Partager

บทที่ 7

Auteur: อาเซิง
ยามที่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ถูกความอับชื้น เย็นชืด และกลิ่นคาวเลือดอันคุ้นเคยเข้าโอบล้อมตัวนางเอาไว้

เป็นกองอาญา

“ฟื้นแล้วหรือ?” ผู้คุมหน้าตาเหี้ยมเกรียมคนหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือเหล็กนาบเนื้อที่เผาจนแดงจัด “คุณหนูญาติผู้น้องกำชับไว้ ให้ต้อนรับท่านอย่างดีเป็นเวลาสามวัน พระชายา ล่วงเกินแล้ว!”

ต่อจากนั้น ทั้งเหล็กร้อน เฆี่ยนตี น้ำเกลือ การลงทัณฑ์ด้วยเข็ม...

การทรมานที่คุ้นเคย ถูกกระหน่ำลงบนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของนางทีละอย่าง

เหล่าผู้คุมได้รับคำสั่งพิเศษจากเสิ่นเยว่หนิง ลงมือได้อย่างพอเหมาะพอดี ทั้งต้องการให้นางเจ็บปวดเจียนตาย แต่ก็จะไม่ปล่อยให้นางตายในทันที

ตลอดสามวัน ทุกเสี้ยววินาทียาวนานราวกับร้อยปี

เฉิงสือยวนกัดฟันแน่น ไม่เอ่ยปากขอชีวิต ไม่ร่ำไห้คร่ำครวญ ทำเพียงเบิกตาสีหม่นไร้แววคู่นั้น จ้องมองผนังหินที่มีน้ำซึมอยู่ตรงเพดานห้องขัง

เซียวหลินยวน…

นี่คือการลงโทษที่ท่านมอบให้งั้นหรือ?

นี่คือวิธีที่ท่านจะพยายามรักข้างั้นหรือ?

พลบค่ำวันที่สาม เฉิงสือยวนที่บาดแผลเต็มตัวและลมหายใจรวยริน ก็ถูกโยนกลับมาตรงหน้าประตูเรือนข้างของจวนอ๋องราวกับเศษขยะชิ้นหนึ่ง

นางฝืนทนรักษาลมหายใจเฮือกสุดท้าย ใช้มือที่เลือดเนื้อแหลกลาญจนดูไม่ได้ ค่อยๆ คลานเข้าไปในเรือนทีละนิด

เพิ่งจะคลานข้ามธรณีประตูไป ก็ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น

เซียวหลินยวนเดินเข้ามา เห็นเฉิงสือยวนนอนหมอบอยู่บนพื้น ในสภาพที่เลือดโชกไปทั้งตัวจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้

“สือยวน?! ก็แค่ไปคัดคัมภีร์สามวัน ทำไมถึงทำตัวเองให้อยู่ในสภาพแบบนี้ได้?”

ทันทีที่มือของเขาสัมผัสแขนของนาง เฉิงสือยวนก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรง ราวกับถูกอสรพิษกัด!

การเคลื่อนไหวไปรั้งบาดแผล เจ็บเสียจนนางต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความทรมาน เหงื่อกาฬผุดซึมทั่วหน้าผาก

มือของเซียวหลินยวนชะงักค้างกลางอากาศ สีหน้าขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด “เฉิงสือยวน เจ้าเป็นอะไรไปกันแน่? ข้าคือสามีของเจ้านะ! มีเรื่องอะไรก็บอกข้าได้!”

สามีงั้นหรือ?

เฉิงสือยวนหมอบอยู่บนพื้น ตั้งสติอยู่ครู่ใหญ่ จึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา

ดวงตาคู่นั้นที่เคยสดใสเปล่งประกาย ยามนี้เหลือเพียงความเหน็ดเหนื่อยและความหมดอาลัยตายอยากอันไร้ที่สิ้นสุด

“ได้” นางพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและขาดห้วง “ข้าจะบอก”

“เสิ่นเยว่หนิงติดสินบนคนขับรถม้า แล้วส่งข้าเข้าไปในกองอาญา”

“ข้าถูกลงทัณฑ์อย่างหนักอยู่ในนั้นถึงสามวัน”

ทุกๆ คำพูด ราวกับถูกเค้นออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก พร้อมกับปนฟองเลือดออกมาด้วย

เซียวหลินยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะแสดงความรู้สึกไม่อยากเชื่อออกมา “กองอาญางั้นหรือ? เยว่หนิงเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก! เยว่หนิงจิตใจดีงาม ขนาดมดตัวเดียวก็ยังไม่กล้าเหยียบให้ตาย จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร? ต้องเป็นเจ้าที่...”

“ใส่ร้ายนางอีกแล้วใช่ไหม?” เฉิงสือยวนพูดต่อครึ่งประโยคหลังแทนเขา

นางเห็นความคลางแคลงและความไม่เชื่อใจโดยไม่ปิดบังเลยสักนิดบนใบหน้าของเขา แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะยิ่งนานก็ยิ่งดังขึ้น ทว่าน้ำตากลับไหลรินลงมาตามหางตา ปะปนไปกับคราบเลือดบนใบหน้า

นางกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่?

เซียวหลินยวนมองสภาพของนางที่ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะเช่นนี้ ในใจพลันรู้สึกเหมือนมีเสี้ยนหนามทิ่มแทงเข้ามาอย่างแรงจนอึดอัดไปหมด

“เอาเถอะ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง “เรื่องนี้...เอาเข้าจริงๆ เจ้าเป็นฝ่ายผิดก่อนนะ หากเจ้าคิดว่าการที่ข้าสั่งลงโทษให้เจ้าไปคัดคัมภีร์มันไม่ถูกต้อง เอาอย่างนี้ไหม พรุ่งนี้ข้าได้หยุดพัก จะพาเจ้าออกไปเที่ยวเล่นนอกเมือง เจ้ามิใช่...เคยพูดอยู่ตลอดหรือว่าอยากไปดูใบเฟิงที่เขาซีซาน? ถึงตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่ทิวทัศน์บนเขาก็ไม่เลวเลยนะ”

เขาคิดว่า นี่คือการยอมถอยและเป็นความเมตตาอย่างมากแล้ว

เฉิงสือยวนหยุดหัวเราะ นางเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาขึ้นมองเขา

“ไม่ต้องหรอก หากท่านรู้สึกผิดจริงๆ ก็คืนแผ่นเกราะคุ้มใจที่ข้าเคยให้ท่านกลับมาเถอะ”

หัวใจของเซียวหลินยวนพลันกระตุกวูบอย่างแรง!

แผ่นเกราะคุ้มใจชิ้นนั้น เป็นของขวัญวันเกิดที่นางมอบให้เขาในปีนั้น นางบอกว่าในสนามรบศาสตราวุธไร้ความเมตตา ต้องการให้เขาสวมติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อคุ้มครองให้เขาปลอดภัย

ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เพียงรับไว้ส่งๆ ทว่าต่อมาเมื่อคราวถูกลอบสังหาร แผ่นเกราะคุ้มใจชิ้นนี้กลับช่วยชีวิตเขาไว้ได้จริงๆ นับแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจึงสวมติดตัวมาโดยตลอด

ตั้งแต่ถุงหอม จนถึงแผ่นเกราะคุ้มใจ...ทำไมตั้งแต่กลับมา นางถึงค่อยๆ ทวงคืนสิ่งของทุกอย่างที่เคยมอบให้เขาไปทีละชิ้น!

ลำคอของเขาตีบตัน “ไฉนเจ้าถึงเอาแต่ทวงของเก่าพวกนี้คืน? หากเจ้าโกรธ ข้าสามารถ...”

“เอามาให้ข้า” เฉิงสือยวนเพียงแค่พูดซ้ำ คำพูดฟังดูอ่อนล้าแต่แน่วแน่ไม่ยอมถอย

เซียวหลินยวนเห็นสายตาที่ยังคงดึงดันของนาง ในใจพลันรู้สึกถึงความผิดปกติและความกังวลใจที่เริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

เขาไม่อยากคืนให้

แต่เมื่อเห็นสภาพเลือดโชกไปทั้งตัวของนาง สุดท้ายเขาก็ปลดจี้แผ่นเกราะคุ้มใจที่สวมติดตัวอยู่ออก แล้ววางลงบนมือนาง

เฉิงสือยวนกำไว้แน่น แล้วหันหลังเดินจากไปทันที

“สือยวน!” เซียวหลินยวนตะโกนเรียกนางไว้ “พะ...พวกเราคุยกันดีๆ ได้หรือไม่?”

เฉิงสือยวนไม่ได้หันกลับมา เอ่ยเพียงว่า “เซียวหลินยวน ระหว่างเรา ไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันอีกแล้ว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 21

    เซียวหลินยวนออกแรงดิ้นรนหมายจะชันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่ากลับสะเทือนถึงกระดูกที่หักร้าว ความเจ็บปวดเจียนตายบีบให้เขาหลุดเสียงครางในลำคอ ก่อนจะล้มกระแทกกลับลงบนเตียงอย่างแรง หน้าผากพลันชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬในพริบตา“ท่านอ๋อง! ท่านบาดเจ็บสาหัส ขยับไม่ได้นะขอรับ!” องครักษ์เงารีบก้าวไปข้างหน้าหมายจะกดตัวเขาไว้“ไสหัวไป!” เซียวหลินยวนดวงตาแดงก่ำ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงกับปัดมือองครักษ์เงาออก พลางลากขาข้างที่หัก กลิ้งตกจากเตียงลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ บาดแผลปริแตก เลือดสดๆ ย้อมผ้าพันแผลจนแดงฉานอย่างรวดเร็วเขาคล้ายไม่อาจรับรู้ถึงความเจ็บปวด ใช้เพียงข้อศอกยันกาย คืบคลานไปทางประตูอย่างยากลำบากทีละนิดๆเขาจะไปหานาง เขาต้องหานางให้พบ! นางไปไม่ได้ นางจะไปจากเขาเช่นนี้ไม่ได้!องครักษ์เงาทำใจมองต่อไม่ได้ จึงเบือนหน้าหนี พลางนำแผ่นกระดาษที่พับเรียบร้อยแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นไปตรงหน้าเขาด้วยมือไม้อันสั่นเทา“ท่านอ๋อง...ก่อนแม่นางเฉิงจะจากไป ทิ้งไว้เพียงสิ่งนี้ขอรับ”ร่างที่กำลังคืบคลานของเซียวหลินยวน พลันชะงักค้างอยู่กับที่เขาตัวสั่นสะท้าน ยื่นมือที่แปดเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน แ

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 20

    “เซียวหลินยวน…!!”แรงผลักสุดกำลังส่งผลให้เฉิงสือยวนเซถลาล้มลงบนแผ่นหินอันปลอดภัย หัวเข่าและข้อศอกมีรอยถลอกปอกเปิก ส่งความรู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนขึ้นมาใต้หน้าผาอบอวลด้วยเมฆหมอก ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในชั่วขณะที่นางคิดว่าเขาคงร่างแหลกลาญไปแล้วนั้น เบื้องล่างห่างไปไม่ไกล พลันมีเสียงกิ่งไม้แห้งหักเป๊าะดังขึ้น พร้อมเสียงครางแผ่วต่ำในลำคอนางเพ่งสายตามองไป พลันพบว่าเซียวหลินยวนมิได้ร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวทันที หากแต่โชคดีที่ถูกต้นไม้แห้งโกร๋นต้นหนึ่งที่ยื่นออกมาจากหน้าผาแขวนรั้งไว้ทว่าต้นไม้แห้งโกร๋นต้นนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่อาจต้านทานแรงกระแทกจากการตกร่วงและน้ำหนักตัวของเขาได้ จึงส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะหักสะบั้น แม้กระทั่งส่วนรากก็เริ่มเลื่อนหลุดแล้ว ทั้งร่างเขาห้อยโหนอยู่กลางอากาศ แผ่นหลังและท่อนแขนถูกโขดหินแหลมคมกรีดบาดเป็นรอยแผลนับไม่ถ้วน จนเลือดไหลโชกเขายังคงมีลมหายใจ ทว่าชะตากรรมกลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมจะร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างได้ทุกเมื่อกู้ชิงเฟิงก็พุ่งมาถึงริมผาเช่นกัน เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าพลันเคร่งเครียด“สือยวน เจ้าอยู่ตรงนี้อย่าขยับไปไหน! ข้าจะไปหาเชือกและคนมาช่วย!”

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 19

    กู้ชิงเฟิงยังมีสีหน้าสงบเยือกเย็น ยังคงไม่สยบยอมและไม่เย่อหยิ่ง “ข้าน้อยกู้ชิงเฟิง เป็นเพียงหมอพเนจรคนหนึ่ง ข้ารู้เพียงแต่ว่าแม่นางเฉิงที่พักฟื้นอยู่ ณ ที่นี้ มีอิสรภาพ หากท่านยังคอยรังควาน รบกวนคนไข้ ก็อย่าหาว่าข้าน้อยไม่เกรงใจ”เข็มเงินตรงปลายนิ้วของเขาสะท้อนประกายเย็นวูบวาบ“พี่กู้” เฉิงสือยวนยื่นมือออกมากะทันหัน พลางรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงไว้เบาๆ นั่นเป็นท่าทีแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจและพึ่งพิงอย่างเต็มเปี่ยมนางไม่แม้แต่จะชายตามองเซียวหลินยวนอีกเลยแม้สักแวบเดียว ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศสกปรกกลุ่มหนึ่ง“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบายิ่ง ทว่ากลับสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทของเซียวหลินยวนได้อย่างแจ่มชัด “คนไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”ไม่สำคัญถ้อยคำทั้งสี่คำนั้น ช่างเบาหวิว ทว่าราวกับมีดสั้นอาบยาพิษ จ้วงแทงลงกลางใจของเซียวหลินยวนอย่างแรง จากนั้นก็บิดหมุน คว้านเนื้อโชกเลือดออกมาชิ้นหนึ่ง เขามองดูเฉิงสือยวนรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงตาปริบๆ มองดูเขาประคบประหงมคอยประคองนาง แม้กระทั่งกระซิบเตือนนางให้ระวังธรณีประตู มองดูนางเดินเข้าประตูเรือนอันซอมซ่อบานนั้น แล้ว

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 18

    “ไม่! ข้ายังมิได้ยินยอม! เรื่องนั้นไม่นับ!” เซียวหลินยวนเอ่ยขัดนางขึ้นมาทันควัน ตะเบ็งเสียงขึ้นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แฝงความหวาดกลัวที่ยากจะซ่อนเร้น “ยวนยวน ข้ารู้สำนึกผิดแล้ว! ข้ารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว! เรื่องพวกนั้นที่เสิ่นเยว่หนิงก่อไว้ ทั้งในคุกใต้ดิน ทั้งที่ริมขอบหน้าผา...ข้ามันเขลาเอง! ข้ามันตาไร้แววเอง! ข้าผิดต่อเจ้ายิ่งนัก! เจ้ายกโทษให้ข้าจะได้หรือไม่? พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกสักครั้ง ต่อไปข้าจะดีต่อเจ้าเพียงผู้เดียว จะเชื่อฟังเจ้า จะรักเจ้าแต่เพียงผู้เดียว...”เขาเอ่ยคำพูดสับสนรวนเรจับต้นชนปลายไม่ถูก พรั่งพรูเอาความรู้สึกเสียใจ ความเจ็บปวด และความตรอมตรมคิดถึงตลอดหลายวันที่ผ่านมาออกมาจนหมดเปลือก พยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้เฉิงสือยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย มิใช่ด้วยหวั่นไหว หากแต่เป็นความหงุดหงิดระอาใจคล้ายถูกรบกวนนางมองดูมือของเขาที่ยื่นเข้ามาหมายจะคว้าท่อนแขนตน ร่างกายเบี่ยงหลบไปข้างหลังเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น ราวกับกำลังหลบหลีกสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ“ความรักของท่านอ๋อง” นางเงยหน้า จ้องลึกเข้าไปในแววตาอันอัดแน่นด้วยความทรมานและอ้อนวอนของเขา พลางเอ่ยทีละคำ ทั้งแ

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 17

    เขาอายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผย กลิ่นอายอบอุ่นนุ่มนวล คิ้วตาสะอาดหมดจด ราวกับสายธารกลางขุนเขา และสายลมบริสุทธิ์กลางพงไพรเขาประคองชามกระเบื้องเนื้อหยาบไว้ในมือ ในชามมีไอร้อนลอยกรุ่นเป็นสายเป็นกู้ชิงเฟิงนั่นเองเขาเดินมาหยุดข้างเก้าอี้หวาย พลางย่อกายลงอย่างเป็นธรรมชาติ วางถ้วยยาลงบนโต๊ะเล็กข้างๆ จากนั้นยื่นมือประคองข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บของเฉิงสือยวนขึ้นมาอย่างอ่อนโยนยิ่ง แล้วค่อยๆ ปลดผ้าพันแผลสะอาดที่พันอยู่ออกอย่างระมัดระวังเซียวหลินยวนใจกระตุกวูบ ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้นมาเท้าข้างนั้น บริเวณฝ่าเท้ายังคงเห็นรอยแผลเป็นสีเข้มกับเนื้อใหม่สีชมพูน่าเกลียดน่ากลัว ทว่าเห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดีกว่าสภาพ “เน่าเปื่อยจนไม่มีเนื้อดีสักชิ้น” อย่างที่พวกนักเดินทางในเพิงชาเล่าไว้มากนักกู้ชิงเฟิงใช้ผ้านุ่มชุบตัวยา ค่อยๆ เช็ดผิวรอบบาดแผลอย่างเบามือ น้ำหนักมือของเขานุ่มนวลแผ่วเบา ราวกับกำลังปฏิบัติต่อสมบัติล้ำค่าหาสิ่งใดเปรียบเรียวคิ้วของเฉิงสือยวนขมวดเข้าหากันแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น“ทนอีกนิดนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว” กู้ชิงเฟิงสังเกตเห็นในทันที น้ำหนั

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 16

    “เพียะ…!”เสียงตบฉาดใหญ่ดังกังวานขึ้นในเพิงชาอย่างไม่มีใครคาดคิดนักเดินทางสองสามคนที่กำลังคุยสัพเพเหระหันมองด้วยความตกตะลึง เห็นเพียงบุรุษที่นิ่งเงียบฟังพวกตนพูดมาโดยตลอด ผู้มีเค้าความซูบซีดอิดโรยแต่ยากจะบดบังรัศมีสูงศักดิ์ กลับตบหน้าตนเองอย่างแรง แรงถึงขั้นมุมปากมีเลือดซึมออกมาในชั่วครู่เขาคล้ายไม่รู้สึกตัว เพียงเขม้นมองเปลวไฟในเตาที่ลุกโชน ในดวงตามีแต่ความเจ็บปวดและความเสียใจภายหลังอันท่วมท้นยามค่ำคืน ในถิ่นทุรกันดาร ลมหนาวบาดลึกถึงกระดูกเซียวหลินยวนนั่งอยู่ข้างกองไฟตามลำพัง แสงไฟส่องสว่างดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและตอหนวดรกเรื้อบนคางของเขาเขาหยิบห่อผ้าเล็กๆ ห่อนั้นออกมาจากสาบเสื้อชิดตัว ด้านในคือเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ในกล่องเหล็ก กับเศษถุงหอมไหม้เกรียมชิ้นนั้นปลายนิ้วหยาบกร้าน สัมผัสเศษผ้าไหม้เกรียมชิ้นนั้นอย่างระมัดระวังเย็นยะเยือก ราวกับสายตาคู่นั้นที่นางใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้าย“ยวนยวน…” เขารำพึงกับความว่างเปล่า น้ำเสียงแหบแห้งแตกสลาย เพียงถูกลมหนาวพัดก็ปลิวหาย “ตอนนั้นข้า...ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้ารับมือไหวจริงๆ...ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้ว่าวรยุทธ์ของเจ้า...”เข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status