LOGINตกเย็นหลังเลิกเรียน ผมแวะมาหาไอ้ตงที่ผับเช่นทุกครั้ง วันนี้ที่ร้านดูครึกครื้นจนคนแน่นร้าน และส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ นักศึกษาทั้งนั้น บ้างก็มาฉลองวันเกิด บ้างก็มานัดบอดหาคู่ แต่ไม่ว่าทุกคนจะมาในรูปแบบไหน เราก็ล้วนต้อนรับอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เพียงแค่เขาเหล่านั้นนำเงินมาให้เรา
"ไงเพื่อนวันนี้ ดูอารมณ์ดีจังนะ มีอะไรคืบหน้าบ้างไหมวะ"
เจอหน้าปุ๊บมันก็ถามปั๊บเลย ไม่ค่อยอยากรู้เลยไอ้เพื่อนเวรนี่
"อะไรของมึง"
"เอ้า...ก็เรื่องพี่นุ่มนิ่มไง"
"ไม่มี!"
"โธ่...ไอ้อ่อน! กูก็นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ไม่เก่งเหมือนปาก"
"ใครกันแน่ที่อ่อน ยัยนั่นโดนแค่จูบยังเผ่นแน่บ ไม่เห็นเก่งตรงไหนเลย เก่งแต่ทฤษฎีอ่ะดิ เครื่องมือครบครันขนาดนั้น"
"ว้าวๆๆ นี่แกได้จูบพี่เขาแล้วเหรอ...เจ๋งว่ะ แล้วรู้สึกยังไงวะ"
"เหอะ...ก็งั้นๆ ไม่เห็นน่าตื่นเต้นตรงไหน"
"โหย! ไอ้หล่อเลือกได้ กูหมั่นไส้ว่ะ แต่กูได้ข่าวว่าเจ๊แกฮอตนะเว้ย"
"จะแค่ไหนกันวะ กูเห็นมีแต่พวกลูกหมา ที่เห่าตามแม่งเป็นขบวน"
"มึงระวังมึงเป็นหมาตัวต่อไปนะ...ไอ้หมาน้อย"
"ไม่มีทาง"
ผมปฏิเสธเสียงแข็งอย่างมั่นใจ ว่าผมไม่มีทางที่จะกลายเป็นหมาน้อยให้ยัยนั่นลูบหัวเป็นแน่ ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ไม่มีทางอยู่เหนือจิตใจผมได้หรอก
"หูย! พวกมึงดูดิวะ พี่นุ่มนิ่มปี4 สวยมากเลยวะ ดูๆ ตูดเป็นตูด นมเป็นนม เอวSสุดยอด แม่เจ้าโว้ย"
ไอ้ตงนั่งยิ้มเจ้าเล่ห์มองมาที่ผม ก่อนจะทำหน้าเย้ยหยัน หลังจากที่ได้ยินเสียงลูกค้าโต๊ะข้างๆ พูดขึ้น ในขณะที่ชวนกันดูคลิปยัยนั่นเต้นในโทรศัพท์มือถือ แต่ผมหันหน้าหนีไอ้ตงเหมือนไม่แยแส ไม่ว่าจะได้ยินอะไรผมก็นิ่งเงียบอย่างเดียว จนกระทั่งประโยคที่สอง สาม และสี่ดังขึ้นมาต่อๆ กัน อารมณ์ของผมก็ขึ้นตามมาเต็มๆ
"ไหนๆ กูดูมั่ง...ว้าว! เชดดด อย่างเซี๊ยะอ่ะมึง กูชอบพี่เขาอ่ะ กูอยากได้กูอยากโดน"
"กูดูมั้ง...ว้าว! กูเอาด้วยกูจะเอา น่าเอาโคตรๆ อ่า"
"เห้ยๆๆ ของกู! พี่นุ่มนิ่มของกูโว้ย น่ารักชิบหาย งื้อ!"
ผมขบกรามแน่น ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า หมัดที่ผมกำไว้ในตอนนี้ หนักแน่นพอจะเหวี่ยงใส่หน้าไอ้พวกลูกหมาเหล่านี้ได้เต็มที่แล้ว จนนาทีที่เด็กในร้านยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ แผนชั่วของผมก็เริ่มขึ้น
"เสิร์ฟโต๊ะไหน?" ผมถาม
"โต๊ะ4 ครับเฮีย" ลูกน้องตอบ
"กูเสิร์ฟเอง"
"ครับ"
"ไอ้โช มึงใจเย็นๆ นั่นลูกค้านะมึง"
"โต๊ะ 4งั้นเหรอ สี่ภาษาจีนพร้องเสียงคล้าย ซี่ ที่แปลว่า ตาย!"
ผมจ้องไปที่โต๊ะนั้นด้วยแววรังสีอำมหิตและคาดโทษ ที่บังอาจมาแทะโลมยัยนั่นด้วยวาจาที่ไม่น่าฟังให้ผมได้ยินเช่นนี้ ผมจะสั่งสอนให้พวกลูกหมาเหล่านี้ได้รู้ว่า การบังอาจมาวอแวกับของของคนอื่น มันต้องรับชะตากรรมอย่างไร
"ไอ้โช! อย่านะมึง ไอ้โช! เห้ยๆ พวกมึงไปห้ามเฮียโชดิ"
เสียงไล่หลังของไอ้ตงไม่สามารถหยุดผมได้ จนตอนนี้ผมมายืนอยู่ต่อหน้า ไอ้พวกลูกหมาเหล่านี้แล้ว
"เสิร์ฟเครื่องดื่มครับ"
"วางเลยพี่"
ผลัวะ! เพล้ง!
"เฮ้ย!! โทรศัพท์กู เสิร์ฟยังไงของมึงวะ ไม่แหกตาดูเลย"
หนึ่งในกลุ่มนั้นเต้นเป็นเจ้าเข้าทันที เมื่อผมเทถาดเครื่องดื่มให้หกโดนโทรศัพท์เจ้าปัญหาเครื่องนั้นอย่างจงใจ ผมจึงถือโอกาสแย่งโทรศัพท์เครื่องนั้นออกมาจากมือไอ้บ้านั่นทันที
"เฮ้ย! ของกู"
"เดี๋ยวกูซ่อมให้"
ไอ้บ้านั่นจ้องผมเขม็งอย่างเอาเรื่อง ผมก็จ้องตอบแบบไม่เกรงกลัว จนมันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน แต่ไม่วายปากดี
"มีปัญญาเหรอมึง"
ไวกว่าคำพูดก็มือผมนี่แหละ ทันทีที่คำพูดแย่ๆ พ่นออกมาจากปากมัน ผมก็ปาโทรศัพท์เครื่องนั้นลงพื้นอย่างแรง จนชิ้นส่วนกระเด็นกระดอนไม่รู้ทิศทาง
ปัง! แกร๊ก! แกร๊ก!
"เชี่ย! โทรศัพท์กู มึง..."
มันปรี่เข้ามาจะเอาเรื่องผม ผมจึงชี้หน้ามันและเดินไปข้างหน้าไม่มีถอย จนมันต้องเป็นฝ่ายถอยลนลานจนแทบยืนไม่ติดที่
"มึงอะไร? อย่าปากดีนะมึง ที่นี่ถิ่นกูอย่ามาผยอง ซ่านักกูจะจัดให้ได้แดกเหล้าผ่านธูป...มึงจะเอาไหม"
"ใจเย็นๆ ไอ้โช...ขอโทษแทนเพื่อนเราด้วยนะ มันเป็นโรคหมาบ้ากำเริบน่ะ"
ไอ้ตงรีบเข้ามาห้ามทัพทันที เพราะสถานการณ์ตอนนี้ เริ่มจะมีการได้จุ่มหมัดใส่กันแล้ว
"บอกเพื่อนมึงด้วย อย่ากร่าง"
"อ้าว! ไอ้นี่...หรือมึงจะเอา"
"พร้อมเป็นของผมรึยัง"ผมเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เพราะเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากทนแล้ว ผมคลั่งจนไม่เป็นอันกินอันนอนมาหลายวันแล้ว และเธอก็พยักหน้าแทนคำตอบ เพียงเท่านั้นผมก็น้อมรับคำอนุญาต ด้วยการกดไปที่ปุ่มกลไกบนหัวเตียงจนเพดานกระจกเลื่อนเปิดขึ้น เธอมองมันด้วยแววตาตื่นเต้น ก่อนจะซุกหน้ากับแผงอกของผมอย่างเขินอาย คาดว่าภาพเรือนกายของผมที่ทาบทับบนเรือยกายของเธอคงสะท้อนในกระจกจนเธออายที่จะมองมัน"เตรียมพร้อมแบบนี้ คงพาสาวมานอนดูเพดานบ่อยสิท่า""ชูว์...อย่าบอกใครเชียว ว่าผมพาพี่มานอนดูเพดานในห้องนี้เป็นคนแรก""จริงเหรอ?""จริง""แล้วน้องดาล่ะ""ไม่เคย และไม่คิดจะเอามาด้วย"พอผมยืนยันหนักแน่น เธอก็หลบสายตาผมอย่างเขินอาย ผมจึงเริ่มขยับกายถูไถลำแกร่งไปกับเนินเนื้อสาวของเธอเบาๆ"อยากเข้าไปแล้วสิ หื้ม!"ผมก้มลงซุกใบหน้ากับลำคอขาวเนียน ก่อนจะถูไถจมูกโด่งไปตามแอ่งชีพจรของเธอช้าๆ พลางเบียดอกแกร่งบดบี้กับสองเต้าอวบที่ชูชัน จนคนใต้ร่างเริ่มครวญครางเสียงสั่นเครือ"อื้อ! คุ...คุณโช...อื้ม! "ผมเลื้อยตัวเลื่อนลงมาตามเนินเนื้อทั้งส่วนโค้งส่วนเว้า จนมาหยุดอยู่ที่ส่วนล่าง ที่ถูกเจ้าตัวหนีบแนบเสียจนหาทางเข้
และเธอก็ทำให้ผมใจหายใจคว่ำไปอีก เมื่อริมฝีปากบางลากไถลงไปกับความยาว 9นิ้วครึ่งของผม ก่อนจะไปโอบอมที่ลูกกลมๆ ตรงฐานล่าง ยามที่เธอดูดมันเข้าไปหัวใจของผมเสียวจี๊ดจนแทบทนไม่ไหว แถมยังอมและบ้วนสลับไปมาทั้งสองลูกแบบไม่ให้น้อยหน้ากัน แต่คนที่เสียวจนสั่นอย่างผมนี่สิ หายใจแทบไม่ทัน"อาส์! พอแล้วพี่ เดี๋ยวแตกก่อน"ผมโคตรอาย นี่ผมถึงขั้นร้องขอชีวิตเลยเหรอ ยัยนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ใช่ว่าผมไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงนะ แต่ประสบการณ์การเปิดซิงแบบมัธยมของผมมันไม่เร่าร้อนจนไฟลุกขนาดนี้ เธอเหมือนเป็นปรมาจารย์ชั้นครูที่กำลังสอนให้ผมรู้จักสิ่งที่ทะลุขีดจำกัดของผมไปอีก แบบนี้เด็กดีอย่างผมคงต้องตั้งใจเรียนสักหน่อยแล้ว"พี่...อาส์ ซี้ด! "เสียงครวญครางแทบขาดใจดังออกมาจากริมฝีปากของผม อย่างไม่อาจสกัดกลั้นเอาไว้ได้ เมื่อปากเล็กแคบค่อยๆ โอบครอบลงมาบนยอดปลายแกร่งของผมช้าๆ ก่อนจะห่อปากดูดสลับกับการโลมเลียรัวๆ ที่ปลายหยักของผม จนผมถึงกับแหงนหน้าขึ้นฟ้าอย่างทนเสียวไม่ไหว"พี่นุ่มนิ่มครับ...ซี้ด! ผมเสียวอ่าพี่ทำไมใช้ปากเก่งแบบนี้วะ โอ้วส์! "ความเสียวซ่านที่เกิดจากปากแคบ ทำให้ผมอยากมองเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ ผมจึงเอื้อมไปร
ตุบ!"กรี๊ด! เจ็บนะ!"ยัยนั่นอวดครวญ เมื่อผมทุ่มร่างเธอลงกับโซฟากลางห้องรับแขก หลังจากที่แบกเธอขึ้นมาจากโรงจอดรถ ผมถาโถมตัวลงไปทาบทับร่างบางไว้ไม่ให้เธอดิ้นหนีเอาตัวรอดได้ "อยู่นิ่งๆ ""ก็ปล่อยก่อนสิ มาทับตัวพี่ไว้ทำไม""สิ่งที่ผมพูดมันเข้าหูพี่บ้างไหม หรือความอยากมันทำให้หูหนวกตาบอด""แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ คุณไม่ใช่เจ้าข้าวเจ้าของพี่สักหน่อย ทำไมต้องมาเดือดร้อนเรื่องของพี่""ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะเดือดร้อนได้...ห๊า!"ยัยนั่นจ้องหน้าผมด้วยใบหน้าหงิกงอ แขนเรียวพยายามขัดขืนและหาทางรอดจากการพันธการจากผมอยู่ ข้อมือทั้งสองข้างถูกผมตรึงเอาไว้ด้วยมือที่กำแน่นและกดลงกับเนื้อโซฟา จนแทบจะจมหายไปกับความนุ่มของโซฟา"ปล่อย!"เสียงแวดๆ แสบหูในตอนแรก เริ่มอ่อนลงจนจับใจความของคำพูดแทบไม่ได้ ผมพึ่งรับรู้ได้ว่าตอนนี้ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกันขนาดไหน แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้เลยข้อมือเล็กๆ ที่แข็งขืนในตอนแรก เริ่มอ่อนกำลังลง นัยตาสวยเริ่มหลบสายตาผมจนสังเกตุได้ ตอนนี้ผมเองก็เริ่มร้อนผ่าวไปทั้งร่างแล้วผมจ้องหน้าเธอนิ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะก้มลงไปประทับจูบลวบนริมฝีปากบางแนบแน่น จนดวงตากลมโตเบิกโ
ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าเรียบร้อย พอมาถึงผมก็ดึงร่างน้องดาเจ้ามากอด พลางทอดสายตาไปมองคนทั้งคู่ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า สายตาสองคู่สบกันนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะลดละหรือหลบสายตากันเลย ผมกระชับอ้อมแขนเพื่อกอดคนข้างกายให้แนบชิดมากขึ้น จนสายตาคู่นั้นที่จ้องผมไม่วางตา หันหน้าหนีอัตโนมัติ เธอมากับไอ้เด็กนั่นได้ ผมก็มากับคนอื่นได้เหมือนกัน เธอคงตกใจมาก ถึงได้จ้องผมและอึ้งอยู่นานสองนาน เธอจองโต๊ะเบอร์7 ผมจองโต๊ะเบอร์8 ระยะใกล้ชิดขนาดนี้ ถ้าไม่เห็นก็ให้มันรู้ไป"พี่นุ่มนิ่มทานนี่สิครับ อร่อยมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ คุณชล คุณชลทานบ้างสิคะ เอาแต่ตักให้พี่ แบบนี้พี่ก็อ้วนพอดี""ไม่อ้วนหรอกครับ เท่านี้พอดีสวย""แหม...ชมกันเกินไปแล้วค่ะ"คุณชล...คุณชล แหม...เสียงสองสามสี่มาเชียว พอผู้ชายพาเดทนี่แขนขาเป็นง่อยหมด ตักกินเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยตักคอยป้อนให้ เห็นแล้วหงุดหงิดลูกตา"พี่โชกุนคะ...ชิมนี่สิคะอร่อยนะ"ผมชำเลืองไปมองยัยนั่นที่หันขวับมามองทันที ที่น้องดาคีบอาหารมาป้อนผม น้องดานี่ก็รู้งานดีเหมือนกันแฮะ ผมยิ้มกริ่มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างพอใจ ก้อนจะอ้าปากรับเอาซูชิเข้าไปเคี้ยวจนแก้มตุ่ย"อื้ม! อร่อยมา
ผมรีบเดินเข้าห้องอย่างโซซัดโซเซ ไม่สนว่ายัยนั่นจะดิ้นตายยังไง วันนี้ทั้งวันผมเดือดดาลเพราะเธอ จนไม่เป็นอันทำอะไร เรียนไม่เข้าใจ คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง ไหนจะยังมีเรื่องไอ้เด็กนั่นนัดเดทกับเธออีก แบบนี้คงปล่อยไปไม่ได้แล้วผมนั่งจ้องร่างบางในชุดนักศึกษา ที่มีผ้ากันเปื้อนทับอีกชั้น กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารให้ผมรับประทาน เมื่อผมลุกขึ้นมาบังคับให้เธอทำอาหารให้ ทั้งที่เรากำลังจะไปเรียนอยู่แล้ว ยัยนั่นหน้างอแต่ก็ไม่ปฏิเสธผมสักคำ เธอจำใจต้องเสียเวลาทำอาหารให้ผมจนตะวันสายโด่ง"เสร็จแล้วค่ะ พี่ขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ แล้วก็ตอนเย็นพี่ขอกลับดึก...""จะไปไหน?"ผมไม่รอให้เธอพูดจบ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องมาขออนุญาต แต่ครั้งนี้ผมรู้ว่าเธอจะไปเดทกับไอ้เด็กนั่น ซึ่งผมไม่อนุญาต"พี่มีกิจกรรมค่ะ""กิจกรรมอะไร ถึงต้องทำซะดึกดื่นขนาดนั้น"พอผมคาดคั้นเธอก็เงียบไม่ตอบ ผมเลยก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่พูดไม่จาเหมือนกัน"ถือว่าพี่ขออนุญาตแล้วนะคะ""ผมไม่อนุญาต""คุณโช!""ถ้าไม่อนุญาตแล้วมันจะตายตรงนี้ ก็ตายให้ผมดูซะตอนนี้""เด็กบ้าเอ๊ย! เวรกรรมอะไรทำให้ฉันต้องมาเจอคนอย่างนายกันนะ""ถ้าบอกว่าผมเป็นเวรกรรม พี่ก็เต
ปึง! ผลัวะ!"คุณโช!"ผมกลับมาถึงห้องด้วยสภาพเละเทะเหมือนหมาข้างถนน ก่อนจะมาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟากลางห้อง ด้วยสภาพอันทุเรศทุรัง เอาจริงๆ ผมไม่เคยทำให้ตัวเองดูน่ารังเกียจขนาดนี้มาก่อนเลย นี่คงจะเป็นครั้งแรก ที่ผมตกอยู่ในสภาพนี้"ทำไมเมามาขนาดนี้คะ""ไม่ต้องยุ่ง ถอยไป"ผมไล่เธอทั้งที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่ผมก็ไม่อยากให้เธอเห็นสภาพอันน่าสมเพชของผมในตอนนี้"อยู่นิ่งๆ ก่อนนะคะเดี๋ยวพี่หาผ้ามาเช็ดตัวให้""ชิ...อย่ามาแสร้งทำดีกับผมเลย จะอ่อยผมเหรอไง...ห๊า!""ถ้าเมาแล้วปากหมา คราวหน้าก็อย่ากินอีก ใครอ่อยนายกัน หรือจะปล่อยให้เน่าอยู่อย่างนี้ ดูสภาพนายซะก่อน น่าอ่อยตรงไหนกัน""แล้วที่ใส่อยู่ ไม่ได้ใส่มาอ่อยเหรอ"พอผมทักยัยนั่นก็ก้มมองตัวเอง พลางพยายามเอามือขึ้นมาปกปิดทั้งที่ปิดไม่มิดด้วยซ้ำ ชุดนอนถ้าจะบางขนาดนั้น ก็อย่าใส่เลย"ถ้าจะบางขนาดนั้นก็ถอดเหอะ แม่คุณ""ปากดี ถ้าถอดจริงเดี๋ยวจะพูดไม่ออก""ก็ลองดูเซ่...""เฮือก! คุณโช...อย่าทำบ้าๆ นะ"ผมพลิกตัวเธอให้นอนลง ส่วนผมคร่อมอยู่ด้านบนเรียบร้อย แววตากลมโตจ้องผมด้วยความตกใจ เสียงหอบหายใจเริ่มถี่กระชั้นจนอกอวบอิ่มไหวขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ เราสองคนจ้อง







