INICIAR SESIÓN"แบบนี้หมายความว่ายังไงเราต้องคุยกันให้เคลียร์ก่อนไหมสกาว" "ก็ไม่เห็นจะมีอะไรต้องเคลียร์ พี่ก็ใช้ชีวิตบนโลกนีี้ไปสิ"
Ver másเกิดอะไรขึ้น !!
เสียงเอ๊ะอะโวยวายตั้งขึ้นตรงทางเดินหนีไฟของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในต่างประเทศ "คุณทำแบบนี้ได้ยังไง!" เสียงผู้หญิงโวยวายขึ้นทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับหมอหนุ่ม "ผมทำอะไรครับคุณป้า" ผมถามยัยแก่แว่นหนาเตอะด้วยความสับสน เพราะอยู่ ๆ เธอก็มาโวยวายและต้องการเจอผม "ไอ้คุณหมอ!! นี่แก แก" เสียงร้องของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมกับเอามื้อชี้หน้าคุณหมอทักษ์ด้วยความโมโหและโกรธมาก "หึ แกอะไรครับผมอยู่ของผมดี ๆ แล้วนะ ป้าเป็นอะไรมากไหม อยู่ ๆ ก็มาเอ๊ะอะโวยวายรบกวนคนไข้และหมอคนอื่น ๆ" มนุษย์ป้าอีกแล้วสินะเจอแต่ละวันผมแทบจะอัดพารา เป็นตัน ๆ แล้วมั้ง สงสัยหน้าที่การงานผมคงยุ่งไม่พอ "ไอ้คนสารเลว แก ๆ แกทำหลานฉันท้อง!!" "นี่! ป้าถ้าจะกล่าวหากันลอย ๆ แบบนี้ผมฟ้องได้นะครับ" ผมบอกคนที่มาเรียกร้องโวยวาย ทันที ตึก ๆ ตึก หลังจากที่ผมพูดจบก็มีเด็กผู้หญิงรีบวิ่งเข้ามาทันที และพยายามลากแขนคนที่มากล่าวหาผมออกไป "ยะ..ยาย พอเถอะนะ นะคะ ถือว่ากาวขอร้อง" เธอส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ยัยป้าคนนั่น "ได้ยังไงฮะ มันทำแกท้องก็ต้องรับผิดชอบ!!" คนเป็นยายบอกกล่าวกับหลานสาวอย่างไม่ยินยอม ผมฟังบทสนทนาพวกนี้อย่างใจเย็นแม้จะโกรธและโมโหมากแค่ไหนผมก็ต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้เพื่อหน้าที่การงานในอนาคต "ยายพอเถอะนะ นะคะกาวขอร้องละ นะยายนะ เขาไม่ใช่คนทำสักหน่อยยาย ยายเข้าใจผิดแล้วเรากลับบ้านกันเถอะนะ" ผมมองเธอที่ขอร้องป้าที่มาหาเรื่องผม น้ำตาเธออาบนองเต็มสองแก้ม "อึก ขะ..ขอโทษคุณหมอด้วยนะคะยายหนูคงเข้าใจผิดนะคะ" ฉันยิ้มทั้งน้ำตากล่าวขอโทษคนตรงหน้าทันทีเพราะไม่อยากยุ่งไม่อยากให้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เรื่องที่ฉันเป็นคนก่อเอาไว้เอง "ไม่เป็นไร แต่คราวหลังอย่ามากล่าวหาใครมั่ว ๆ อีก" ผมบอกกับเธอ ก่อนจะหันไปจ้องมองและบอกกับป้าหรือยายของเธอที่หันมาสบตาผมโดยแววตานั้นเหมือนจะแข็งกร้าวและเคลือบแค้น "เหอะ เป็นหมอซะเปล่าแต่ไร้จรรยาบรรณน่ารังเกียจ" หลังจากที่ยายของผู้หญิงคนนี้พูดจบเธอก็เดินออกไปทันที "หนูขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ" ฉันรีบกล่าวขอโทษเขาทันทีและรีบวิ่งตามคุณยายของตัวเองที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะโกรธมากด้วย บ้าน "เหอะแกก็เหมือนกันยัยกาว เป็นสาวเป็นนางปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายเอาจนท้อง ที่ฉันพร่ำสั่งพร่ำสอนมานี้ไม่คิดจะจำเลยใช่ไหม" คุณยายบ่นให้ฉันตั้งแต่โรงพยาบาลยันตอนนี้อยู่บ้านก็ยังว่าให้ไม่หยุด "คุณยายคะ~" ฉันเรียกยายอย่างคนสำนึกผิด "เสียงดังเอ๊ะอะ อะไรกันครับเนี่ย" พี่สกายเดินเข้ามาสวมกอดคุณยายที่กำลังโมโหให้ฉันอยู่ "ก็น้องสาวแกนะสิ ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว ฉันสอนมาตั้งเท่าไหร่สุดท้ายก็จนได้ ถ้ารู้ว่าโตมาจะทำตัวแบบนี้ฉันคงไม่เสียแรงพร่ำสอนจนปากจะฉีกหรอกนะยะ" "คุณยายครับคนเราก็ผิดพลาดกันได้นิครับ อย่าไปซ้ำเติมน้องมันเลยนะครับ" พี่สกายพยายามออดอ้อนคุณยายเพื่อที่จะได้เลิกบ่นให้ฉัน "ตั้งใจนะสิไม่ว่า รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองกำลังจะแต่งงานอยู่แล้วยังจะไปเสนอตัวให้ไอ้คนไร้จรรยาบรรณนั่นอีก! เหอะ!!" เฮ้อสุดท้ายก็วนมาเรื่องนี้จนได้ให้ตายสิ "ก็กาวยังไม่พร้อม" ฉันบอกออกไปตามความจริง " ไม่พร้อม ไม่พร้อม แต่แกท้องนี้นะยัยสกาว!" โอเคฉันไม่ควรอธิบายอะไรสินะ "พรุ่งนี้แกเก็บของเลยเราจะกลับไปอยู่เมืองไทย!" "แต่คุณยายคะ~" "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นแหละ ส่วนตาสกายเรียนอยู่นี้แหละใกล้จบแล้วนิ" และผู้กำหนดชีวิตเราสองคนก็คงจะมีแค่คุณยายนี้แหละ ส่วนคุณพ่อคุณแม่แทบจะไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวชีวิตของลูกอย่างพวกเราเลย โรงพยาบาล "คุณหมอคะท่าน ผอ. เรียกพบค่ะ" นางพยาบาลสาวเดินเข้ามาบอกหมอทักษ์เมื่อช่วงเวลาพักพอดี "ครับ เดี๋ยวผมไป" หลังจากรับคำคุณหมอหนุ่มก็เริ่มนวดขมับตัวเอง . . ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล (ห้อง ผอ.ผู้บริหารระดับสูง) แอ๊ด~ เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้คนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมองหลานชายตัวเอง "สวัสดีครับท่าน ผอ." ผมทักทายคุณอาไปตามมารยาท "ไงเรา นั่งก่อนสิทักษ์ อามีเรื่องจะคุยด้วยแล้วก็อยากเจอเราพอดี ทำไมไม่กลับบ้านบ้างหื้อ พ่อแม่นายคิดถึงจะแย่รู้ไหมมาบ่นให้อาฟังทุกวันเลย" ผมฟังอาที่บอกกับผม แต่ผมไม่ค่อยได้สนใจหรอกครับ ปกติพ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้ผมอยู่แล้วจะมาคิดถึงอะไรเอาปานนี้ "ไหนอาบอกมีเรื่องจะคุยไงครับ ผมฟังอยู่" ผมบอกกลับไปเพราะไม่อย่างเฉไฉไปเรื่องอื่น ตอนนี้ผมโฟกัสที่เรื่องงานและเรื่องของตัวเองเป็นหลัก "โอเค ๆ อาอยากให้เราย้ายไปทำงานสาขาที่ไทยนะเราจะสะดวกหรือเปล่า ทางที่ดีลองปรึกษาพ่อกับแม่นายดูก่อนก็ได้นะทักษ์ อาไม่รีบ แต่ขอคำตอบภายในครึ่งปีนี้นะ" ผมฟังอาทิวเขา อยู่เงียบ ๆ และคิดตาม ก็ดีผมเบื่อที่นี้เต็มทนวัน ๆ มีแต่คนไข้ปราสาท มาวุ่นวายไม่เลิก "ผมโตแล้วคับอาผมตัดสินใจเองได้ ทำไมต้องให้ผมปรึกษาพ่อแม่ด้วยทำอย่างกับอยู่ให้ปรึกษาอย่างนั่นแหละ" ผมพูดจาประชดออกไป แต่มันก็คือเรื่องจริง พ่อแม่ของคนอื่นผมไม่รู้หรอกครับ แต่สำหรับผม พ่อกับแม่ไม่เคยมีเวลาให้ ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของผมก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับพวกเขา ผมไม่โกรธไม่เกลียดที่พวกเขาไม่มีเวลาให้ ผมเลยเลือกที่จะเรียน หนัก ๆ เพื่อที่จะไม่มีเวลาว่างมาคิดวุ่นวายหรือน้อยใจพวกท่านเช่นกัน "เฮ้อ~ เรานี้นะเอาเถอะ ๆ ตามใจ ตัดสินใจอย่างไรก็บอกอาอีกทีละกัน นี้ก็จะบ่ายแล้วทานอะไรมาหรือยังละ จะออกไปกินข้าวกับอาไหม" ทิวเขาถามหลานชายด้วยความเอ็นดูแม้ว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้จะไม่ค่อยว่างตามที่หลานชายบอก จริง ๆ นั่นแหละไม่รู้จะวางมือเรื่องธุรกิจได้ตอนไหน "ไม่ดีกว่าครับผมขอตัว ผมทานมาแล้วเดียวจะมีเคสด่วนเข้ามาด้วย ผมไปทำงานก่อนแล้วกัน ไปละครับคุณอาสวัสดีครับ" พูดจบผมก็เดินออกจากห้องทันทีโดยไม่สนใจอะไรเลย เพราะมีเคสด่วนเข้ามาจริง ๆ นั่นแหละ . . ภายในห้องของทิวเขา "ไงละพี่ชาย ฮ่า ๆ ฮ่า ละเลยหน้าที่ดีนักลูกไม่สนใจเลย สมน้ำหน้า ฮ่า ๆ ฮ่า" ทิวเขาว่าและหัวเราะให้พี่ชายอย่างสะใจ เพราะเขาเคยเตือนพี่ชายกับพี่สะใภ้ตัวเองไปหลายครั้งแล้ว จนเหนื่อยจะพูดจะเตือน "เอ่อกูรู้แล้วไม่ต้องซ้ำเติมมึงนี่แม่ง สมเป็นน้อง เห-ี้ยของกูจริง ๆ นะซ้ำเติมกูเก่งเหลือเกิน" ทิวทัศน์ว่าให้น้องชายตัวเองทันที เพราะเขาได้ยินสิ่งที่ลูกชายตัวเองพูดทุกอย่าง หลังจากนี้คงวางแผนกับภรรยาเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ลูกชายให้มากกว่านี้อีกหน่อย “ถึงจะไม่ใช่คนดีมาก แต่งานนี้ผมช่วยพี่แล้วนะครับ โอนด้วยห้าล้าน” และนี้แหละคือตัวตนของ ผอ.โรงพยาบาลชื่อดังในต่างแดน หน้าเงินขูดรีดกับพี่น้อง “เป็นการขูดรีดที่เลือดเย็นมากรู้ตัวหรือเปล่าทิวเขา” พี่ชายสายเลือดเดียวกันแทน ๆ ยังขูดรีดเงินตรากันขนาดนี้ไม่อยากจะคิด ว่าใครมาขอความช่วยเหลือจากมันยอดจะไม่ทวีคูณไปเป็นสิบ ๆ เท่าเลยเหรอ “รู้น่า ก็ช่วยไม่ได้พี่ไม่ใส่ใจลูกตัวเอง อ่ะนะนี้ผมก็บวกค่าเลี้ยงดูไปแล้วนะยังไม่ถึงครึ่งเลยนะเนี่ย บวกเพิ่มอีกสักนิดดีไหมน๊า~” ทิวเขาพูดออกมาด้วยรอยยิ้มและแววตาเจ้าเล่ห์ตามภาษาน้องชายใจบาป “พอ ๆ เลิกคิดล้างผลานพี่ชายตัวเองได้แแล้ว รวยก็ รวย โรงบาลก็มีตั้งสองสาขาจะเอาเงินจากพี่ทำอะไรเยอะแยะทิวเขา” เงินแค่ไม่กี่ล้านเขาไม่ได้งกหรอกนะแต่เหตุผลของน้องชายนี่สิอยากจะรู้เหมือนกัน “ถามได้ก็เอามาไว้เป็นค่าสินสอดให้น้องสะใภ้พี่ในอนาคตไง อย่าลืมละว่าผมยังหาเมียไม่ได้เพราะใคร ชิน่าหมั่นไส้ชะมัดเลย” ทิวเขายังคงมองพี่ชายด้วยแววตาทะเล้นและเจ้าเล่ห์ตามฉบับน้องรักเหมือนเดิม แม้เรื่องราวในอดีตจะไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว แต่ก็ลืมไม่ได้เช่นกัน “ทิวเขา พี่เคยขอร้องนายแล้ววไม่ใช่เหรอว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก” ทิวทัศน์เรียกน้องชายเสียงเข้มขึ้นมาทันที แล้วใครมันจะไปรู้เล่าว่าภรรยาของเขาจะเป็นอดีตคนรักของน้องชาย “ขอโทษ ขอโทษก็คนมันลืมตัวใครบอกให้พี่ถามจี้กันเล่า โอนมาก็พอเดียวจะไปเกี้ยกล่อมหลานให้ละกัน” ทิวเขารีบบอกพี่ชายไปทันทีเพราะตัวเขาเองพอนึกถึงเรื่องนี้ที่ไรก็เผลอหลุดปากลืมตัวตลอดเลย “อืม ๆ ช่างเถอะเดียวพี่โอนเข้าบัญชีแกเลยละกันไปละ” ทิวทัศน์ พูดจบก็เดินออกจากห้องไปทันทีเพราะเขานัดกับ ภรรยาเอาไว้แล้ว หลังจากที่พี่ชายออกไปเพียงไม่นานข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินก็ดังขึ้นมาทันที ทิวเขามองด้วยความพึ่งพอใจกับจำนวนเงินเกินจากที่ขอไป กระตุ้นพี่ชายนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้คาสัมมาคุณมาสองเท่าแบบเก๋ ๆ ตามสไตล์คนหล่อและฉลาด บนตึกวอร์ดสูนติ “คุณหมอคะมาพอดีเลยมีเคสผ่าคลอดด่วนค่ะคุณหมอปากมดลูกคุณแม่เปิดแต่เด็กไม่ยอมกลับหัว ทางญาติคนไข้เซ็นเอกสารเรียบร้อยค่ะรอคุณหมอทำการผ่าคลอด” ผู้ช่วยพยาบาลรีบพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่เห็นหมอทักษ์ กลับเข้ามาในแผนกแล้ว “โอเคอุปกรณ์พร้อมแล้วใช่ไหมครับ คนไข้ต้องการผ่าแบบไหนบล็อคหลังหรือดมยา” ผมถามพยาบาลผู้ช่วยที่คุณอาส่งมาให้ค่อยช่วยงานทันทีที่กลับเข้ามาในตึกวอร์ดที่ประจำอยู่พอเสร็จพิธีรับรางวัลของเด็ก ๆ ทุกคนก็พากันมาเดินชอปปิ้งในห้างต่อโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือเพลียบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีแอนเนอร์จีในการอยากทำงานที่รักและมีความสุขไปพร้อมกับมัน "พี่ว่าเราเข้าร้านนี้ดีไหมครับ" หมอทักษ์ถามความเห็นของว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ "จำเป็นหรือเปล่าคะพี่หมอ" สกาวมองเข้าไปในร้านที่คุณหมอบอก ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ของเล่นซึ่งลูกเธอน่าจะมีเยอะเพราะลุงและป้าค่อนข้างสปอยล์หลานรัก "ครับหนูว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ" หมอที่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาอยากจะซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ "ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ เพราะของพวกนั้นเด็ก ๆ มีกันเยอะ" สกาวมองหน้ามองทักษ์พูดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่อาจจะทนมองสายตาผิดหวังของคุณหมอได้นาน "พี่ไม่ได้เสียใจพี่แค่เสียดาย เสียดายช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแปดปี" หมอทักษ์พูดขึ้นมาพร้อมตีหน้าเศร้า ส่วนสกาวนั้นมึนงง เสียบพลันเหมือนว่าเราจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน"ค่ะ พี่หมอกำลังจะพูดให้กาวรู้สึกผิดเหรอคะ" สกาวรีบตั้งสติแหละถามกลับทันที "เปล่าครับพี่
"คุณลุงครับพวกเรา ต้องตัดชุดกันใหม่กันทุกคนเลยเหรอครับ" เฟียสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในเมื่อชุดตั้งโชว์อยู่ในร้านก็มีมากมายทำไมถึงยังต้องตัดชุดอีก "ใช่ครับ งานรับรางวัลของหลาน ๆ ทั้งทีจะน้อยหน้าไม่ได้หรอกนะ ต้องสวยต้องหล่อต้องเท่ห์และต้องดูดีด้วยครับ" สกายอธิบายเหมือนวิญญาณนักดีไซน์เนอร์เข้าสิง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคเท่านั่น"ทุกคนรอสักครู่นะ เดี๋ยวดีไซน์เนอร์ประจำตัวของลุงจะมาดูแลทุกคนเอง" สกายมอง หลาน ๆ ที่มีแววตาตื่นเต้นสุด ๆ ในตอนนี้ก็เผลอยิ้มออกมา "ผมนั่งรอตรงนี้แล้วกันนะครับ สกาวมานั่งข้าง ๆ พี่สิ" หมอทักษ์พูดพร้อมทั้งยังคว้ามือเธอดึงเบา ๆ มานั่งลงข้างตัวเขาเอง "อ่ะ พี่หมอ" สกาวไม่ทันตั้งตัวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่นทั้งห้าคนใช้เวลาในการตัดชุดออกงานเกือบสี่ชั่วโมง "หิวกันหรือยังเด็ก ๆ ไปทานชาบูกันไหม" สกายถามหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เฟียสหิวแล้วครับ" "ซีเฟียก็อยากกินชาบู ชาบูสะดวกที่สุด" "งั้นเราไปร้านชาบูที่ชั้นสี่กัน ร้านนี้ของสดใหม่ทุกวัน" หมอทักษ์มองทุกคนที่ดูเหนื่อยล้าและหิวมาก "ไปก
"มาสิครับ" หมอทักษ์ยังคงรบเร้าคนที่เขิลจนหน้าแดงกล่ำ "คือว่ากาว กาวขอตัวออกไปตรวจคนไข้ก่อนนะคะ" หญิงสาวเองรีบรนรานจะสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคะมำล้มลงไปกะบพื้น โชคดีที่หมอทักษ์คว้าตัวเธอเอาไว้ทัน "ระวังหน่อยสิครับ" ทั้งสองสบตากันคำพูดมากมายที่อยากพูดกลับกลายเป็นอยากจะเอ่ยปากขึ้นมาดื้อ ๆ "คะ..ค่ะ" สกาวรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมายืนปกติเพราะตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหมอทักษ์ "ครับเดินระวังนะ ระวังตกหลุมรักพี่" หมอทักษ์มองหญิงสาวด้วยแววตาหลงไหลและชื่นชมอยู่ในใจ ว่าที่ภรรยาของเขาน่ารักมากจริง ๆ . "หมอสกาวคะวันนี้มีเคสตรวจภายในสองคิวค่ะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยแจ้งทางหมอสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก "ได้ค่ะประมาณกี่โมงค่ะ ตอนบ่ายสกาวมีธุระต้องรีบหน่อยนะคะ" สกาวบอกพยาบาลสาวผู้ช่วย ก็เดินออกจากห้องพักพร้อมไปรับเคสของวันนี้ทันที ช่วงเช้าที่หมอแต่ละวอร์ดต่างก็ยุ่งมาเกือบครึ่งวันในที่สุดสกาวก็เตรียมจะออกเวรไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านตัดสูทและชุดราตรีประจำของเธอ "ไปไหนครับคนสวยของผม" หมอทักษ์เดินเข้ามาทักหลังจากสวนทางกันบนทางเดินของโรงพยาบาล "ไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านค่ะกาวออ
เช้าวันทำงานที่สดใส หมอทักษ์และหมอสกาวเดินเข้ามาในห้องพักประจำวอร์ดพร้อมกันจนเป็นที่จับสายตามองของเหล่าพยาบาลและหน่วยแพทย์สำรองของทั้งตึก "ยิ้มหวานกันมาเชียวนะคะ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ" พยาบาลผู้ช่วยของสกาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแพทย์สาวมีแต่รอยยิ้มประดับประดาอยู่บนหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาในวอร์ด"แน่นอนค่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะคะ" สกาวยิ้มรับบอกผู้ช่วยพยาบาลคนสวยของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง และมองดูรายชื่อของคนไข้ที่เธอนัดเอาไว้ "โอเคค่ะคุณหมอคนสวย พี่แพรขอไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลผู้ช่วยสาวเดินออกไป ทำหน้าที่ของตัวเองเนื่องจากหมอท่านอื่นขอดึงตัวเธอไปทำงานชั่วคราวเนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ "ตามพี่เข้าไปในห้อง" หมอทักษ์ มองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว "อะไรอีกล่ะเนี่ย เฮ้ย" สกาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินตามหมอทักษ์เข้าไปในห้อง"มานั่งใกล้ ๆ เฮียสิ แบบนี้จะห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่าครับ เมื่อคืนเราพึ่งร่วมรักกันไปเองนะ ทำไหมหนูลืมง่ายจัง" หมอทักษ์ เริ่มออกอาการงอแงทันทีที่ไม่ได้ดังใจเข้าอยากได้กำลัง
ภายในร้านอาหาร ทั้งสองคนนั่งรออาหารมาเสิร์ฟและคุณแม่ท้องโตที่โวยวายเมื่อครู่ก็สงบลงเพราะได้สั่งในสิ่งมี่อยากลองกินสมใจ "หายงอนยังครับ" คนที่นั่งมองเธอตั้งแต่สั่งอาหารเสร็จก็ถามออกมา "ก็พี่หมอพูดจาไม่ดีทำให้หนูเข้าใจผิด ไม่รู้แหละแต่หนูไม่ได้งอนสักหน่อย" สกาวรีบปฏิเสธทันทีที่ถูกกล่าวหา
ภายในห้องตรวจ"คุณหมอสวัสดีค่ะ" แพทย์หญิง ชารันญา ทักทายผู้บริหารที่ตอนนี้กำลังนั่งมองดูอัลตราซาวด์ข้าง ๆ สกาวและค่อยมองจอที่ปรากฏ ขนาดและน้ำหนักตัวของเด็ก ๆ ขึ้นที่ละคน "มาทำงานสายนะครับ" หมอทักษ์ไม่ได้สนใจคนเดินเข้ามาใหม่อย่างหมอ ชารันญา เพราะเขากำลังสนใจสิ่งมีชีวิตในครรภ์มารดา "ข
"ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอครับ ถอดได้ไหมถ้าถอดไม่ได้เดี๋ยวพี่ถอดให้" หมอทักษ์เดินเข้ามาเห็นคนที่กำลังพยายามจะถอดชุดตัวเองออก เธอเหนื่อยจนต้องนั่งถอนหายใจออกมากหลายครั้งเพราะ ชุดที่ตัวเธอเองเลือกที่จะใส่ ทั้ง ๆ ที่คุณหมอเตือนแล้วก่อนออกจากห้องไปชมวิว แต่คนดื้อแบบเธอมีเหรอที่จะฟังเขา ไม่ได้ดั่งใจก็มีบีบน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองที่เดินทางมาหลายสัปดาห์เรือสำราญก็จอดเข้าแทบท่าที่อ่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยว และคนที่มีจุดหมายลงที่ประเทศได้ก็เริ่มเช็คเอาท์ออก และบัตรการ์ดที่เชื่อมบัตรของแต่ละคน ทางเรือก็ไม่คิดเก็บคืนถือว่าเป็น ของกำนันเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักท่องเที่ยวไว้สะสม"มาพี่ช