหาว่าทำไมมันไม่มาสักที เพราะมอฉันปกติก็เลิกเรียนสี่โมงมีน้อยมากที่จะเลยไปจากนี้ แต่เหมือนหัวสมองคิดขึ้นมาได้ “เออ! ถามแม่งก็ไม่มีปากมั้ง ไม่มีปากงั้นก็กลับเอง! ไม่มารับ!” “เชี้ยละ โอ๊ย อิแบมชีวิตมึงเนาะ มีไรเชี้ยกว่านี้อีกไหมวะ” ฉันเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็เดินมาขึ้นวินหน้ามอเพื่อไปปากซอยเพราะต้องต่อรถไปที่บ้านเองอีกจะเรียกแท็กซี่ก็กว่าจะมาถึงหน้ามอไปที่รอที่ป้ายไวกว่า ครืน ครืน ซ่า!! “โอ๊ะตายแล้ว ทะเลาะกับผัว ฝนก็ตก รถก็ติดอีกแล้วหนึ่ง นี่กูอยู่ในซีรีส์เรื่องอะไรก๊อน” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะมาหลบในที่รอรถแล้วนักศึกษาก็พากันมายืนเต็มไปหมดแท็กซี่มาคันแล้วคันเล่าก็ขึ้นไม่ทันคนอื่น แบบเขามากันเป็นกลุ่มใช่ไหมแล้วฉันคนเดียวอะจะเอาอะไรไปทัน “ให้แม่งกลับไปให้หมดจะได้เหลือกูคนเดียวซะ ไม่ต้องแย่งกับใครดี” ฉันบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนคนจะทยอยกันไปจนเหลือไม่กี่คนแต่แท็กซี่ก็ไม่มีมาฉันยืนมองฝนที่ยังตกไม่มีท่าทีจะหยุด ยิ่งไปกว่านั้นคือ “ตัวเองมาช้าอะ” “เค้าขอโทษอาจารย์เพิ่งปล่อย แต่ต่อไปไม่ช้าอีกแล้วนะๆ เขาสัญญา แล้วตัวเองขึ้นรถมาคนเดียวแล้วมารอตรงนี้เขาก็เป็นห่วง เรากลับบ้านกันเนาะ” “ก็ได้ แต่ต่อไปเค้าจะงอล เค้ารอตัวเองตั้ง 5 นาที” ฉันมองถนนที่มีรถวิ่งไปมาก่อนจะยิ้มเบาๆ หนูคะหนูรอผัวหนูห้านาที หึ หนูยังไม่เจอผัวแม่อะเนาะ พอง้อกันเสร็จผู้ชายคนนั้นก็กางร่มพร้อมกับจับมือผู้หญิงคนนั้นเดินไปที่รถ อืม ไม่มีอะไรหรอกนอกจากจะบอกว่าน่าอิจฉา ฉันใช้มือกอดอกดีนะใส่เสื้อคลุมมาด้วยไม่งั้นก็หนาวแน่ๆ แต่คนก็ไม่ได้เยอะแล้วมีคนยืนรอไม่กี่คน จะว่าไปตอนอยู่คนเดียวฝนก็ไม่เคยเลยนะเพราะปกติเอารถมาเอง แล้วพอมีผัวทำไมจะต้องมาอยู่ตรงนี้ก่อน แม่งโทรก็ไม่คิดโทรไอ้ผัวเลว มีก็เหมือนไม่มี ฉันที่กำลังคิดวนๆ ในหัวก็ได้ยินเสียงคนพูดมาจากด้านหลัง “มึงแท็กซี่ก็ไม่มีมา กูจะรีบไปหาแม่ที่โรงพยาบาลด้วยอะ แม่กูกำลังจะเข้าผ่าตัด” “ใจเย็นๆ นะมึง นั่นไงมาแล้วๆ” “ไม่ แต่คนข้างหน้าเรามาก่อน เดี๋ยวเรารอคันใหม่” ฉันหันหลังไปมองน่าจะเป็นรุ่นน้องนะแล้วน้องมันก็ร้องไห้ แล้วมันเป็นนาทีบีบหัวใจเหมือนกันนะแม่กำลังจะผ่าตัดแล้วมายืนรอรถฉันเลยหันไปบอกน้องเบาๆ “อ๋อ เราไปก่อนเลย พี่ไม่รีบ” “เออ” “ไปเถอะๆ แม่รอ” “ขอบคุณค่ะพี่ ขอบคุณพี่มากๆ ค่ะ” ฉันยิ้มให้น้องที่ยกมือไหว้แล้วก็รีบวิ่งไปขึ้นรถ แล้วก็ยืนรอต่อฝนก็ไม่ได้ตกแรงแล้วแหละเแต่มันก็ปรอยๆ น้ำในถนนก็เริ่มจะขังตอนนี้บรรยากาศก็ดูหม่นหมองอะ พนักงานก็เริ่มมาไม่รู้จะได้กลับตอนไหน “เฮ้อ คิดถึงบ้านจัง คิดถึงกับข้าวของย่าแล้วก็ขนมของแม่” ฉันบอกกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะมองออกไปข้างนอกถนนอีกรอบหรือจะเลิกกับไอ้บ้านี่ดี อืมน่าคิด มันมีผัวก็ต้องดีกว่าอยู่คนเดียวปะวะ อยู่คนเดียวขับรถไม่เปียกฝน มีผัวมายืนรอรถกลับบ้านเองจนเปียกฝน แม่ง คิดไปคิดมาน้ำตาก็จะไหล ตอนจีบแม่งทำอันนั้นให้ได้อันนี้ให้ได้ พอคบกันก็มองว่าฉันงี่เง่า เอาอะไรมางี่เง่าวะ หรือฉันงี่เง่าจริงๆ ฉันยืนคิดอยู่กับตัวเองก่อนน้ำตาจะค่อยๆ ไหลออกมา ฉันเลยรีบเอามือเช็ดออกเพราะตอนนี้คนเดินไปเดินมาก็มีแล้วก็ไม่อยากให้คนอื่นเห็น “ไป กลับบ้าน“คุณพ่อ คุณแม่ เราจะไปทะเลกันใช่ไหมคะ”“ใช่แล้วจ้า วันนี้เด็กๆ ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้ได้เวลาพักสมอง”ใช่แล้วจ้า พอเด็กๆ แข่งเสร็จฉันเลยชวนทุกคนมาเที่ยวทะเลกัน ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่เหนื่อยมาก เด็กๆ จะพักผ่อนสมองหลังจากฝึกซ้อมกันมาหลายอาทิตย์ หลานชายคนโตกับคนที่สองของฉันก็ชนะเลิศนะจ๊ะ เห็นแล้วก็ควรจะชนะหรอก ลงแข่งคิดเลขเร็ว แก้โจทย์เลข ให้ฉันไปทำฉันยังงงๆ อยู่เลยนะน่ะ แค่ดูโจทย์ก็เวียนหัวแล้วแม่ แล้วอันนี้ต้องตอบตามเวลาที่กำหนดอีก เลยต้องพามาปลดปล่อยพลังสักหน่อย“เย้ๆ”“แล้วที่พักเราจองแล้วเหรอน้องแบม”“เรียบร้อยค่ะคุณแม่ จองทางออนไลน์เรียบร้อยแล้วค่ะ เป็นพูลวิลล่า เด็กๆ ไปถึงจะได้เล่นน้ำกันได้เลย”“ดีเลยลูก เจ้าแฝดเดี๋ยวกลับไปย่าจะให้ของขวัญชิ้นพิเศษกับหนูสองคนด้วยนะลูก”ผมกับยัยตัวแสบหันมองหน้ากันก่อนจะหันกลับมามองถนนจากนั้นก็รีบเบรกคุณแม่ แล้วของขวัญชิ้นพิเศษของคุณนายธาราเหมือนใครที่ไหน“แม่ครับ”“จ้า แม่รู้แล้วจ้า แม่ก็ให้เงียบๆ”“ให้เหมือนกันทุกคนนะครับคุณแม่”“ขัดใจคุณแม่แบบสุดๆ ขัดใจมากด้วย คุณคะ”“หึหึ ตาวิน พ่อว่า”“คุณพ่อห้ามภรรยาคุณพ่อเลยครับ”“ฮ่าๆ”“มา งั้นตา
“วรรษาลูก เออ ขอโทษด้วยนะคะ น่าจะหิวน่ะค่ะ”“คิกๆ ไม่เป็นไรค่ะ ตัวเล็กหนูเก่งมากเลยนะลูก”“ขอบคุณค่ะคุณป้า”ฉันหันไปขอโทษพ่อแม่ของเด็กตัวน้อยที่ทักลูกสาวฉันแล้วเจอลูกสาวฉันแผลงฤทธิ์ใส่นั่นแหละ แต่พอคุณแม่เค้าชมลูกสาวฉันก็กันกลับมายิ้มและยกมือไหว้พร้อมกับขอบคุณ“หึหึ น่ารัก น่าเอ็นดู นี่น้องหนูเหรอจ๊ะ”“ใช่ค่ะ น้องตัวเล็กของหนูชื่อ น้องวาโย แล้วตอนนี้พี่ชายหนูก็กำลังขึ้นไปแข่งต่อคำศัพท์อยู่บนเวทีค่ะ”“อ๋อๆ งั้นพี่ชายหนูต้องชนะเหมือนหนูแน่ๆ เลย”“ใช่แล้วค่ะ เพราะพี่ชายหนูเก่งมาก แค่ประหยัดคำพูดนิดหน่อยค่ะ คิกๆ”“หื้อ”“อ๋อ พี่ชายฝาแฝดน่ะค่ะ แต่พูดน้อยกว่านี้หน่อย”“อ๋อ ค่ะ”“วรรษา เธอคุยกับคุณแม่เราแต่เธอไม่คุยกับเราเหรอ”ผมมองสถานการณ์ตรงหน้านิ่งๆ แล้วพอเด็กผู้ชายคนนั้นถามจบลูกสาวผมก็กอดอกแล้วมองไปทางอื่น อือหื้อ เหมือนแฟนกันแล้วงอลกันอะ นี่รักใสๆ ของวัยรุ่นฟันน้ำนมเหรอเนี่ย“หึหึ เพราะหนูเจ้าชู้หรือเปล่าล่ะ เค้าเลยไม่คุยด้วย”“คินน์ไม่ได้เจ้าชู้นะครับคุณแม่ วรรษาคิดไปเอง”“ค่ะ ต่อมาจะเป็นการแข่งขัน Crossword เป็นกีฬาต่อศัพท์อักษรไขว้ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 4 ขวบ นะคะ อุปกรณ์การเล่นขอ
06.35 นาที“พี่วายุ วรรษา และเจ้าหนูน้อยวาโย คุณตากับคุณยายมาหาแล้วลูก”“คุณตา! คุณยาย! สวัสดีค่ะ”“คุณตา คุณยาย สวัสดีค่ะ”“ปู่กับย่าก็มานะจ๊ะ”“พี่ๆ ก็มา”ฉันกับคนตัวสูงหัวเราะออกมาเบาๆ และพากันยกมือไหว้ทักทายคุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ๆ อ๋อ ที่เห็นคนเยอะๆ เพราะว่าวันนี้เด็กๆ กำลังจะเดินทางไปแข็งทักษะกับเด็กวัยเดียวกัน ฉันกันพี่สะใภ้เลยนัดออกเดินทางพร้อมกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองบ้านก็ไปให้กำลังใจหลานๆ ด้วย แล้วตอนนี้เจ้าแฝดก็พากันวิ่งไปกอดพ่อแม่ฉันแล้วก็พ่อแม่ของคนตัวสูง และเจ้าแสบตัวน้อยคุณพ่อฉันก็อุ้มอยู่ ฉันเลยชวนทุกคนมาทานข้าวพร้อมกันก่อนจะออกเดินทาง“คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ๆ มาทานข้าวเช้าด้วยกันนะคะ”“จ้าๆ”“งั้นไม่เกรงใจนะคะน้องสะใภ้”“คิกๆ เต็มใจค่ะ แล้วมีซาลาเปาให้เด็กๆ ด้วยนะจ๊ะหลังทานข้าวเสร็จ”“เย้ๆ ขอบคุณครับน้าแบม”“น้าแบม ขอบคุณครับ”“ครับลูก คุณบุรินทร์คะ มาทานข้าวได้แล้วค่ะ”“น้องแบม หลานตัวเล็กของพ่อผอมลงหรือเปล่า”“หึหึ คุณพ่อครับ ตอนนี้เจ้าตัวแสบน้ำหนักขึ้นมาอีก 1 กิโลกรัม แล้วครับ”“คิกๆ ใช่ค่ะคุณพ่อ วินจะให้ลูกควบคุมน้ำหนักอยู่แล้วค่ะคุณบุรินทร์”“หื้อ ไม่ต้องคุมหรอกล
“แม่”“ครับ”“ไป”“หึหึ โอเค หนูจะไปรับพี่แฝดแล้วเหรอ งั้นหนูไปถามคุณพ่อสิว่าเสร็จหรือยัง”ฉันพากันมาอาบน้ำแต่งตัวเพราะได้เวลาไปรับเจ้าแฝดแล้ว เสื้อผ้าของใช้ก็ไม่ต้องเอาไปเพราะที่บ้านใหญ่ก็มี และตอนนี้เด็กตัวเล็กก็เดินไปหาคนตัวสูงที่กำลังเอาของใส่ในกระเป๋าใบใหม่ที่ซื้อมา“พ่อ”“ฮึ อะไรตัวแสบ”“ไป”“เราเสร็จแล้วเหรอ”“เสร็จ”ผมมองไอ้เด็กแสบตัวอ้วนที่เดินมาหา แล้วตัวแค่นี้รู้จักเร่งคนอื่นเขาแล้วนะ“ไป อือหื้อ ไหนชั่งน้ำหนักสิ ตอนนี้กี่โลแล้ว”ฉันเดินมาหาคนตัวสูงที่พาลูกชั่งน้ำหนักบนกิโลดิจิตอลที่ฉันซื้อมา ตอนแรกลูก 11 กิโลกรัม ตอนนี้ขึ้นมา 12 กิโลกรัม แล้วอะ“ฮึ ไอ้เด็กอ้วน ต่อไปนี้ต้องกินนมน้อยลงเลย เราต้องควบคุมน้ำหนักโอเคไหม”พอผมถามเสร็จไอ้แสบก็ส่ายหัวทันที มันน่าไหมล่ะ ไม่รู้ลูกผมมันเอาความแสบจากใครมาหนักหนา“คิกๆ”ฉันกับคนตัวสูงพากันหัวเราะออกมา สักพักเหมือนเขาจะนึกได้อะ เลยหันมาถามฉันแบบหน้าตาจริงจังด้วยนะ เจ้าตัวน้อยก็หันมาทางฉันเหมือนกัน หน้าพิมพ์เดียวกันเป๊ะ“ลูกเราก็ไปว่ายน้ำนะ ทำไมยิ่งว่ายน้ำหนักยิ่งขึ้นวะ”“พรืด ลูกอาจจะเหนื่อยแล้วก็กินเยอะขึ้นไง”“เฮ้อ งั้นให้ลูกเลิกว่ายเถ











