แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: อาเซิง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เฉิงสือยวนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงนอนในสถานที่ห่างไกล เจ็บปวดไปทั้งตัวราวกับกระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆ

นางยังไม่ตายหรือ?

นางยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หมายจะเอื้อมให้ถึงกาน้ำร้อนบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียง

ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง “ปัง” อย่างแรง!

เซียวหลินยวนยืนหน้าถมึงทึงอยู่ตรงประตู สายตาเย็นชาเฉียบคมแฝงความโกรธเกรี้ยวที่กดข่มไว้ไม่มิด จ้องมองนางไม่วางตา

“เฉิงสือยวน” เขาสืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความโกรธ “เหตุใดเจ้าต้องสมรู้ร่วมคิดกับโจรลักพาตัวพวกนั้นด้วย?!”

เฉิงสือยวนชะงักงัน ตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ

“นี่ยังจะเสแสร้งอยู่อีก?!” เซียวหลินยวนเดินมาหยุดข้างเตียง มองลงมาที่นางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธเกรี้ยว “หากไม่ใช่เพราะเจ้าบอกเส้นทางกับลักษณะรถม้าของเยว่หนิงให้พวกมันรู้ พวกมันจะลักพาตัวนางได้แม่นยำขนาดนี้ได้อย่างไร?! พวกโจรสารภาพหมดแล้วว่า ทั้งหมดนี้เจ้าเป็นคนสมคบคิดกับพวกมัน!”

เขาก้าวบีบเข้าไปใกล้ น้ำเสียงยิ่งดุเดือดกร้าวกระด้าง “ข้าเคยบอกแล้วไงว่าข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดี จะพยายามชดเชยให้เจ้า จะรักเจ้า! แล้วทำไมเจ้าถึงยังไม่ยอมปล่อยเยว่หนิงไปเสียที? ถึงกับต้องใช้วิธีแบบนี้มาหยั่งเชิงข้าเลยหรือ? เจ้ารู้บ้างไหมว่าตอนนั้นถ้าข้าลังเลไปแม้แต่เสี้ยววินาที เยว่หนิงก็คงไร้ชีวิตไปแล้ว! เจ้าแค้นนางขนาดนั้นเลยหรือ? แค้นจนถึงขั้นจะเอาชีวิตนางให้ได้?!”

ในที่สุดเฉิงสือยวนก็ฟังจนเข้าใจกระจ่างแล้ว

ที่แท้แล้ว เพียงเพราะคำปรักปรำไม่กี่คำของพวกโจร เพียงเพราะคนที่ได้รับบาดเจ็บคือคนที่เขาปักใจรักที่สุด เขาจึงไม่แม้แต่จะยั้งคิด ไตร่ตรอง หูเบาหลงเชื่อ และปัดความผิดทั้งหมดมาลงที่นาง

“ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ!” เสิ่นเยว่หนิงประคองตัวโดยมีปี้จูช่วยพยุงไว้ ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูได้ประจวบเหมาะพอดี สีหน้าของนางซีดเผือด หางตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ดูบอบบางอ่อนแอและยังตกใจไม่หาย

นางรีบก้าวเข้ามา ดึงชายแขนเสื้อของเซียวหลินยวนไว้ เอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ท่านอ๋อง อย่าได้ตำหนิพี่หญิงสือยวนเลยนะเจ้าคะ...นะ...นางรับโทษแทนข้า ต้องทนทุกข์อยู่ในคุกหลวงถึงห้าปี ในใจมีความคับแค้นย่อมเป็นเรื่องสมควรแล้ว...หะ...หากนางได้ล้างแค้นข้าเช่นนี้สักครั้ง แล้วช่วยให้ในใจนางรู้สึกดีขึ้นบ้าง...ขะ... ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ...”

นางเอ่ยพลาง หยาดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ดูบอบบางน่าสงสารจับใจ

ปี้จูก็ทรุดตัวคุกเข่าตาม พลางสะอื้นไห้เอ่ยว่า “ท่านอ๋อง! ท่านอย่าได้ฟังคุณหนูเลยนะเจ้าคะ คุณหนูจิตใจดี ไม่อยากเอาความพระชายา แต่หากไม่ลงโทษพระชายา มีครั้งแรกย่อมมีครั้งที่สอง! ครั้งหน้าคุณหนูอาจไม่ได้โชคดีเช่นนี้อีกแล้ว!”

เซียวหลินยวนมองเสิ่นเยว่หนิงที่กำลังร่ำไห้ แล้วหันไปมองเฉิงสือยวนที่นั่งเงียบกริบบนเตียง โทสะในดวงตายังไม่มลายหายไป เอ่ยเสียงเข้มว่า “เฉิงสือยวน เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีก?”

เฉิงสือยวนหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะแหบพร่า แฝงไว้ด้วยความเศร้าโศกและเย้ยหยันอันไร้ที่สิ้นสุด

“พวกท่าน...ต่างตัดสินความผิดให้ข้าไว้เรียบร้อยแล้ว”

“ข้ายังจะมีอะไรต้องพูดอีกเล่า?”

เซียวหลินยวนถูกท่าทางของนางยั่วโทสะจนโกรธจัด จึงเอ่ยเสียงเย็นว่า “ดูท่าเจ้าจะยอมรับแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่สำนึกผิดถึงเพียงนี้ ก็จงไปคัดคัมภีร์ที่อาศรมจิ้งซินนอกเมืองเป็นเวลาสามวัน ไปสำนึกตนให้ดี!”

ปี้จูคล้ายรู้สึกว่าโทษนี้เบาเกินไป ยังคิดจะพูดอะไรอีก แต่ถูกเสิ่นเยว่หนิงส่งสายตาห้ามปรามไว้เสียก่อน

เฉิงสือยวนไม่ได้พูดอะไรอีก ปล่อยให้หญิงรับใช้สูงวัยสองคนก้าวเข้ามา ฉุดตัวนางลุกขึ้นจากเตียง แล้วพาตัวออกไป

รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนอ๋อง แล้วตรงไปยังนอกเมือง

เฉิงสือยวนเอนพิงผนังรถม้าพลางหลับตาลง ไม่แยแสต่อทุกสิ่งรอบข้าง

จนกระทั่งรถม้าแล่นไปนานมาก นานจนเลยระยะทางไปอาศรมจิ้งซินมาไกลแล้ว ทั้งยิ่งวิ่งก็ยิ่งเปลี่ยวร้างขึ้นเรื่อยๆ

ในที่สุดนางก็ลืมตาขึ้น แล้วเลิกม่านรถม้าออกกวาดสายตามองด้านนอกครู่หนึ่ง

“นี่ไม่ใช่ทางไปอาศรมจิ้งซิน” นางเอ่ยกับคนขับรถม้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

คนขับรถม้าหันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าแปลกตาที่แฝงยิ้มเหี้ยมเกรียม “พระชายาสายตาดีจริง นี่ไม่ใช่ทางไปอาศรมจริงๆ นั่นแหละ”

“แต่เป็นทางที่จะส่งท่านไปกองอาญาต่างหาก!”

สิ้นเสียง ผ้าเช็ดหน้าชุบยาสลบผืนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตะปบปิดปากและจมูกของเฉิงสือยวนอย่างแรง!

นางยังไม่ทันได้ขัดขืน สติรับรู้ก็ดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดอย่างรวดเร็ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 21

    เซียวหลินยวนออกแรงดิ้นรนหมายจะชันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่ากลับสะเทือนถึงกระดูกที่หักร้าว ความเจ็บปวดเจียนตายบีบให้เขาหลุดเสียงครางในลำคอ ก่อนจะล้มกระแทกกลับลงบนเตียงอย่างแรง หน้าผากพลันชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬในพริบตา“ท่านอ๋อง! ท่านบาดเจ็บสาหัส ขยับไม่ได้นะขอรับ!” องครักษ์เงารีบก้าวไปข้างหน้าหมายจะกดตัวเขาไว้“ไสหัวไป!” เซียวหลินยวนดวงตาแดงก่ำ ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงกับปัดมือองครักษ์เงาออก พลางลากขาข้างที่หัก กลิ้งตกจากเตียงลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ บาดแผลปริแตก เลือดสดๆ ย้อมผ้าพันแผลจนแดงฉานอย่างรวดเร็วเขาคล้ายไม่อาจรับรู้ถึงความเจ็บปวด ใช้เพียงข้อศอกยันกาย คืบคลานไปทางประตูอย่างยากลำบากทีละนิดๆเขาจะไปหานาง เขาต้องหานางให้พบ! นางไปไม่ได้ นางจะไปจากเขาเช่นนี้ไม่ได้!องครักษ์เงาทำใจมองต่อไม่ได้ จึงเบือนหน้าหนี พลางนำแผ่นกระดาษที่พับเรียบร้อยแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นไปตรงหน้าเขาด้วยมือไม้อันสั่นเทา“ท่านอ๋อง...ก่อนแม่นางเฉิงจะจากไป ทิ้งไว้เพียงสิ่งนี้ขอรับ”ร่างที่กำลังคืบคลานของเซียวหลินยวน พลันชะงักค้างอยู่กับที่เขาตัวสั่นสะท้าน ยื่นมือที่แปดเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน แ

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 20

    “เซียวหลินยวน…!!”แรงผลักสุดกำลังส่งผลให้เฉิงสือยวนเซถลาล้มลงบนแผ่นหินอันปลอดภัย หัวเข่าและข้อศอกมีรอยถลอกปอกเปิก ส่งความรู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนขึ้นมาใต้หน้าผาอบอวลด้วยเมฆหมอก ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งในชั่วขณะที่นางคิดว่าเขาคงร่างแหลกลาญไปแล้วนั้น เบื้องล่างห่างไปไม่ไกล พลันมีเสียงกิ่งไม้แห้งหักเป๊าะดังขึ้น พร้อมเสียงครางแผ่วต่ำในลำคอนางเพ่งสายตามองไป พลันพบว่าเซียวหลินยวนมิได้ร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวทันที หากแต่โชคดีที่ถูกต้นไม้แห้งโกร๋นต้นหนึ่งที่ยื่นออกมาจากหน้าผาแขวนรั้งไว้ทว่าต้นไม้แห้งโกร๋นต้นนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่อาจต้านทานแรงกระแทกจากการตกร่วงและน้ำหนักตัวของเขาได้ จึงส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะหักสะบั้น แม้กระทั่งส่วนรากก็เริ่มเลื่อนหลุดแล้ว ทั้งร่างเขาห้อยโหนอยู่กลางอากาศ แผ่นหลังและท่อนแขนถูกโขดหินแหลมคมกรีดบาดเป็นรอยแผลนับไม่ถ้วน จนเลือดไหลโชกเขายังคงมีลมหายใจ ทว่าชะตากรรมกลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมจะร่วงดิ่งลงสู่เบื้องล่างได้ทุกเมื่อกู้ชิงเฟิงก็พุ่งมาถึงริมผาเช่นกัน เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าพลันเคร่งเครียด“สือยวน เจ้าอยู่ตรงนี้อย่าขยับไปไหน! ข้าจะไปหาเชือกและคนมาช่วย!”

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 19

    กู้ชิงเฟิงยังมีสีหน้าสงบเยือกเย็น ยังคงไม่สยบยอมและไม่เย่อหยิ่ง “ข้าน้อยกู้ชิงเฟิง เป็นเพียงหมอพเนจรคนหนึ่ง ข้ารู้เพียงแต่ว่าแม่นางเฉิงที่พักฟื้นอยู่ ณ ที่นี้ มีอิสรภาพ หากท่านยังคอยรังควาน รบกวนคนไข้ ก็อย่าหาว่าข้าน้อยไม่เกรงใจ”เข็มเงินตรงปลายนิ้วของเขาสะท้อนประกายเย็นวูบวาบ“พี่กู้” เฉิงสือยวนยื่นมือออกมากะทันหัน พลางรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงไว้เบาๆ นั่นเป็นท่าทีแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจและพึ่งพิงอย่างเต็มเปี่ยมนางไม่แม้แต่จะชายตามองเซียวหลินยวนอีกเลยแม้สักแวบเดียว ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศสกปรกกลุ่มหนึ่ง“พวกเราเข้าไปข้างในกันเถิด” น้ำเสียงของนางแผ่วเบายิ่ง ทว่ากลับสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทของเซียวหลินยวนได้อย่างแจ่มชัด “คนไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”ไม่สำคัญถ้อยคำทั้งสี่คำนั้น ช่างเบาหวิว ทว่าราวกับมีดสั้นอาบยาพิษ จ้วงแทงลงกลางใจของเซียวหลินยวนอย่างแรง จากนั้นก็บิดหมุน คว้านเนื้อโชกเลือดออกมาชิ้นหนึ่ง เขามองดูเฉิงสือยวนรั้งดึงแขนเสื้อของกู้ชิงเฟิงตาปริบๆ มองดูเขาประคบประหงมคอยประคองนาง แม้กระทั่งกระซิบเตือนนางให้ระวังธรณีประตู มองดูนางเดินเข้าประตูเรือนอันซอมซ่อบานนั้น แล้ว

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 18

    “ไม่! ข้ายังมิได้ยินยอม! เรื่องนั้นไม่นับ!” เซียวหลินยวนเอ่ยขัดนางขึ้นมาทันควัน ตะเบ็งเสียงขึ้นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แฝงความหวาดกลัวที่ยากจะซ่อนเร้น “ยวนยวน ข้ารู้สำนึกผิดแล้ว! ข้ารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว! เรื่องพวกนั้นที่เสิ่นเยว่หนิงก่อไว้ ทั้งในคุกใต้ดิน ทั้งที่ริมขอบหน้าผา...ข้ามันเขลาเอง! ข้ามันตาไร้แววเอง! ข้าผิดต่อเจ้ายิ่งนัก! เจ้ายกโทษให้ข้าจะได้หรือไม่? พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกสักครั้ง ต่อไปข้าจะดีต่อเจ้าเพียงผู้เดียว จะเชื่อฟังเจ้า จะรักเจ้าแต่เพียงผู้เดียว...”เขาเอ่ยคำพูดสับสนรวนเรจับต้นชนปลายไม่ถูก พรั่งพรูเอาความรู้สึกเสียใจ ความเจ็บปวด และความตรอมตรมคิดถึงตลอดหลายวันที่ผ่านมาออกมาจนหมดเปลือก พยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้เฉิงสือยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย มิใช่ด้วยหวั่นไหว หากแต่เป็นความหงุดหงิดระอาใจคล้ายถูกรบกวนนางมองดูมือของเขาที่ยื่นเข้ามาหมายจะคว้าท่อนแขนตน ร่างกายเบี่ยงหลบไปข้างหลังเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น ราวกับกำลังหลบหลีกสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ“ความรักของท่านอ๋อง” นางเงยหน้า จ้องลึกเข้าไปในแววตาอันอัดแน่นด้วยความทรมานและอ้อนวอนของเขา พลางเอ่ยทีละคำ ทั้งแ

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 17

    เขาอายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผย กลิ่นอายอบอุ่นนุ่มนวล คิ้วตาสะอาดหมดจด ราวกับสายธารกลางขุนเขา และสายลมบริสุทธิ์กลางพงไพรเขาประคองชามกระเบื้องเนื้อหยาบไว้ในมือ ในชามมีไอร้อนลอยกรุ่นเป็นสายเป็นกู้ชิงเฟิงนั่นเองเขาเดินมาหยุดข้างเก้าอี้หวาย พลางย่อกายลงอย่างเป็นธรรมชาติ วางถ้วยยาลงบนโต๊ะเล็กข้างๆ จากนั้นยื่นมือประคองข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บของเฉิงสือยวนขึ้นมาอย่างอ่อนโยนยิ่ง แล้วค่อยๆ ปลดผ้าพันแผลสะอาดที่พันอยู่ออกอย่างระมัดระวังเซียวหลินยวนใจกระตุกวูบ ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้นมาเท้าข้างนั้น บริเวณฝ่าเท้ายังคงเห็นรอยแผลเป็นสีเข้มกับเนื้อใหม่สีชมพูน่าเกลียดน่ากลัว ทว่าเห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดีกว่าสภาพ “เน่าเปื่อยจนไม่มีเนื้อดีสักชิ้น” อย่างที่พวกนักเดินทางในเพิงชาเล่าไว้มากนักกู้ชิงเฟิงใช้ผ้านุ่มชุบตัวยา ค่อยๆ เช็ดผิวรอบบาดแผลอย่างเบามือ น้ำหนักมือของเขานุ่มนวลแผ่วเบา ราวกับกำลังปฏิบัติต่อสมบัติล้ำค่าหาสิ่งใดเปรียบเรียวคิ้วของเฉิงสือยวนขมวดเข้าหากันแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น“ทนอีกนิดนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว” กู้ชิงเฟิงสังเกตเห็นในทันที น้ำหนั

  • ครานี้ ชีวิตเป็นของข้า   บทที่ 16

    “เพียะ…!”เสียงตบฉาดใหญ่ดังกังวานขึ้นในเพิงชาอย่างไม่มีใครคาดคิดนักเดินทางสองสามคนที่กำลังคุยสัพเพเหระหันมองด้วยความตกตะลึง เห็นเพียงบุรุษที่นิ่งเงียบฟังพวกตนพูดมาโดยตลอด ผู้มีเค้าความซูบซีดอิดโรยแต่ยากจะบดบังรัศมีสูงศักดิ์ กลับตบหน้าตนเองอย่างแรง แรงถึงขั้นมุมปากมีเลือดซึมออกมาในชั่วครู่เขาคล้ายไม่รู้สึกตัว เพียงเขม้นมองเปลวไฟในเตาที่ลุกโชน ในดวงตามีแต่ความเจ็บปวดและความเสียใจภายหลังอันท่วมท้นยามค่ำคืน ในถิ่นทุรกันดาร ลมหนาวบาดลึกถึงกระดูกเซียวหลินยวนนั่งอยู่ข้างกองไฟตามลำพัง แสงไฟส่องสว่างดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและตอหนวดรกเรื้อบนคางของเขาเขาหยิบห่อผ้าเล็กๆ ห่อนั้นออกมาจากสาบเสื้อชิดตัว ด้านในคือเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ในกล่องเหล็ก กับเศษถุงหอมไหม้เกรียมชิ้นนั้นปลายนิ้วหยาบกร้าน สัมผัสเศษผ้าไหม้เกรียมชิ้นนั้นอย่างระมัดระวังเย็นยะเยือก ราวกับสายตาคู่นั้นที่นางใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้าย“ยวนยวน…” เขารำพึงกับความว่างเปล่า น้ำเสียงแหบแห้งแตกสลาย เพียงถูกลมหนาวพัดก็ปลิวหาย “ตอนนั้นข้า...ตอนนั้นข้าคิดว่าเจ้ารับมือไหวจริงๆ...ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้ว่าวรยุทธ์ของเจ้า...”เข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status