เข้าสู่ระบบวันไนท์สแตนคืนเดียว ผ่านไปเก้าเดือนได้ลูกสาวหนึ่งคนมาอุ้มแบบงงๆ 'ภารนัย' แทบจะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก แม่ของลูกยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลย เห็นแก่ที่หล่อนเพิ่งเสียแม่ และมีแววจะต้องลาออกหลังตั้งท้อง สวมบท Sugar Daddy สายเปย์ ส่งเด็กเรียนหนังสือ ให้เงิน และสัญญาจะให้บ้าน เงื่อนไข… ต้องเป็นเด็กดีของเขาคนเดียว เรียนให้จบ เลี้ยงลูกให้ดี และอย่าขาดเรื่องบนเตียง 'หนูพริกหวาน' วัยสองขวบครึ่ง นับวันยิ่งน่ารัก กลายเป็นยอดดวงใจของคุณพ่อ สามเดือนสุดท้ายก่อนจบการศึกษา ‘ธารธารา’ วางแผนชีวิตเตรียมติดปีกโบยบินออกจากสถานะเด็กเลี้ยง ถอยออกจากชีวิต ให้เขาไปแต่งงานกับคู่หมั้นสาวสวยที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อยู่กับเขามาหลายปี ถึงเวลาต้องไป หัวใจมันหวิวๆ ไม่อยากยอมรับว่าตกหลุมรักเขาเต็มหัวใจ แต่ธารธาราก็รักเขาไปแล้วจนถอนตัวไม่ขึ้น น่าสงสารพริกหวานน้อยของคุณแม่ วัยกำลังน่ารักกลับต้องกำพร้าพ่อ
ดูเพิ่มเติม“พี่นัยดูไม่ตื่นเต้นเลยนะคะ ที่เจอน้องเจน”
คนที่อุตส่าห์ลากกระเป๋ามาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำหน้างอนใส่คู่หมั้นที่ตกใจมากกว่าตื่นเต้น เมื่อพบหล่อนมาเซอร์ไพรส์ถึงห้องทำงาน
“ตื่นเต้นสิครับ ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งเกือบปี” เขาปั้นหน้ายิ้ม
“แต่หน้าตาไม่ดีใจเลยนะคะ” เจนจิราตอบเสียงงอน
“วันรับปริญญาบัตร พี่นัยก็ไม่ไปร่วมแสดงความยินดี”
จากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนต่อปริญญาโทในประเทศอังกฤษหลายปี กว่าจะจบการศึกษาตามตั้งใจ คู่หมั้นหนุ่มไม่เคยบินไปเยี่ยม จะได้เจอกันก็ตอนที่เจนจิราปิดเทอมกลับมาเยี่ยมบ้าน
เข้าใจว่างานเขายุ่งมาก นับจากลุงภควัตผู้เป็นคุณพ่อเสียไปโดยอุบัติเหตุ ภารนัยไม่พร้อมเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้บริหาร แต่ก็ต้องทำ เพื่อสานต่อบริษัทขนาดใหญ่ธุรกิจหลักของครอบครัว เพราะท่องจำคำว่าเข้าใจขึ้นหัว เจนจิราจึงไม่ค่อยงอนหากคู่หมั้นหนุ่มไม่มีเวลาให้
“งานพี่เยอะมากเลยครับน้องเจน พี่พามาเลี้ยงอาหารต้อนรับแล้วไงครับ น้องเจนไม่ดีใจเหรอ” ภารนัยมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เขาผายมืออวดอาหารหลายรายการบนโต๊ะเอาใจคู่หมั้นสาว ที่ผู้ใหญ่จับให้หมั้น ตั้งแต่ก่อนที่เจนจิราจะวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ
เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ครอบครัวเจนจิรามีบริษัทใหญ่โตเช่นเดียวกัน ฐานะทางบ้านหญิงสาวเทียบเท่าฐานะทางบ้านภารนัย มิหนำซ้ำยังเป็นลูกคนเดียวเหมือนกันอีกด้วย พวกเขาจึงกลายเป็นความหวังของที่บ้าน
ตระกูลเขากับหล่อนจะเรืองอำนาจ ถ้าเป็นทองแผ่นเดียวกัน เจนจิราเหมาะสมกับเขาทุกอย่าง ไม่ว่าใครต่างก็ชมว่าพวกเขาเหมาะสมกัน ภารนัยทำได้เพียงน้อมรับคำชม ทั้งที่จริงเขาไม่ได้รักหญิงสาวในรูปแบบชายหญิง เพียงแต่ชาติตระกูลเหมาะสมกันมากจนไม่กล้าปฏิเสธ ภารนัยหนักใจ คิดว่าเขาอาจจะหนีการแต่งงานไม่พ้น
ด้วยอายุสามสิบกว่าเลี่ยงได้มากสุดอย่างน้อยก็ปีนี้ ปีหน้ากลัวจะเลี่ยงไม่ไหว หากแม่เขากับพ่อหล่อนรบเร้ากดดันให้แต่งงาน ยกเรื่องอายุมาอ้าง ว่าอายุเท่าเขา ผู้ชายคนอื่นแต่งงานกันหมดแล้ว
“พูดเหมือนจำใจที่ต้องพาน้องเจนมาเลี้ยงอาหาร”
เจนจิราแสนงอน สอดมือเรียวกอดหน้าอกขนาดพอดีตัว เชิดหน้าแสนรั้นใส่คู่หมั้นหนุ่ม ไม่เชิงว่าโกรธจริง แค่หาเรื่องงอน เพื่ออยากให้เขาง้อ จะได้มีโมเมนต์หวานๆ ชดเชยช่วงเวลาเกือบสี่ปีที่เขากับหล่อนห่างเหินกัน
“ไม่ใช่อย่างนั้น อย่างอนสิครับ ชดเชยที่พี่ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดี เอาเป็นว่าพี่จะซื้อของขวัญให้ น้องเจนอยากได้อะไรครับ”
“พี่นัยใช้เงินแก้ปัญหาตลอดเลยนะคะ จะวันไหนน้องเจนก็ได้ของขวัญจากพี่นัย แต่ได้ผ่านขนส่งนะคะ ไม่ใช่ได้จากมือของพี่นัย”
“รอบนี้พี่จะส่งให้ถึงมือ ตกลงไหมครับ”
เจนจิรามีรอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปาก “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงค่ะ”
“เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า คอลเล็กชั่นไหนที่น้องเจนอยากได้”
“เชยจังเลย ไม่เอาหรอกค่ะ ของพวกนั้นเจนซื้อเองได้”
“แต่ถ้าไม่ใช่ของพวกนี้ พี่ก็นึกไม่ออก ว่าจะให้อะไรน้องเจน”
“งานแต่งงานของเราเป็นไงคะ ล้อเล่นค่ะ พูดแค่นี้ก็ต้องตกใจด้วย” เจนจิราค้อน “แกล้งหยอก หรือไม่อยากแต่งกับน้องเจน”
“ขอโทษครับ คือ... งานพี่ยุ่งมาก จน... หาเวลาว่างไม่ได้เลย”
“ยุ่งถึงขั้นไม่มีเวลาว่างสักวันมาแต่งงานเลยเหรอคะ อย่างนี้คบกันไป น้องเจนจะได้เจอหน้าพี่นัยบ้างหรือเปล่า หรือจะมีแต่ทำงานๆๆ แล้วก็ทำงานๆๆ ไม่มีน้องเจนอยู่ในตารางชีวิตพี่นัย”
“น้องเจนอยากถอนหมั้นกับพี่ไหมครับ” เขาโยนหินถามทาง
“ไม่ใช่ค่ะ น้องเจนพูดเล่น ไม่ได้งอนจริงๆ สักหน่อย” เจนจิราปฏิเสธเสียงดัง “พี่นัยอย่าโกรธน้องเจนนะ อย่าเก็บคำพูดพล่อยๆ ของน้องเจนไปคิดมากด้วย น้องเจนเข้าใจค่ะ ว่าพี่นัยงานยุ่ง ขอแค่ได้แต่งก่อนสามสิบก็พอแล้ว มีเวลาอีกตั้งสองสามปี แต่ถ้าแต่งแล้วน้องเจนอยากมีลูกเลย กลัวจะไม่มีแรงวิ่งไล่จับตัวเล็ก พี่นัยคิดเห็นยังไงคะ”
“หมายถึง... เรื่องแต่งงานหรือเรื่องมีลูก” ภารนัยเมาหมัด น็อกกลางอากาศไปเรียบร้อย เขาหัวเราะแห้งไม่ต่างจากถูกบังคับให้หัวเราะในเรื่องที่ไม่ตลก สมองเบลอ ไม่เหลือชุดความคิดดีๆ ในหัว
“เรื่องแต่งงานแล้วมีลูกเลยค่ะ”
ผู้หญิงอย่างไรก็เป็นผู้หญิงวันยังค่ำ พวกหล่อนมักจะฝันหวานถึงชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายที่รักมากที่สุด เจนจิราสนใจบรรยากาศในร้านอาหารน้อยกว่าใบหน้าชายคนรัก แอร์เย็น แต่บนหน้าผากเขากลับมีเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาจำนวนมากจนสังเกตได้ แววตาเขาครุ่นคิดถึงคำตอบ
จะตอบว่าไม่อยากมีลูก ก็ไม่ใช่ อึกอักพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจนคู่หมั้นสาวงอนอีกครั้ง ขอบปากเรียวเล็กยื่นออกมาเพราะรอฟังคำตอบจนเหนื่อย
“พี่ว่าเราอย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลยนะ น้องเจนเดินทางมาเหนื่อยๆ คงจะหิวแย่แล้ว กินข้าวกันเถอะครับ พี่สั่งของโปรดน้องเจนมาหลายอย่างเลยนะ”
“ของโปรดพี่นัยมากกว่ามั้งคะ ลืมได้ยังไงว่าน้องเจนไม่กินเผ็ด”
แต่ละเมนูพริกสิบเม็ดแดงฉานทั้งจาน
“แล้วน้องเจนก็ไม่ชอบอาหารไทย ไม่อยากกินข้าวขาว ถ้าเลือกได้ น้องเจนอยากกินข้าวกล้องมากกว่า”
“พี่เรียกพนักงานมาให้ น้องเจนอยากกินอะไรสั่งใหม่ได้เลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ น้องเจนไม่กินข้าว กินแค่กับข้าวเล่นๆ ก็ได้”
“ครับ” เอาที่น้องเจนสบายใจ
ภารนัยเพิ่งกลับจากชลบุรี ฝ่ารถติดยามคนเลิกงานกลับมาถึงบริษัท ตั้งใจจะอยู่เคลียร์งานถึงหนึ่งทุ่มก่อนเอากลับไปทำต่อที่บ้าน มาถึงห้องทำงานยังไม่เริ่มทำอะไรเจอคู่หมั้นสาวมาเซอร์ไพรส์ เห็นผียังไม่ตกใจเท่านั้น หัวใจเขาแทบหลุดจากร่าง
เขาต่อสู้กับอากาศร้อนเกือบสี่สิบองศาออกพื้นที่ไปสำรวจที่ดินแปลงใหญ่ เตรียมนำเข้าที่ประชุมมาจัดสรรพื้นที่ก่อสร้างสิ่งต่างๆ ตามฉบับนักพัฒนาที่ดิน เหนื่อยกว่าเจนจิรานั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจกลับไทยหลายเท่า อยากให้รีบกินรีบกลับบ้าน หมายถึงหล่อนนะ ที่อยากให้รีบกิน ส่วนเขาไม่รู้สึกหิว ท้องอืด แน่นไปทั้งตัวตั้งแต่เจอหล่อน
“ส่วนเรื่องของขวัญเรียนจบ...” เว้นช่วงไปนานนึกว่าลืมไปแล้ว ภารนัยไม่พูดขัด รอฟังคู่หมั้นสาวพูดให้จบ
“น้องเจนขอเวลาว่างพี่นัยสักสองสามวันนะคะ แล้วเราไปภูเก็ตด้วยกัน น้องเจนเที่ยวยุโรปจนเบื่อ อยากเที่ยวในไทยบ้าง”
ไปเที่ยวด้วยกัน สองต่อสองน่ะเหรอ? ภารนัยอึดอัดไปกันใหญ่
“ไม่เหมาะมั้งครับ เรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะ”
“สมัยไหนแล้วคะพี่นัย แค่คุยกันสองสามวันไปเที่ยวค้างคืนด้วยกันมีถมเถ เราสองคนหมั้นกันตั้งนาน ไม่เห็นจะแปลกเลย”
ค้อนขวับใส่คู่หมั้นหนุ่มที่ไม่ยอมแตะต้องร่างกาย จะทะนุถนอมทำไม น้องเจนอยากเป็นของพี่นัยจะแย่อยู่แล้ว เขาช่างไม่รู้เลย
“น้องเจนมีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมที่นั่น เราจองห้องพูลวิลล่าสวยๆ บรรยากาศดีๆ อยู่กันสองต่อสอง คงจะโรแมนติก น้องเจนจะเอาบิกินีไปเยอะๆ พี่นัยถ่ายรูปให้หน่อยนะ นะคะคนดีของน้องเจน”
เจนจิรากุมมือใหญ่ ประจบเขาด้วยใบหน้าช่างอ้อน ภารนัยยิ้มจนฟันจะแห้ง ไม่อยากตอบรับ แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธให้เจนจิราน้อยใจ
“ขอยังไม่รับปากตอนนี้ได้ไหมครับ พี่ต้องรอดูตารางงานเดือนหน้าก่อน ตารางงานเดือนนี้ของพี่เต็มแน่นไม่มีวันหยุดเลยครับ”
ข้ออ้างนี้ได้ผล เจนจิรายื่นปากงอน กอดอก สะบัดหน้าหนี
“ไม่สนใจน้องเจนมากๆ ระวังเถอะค่ะ น้องเจนจะฟ้องป้าภา ไปพรุ่งนี้เลยดีกว่า ป้าภาจะได้ดุพี่นัย ที่พี่นัยมัวแต่ทำงาน!”
ยกชื่อมารดาภารนัยมาข่มขู่ ให้เขารู้จักถนอมหัวใจหล่อนบ้าง
ป้าภาให้ความรักและความเอ็นดูเจนจิราเสมือนลูกหลาน แค่หล่อนฟ้องนิดเดียว รับรองว่าป้าภาจะต้องเอ็ดลูกชายการใหญ่
“ถ้าเรื่องนั้นคุณแม่ของพี่ท่านรู้ดีครับ เพราะแม้แต่ท่านก็ได้เจอหน้าพี่แค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เวลานัดกินข้าวเย็นด้วยกัน”
เฉลยคำตอบให้คู่หมั้นสาวทราบ ว่าฟ้องแม่เขาไปก็ไม่ได้ผล
ตากลมโตคู่นั้นดื้อรั้นแสดงนิสัยเอาแต่ใจ กลอกตาไปมาก่อนเลื่อนมาหยุดที่ดวงหน้าคมคาย “คนบ้างาน น้องเจนงอนแล้ว!”
สายเรียกเข้าจากเจนจิรา เชื่อมต่อจากโทรศัพท์ภารนัยเข้ามาในเครื่องเสียงรถยนต์ ธารธาราผินหน้าแสนเศร้าไปทางอื่นแสร้งว่าไม่ได้มอง อยู่กับเขามาสามปี ทำไมจะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่โทรเข้ามาเป็นใครสถานะเด็กเลี้ยงแบบผูกปิ่นโต ต้องอยู่ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทำร้ายผู้หญิงด้วยกันเฉพาะตอนนี้เท่านั้น พ้นสามเดือนสุดท้ายของการฝึกงานไปได้ก็จะจบการศึกษา ไม่ต้องให้ภารนัยเลี้ยงดูปูเสื่อ ธารธาราจะทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองกับลูกสาวให้อยู่รอดให้ได้ส่วนเขาก็จะได้กลับไปหาคู่หมั้นสาวสวย ไม่ต้องทรยศความไว้ใจของฝ่ายนั้นด้วยการมาหลับนอนกับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าสงสารพริกหวาน วัยกำลังน่ารักกลับต้องกำพร้าพ่อ ถ้าโตกว่านี้ลูกน่าจะเข้าใจ ไม่ใช่ว่าภารนัยไม่รักลูก แต่เพราะลูกเกิดจากผู้หญิงอย่างธารธารา จะพาไปเปิดตัวก็อาจจะอับอายขายหน้าญาติพี่น้อง“เลยไฟแดงนี้ไป คุณนัยจะจอดรถสักครู่ก็ได้นะคะ ธารจะพาลูกไปรอข้างนอก” ให้เขามีเวลาส่วนตัวคุยกับคู่หมั้นสาว ไม่ให้มีเสียงหนูพริกหวานแทรกเข้าไป ธารธาราไม่เคยทำตัวมีปัญหากับเขา หล่อนรู้สถานะของตัวเองดี อยู่เป็น แต่ลูกสาวเนี่ยสิ ไม่มีทางเข้าใจว่าภารนัยไม่เคยบอกใครว่ามีลูก อาจจ
“บาร์บีก้อน บาร์บีก้อน ไปกินพี่หมูสีชมพู เย่!” ใส่ทำนอง ร้องปลุกใจวัยรุ่นฟันน้ำนมที่ถูกรัดเข็มขัดติดกับคาร์ซีท ภารนัยมีรถใช้แค่คันเดียวมักจะขับไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ยกเว้นออกไปทำงานนอกสถานที่จะใช้รถตู้บริษัทที่มีคนขับประจำ กลับบ้านไปกินข้าวกับมารดาเอาคันนี้กลับ รับเจนจิราไปกินข้าวเมื่อครู่ก็ไปคันนี้คาร์ซีทติดมาตั้งแต่ลูกแรกเกิด ไม่มีใครเอะใจถามเขาสักคน จะว่าปิดบัง 100% ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ ไม่แน่นะ ถ้าคุณนายภาวินีสงสัยถามลูกชายสักนิด ภารนัยอาจจะบอกท่านและพาลูกสาวไปกราบคุณย่า แม่ขี้เหงา อยู่บ้านกับแม่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน คงจะดีใจที่มีหลานให้อุ้ม นับจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตบิดา มารดากลายเป็นผู้พิการ ไม่สามารถเดินได้ ภารนัยเป็นลูกที่แย่ เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลท่าน นอกจากเวลางานเขามักจะมาอยู่กับลูกแทนที่จะกลับไปบ้านใหญ่ ก็หนูพริกหวานลูกสาวเขาน่ารักขนาดนี้ จะไม่ให้พ่อหลงได้อย่างไร“หมูชมพู” หนูพริกหวานชูมือสูง อารมณ์ดีไปตามคุณพ่อธารธาราแอบแยกเขี้ยวใส่ลูกสาว ก็เพราะใครกันล่ะไม่ยอมกินข้าว ถึงต้องไล่จับจนหกล้มเข่าแตก ทีตอนนี้หน้าระรื่น คุณพ่อพาไปกินอะไรก็ดูอยากกินไปหมด งอนพ่อของลูกเ
‘พ่อพ่อ เลือด เลือดไหล พริกหวาน อยู่โรงบาล’‘เจ็บ พ่อพ่อ มาหาพริกหวาน ได้ไหมคะ’หนูพริกหวานใช้โทรศัพท์แม่ส่งข้อความเสียงหาพ่อพ่อหัวใจคุณพ่อหล่นลงตาตุ่ม ห่วงใยลูกสาวมากกว่าใครในโลก เข้าเช็กตำแหน่งปัจจุบันซึ่งเชื่อมโยงมาจากแอปเปิลวอช อุปกรณ์ไฮเทค ใส่ติดตัวไว้ประจำเพื่อสอดส่องความปลอดภัยลูกสาวพบว่าหนูพริกหวานยอดดวงใจของคุณพ่ออยู่โรงพยาบาลจริง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ไม่มีคำถามเหล่านั้นหลุดออกจากปาก ทิ้งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า บึ่งรถมาถึงโรงพยาบาลภายในสิบนาที“รับสายสิธาร”โรงพยาบาลกว้างขวางไม่รู้ว่าธารธาราพาลูกสาวไปรักษาตัวที่ไหน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ลูกถึงมีเลือดขณะรอการตอบรับ ภารนัยก้าวเท้ายาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปตามหา จะไปถามประชาสัมพันธ์ ชะงักฝีเท้าเมื่อเสียงเล็กๆ ตอบกลับ‘พ่อพ่อ’เรียกพ่อครั้งเดียวไม่ได้ ติดปากเรียกพ่อพ่อ ซึ่งฝ่ายพ่อพ่อของหนูพริกหวานไม่ขัดใจลูก ลูกอยากเรียกอะไรเรียกได้เลย“พริกหวาน ลูก!”โล่งอกหลังจากได้ยินเสียงเล็กวันไนท์สแตนกับแม่ของลูกคืนเดียว ผ่านไปเก้าเดือนได้หนูพริกหวานมาอุ้มแบบงงๆ แทบจะยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผาก เพราะแม่ของลูกยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่
“พริกหวานของคุณแม่ ไปหลบอยู่ตรงไหนนะ” ธารธารา คุณแม่วัยสาวอายุเพียงแค่ยี่สิบสองปี แกล้งมองไม่เห็นร่างเล็กกระจิริดของลูกสาว หลบหลังกองพัสดุรอจัดส่งนับร้อยกล่อง ปกติแล้วธารธาราจะปิดประตูไว้ไม่ให้ลูกสาวเข้ามาวิ่งเล่น ป้องกันอันตรายจากของหล่นทับลูก และป้องกันไม่ให้ถูกพ่อของลูกบ่นแต่วันนี้จับไม่ทันจริงๆ ไวเหลือเกิน แพ็คของเสร็จเหนื่อยๆ เข้าครัวไปเอาอาหารลูกที่แม่บ้านทำไว้มาป้อน หนูพริกหวานวิ่งเข้าห้องเร็วเป็นพายุหมุน ก้นกลมๆ หายลับเข้ามาภายใน ซ่อนตัวมิดชิดไม่ให้แม่จับได้ แต่ซ่อนแบบไหนถึงส่งเสียงหัวเราะตามประสาเด็กมาให้ได้ยินพื้นที่ในห้องรับแขกค่อนข้างกว้าง ถูกบีบอัดให้เล็กลงโดยชั้นวางของขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายสไตล์วางเรียงเป็นเซต ให้สะดวกต่อการหยิบจับมาแพ็คลงกล่อง เวลาลูกค้าสั่งสินค้า อีกมุมหนึ่งของห้อง ระเกะระกะไปด้วยกล่องพัสดุเปล่าหลายขนาดกองสูง อุปกรณ์แพ็คสินค้าจำพวกปริ้นเตอร์ กระดาษ กรรไกรกองเต็ม รกและสกปรกไปบ้างตามธรรมดาของอาชีพแม่ค้าออนไลน์ธารธาราพรีออเดอร์เสื้อผ้าแฟชั่นจากต่างประเทศมาขาย ไม่มีหน้าร้าน ขายเองง่ายๆ ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ตอบเอง แพ็คเองทุกรายการ นางแบ





