เข้าสู่ระบบหัวใจของอลิซเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อได้ยินคำถามที่ชวนให้วูบไหวจากปากคนตัวสูง “มะ..หมายความว่ายังไง” ขาแกร่งก้าวเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก เขามองใบหน้าหวานราวกับอยากให้เธอรับรู้ความในใจ “หมายความตามที่ว่านั่นแหละ สรุปคือ..ไม่รู้จริงๆหรอว่าฉันคิดยังไงกับเธอ” เขาถามซ้ำอีกรอบและจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งเงียบพร้อมกับมุมปากค่อยๆยกยิ้มขึ้นทีละน้อย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ร่างกายสั่นไหวจนเหงื่อชื้นขมับ ร่างเล็กทำตัวไม่ถูก เมื่อเธอกำลังโดนฮาชิสารภาพสิ่งที่เขาคิดมาตลอด “ก็..ไม่รู้สิ” อลิซตอบสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ตอนนี้ในหัวไม่ตีกันจนไม่รู้จะพูดจะตอบยังไง “งั้นหรอ..เดี๋ยวบอกให้ฟัง” ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดกับตัวของอลิซ เขาโน้มหน้าลงมาเกือบแนบกับใบหน้าของเธอ ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมร้อนเป่ารดบนใบหน้าจนทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ รู้สึกประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก เมื่อแววตาของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกชนิดที่อ่านยาก “บะ..บอกมาสิ” เสียงพูดแผ่วเบาแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ไร้การตอบกลับจากคนร่างใหญ่ แต่เขากลับโน้มหน้าลงมาประกบจู
หลังจากกลับมาถึงห้อง อลิซก็นอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียง ความเครียดเริ่มถาโถมเข้ามาจนทำให้รู้สึกอึดอัด เธอสับสนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ แกร๊ก.. เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ทำให้คนที่นอนนิ่งไม่ไหวติงได้สติขึ้นมา ก่อนจะหันไปมองร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเขม็งอยู่หน้าประตู “ออกมากินข้าว ฉันทำกับข้าวไว้ให้แล้ว” ”อื้ม กินก่อนเลย ยังไม่หิว” อลิซพูดก่อนจะโน้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง คนตัวเล็กรู้สึกเหนื่อยและเพลียกับสิ่งที่เจอ แค่อยากนอนพักผ่อนเงียบๆและหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนร่างสูง ขณะที่กำลังหลับตาลงนอน เธอกลับไม่รู้สึกตัวว่าฮาชิกำลังเดินตรงเข้ามาหาอย่างสงสัย มือหนายื่นมาแตะบนหน้าผากอย่างแผ่วเบา แต่ไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนบนหลังมือเลยสักนิด แสดงว่าเธอสบายดีหรือเพียงแค่อยากหลบหน้ากันเฉยๆ “ตัวก็ไม่เห็นร้อนนี่ ทำไมถึงไม่ยอมลุกไปกินข้าว” “นี่นาย!! ทำไมชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอดเลย ฉันขออยู่เงียบๆก่อนได้ไหม” อลิซพูดพลางปัดมือเขาออกห่าง ร่างเล็กมองใบหน้าหล่อด้วยสายตาไม่พอใจ แม้คนร่างสูงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่คนตัวเล็กรับรู้ได้ว่าเขากำลังรู้สึกโกรธ “เป็นอะไรนัก แค่เป็นห่วงไม่พอใจม
ร่างเล็กนอนคิดทบทวนสิ่งที่ฮาชิเล่าให้ฟังเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา อลิซรู้สึกเห็นใจและเข้าใจ แม้ว่าก่อนหน้านั้นเขาจะทำเย็นชาใส่เธอก็ตาม หญิงสาวได้แต่พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ขณะที่ยังนอนกลิ้งอยู่บนเตียง ความหนักอึ้งแล่นเข้ามาในโสตประสาททำให้อลิซนอนไม่หลับ ร่างเล็กพลิกตัวไปมาภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ มันเป็นที่ใหม่สำหรับเธอ ต่อให้พยายามข่มตานอนยังไงก็ไม่ยอมหลับสักที แม้ว่าเขาจะยื่นข้อเสนอที่ดีให้ แต่มันก็ทำให้อลิซค่อนข้างที่จะลังเลและคิดหนัก เพราะการที่ย้ายมาอยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้ยังไงมันก็ไม่ควร ขืนครอบครัวรู้เข้าคงต้องผิดหวังมากแน่คอนโด“แต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะไปส่ง”“ไม่ต้อง..แล้วนี่นายไม่ไปเรียนรึไง?”อลิซถามขึ้น เพราะยังเห็นเขาอยูในชุดลำลองสบายๆ เหมือนกับว่าจะไม่ออกไปไหน“ฉันกำลังทำเรื่องย้ายไปเรียนที่เดียวกันกับเธอ”“ห้ะ! นี่นายบ้าไปแล้วหรอ?”คำพูดนั้นทำเอาอลิซตกใจแทบช็อก การที่เขาพูดแบบนี้ออกมามันหมายความเธอต้องอยู่กับเขาเกือบจะตลอดเวลาเลยหรือเปล่า“ก็ดีไม่ใช่รึไง? จะได้เดินทางสะดวก ไปเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกัน”แววตาเอาจริงของฮาชิที่จ้องมองมามันทำให้อลิซรู้สึกขนลุกอ
มหาลัย อลิซเดินตรงไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่หน้าตึกของคณะที่มาถึงอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสี่คนก็ขึ้นห้องไปเรียนพร้อมกัน วันนี้มีเรียนเฉพาะช่วงเช้า ระหว่างเรียนอลิซก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียน แต่ก็มีความคิดฟุ้งซ่านเข้ามากระทบเป็นระยะ แม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดที่ฮาชิเปลี่ยนไปจากเดิมและทำอะไรตามใจตัวเองอยู่ตลอด แต่อลิซก็ต้องตามน้ำไปก่อน เพราะไม่ได้อยากมีปัญหา อลิซยังไม่รู้ว่าฮาชิทำอะไรได้บ้าง และท่าทางเย็นชาของเขาที่เธอมองไม่ออกนั่นแหละคือคำตอบ สาวน้อยถอนหายใจออกมาหนักๆ พร้อมกับมองไปยังจอโปรเจกเตอร์ ตัวหนังสือที่โชว์อยู่บนจอมันแทบไม่เข้าไปในสมองของเธอเลยสักนิด พอนั่งเหม่ออยู่นานจนได้สติ ก็ถึงเวลาต้องเลิกเรียนแล้ว “เลิกเรียนแล้วไปหาของหวานกินกันไหม?” “ลิซต้องรีบกลับอ่ะขนม” “งั้นหรอ เสียดายจัง” ใบหน้าหวานทำหน้าอ้อนใส่เพื่อนเป็นเชิงบอกว่าขอโทษ ก่อนที่จะก้มลงเก็บของหยิบใสกระเป๋าอย่างรีบๆ อลิซนึกย้อนไปถึงตอนเช้าที่ฮาชิบอกว่าจะมารับหลังจากเลิกเรียน สาวน้อยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรเลย เพราะถ้าเขาโกรธขึ้นมาแบบเมื่อคืน อลิซก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ของทุกอย่างถูกเก็บเตรียมไว้ในรถตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว จะขัด
ในห้อง 504 “จะถามอะไร? ว่ามาสิ” ทันทีที่ร่างใหญ่นั่งลงบนโซฟาก็เอ่ยปากเปิดประเด็นทันที ซึ่งทำให้คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกไป ฮาชิปรายตามองไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่โดยไม่ปริปากถามอะไรสักคำ มันก็ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ “งั้นถ้าไม่มีอะไร ฉันจะไปอาบ…” “ผู้หญิงคนนั้นคือใคร” อลิซรีบพูดแทรกขึ้นมา เมื่อรู้ว่าเขาจะไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถามอีกครั้ง สายตาของเธอมองเข้าไปในแววตาคู่นั้นอย่างต้องการคำตอบ ไม่รู้ว่ามันกวนใจหรือเพระแรงหึงกันแน่ จึงทำให้อลิซอยากรู้เรื่องของเขามากมายขนาดนี้ “ก็แค่..คู่หมั้นที่แม่จับคู่ให้” ฮาชิเว้นวรรคพูด ก่อนจะบอกไปตามความจริง เขาไม่ได้สนใจคู่ที่แม่เลือกให้เลยสักนิด ต่อให้จะรู้จักกันตั้งแต่เด็กก็เถอะ “อ่อ..นายเลยย้ายมาอยู่ที่นี่สินะ” “ใช่ ” เขาตอบเสียงทุ้มและถามเธอต่อ.. “แล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร” ฮาชิถามกลับพลางมองหน้าเธอนิ่ง นี่ถ้าเขาไม่ไปรับเธอช่วงเย็น ผู้ชายคนนั้นคงพาเธอไปแล้ว “ก็แค่..รุ่นพี่ที่คณะ” อลิซตอบเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ เธอรู้สึกไม่โอเคที่ฮาชิเอาแต่ทำอะไรตามใจตัวเอง ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ “โอเค..แต่ด
โทร :อ๊อฟ (ว่าไงไอ้ชิ) “อื้ม เรื่องที่บอกว่าช่วยหาห้องให้หน่อย ไม่ต้องหาแล้วนะ กูจะอยู่ที่เดิม” (เอ้า! อะไรของมึงวะ เดี๋ยวอยู่เดี๋ยวไม่อยู่) “เออแค่นี้แหละ กูขับรถก่อน” ฮาชิกดวางสายจากเพื่อนขณะที่เขานั่งอยู่ในรถ..มือแกร่งก็เลื่อนหาชื่ออลิซ ก่อนจะกดเข้าไปในช่องแชต ติ้ง~ เสียงแชตดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังคุยอยู่กับเพื่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่แล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจ แชต : ฮาชิ ฮาชิ : อยู่ไหนเดี๋ยวไปรับ เมื่อเห็นข้อความเด้งขึ้นมาทำให้อลิซตกใจอย่างมาก เขาอยู่ไหนถึงจะมารับเธอ ที่มหาลัยของฮาชิห่างจากที่ที่เธออยู่ตั้งหลายกิโล สาวน้อยคิดพลางกดแป้นพิมพ์ตอบกลับ อลิซ : ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับเอง ฮาชิ : ส่งโลเคชั่นมา อลิซ : ไม่เอา นายกลับห้องไปก่อนเลย ฮาชิ : จะเอาแบบนี้ใช่ไหม อลิซมองหน้าจอแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ได้เจอกันแค่เทอมเดียว แต่ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ ความเครียดกำลังแล่นเข้ามาในสมองของอลิซอย่างไม่หยุดหย่อน จนเผลอแสดงออกทางสีหน้า “อลิซเป็นไร ขมวดคิ้วแน่นจัง” “อ่อ ปะป่าวว” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนแล้วยิ้มให้บางๆ ก่อน







