เข้าสู่ระบบ"ห้องไหนครับที่คนไข้หนีออกไปจากโรงพยาบาล" ผมถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
"ห้องVvip09 ค่ะคุณหมอ" ผู้ช่วยพยาบาลบอกผมด้วยทางทีรู้สึกผิด "ฮะ!! เธอพึ่งคลอดลูกไปไม่ใช่หรือไง คุณปล่อยให้คาดสายตาได้ไงเนี่ย รปภ.ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นกันเลยสักคนเหรอ" ผมถามออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ผมพึ่งทำคลอดให้เมื่อหลายชั่วโมงก่อนจะออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ร่างกายฟื้นตัวเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ~ แล้วทารกละ ทารกก็เอาไปด้วยเหรอทำไมไม่มีใครสังเกตเห็นเธอเลยนะ ผมเอามือกุมขมับทันที ให้ตายสิวุ่นวายทั้งวันจริง ๆ ทำไงละทีนี้อะไรก็ยังไม่ได้ตรวจผลค่าเกล็ดเลือดทารกก็ยังไม่ออก จะไปก็ไปเลย แผลฝีเย็บคุณแม่ก็ยังไม่ได้ตรวจอีก ผมรีบต่อสายหาคุณอาทันที จริงสิกล้องวงจรปิด มีทั่วทั้งตึกนี่นา!! ตู๊ด~ ตู๊ด~ ตู๊ด~ 'ฮะโหลว่าไงตาทักษ์' เสียงอาทิวเขาดังขึ้นจากปลายสาย "อาครับ! คนไข้หนีออกจากโรงบาลช่วยเช็คกล้องตึกผู้ป่วย Vvipให้ผมหน่อยครับ ห้อง Vvip09 ครับอา" ผมกำลังรอคำตอบจากคุณอาอย่างใจเย็น 'อะไรนะคนไข้หนีออกจากโรงบาลเหรอเป็นไปได้ไงเนี่ย~' ทิวเขาถามด้วยความสับสน เพราะโรงพยาบาลเขาไม่เคยมีประวัติคนไข้หนีออกจากโรงบาลเลย ไม่มี เลย! "เป็นไปแล้วครับคุณอา เธอพึ่งคลอดลูกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เองครับ" ผมบอกคุณอาทันทีตอนนี้ผมไม่ได้ชีเรียสเรื่องค่าใช้จ่ายของคนไข้แต่เป็นห่วงคนไข้ของตัวเองมากกว่า 'เดียวอาเช็คให้ทักษ์รอสักครึ่งชั่วโมงนะ อากำลังเลื่อนดูอยู่' คนปลายสายบอกก่อนจะเลื่อนดูคนไข้ห้องพัก Vvip09 ทันที "ครับ ขอบคุณครับอา" ให้ตายสิทำไมวันนี้มันวุ่นวายขนาดนี้ตั้งแต่เช้ายันดึง เป็นวันที่หนักหน่วงกว่าทุกวันจริง ๆ . ทางด้านแอลเอ "ไปละ จะกลับก็กลับกันเลยนะเอาลูกออกมานานแล้ว แม่หนูคงคิดถึงหนูแย่แล้วใช่ไหมคะ หมูแฮม~" คนไม่รู้เรื่องยังคงหยอกล้อกับลูกสาว ยิ้มบอกกับน้องชายและคนไข้คนสำคัญของตัวเอง "นี้แอบเอาลูกห่างอกแม่นานขนาดนี้ไม่หิวนมแย่เลยเหรอนั่น" โรมเมดทักพี่ชายตัวเอง จะว่าไปเขาก็เอาลูกออกมานานจริง ๆ นั่นแหละควรกลับเอาไปคืนแม่ได้แล้ว "อืมไปล่ะ แล้วเจอกันเราไปหาม๊ามี๊หนูกันเถอะยัยหมูอ้วนของป๊า~" แอลเอเดินอุ้มทารกกลับเข้ามาในตึก พักแม่ของลูก ในโรงพยาบาลทันที "ไหนเอ่ยม๊ามี๊จะคิดถึงยัยหมูของป๊าไหมน๊า~" คนเห่อลูกกำลังหยอกล้อโดยไม่ได้เอ๊ะใจอะไรเปิดประตูเข้าห้องพัก ก็ไม่ทันได้สังเกตุอะไรเพราะมั่วแต่คุยกับหนูน้อยในอ้อมแขน "อ่ะแฮม!" เสียงกระแอ่มของทักษ์เรียกคนที่นั่งคุยกับลูกอยู่บนโซฟา ต้องหันหน้าไปมอง "อ้าวมาตรวจคนไข้เหรอหมอ อินเตอร์ นอนอยู่บะ..บนเตียง~" เสียงของแอลเอแผ่วลงใจกระตุกวูบ ดวงตาสั่นไหวมองเตียงนอนไร้ซึ่งคนนอนอยู่ ก้มมองลูกน้อยในอ้อมกอด 'หลังจากคลอดลูก อินเตอร์ก็ไม่อยู่เป็นมารขวางทางความรักของหมอหรอกค่ะ' เสียงนี้เขาจำได้ดี จำได้ขึ้นใจเลย "คนไข้หนีออกไปแล้ว พึ่งคลอดลูกแท้ ๆ อารมณ์คุณแม่นี้มันรุนแรงจริง ๆ" ทักษ์เอ่ยขึ้นมองสามีของหญิงสาวคนนั้น พร้อมส่ายให้กับคนตรงหน้าเขา "อืมรุนแรงจริง ๆ" แอลเอพยักหน้ารับโดยในอ้อมกอดก็กอดลูกเอาไว้ "แล้วลูกผมจะออกจากโรงบาลได้วันไหน" แอลเอยังคงถามต่อโกรธมากแค่ไหนก็ได้แต่เก็บอารมณ์เอาไว้ "รอผลค่าเลือดและค่าตัวถ้าน้องตัวเหลืองก็ต้องอยู่ต่อ ตอนนี้แม่เด็กไม่อยู่แล้วคงต้องพึ่งนมผง รอผลค่าต่าง ๆ ก่อนแล้วกันดูว่าน้องแพ้อะไรบ้างจะได้ไม่ต้องกังวล อีกสิบห้านาทีผลแลปก็ออกแล้ว ยังหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องอีกนะยัยหนูแฮม" ผมมองทารกร่างเล็กที่ตอนนี้หลับปุ๋ยในอ้อมกอดของพ่อ คงอบอุ่นน่าดูไม่มีการงอแงสักแอะ "อ่อ ตอนคลอดเห็นแม่เด็กบอกว่าชอบชื่อนี้มาก ผมว่าก็เพราะดีนะครับ" ผมยิ้มน่าเอ็นดูจริง ๆ ชื่อก็เพราะแม่ก็ช่างสรรหามาตั้งให้ "ครับผมเข้าใจแล้ว" แอลเอมองลูกยิ้ม ๆ นี้สินะที่บอกจะไม่อยู่ จะไปก็ไปจะมาก็มาแม่หนูนี้ยังไงกันนะหมูแฮม "งั้นผมขอตัวก่อน ต้องการพักผ่อนมาก~" ผมลากเสียงยาวทันทีหมดปัญหาวันนี้ไปแล้วอีกหนึ่งเคส เห้อให้ตายสิทำงานแก้เบื่อ สุดท้ายเครียดแทน ชีวิตวัยทำงาน!! จะอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เบื่อมาทำงานก็วุ่นวาย วุ่นวายก็ดีเป็นสีสันของชีวิตสินะ . "คุณหมอคะ ผลตรวจเลือดของเด็กหญิง ณเวฬา ออกแล้วค่า อยู่ในเกณฑ์เกือบเหลืองแต่ค่าตัวเหลืองของน้องผ่านค่ะ ส่วนใบนี้เอกสารการแพ้สารอาหารน้องไม่แพ้อะไรเลยค่ะ ทานนมผงได้" ผู้ช่วยพยาบาลรายงานผลกับผมก่อนที่ผมจะเอาไปแจ้งพ่อเด็ก "อืมดีแล้ว ถ่ายเอกสารสำรองให้ผมด้วย แล้วเก็บใส่แฟ้มเอาไว้แล้วกันส่วนเอกสารตัวจริงเดียวผมเอาไปให้พ่อเด็กเอง" ผมบอกพยาบาลผู้ช่วยก่อนที่จะนั่งพักอีกสักประเดี๋ยวคงมีเรื่องต้องคุยกับพ่อเด็ก . ห้องพัก Vvip09 แง้ แง้~ แง้ แง้~ "จุ ๆ จุ โอ๋ ๆ น๊าเด็กดีย์ ป๊าอยู่นี้ไงคะหนูเป็นอะไรคะไม่ร้องสิลูก" แอดปัง! "อินเตอร์~ หายไปไหนมา" แอลเอถามออกมาทันทีที่เห็นหญิงสาวอยู่ตรงหน้า "ลูกร้องไห้ใหญ่เลยดูสิ" อินเตอร์ที่ห่วงลูกจนทำใจจากไปในตอนนี้ไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่เดิมอีกครั้ง 'ทำไมการตัดใจมันถึงยากขนาดนี้นะ' "ส่งลูกมาสิ" อินเตอร์เดินเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะยื่นมือมารับลูกและกอดเอาไว้ ฉี่เลอะนี้เองไม่น่างอแงใหญ่เลย "ไงคะเด็กดีหนูอึดอัดใช่ไหนคะ ฉี่เลอะเต็มเพิสเลยน๊า~ แม่เปลี่ยนเพิสใหม่ให้หนูดีกว่า" อินเตอร์พยามที่จะไม่เรียกชื่อลูกให้คนที่ไม่พอใจก่อนหน้านี้ได้ยิน ก๊อก ก๊อก ก๊อก "ขออนุญาตนะครับ อ้าวคุณแม่หายไปไหนมาครับเนี่ยผมคิดว่าคุณหนีไปแล้วซะอีก เอาผลตรวจน้องมาให้ครับ" ผมมองคนที่พึ่งคลอดลูกใหม่อย่างแปลกใจคนอะไรอึดชะมัด สามารถเดินเหินได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย จะว่าไปก็คงไม่ใช่ทุกคนหรอกมั้ง เพราะปกติผมจะเห็นแม่หลังคลอดบางคนก็นอนป้อนมลูกอยู่เฉย ๆ ตั้งสามสี่วันเลย "พอดีมีธุระด่วนนิดหน่อยนะคะคุณหมอ ขอโทษนะคะที่ออกจากโรงพยาบาลโดยภาระการ" อินเตอร์กล่าวขอโทษทันที ความจริงเธอจะไปแล้วไม่กลับมาอีกก็ได้ แต่ใจห่วงลูกเกินไปแถมยังมีอารมณ์แปรปรวนหลังคลอดอีก "คุณหมอจะตรวจคนไข้อีกไหมครับ" แอลเอถามขึ้นมาทันที เมื่อเห็นแม่ของลูกคุยกับหมอเจ้าของไข้โดยลืมว่าเขาเองก็อยู่ห้องนี้เหมือนกัน "เอ้าคุณพ่อยังไม่พักผ่อนอีกเหรอครับ ผมออกเวรแบบจริงจังแล้วน่ะ เลยแวะเอาเอกสารยัยตัวเล็กมาให้ครับ คุณแม่ดูแลสุขภาพด้วยผมขอตัวก่อนดีกว่า สงสัยอารมณ์คุณพ่อจะสวิงด้วยอีกคนครับ" ผมรีบขอปลีกตัวออกมาจากรังสีของคุณพ่อลูกหนึ่ง ไม่รู้ที่จ้องผมตาเขม็งทำไมเป็นเพราะหึงหรือหวง ถ้าเดาผมว่าน่าจะทั้งสองอย่าง แต่ก็ยังสงสัยหวงขนาดนี้ปล่อยเมียมาคลอดเองได้ไง ช่างเถอะ ๆ ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย ไปดีกว่า. . "หายไปไหนมาอินเตอร์ยังไม่ตอบพี่เลยนะ" ผมถามออกมาทันที่หลังที่หมอเจ้าของไข้ออกไปแล้ว "ไปทำธุระ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละอินเตอร์เหนื่อย อยากพักแล้วพี่จะกลับบ้านเลยไหม" ถามทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็กลับนั่นแหละ "กลับ" "อืม เดินทางปลอดภัยค่ะ" ฉันยิ้มได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะฝืนยิ้มมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว "พี่กลับไปเอาเสื้อผ้า เดี๋ยวมานอนเฝ้าพี่ลาพักร้อนสามเดือน จะได้เลี้ยงลูกด้วย" แอลเอมองยัยตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บน รถเข็นเด็กของทางโรงพยาบาล "เดี๋ยวป๊ามานะครับ" แอลเอเข้าไปกระซิบบอกลูกใกล้ ๆ ก่อนจะหอมเบา ๆ ที่แก้มยุ้ย ๆ นั่น "เดี๋ยวพี่มาอย่าหนีไปไหนละ ครั้งนี้คงออกไปไหนไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะมีพยาบาลพิเศษมาเฝ้าหน้าห้องให้ตั้งสองคน" คนรู้ทันรีบดักทางเธอทันที ให้ตายสิคิดว่าแค่กลับมาเอาลูกไปด้วย ก็จะไม่ต้องคิดถึงไม่ต้องเป็นห่วงและไม่ต้องเปลี่ยนชื่อลูกตามคนที่เขารักต้องการแล้ว แท้ ๆ ทำยังไงดีล่ะคราวนี้ . สามสิบนาทีต่อมา "หนูแฮมคะ แม่ควรทำยังไงดีนะเป็นห่วงหนูมากเลยนะรู้ไหมคะเด็กดีเราจะอยู่กันไปเรื่อย ๆ กับพ่อของหนูไม่ได้หรอกเขาไม่ได้รักแม่ ตอนนี้แม่มีหนูที่ควรทุ่มเททั้งใจให้หนู" อินเตอร์มองหน้าลูกอย่างสงสาร หากเขารักเราสักเสี้ยวใจก็คงบอกลูกได้เต็มปาก "หรือว่าแม่จะรอให้หนูโตก่อนแล้วเราค่อยปรึกษากันอีกทีว่าหนูอยากอยู่กับใครมากกว่ากันระหว่างพ่อกับแม่ ดีไหมคะหนูแฮม" อินเตอร์ยังคงนั่งมองลูกน้อยพร้อมกับพูดไปเรื่อย ๆ ตามความคิดของเธอ โดยไม่ทันได้สังเกตุเลยว่ามีคนอยู่ในห้องด้วย แอลเอรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ก่อนที่จะอุ้มเอาแม่ของลูกมานั่งบนตักตัวเองทันที "ฝันไปเถอะว่าจะได้ทำอย่างนั่นนะ" แอลเอสวมกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ "อะไรของหมอเนี่ย~" อินเตอร์เงยหน้ามองด้วยความงุนงง "หนูแฮมพี่ตั้งใจทำมากนะ อย่ามาพรากพ่อพรากลูกนะ" แอลเอกระซิบบอกข้างหูเบา ๆ "นะ..ไหนบอกว่าไม่อยาก..หะ...ให้หนูฮะ..แฮมเกิดมาไง" อินเตอร์ถามด้วยอาการมึนงง "พี่ตั้งใจ~" อินเตอร์ขนลุกซู่ทันทีที่มือหนาลูบหน้าท้องบางที่ยังมีพุงออกมาเพราะพึ่งคลอดลูก " "มะ..หมอ กะ..โกหก" "พี่พูดจริง ๆ ลองคิดดูดี ๆ สิ" เพียงไม่นานดวงตาสวยก็เบิกกว้าง!! "หมอคิดจะผูกมัดอินเตอร์ด้วยวิธีนี้เหรอคะ!!" "ความจริงอยากผูกมัดด้วยทะเบียนสมรสและนามสกุลที่พ่อให้มา แต่ว่าเมียพี่ขี้น้อยใจขี้งอนและมโนเก่งคิดไปเองและไม่เคยถาม เพราะพี่รู้ว่ายังไงหนูก็ทิ้งหนูแฮมไปไม่ได้หรอก" แอลเอรีบบอกตามความคิดและความรู้สึกของเขาที่กำลังกลัว กลัวว่าจะเสียเธอไป "ชิไอ้ผู้ชายเจ้าเล่ห์!!" อินเตอร์มองตาเขาลึกเข้าไปพยายามที่จะาคำตอบในคำพูดของเขา . ด้านหมอทักษ์ บ้านพักแพทย์ "เฮ่อ~ วุ่นวายทั้งวันทั้งคืนของพักสักสิบปีเลยได้ไหมเนี่ย~" ผมบ่นออกมาทันที จากที่จะเป็นวันสบาย ๆ กลายเป็นเหนื่อยมาก สรุปคนไข้ไม่ได้หนี แค่ออกจากห้องไปชั่วคราว อะไรทำให้สามีของเธอมั่นใจว่าเธอจะกลับมานะ และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตอนแรกผมก็แอบสงสัยว่าทำไมสามีของเธอไม่เป็นเดือด เป็นร้อน ช่างเป็นผู้ชายที่ใจเย็นรู้ใจเมียตัวเอง จริง ๆ "ถ้าเรามีเมียจะเป็นแบบไหนกันนะ" ผมพึมพำเบา ๆ แล้วก็ดันไปคิดถึงเหตุการเมื่อช่วง สาย ๆ ของวันนี้ ป้าคนนั่นกล่าวหาว่าผมเลว ทั้ง ๆ ที่ผมอยู่แต่บ้านพักกับโรงพยาบาล เอาเวลาไหนไปทำใครเขาท้อง!! แต่ความจริงจะว่าไปเวลาว่างผมก็เยอะอยู่นะเช้าวันทำงานที่ดูเหมือนว่าจะสดใสของหมอสูติได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังจากงานรับรางวัลของเด็ก ๆ "คุณหมอสกาวคะ วันนี้มีคนไข้นัดตรวจสุขภาพและเก็บไข่ค่ะ" ผู้ช่วยพยาบาลสาวของเธอรีบรายงานตารางการทำงานของวันนี้ทันทีเมื่อเธอเดินเข้ามา "กี่เคสคะวันนี้" สกาวนั่งมองตารางงานตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกว่าวันนี้อาการของเธอจะไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร "หกเคสค่ะคุณหมอ วันนี้มีผ่านคลอดสองคิวนะคะ" ผู้ช่วยพยายาลสาวเมื่อแจ้งคิวตารางงานเสร็จก็มองหน้าหมอสกาวที่กำลังเมอลอยพอดี "หมอคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะวันนี้" ผู้ช่วยพยาบาลสาวถามอแกมาด้วยควาทเป็นห่วง "กาวนอนน้อยนะคะ ช่วงนี้รับเคสเยอะขึ้น" สกาวตอบผู้ช่วยสาวออกมาเบา ๆ จะให้เธอพูดความจริงได้ยังไงว่า เพราะ 'หมอทักษ์เล่นเช้าถึงเย็นถึง จนเธอเพลียกายไปหมด' "ออ ที่แท้ก็คนมีความรักมักจะมีหน้าตา เหนื่อยล้านี้เอง" ผู้ช่วยพยายบาลสาวยิ้มอย่างรู้ทัน เพราะตารางงานของหมอสกาวอยู่กับเธอทุกสัปดาห์ทำไมจะไม่รู้ว่าเคสไม่ได้เยอะขึ้น แค่หมอสาวคนสวยนอนน้อยเพราะมีแฟน "พอเลยไปทำงานได้แล้วค่ะ" สกาวรีบกล่าวไล่คนรู้ทัน ออกจากห้องพักของเธอทันที่ "ไปแล้วค่
พอเสร็จพิธีรับรางวัลของเด็ก ๆ ทุกคนก็พากันมาเดินชอปปิ้งในห้างต่อโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือเพลียบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีแอนเนอร์จีในการอยากทำงานที่รักและมีความสุขไปพร้อมกับมัน "พี่ว่าเราเข้าร้านนี้ดีไหมครับ" หมอทักษ์ถามความเห็นของว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ "จำเป็นหรือเปล่าคะพี่หมอ" สกาวมองเข้าไปในร้านที่คุณหมอบอก ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ของเล่นซึ่งลูกเธอน่าจะมีเยอะเพราะลุงและป้าค่อนข้างสปอยล์หลานรัก "ครับหนูว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ" หมอที่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาอยากจะซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ "ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ เพราะของพวกนั้นเด็ก ๆ มีกันเยอะ" สกาวมองหน้ามองทักษ์พูดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่อาจจะทนมองสายตาผิดหวังของคุณหมอได้นาน "พี่ไม่ได้เสียใจพี่แค่เสียดาย เสียดายช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแปดปี" หมอทักษ์พูดขึ้นมาพร้อมตีหน้าเศร้า ส่วนสกาวนั้นมึนงง เสียบพลันเหมือนว่าเราจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน"ค่ะ พี่หมอกำลังจะพูดให้กาวรู้สึกผิดเหรอคะ" สกาวรีบตั้งสติแหละถามกลับทันที "เปล่าครับพี่
"คุณลุงครับพวกเรา ต้องตัดชุดกันใหม่กันทุกคนเลยเหรอครับ" เฟียสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในเมื่อชุดตั้งโชว์อยู่ในร้านก็มีมากมายทำไมถึงยังต้องตัดชุดอีก "ใช่ครับ งานรับรางวัลของหลาน ๆ ทั้งทีจะน้อยหน้าไม่ได้หรอกนะ ต้องสวยต้องหล่อต้องเท่ห์และต้องดูดีด้วยครับ" สกายอธิบายเหมือนวิญญาณนักดีไซน์เนอร์เข้าสิง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคเท่านั่น"ทุกคนรอสักครู่นะ เดี๋ยวดีไซน์เนอร์ประจำตัวของลุงจะมาดูแลทุกคนเอง" สกายมอง หลาน ๆ ที่มีแววตาตื่นเต้นสุด ๆ ในตอนนี้ก็เผลอยิ้มออกมา "ผมนั่งรอตรงนี้แล้วกันนะครับ สกาวมานั่งข้าง ๆ พี่สิ" หมอทักษ์พูดพร้อมทั้งยังคว้ามือเธอดึงเบา ๆ มานั่งลงข้างตัวเขาเอง "อ่ะ พี่หมอ" สกาวไม่ทันตั้งตัวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่นทั้งห้าคนใช้เวลาในการตัดชุดออกงานเกือบสี่ชั่วโมง "หิวกันหรือยังเด็ก ๆ ไปทานชาบูกันไหม" สกายถามหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เฟียสหิวแล้วครับ" "ซีเฟียก็อยากกินชาบู ชาบูสะดวกที่สุด" "งั้นเราไปร้านชาบูที่ชั้นสี่กัน ร้านนี้ของสดใหม่ทุกวัน" หมอทักษ์มองทุกคนที่ดูเหนื่อยล้าและหิวมาก "ไปก
"มาสิครับ" หมอทักษ์ยังคงรบเร้าคนที่เขิลจนหน้าแดงกล่ำ "คือว่ากาว กาวขอตัวออกไปตรวจคนไข้ก่อนนะคะ" หญิงสาวเองรีบรนรานจะสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคะมำล้มลงไปกะบพื้น โชคดีที่หมอทักษ์คว้าตัวเธอเอาไว้ทัน "ระวังหน่อยสิครับ" ทั้งสองสบตากันคำพูดมากมายที่อยากพูดกลับกลายเป็นอยากจะเอ่ยปากขึ้นมาดื้อ ๆ "คะ..ค่ะ" สกาวรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมายืนปกติเพราะตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหมอทักษ์ "ครับเดินระวังนะ ระวังตกหลุมรักพี่" หมอทักษ์มองหญิงสาวด้วยแววตาหลงไหลและชื่นชมอยู่ในใจ ว่าที่ภรรยาของเขาน่ารักมากจริง ๆ . "หมอสกาวคะวันนี้มีเคสตรวจภายในสองคิวค่ะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยแจ้งทางหมอสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก "ได้ค่ะประมาณกี่โมงค่ะ ตอนบ่ายสกาวมีธุระต้องรีบหน่อยนะคะ" สกาวบอกพยาบาลสาวผู้ช่วย ก็เดินออกจากห้องพักพร้อมไปรับเคสของวันนี้ทันที ช่วงเช้าที่หมอแต่ละวอร์ดต่างก็ยุ่งมาเกือบครึ่งวันในที่สุดสกาวก็เตรียมจะออกเวรไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านตัดสูทและชุดราตรีประจำของเธอ "ไปไหนครับคนสวยของผม" หมอทักษ์เดินเข้ามาทักหลังจากสวนทางกันบนทางเดินของโรงพยาบาล "ไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านค่ะกาวออ
เช้าวันทำงานที่สดใส หมอทักษ์และหมอสกาวเดินเข้ามาในห้องพักประจำวอร์ดพร้อมกันจนเป็นที่จับสายตามองของเหล่าพยาบาลและหน่วยแพทย์สำรองของทั้งตึก "ยิ้มหวานกันมาเชียวนะคะ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ" พยาบาลผู้ช่วยของสกาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแพทย์สาวมีแต่รอยยิ้มประดับประดาอยู่บนหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาในวอร์ด"แน่นอนค่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะคะ" สกาวยิ้มรับบอกผู้ช่วยพยาบาลคนสวยของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง และมองดูรายชื่อของคนไข้ที่เธอนัดเอาไว้ "โอเคค่ะคุณหมอคนสวย พี่แพรขอไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลผู้ช่วยสาวเดินออกไป ทำหน้าที่ของตัวเองเนื่องจากหมอท่านอื่นขอดึงตัวเธอไปทำงานชั่วคราวเนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ "ตามพี่เข้าไปในห้อง" หมอทักษ์ มองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว "อะไรอีกล่ะเนี่ย เฮ้ย" สกาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินตามหมอทักษ์เข้าไปในห้อง"มานั่งใกล้ ๆ เฮียสิ แบบนี้จะห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่าครับ เมื่อคืนเราพึ่งร่วมรักกันไปเองนะ ทำไหมหนูลืมง่ายจัง" หมอทักษ์ เริ่มออกอาการงอแงทันทีที่ไม่ได้ดังใจเข้าอยากได้กำลัง
"โซนนี้รถไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ" หมอทักษ์จ้องมองท้องถนนแกนกายยังสวนกระแทกไม่พัก ทำให้ร่องสาวรัดแน่นขึ้น "อยู่คฤหาสน์หลัง ยะ..ใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครการขับผ่านหรอกคะ" สกาวจ้องมองไปทางตันที่เป็นถนนหลังคฤหาสน์ซึ่งมันตรงกับหน้าต่างห้องของเธอ "เสียวไหม น้ำใกล้หมดตัวหนูหรือยัง" หมอทักษ์ด้มลงมองน้ำลักของหญิงสาวที่ไหลออกมาจะร่องสวาทไม่ได้พัก "อ่ะ สะ..เสียวค่ะกาวไม่ไหวแล้ว ฮะ..เฮียพอเถอะนะคะ" น้ำเสียงหวานร้องขอเหมือนเช่นอดีตที่เรียก หมอทักษ์ว่า 'เฮีย' ทำให้คนที่ใกล้จะปลดปล่อยหยุดกระแทก แล้วจับใบหน้าเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เพื่อเป็นการให้รางวัลเธอ "ไปนอนโก่งสะโพกให้เฮียบนเตียงดีกว่านะครับ" หมอทักษ์รีบพาหญิงสาวมานอนลงบนเตียงยกสะโพกเธอขึ้นมา เสียบท่อนรักลงในร่องสาวจนมิด ปึก ๆ ปึก ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ "อ๊า จุกค่ะ หนูจุกอ่าส~" เสียงหวานร้องครางออกมาตามจังหวะการกดกระแทกเข้าออกจะสุดทาง "เฮียชอบให้หนูเรียกว่า เฮียนะครับ ถ้าหนูฟังเฮียเคลียร์กับเฮียตั้งแต่แรกคงไม่ต้องมาโกงสะโพกครางจนเสียงแหบแบบมีตั้งแต่แรกแล้วครับ" หมอทักษ์ สวนแดนกายใส่ร่องสาวจนสุดลำรัก "อ๊าเสียว สะ..เสีย
"หืมคนเยอะมากเลยค่ะ มอง ๆ เข้าไปในร้านแล้วดูอึดอัดอยู่นะ" สกาวที่ถูกหมอหนุ่มขอร้องให้นั่งรถเข็นวีแชร์ บ่นทั้งเงยหน้ามองคนที่คนซัพพอร์ตด้วยการเข็นรถให้เธอ "ครับ ปกติคนก็เยอะอยู่แล้วแบรนด์ใหม่พึ่งเข้าและกำลังดังมาก สินค้าตัวใหม่มักจะได้ขึ้นโชว์บนเรือสำราญก่อนจะถูกนำไปวางจำหน่ายในห้าง" หมอ
"ตกใจอะไรขนาดนั้นครับ" ปากเขาพูดถามเธอแต่มือกลับเอามาลูกคลึงสะโพกเธอเนี่ยนะ'ต้องการอะไร!' ให้ตายสิคนยิ่งมีอารมณ์และใจง่ายเพราะฮอร์โมนของคนท้องสูงอยู่ "มะ..หมอ~ อย่าบีบมันเจ็บค่ะ" สกาวเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะเขาเริ่มยกเธอขึ้นมาให้เอาขารัดตรงเอว ส่วนช่วงล่างจุดสงวนกลับแนบชิดเสียดสีกัน "จะทำใ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองที่เดินทางมาหลายสัปดาห์เรือสำราญก็จอดเข้าแทบท่าที่อ่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยว และคนที่มีจุดหมายลงที่ประเทศได้ก็เริ่มเช็คเอาท์ออก และบัตรการ์ดที่เชื่อมบัตรของแต่ละคน ทางเรือก็ไม่คิดเก็บคืนถือว่าเป็น ของกำนันเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักท่องเที่ยวไว้สะสม"มาพี่ช
ทั้งสองคนอาศัยอยู่บนเรือสำราญนานนับสัปดาห์เพราะเรือสำราญเข้าเทียบท่าหลายประเทศเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวที่เสียเงินเป็นจำนวนมากได้เปิดหูเปิดตาในสิ่งใหม่ ๆ และภูมิอากาศของแต่ละประเทศด้วยตัวเอง "อีกสามวันเรือก็เข้าเทียบท่าประเทศไทยแล้ว" หมอทักษ์ยืนกอดอกมองชมวิวอยู่บนดาดฟ้าของเรือพร้อมกับหญิงสาวที







