INICIAR SESIÓNอลิซนั่งอยู่ในห้องเรียนด้วยอาการหน้ามืดโคลงเคลงตลอดเวลา หายใจตื้นๆเพราะรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ ร่างเล็กคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเมื่อคืนเธอนอนดึกบวกกับมีเรื่องต้องกังวลแน่เลย จึงทำให้เธอมีอาการแบบนี้
สาวน้อยพยายามฝืนตัวเองให้นั่งเรียนต่อไปจนกว่าจะหมดคาบ รู้สึกเหมือนชีวิตถูกดูดพลังจนหมดสิ้น เพราะตอนนี้เธอแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงทำอะไรแล้ว สายตาคู่หนึ่งที่คอยหันมองมาหาอลิซเป็นระยะๆด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นเธอหน้าซีดๆตั้งแต่เข้ามาในห้องเรียน “ไม่สบายรึเปล่า…” ฮาชิพูดพึมพำอยู่คนเดียวเพราะเห็นท่าทีเธอเหมือนจะรู้สึกไม่โอเคเอามากๆ ตอนนี้เขานั่งอยู่กับเพื่อนแถวหน้าสุด ได้แต่ชำเลืองหันหลังกลับมามองคนร่างเล็กอย่างห่วงๆ หลังจากอาจารย์สั่งเลิกคลาสเรียน ฮาชิก็รีบเดินตรงมาหาอลิซทันที.. “เป็นไรรึเปล่า?” ฮาชิมองใบหน้าเนียนนั่งลงสังเกตอาการและจับดูหน้าขาวซีดเผือกของหญิงสาวที่เริ่มจะไม่ไหว “อื้อ หน้ามืดอ่ะ..” อลิซตอบเสียงสั่นด้วยใบหน้าซีดเซียว.. “ลุกไหวไหม..ลงไปข้างล่างกัน” เขาพูดพร้อมกับพยุงตัวร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วค่อยๆพาเธอเดินออกไปข้างนอกห้องเรียน แต่ในขณะนั้นอลิซไม่สามารถพยุงตัวเองได้อีกแล้ว ฮาชิเลยตัดสินใจอุ้มเธอไปขึ้นลิฟต์ พอถึงชั้นหนึ่งชายหนุ่มก็รีบเรียกแท็กซี่พาเธอไปหาหมอทันที.. 13.15 น. หมอบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่พักผ่อนน้อยก็เท่านั้น จึงเขียนใบสั่งยาให้และอนุญาตให้กลับบ้านไปพักผ่อนได้.. ฮาชิเรียกแท็กซี่ให้มาส่งอลิซและเขาที่คอนโด..โดยมีร่างเล็กที่นอนหลับซุกซบอยู่กับไหล่ของเขาด้วยอาการเหนื่อยล้า จังหวะนั้นร่างสูงแอบมองใบหน้าสวยหวานก็รู้สึกหัวใจเต้นตึกตักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พอถึงห้องเขาก็อุ้มพยุงร่างเล็กขึ้นไปนอนบนเตียงของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ฮาชิได้มาห้องของอลิซ เขายืนมองสำรวจห้องรอบๆ เห็นถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ค่อยมีของตกแต่งในห้องเยอะซักเท่าไหร่ แต่ดูสบายตาอย่างบอกไม่ถูก ฮาชิเข้าไปนั่งข้างๆเตียงของอลิซจ้องมองใบหน้าเล็กที่กำลังหลับด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มยื่นมือไปปลดกระดุมชุดนักศึกษาออกสองสามเม็ดเพราะอยากให้เธอรู้สึกสบายตัวและไม่อึดอัดจนมากเกิน “ฉันไม่ได้จะล่วงเกินนะแค่อยากให้หายใจสะดวก..” เขาพูดกระซิบบอกหญิงสาวถึงแม้เธอจะไม่ได้ยินที่เขาพูดเลยก็ตาม ทว่า สายตาแวววาวของเขาก็อดไม่ได้ที่จะกวาดตาไปมองหน้าอกที่อวบนูนขึ้นมาคับแน่นอยู่ภายใต้บราเซียตัวน้อย ฮาชิสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด ก่อนเขาจะรีบดึงสติและหันไปมองทางอื่นและปล่อยให้เธอได้นอนพักผ่อนอย่างสบาย “หายไวๆนะอลิซ” ฮาชิกระซิบบอกร่างเล็กและลูบหัวคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่อย่างเป็นห่วง ที่จริงฮาชิมีเรียนช่วงบ่ายแต่เขากลับขาดเรียนเพื่อมาดูแลผู้หญิงตรงหน้า เขารู้สึกโล่งอกที่อลิซไม่ได้เป็นอะไรมาก ผ่านไป 3 ชั่วโมง อลิซก็เริ่มขยับตัวตื่นขึ้นมาอย่างงงๆ เธอเห็นฮาชินอนหลับอยู่ข้างเตียงก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย พอนึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นคนให้ความช่วยเหลือเธอทุกอย่างหญิงสาวก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา ในตอนนั้นเอง ฮาชิก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกันเพราะได้ยินเสียงร่างเล็กขยับไปมา “นี่นายอยู่ดูแลฉันหรอ?” ฮาชิงัวเงียมองไปยังคนร่างเล็กนอนที่ขดตัวอยู่บนที่นอน “ก็ใช่น่ะสิ ก็เห็นเป็นลมเลยอยู่ดูแลต่อ” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับยกมือบิดขี้เกียจเบาๆเพื่อลดอาการปวดเมื่อยเพราะนอนอยู่ท่าเดิมนานๆ “เห็นบอกตอนบ่ายมีเรียน นายขาดเรียนเพื่อนมาดูแลฉันหรอ?” “อื้มใช่ ก็เป็นห่วง” คำตอบนั้นทำเอาอลิซหน้าแดงซ่านรู้สึกเบิกบานหัวใจเต้นแรงจนต้องก้มหลบตาคนที่กำลังจ้อมองมาทางเธอ “ดีขึ้นแล้วนี่..” ฮาชิพูดขึ้นเพราะใบหน้านวลดูสดใสขึ้นเยอะหลังจากได้นอนเต็มๆสามชั่วโมง “อื้ม จะลุกไปอาบน้ำแล้ว” อลิซบอกเขาเพราะตอนนี้เธอรู้สึกเหนียวตัวไปหมด “ทีหลังก็หัดพักผ่อนเยอะๆบ้างนะ อย่าหักโหมจนเกินไป” เขาบ่นคนตัวเล็กเพราะรู้หรอกว่าเธอน่ะนอนดึกทุกวัน “เออน่า รู้แล้ว” อลิซทำหน้ารู้สึกผิดที่โดนคนตัวใหญ่ดุราวกับเห็นเธอเป็นเด็กน้อย “งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ” “เอ้า นายจะกลับตอนนี้เลยหรอ?” “อื้ม ว่าจะไปนอนพักซักหน่อย” “โอเค เดี๋ยวพรุ่งนี้เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะ” “ได้” เขาตอบก่อนจะขอตัวกลับ หลังจากนั้นอลิซก็เดินลงไปส่งชายหนุ่มข้างล่าง.. 08.00 น. ที่มหาลัย “นายจะกินแต่ไก่เทอริยากิทุกวันเลยรึไง?” อลิซถามขึ้นเพราะเห็นฮาชิกินแต่เมนูเดิมๆซ้ำๆทุกวัน ที่จริงเธออยากให้เขากินเมนูที่มีผักเยอะๆมากกว่ากินแต่ข้าวกับไก่ ก็เธอเป็นห่วงเขาน่ะสิ “ก็ไม่รู้จะกินไร” เขาตอบหน้าตาเฉยเพราะไม่รู้จะกินอะไรจริงๆ “โธ่ๆ พ่อคุ๊ณ..ของกินในโรงอาหารมีเยอะแยะ” “ไม่ต้องมาประชดเลย ยัยเตี้ย” “หึ! หยุดพูดเลย เอาข้าวยัดปากไป” อลิซทำท่าทางโกรธแบบไม่จริงจังนัก ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อดขำให้กับความน่ารักของเธอไม่ได้เลยหัวเราะออกมาเบาๆ “ขำไร?” “ก็เธอบอกว่าจะเลี้ยงข้าว แต่มาบ่นเพียงเพราะฉันกินข้าวกับไก่เนี้ยนะ” “ก็นายกินแบบนี้ทุกวันจริงๆนี่” หญิงสาวเถียงคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างจริงจัง “แล้วมันเป็นอะไร” คนตรงหน้าเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย แต่อลิซไม่ยอมบอกความจริงเขาง่ายๆว่าแค่เป็นห่วง เธอแค่อยากให้เขากินผักบ้าง เดี๋ยวจะขาดสารอาหารเอา “ก็ป่าว ฉันเหนื่อยทะเลาะกับนายละ” อลิซพูดเสียงอ่อยก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นด้วยสายตาเหนื่อยๆ ฮาชิที่เห็นท่าทางไม่ดีของเธอเลยเคลื่อนมือใหญ่มาแตะที่หน้าผากฝ่ายตรงข้ามโดยที่อลิซไม่ทันได้ตั้งตัว “ฮึก! ทะ..ทำอะไร?” “ก็เห็นหน้าเหมือนจะไม่สบาย เลยเอามือแตะหน้าผากดูว่าตัวร้อนรึเปล่า” เขาพูดตอบโต้กับเธอขณะที่ฝ่ามือใหญ่ยังแตะค้างอยู่บนหน้าผากเล็ก มันทำให้อลิซหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินจัด “ปะ..ป่าว ฉันแค่พูดลอยๆเฉยๆ” “อ้าวหรอ” ฮาชิชักมือกลับด้วยใบหน้านิ่งเรียบ จริงๆเขาก็แอบเก็บอาการที่มีต่อเธออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน..ร่างเล็กนอนคิดทบทวนสิ่งที่ฮาชิเล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา อลิซรู้สึกเห็นใจและเข้าใจ แม้ว่าก่อนหน้านั้นเขาจะทำเย็นชาใส่เธอก็ตาม หญิงสาวได้แต่พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ขณะที่ยังนอนกลิ้งอยู่บนเตียง ความหนักอึ้งแล่นเข้ามาในโสตประสาททำให้อลิซนอนไม่หลับ ร่างเล็กพลิกตัวไปมาภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ มันเป็นที่ใหม่สำหรับเธอ ต่อให้พยายามข่มตานอนยังไงก็ไม่ยอมหลับสักที แม้ว่าเขาจะยื่นข้อเสนอที่ดีให้ แต่มันก็ทำให้อลิซค่อนข้างที่จะลังเลและคิดหนัก เพราะการที่ย้ายมาอยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้ยังไงมันก็ไม่ควร ขืนครอบครัวรู้เข้าคงต้องผิดหวังมากแน่คอนโด“แต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะไปส่ง”“ไม่ต้อง..แล้วนี่นายไม่ไปเรียนรึไง?”อลิซถามขึ้น เพราะยังเห็นเขาอยูในชุดลำลองสบายๆ เหมือนกับว่าจะไม่ออกไปไหน“ฉันกำลังทำเรื่องย้ายไปเรียนที่เดียวกันกับเธอ”“ห้ะ! นี่นายบ้าไปแล้วหรอ?”คำพูดนั้นทำเอาอลิซตกใจแทบช็อก การที่เขาพูดแบบนี้ออกมามันหมายความเธอต้องอยู่กับเขาเกือบจะตลอดเวลาเลยหรือเปล่า“ก็ดีไม่ใช่รึไง? จะได้เดินทางสะดวก ไปเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกัน”แววตาเอาจริงของฮาชิที่จ้องมองมามันทำให้อลิซรู้สึกขนลุกอ
มหาลัย อลิซเดินตรงไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่หน้าตึกของคณะที่มาถึงอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสี่คนก็ขึ้นห้องไปเรียนพร้อมกัน วันนี้มีเรียนเฉพาะช่วงเช้า ระหว่างเรียนอลิซก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียน แต่ก็มีความคิดฟุ้งซ่านเข้ามากระทบเป็นระยะ แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดที่ฮาชิเปลี่ยนไปจากเดิมและทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ตลอด แต่อลิซก็ต้องตามน้ำไปก่อน เพราะไม่ได้อยากมีปัญหา อลิซยังไม่รู้ว่าฮาชิทำอะไรได้บ้าง และท่าทางเย็นชาของเขาที่เธอมองไม่ออกนั่นแหละคือคำตอบ สาวน้อยถอนหายใจออกมาหนักๆ พร้อมกับมองไปยังจอโปรเจกเตอร์ ตัวหนังสือที่โชว์อยู่บนจอมันแทบไม่เข้าไปในสมองของเธอเลยสักนิด พอนั่งเหม่ออยู่นานจนได้สติ ก็ถึงเวลาต้องเลิกเรียนแล้ว “เลิกเรียนแล้วไปหาของหวานกินกันไหม?” “ลิซต้องรีบกลับอ่ะขนม” “งั้นหรอ เสียดายจัง” ใบหน้าหวานทำหน้าอ้อนใส่เพื่อนเป็นเชิงบอกว่าขอโทษ ก่อนที่จะก้มลงเก็บของหยิบใสกระเป๋าอย่างรีบๆ อลิซนึกย้อนไปถึงตอนเช้าที่ฮาชิบอกว่าจะมารับหลังจากเลิกเรียน สาวน้อยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรเลย เพราะถ้าเขาโกรธขึ้นมาแบบเมื่อคืน อลิซก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ของทุกอย่างถูกเก็บเตรียมไว้ในรถตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว จะขัด
ในห้อง 504 “จะถามอะไร? ว่ามาสิ” ทันทีที่ร่างใหญ่นั่งลงบนโซฟาก็เอ่ยปากเปิดประเด็นทันที ซึ่งทำให้คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกไป ฮาชิปรายตามองไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่โดยไม่ปริปากถามอะไรสักคำ มันก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ “งั้นถ้าไม่มีอะไร ฉันจะไปอาบ…” “ผู้หญิงคนนั้นคือใคร” อลิซรีบพูดแทรกขึ้นมา เมื่อรู้ว่าเขาจะไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถามอีกครั้ง สายตาของเธอมองเข้าไปในแววตาคู่นั้นอย่างต้องการคำตอบ ไม่รู้ว่ามันกวนใจหรือเพระแรงหึงกันแน่ จึงทำให้อลิซอยากรู้เรื่องของเขามากมายขนาดนี้ “ก็แค่..คู่หมั้นที่แม่จับคู่ให้” ฮาชิเว้นวรรคพูด ก่อนจะบอกไปตามความจริง เขาไม่ได้สนใจคู่ที่แม่เลือกให้เลยสักนิด ต่อให้จะรู้จักกันตั้งแต่เด็กก็เถอะ “อ่อ..นายเลยย้ายมาอยู่ที่นี่สินะ” “ใช่ ” เขาตอบเสียงทุ้มและถามเธอต่อ.. “แล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร” ฮาชิถามกลับพลางมองหน้าเธอนิ่ง นี่ถ้าเขาไม่ไปรับเธอช่วงเย็น ผู้ชายคนนั้นคงพาเธอไปแล้ว “ก็แค่..รุ่นพี่ที่คณะ” อลิซตอบเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ เธอรู้สึกไม่โอเคที่ฮาชิเอาแต่ทำอะไรตามใจตัวเอง ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ “โอเค..แต่ด
โทร :อ๊อฟ (ว่าไงไอ้ชิ) “อื้ม เรื่องที่บอกว่าช่วยหาห้องให้หน่อย ไม่ต้องหาแล้วนะ กูจะอยู่ที่เดิม” (เอ้า! อะไรของมึงวะ เดี๋ยวอยู่เดี๋ยวไม่อยู่) “เออแค่นี้แหละ กูขับรถก่อน” ฮาชิกดวางสายจากเพื่อนขณะที่เขานั่งอยู่ในรถ..มือแกร่งก็เลื่อนหาชื่ออลิซ ก่อนจะกดเข้าไปในช่องแชต ติ้ง~ เสียงแชตดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังคุยอยู่กับเพื่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่แล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจ แชต : ฮาชิ ฮาชิ : อยู่ไหนเดี๋ยวไปรับ เมื่อเห็นข้อความเด้งขึ้นมาทำให้อลิซตกใจอย่างมาก เขาอยู่ไหนถึงจะมารับเธอ ที่มหาลัยของฮาชิห่างจากที่ที่เธออยู่ตั้งหลายกิโล สาวน้อยคิดพลางกดแป้นพิมพ์ตอบกลับ อลิซ : ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับเอง ฮาชิ : ส่งโลเคชั่นมา อลิซ : ไม่เอา นายกลับห้องไปก่อนเลย ฮาชิ : จะเอาแบบนี้ใช่ไหม อลิซมองหน้าจอแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ได้เจอกันแค่เทอมเดียว แต่ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ ความเครียดกำลังแล่นเข้ามาในสมองของอลิซอย่างไม่หยุดหย่อน จนเผลอแสดงออกทางสีหน้า “อลิซเป็นไร ขมวดคิ้วแน่นจัง” “อ่อ ปะป่าวว” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนแล้วยิ้มให้บางๆ ก่อน
ร่างเล็กเดินถอยหลังกลับไปสองก้าว เพราะไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง อลิซจิกมือลงบนสายสะพายกระเป๋าแน่น ในสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก เขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ มันไม่ใช่ความฝัน “อลิซ..เธอพักอยู่ที่นี่หรอ?” ฮาชิรีบถามอย่างสงสัย ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มมาอย่างหนัก แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง “เอ่อ คือ..ใช่..แล้วนาย..” สาวน้อยถามพร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอก เธอทำตัวไม่ถูก เมื่อจู่ๆก็มาเจอกับเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ชายที่เธอเอาแค่คิดถึงเขาทุกวัน..ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ “ฉันพึ่งย้ายเข้ามาน่ะ” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับมองหน้าอลิซนิ่ง “อ่อ งั้นขอตัวก่อนนะ” อลิซยืนอึ้งจนพูดออกไม่ออกและไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก่อนจะรีบขอตัวกลับเข้าห้องของตัวเอง แต่แล้วก็โดนมือใหญ่ดึงแขนเอาไว้ “เดี๋ยวสิ..” อลิซเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะก้มมองข้อมือของตัวเองที่โดนชายหนุ่มรั้งไว้อยู่ “มีอะไร?” “ป่าว..” ฮาชิจ้องหน้าหวานนิ่งเงียบและยังแฝงไปด้วยความเย็นชาเหมือนเดิม ซึ่งอลิซก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้ความคิดในหัวสมองมันกลับตีกันไปหมด อีกอย่างเธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขามีแฟนแล้ว “งั้นก็ปล่อย” อลิซร
ฮาชิย้ายออกมาอยู่คอนโดที่เพื่อนของเขาแนะนำให้เมื่อสามวันก่อน มันไกลจากที่มหาลัยและไกลจากที่บ้านของเขามาก ชายหนุ่มค่อนข้างสบายใจที่ได้ออกมาอยู่เงียบๆคนเดียว ไม่ต้องทนทำตามใจแม่เหมือนอยู่ในบ้านใหญ่ เขาทิ้งตัวเอนหลังลงบนโซฟา พลางนึกถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดเดิมๆที่ผุดขึ้นมาจนรู้สึกปวดหนึบเพราะความเครียดจัดฮาชิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกระเบียง ภายในชั้นที่เขาอยู่มันไม่ได้สูงมากนัก เป็นแค่คอนโดราคาถูกๆที่เขาเลือกมาแค่นั้นครืด!! ครืด!!~เสียงสายเรียกเข้ามันทำให้คนร่างใหญ่ละสายตาจากท้องฟ้าที่อยู่ริมระเบียง แล้วเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู แต่ชื่อนั้นมันกลับทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะกดรับสาย“มีอะไรครับแม่”“ตั้งใจจะย้ายออกไปจริงๆหรอ?!”“ผมอยากลองออกมาใช้ชีวิตคนเดียวดูครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”“ในคอนโดราคาถูกแบบนั้นน่ะนะ”“นี่แม่ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าเลิกส่งคนมาตามผมซักที”ฮาชิพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที เขาเอนตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหัวเสีย พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ตั้งแต่พ่อเสียไป แม่ก็เอาแต่เจ้ากี้เจ้าการกับเ







