ログイン“เตรียมของหรือยัง นี้ถ้าคุณยายไม่มีธุระด่วนที่ต่างประเทศนะแกได้กลับไทยตั้งแต่วันนี้แล้วยัยสกาว ยัยเด็กดื้อกล้าลั้นคำสั่งคุณยายถือว่าเก่งมากน้องสาวพี่ ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ” ใช้แล้วละคุณยายมีธุระด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋าที่ต่างประเทศเพราะบริษัทมีปัญหาใหญ่ แน่นอนว่าฉันไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องพวกนี้แน่นอน รอพี่สการับปริญญาปัญหาภายในบริษัทจะแก้ไขเสร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้
“นี้ชมหรือด่าเอาสักอย่างเถอะน่า กาวเตรียมเสร็จแล้วพี่เองเหอะน้ำยังไม่ได้อาบมายังมีหน้ามาถามฉันอีกเหรอว่าเตรียมของเสร็จยัง” ฉันมองพี่ชายที่ใส่ชุดนอนที่มีแค่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงในสีดำที่เลยง้ามขามาแค่หนึ่งนิ้ว! เป็นภาพที่ชินตามาตั้งแต่มัธยมต้นยันมหาลัย ไม่รู้ชอบอะไรกับการอยู่บ้านลุคนี้นักหนา “ดูสะภาพตัวเองต่างกันตรงไหน ไอชุดนอนไม่ได้นอนนี้ใส่ให้ใครดูไม่ทราบผัวก็ไม่มี” ฉันฟังพี่ตอบกลับอย่างไม่สนใจมากนักหรอก “แต่ฉันมีลูก~” ฉันตอบกลับทันทีโดนไม่สนใจคนทำตาโตด้วยความอึ้งอยู่หน้าห้อง “เหอะให้ตายสินี้ฉันแน่ใจแล้วนะเนี่ยว่าแกจงใจตั้งท้องแถมยังแอบเลือกพ่อพันธุ์ดีอีกด้วยใช่ไหม ยอมรับมาเลยนะไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณยาย! ยัยเด็กตัวแสบ” พี่ชายหันมาพูดจาเพื่อยุเอาคำตอบแต่พี่อาจจะลืมไปว่าฉันก็เก็บความลับให้เขาอยู่เช่นกัน “ลองดูสิกาวจะบอกคุณยายเหมือนกันว่าพี่แอบเปิดห้องเสื้อและแอบเรียนแฟชั่นดีไซน์ควบคู่กับการเรียนหมอ ถึงได้แก่เรียนไปหลายปีไม่ยอมจบกับเขาสักที เพื่อนตัวเองแต่งงานมีครอบครัวกันไปหมดแล้วเหลือแต่พี่นั้นแหละเรียนก็เรียนก่อนเพื่อนจบก็จบช้ากว่าเพื่อน แบร่~” ฉันมองพี่ชายอย่างจริงจังนี้เรายืนทะเลาะกันเพราะเรื่องอะไรไร้สาระอีกแล้วเหรอเนี่ยให้ตายสิ “ชิยัยเด็กขี้ฟ้องฝากไว้ก่อนเถอะ” ฉันมองพี่ชายด้วยหน้าเหนือกว่าก่อนจะคิดได้ว่าไม่ควรเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระของตัวเองกับพี่ชาย “ไปอาบน้ำเลยนะน้องก็จะไปอาบน้ำแล้ว เนี่ยคุยกับพี่เสียเวลาแต่งไปตั้งหลายนาที” ฉันบ่นออกมาเบา ๆ แต่อยู่ในระดับตั้งใจให้พี่ชายได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง “เชอะยัยเด็กแสบฝากไว้ก่อน พี่เอาคืนเธอไม่ได้แต่กับลูกเธอก็ไม่แน่หรอก” ฉันจ้องเขม็งไปที่พี่ชายทันทีกล้าดียังไง! “นี้หลานพี่นะคะ!” ชิฉันสะบัดหน้ากลับเข้าห้องตัวเองและก็ได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ชายตัวเอง โอเคโดนยัวโมโหสำเสร็จแล้วไอ้พี่บ้านี้! ‘ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ’ สกายหัวเราะอย่างพึงพอใจกลับเข้าห้องตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัว และก็ต้องมานั่งรอน้องสาวประหนึ่งคนใช้ “ชักช้าจริง ปานี้แพทย์คงมีงานทำกันหมดแล้วมั้ง” หลังจากสายตาเหลือบไปเห็นน้องสาวเดินมาทางตัวเองก็เอ่ยวาจาประชดขึ้นมาทันที อย่างไม่ได้จริงจังนัก “ชิ ก็ทำงานไปสิเกี่ยวไรกับกาวอ่ะกาวไม่ได้ไปทำงานเข้าเสียหายสักหน่อยแค่ไปสายเองเถอะ พี่นั้นแหละเรื่องเยอะ นี้แต่งตัวขนาดนี้พี่จะไปโรงบาลหรือไปเที่ยวแดนสวรรค์วิมานบนดินฮะ” สกาวมองสำรวจพี่ชายด้วยสายตาที่แปลก ๆ จนทำให้คพี่ทำตัวไม่ถูก นี้พี่ชายฉันเป็นวันนั้นของเดือนเหรอแต่งตัวแปลก ๆ ในครบเช็ตขนาดนี้ถ้ามีบอดี้สูท กับเน็กไทนี้คือผู้บริหารเลยนะนั่น “มองขนาดนี้ไม่กลืนลงท้องไปเลยล่ะยัยน้องบ้า!” เหอะกลืนได้คงกลืนไปนานแล้วจะได้ไม่ต้องมาแบ่งแย่งสมบัติของคุณยาย “ก็พี่แต่งตัวแปลก ๆ ปกติก็เห็นใส่แต่เสื้อยืดคอกลมวันนี้เกิดนึกคึกอะไรขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้คะ” ฉันมองพี่ชายตัวเองหรือว้านัดสาวไว้นะ "ก็เปลี่ยนลุคบ้างไม่ได้หรือไงเล่า เสร็จยังไปได้ละแวะห้างก่อนนะ" พี่สกายพูดจบก็เดินตัวปลิวออกไปเลย "อะไรของเขา" ฉันที่มองตามก็ต้องตั้งสติรีบเดินตามออกมา จะรีบไปไหนห้างก็ไม่มีขามันก็ตั้งอยู่ที่เดิม . ภายในรถ "นัดสาสไว้ละสิ ใช่ไหมยอมรับมานะ!" หลังจากเปิดประตูขึ้นรถมาฉันก็รีบหันหน้าไปถามพี่ชายตัวเองทันที "เปล่าสักหน่อย แค่จะแวะซื้อของแกนี้ชอบจับผิดพี่ชายตัวเอง พี่แกเป็นคนแบบนั่นหรือไงยัยกาว" ร้อนรนเก่งที่หนึ่งแค่ถามเฉย ๆ แค่ทำหน้าจริงจังนิดเดียวเองนะ "อะไรแค่ถามเฉย ๆ หรือนัดสาวไว้จริง ๆ ยอมรับมาชะดี ๆ ก่อนเรื่องจะถึงหูคุณยาย" ฉันขู่ออกมาทันทีความจริงก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ชายตัวเองไม่กลัวหรอก ไม่ได้ปิดบังแต่แค่ยังไม่ได้บอกเฉย ๆ "ไม่ได้นัดสาว แต่นัดทำธุรกิจเข้าใจใหม่ชะยัยหนู" พี่สกายตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแถมยัยยักคิ้วกวนประสาทอีก ชิ ตอบมาตั้งแต่แรกก็จบทำไมต้องให้คาดคั้นด้วยก็ไม่รู้ "ธุรกิจ อะไรอะคุยด้วยได้ไหม" ฉันรีบเอามือเกาะแขนพี่ชายพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ให้ดูน่ารักทันที "ไปเดอนเล่นรอเถอะ อย่างพึงมาขัดขวางความร่ำรวยของพี่เลยน้อง" เหอะตอนนี้จนมากมั้ง ขัดจวางความรวยอะไรพูดมาได้ "เชอะ ใจร้ายมาก! ค่ะ!" ฉันก็ไม่สนใจพี่ชายตัวเองอีกต่อไป นั่งกดโทรศัพท์เล่นระหว่างรถขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนน ก็สั่งจ้องสินค้าในแอปพลิเคชันไปพราง ๆ จะได้ไม่เสียเวลารอ เมื่อไปถึงชอปต่าง ๆ "ถึงแล้ว เดินเล่นรอเลยนะ อีกสักชั่วโมงพี่โทรตามละกัน" พี่สกายบอกฉันก่อนจะหยิบกระเป๋าเอกสารต่าง ๆ หลังรถ "หื้ม~ คุยนานขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วหล่นพี่จะได้ไปพบคุณหมอไหมคะวันนี้อ่ะ" ฉันถามพี่ชายด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยทำธุรกิจเลยไม่รู้เวลาที่แน่นอน แค่สงสัยเฉย ๆ "ถ้าไม่มีปัญหาก็แปบเดียว พี่บอกเพื่อเวล่ไว้เฉย ๆ เราก็ไปเดินเล่นรอหรือจะไปดูหนังรอก็ได้นะ" ฉันมองพี่ชายที่รีบก้าวเดินห่างจากรถไป อะไรจะรีบขนาดนั่น "ไปกินติมกันตัวเล็ก" ฉันมองหน้าท้องตัวเองและบอกลูกที่ไม่รู้ว่าจะรับรู้สิ่งที่ฉันบอกได้หรือเปล่า . ร้านไอศครีม "เอาวนิลาเซทค่ะ" ฉันสั่งพนักงานร้านก่อนจะมองเมนูอื่น ๆ ไปด้วย "รับอย่างเดียวนะคะลูกค้า" "ค่ะ" ตอบออกไปตาก็มองเมนูต่าง ๆ ไปด้วยน่ากินทั้งนั้นเลยอ่ะ เห้อ~ กินคนเดียวคงไม่หมดหรอก . อีกด้าน "หวัดดีครับ คุณสกาย" เสียงทุ้มทักทายคนรุ่นลูกรุ่นหลาน "สวัสดีดีครับคุณทิวทัศน์ ขอโทษที่ต้องให้รแนะครับ" สกายรีบขอโทษขอโพยทันทีที่เห็นคนที่นัดไว้มาก่อนเวลาสะอีก นี้ขนาดเขานัดเพื่อเวลาตั้งสิบห้านาที "ไม่ต้องหรอกครับยังไม่ถึงเวลานัดด้วยซ้ำผมเองที่รีบมาก่อน เชิญคุณสกายนั่งก่อนครับ" สกายน้อมหัวขอบคุณก่อนจะนั่งฝั่งตรงข้าม "ผมอยากให้แบรนด์เสื้อผ้าของคุณสกาย ขึ้นโชว์บนห้างนะครับ เอาจริง ๆ ผมชอบเนื้อผ้ามากใส่สบายมากภรรยาผมก็ชอบดีไซน์ชุด ของคุณด้วยคุณสกายเก่งมากเลยครับ ความจริงเราอยากเอาไปขึ้นที่สาขาประเทศไทยมาก" คนหัวธุรกิจทำธุรกิจมาหลายสิบปี ดูแค่แวบเดียวก็รู้ว่าบุคคลนี้จะไปไกลแค่ไหน "เอ่อ ความจริงผมอยากมาคุยรายละเอียดและสัญญา ก่อนนะครับว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนหรือเปล่า ความจริงผมก็กำลังหาหุ้นส่วนอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าดวงผมคงดีมั้งครับ คุณทิวทัศน์ทักเมลมาเอง ขอบคุณนะครับที่มองเห็นผลงานของผม" สกายอธิบายบายอย่างผ่อนคลาย การทำธุรกิจจะเครียดมากก็ไม่ได้เดียวงานจะผิดพลาดไปหมด "ออ ได้สิครับอันนี้เอกสารสัญญาร่วมลงทุน และอีกฉบับเป็นสัญญาผูกขาด นะครับถ้าคุณสกายเห็นชอบอย่างไรก็ตินต่อผมโดยตรงได้เลยนะครับ นี้นามบัตรผมครับ" สกายมองสัญญาสองฉบับสลับกันไปมาก่อนจะยื่นมือไปรับนามบัตรมาด้วย "มีข้อสงสัยอะไรหรือเปล่าครับ" ทิวทัศน์ถามคนที่กำลังครุ่นคิด "ทำไม่มีสัญญาตั้งสองฉบับละครับ" สกายยังคงคุยต่อเพราะเขาสงสัยจริง ๆ นั่นแหละ "ฮ่า ๆ ฮ่า ที่ผมมอบให้สองฉบับเพื่อให้คุณเปรียบเทียบว่าอั้นไหนคุ้มค่ากว่ากัน การทำธุรกิจไม่ง่ายหรอกนะครับ แต่ผมเชื่อว่าคุณจะประสบความสำเร็จเมื่อคุณได้ลงมือทำมัน" ทิวทัศน์อธิบายไปอย่างไหลลื่น เพราะเขาเป็นพวกที่มองคนขาด "อันที่จริงอีกไม่กี่เดือนผมก็ย้ายกลับไปอยู่ไทย ถ้าคุณทิวทัศน์อยากเอาแบรนด์ของผมขึ้นห้างที่ไทย จริง ๆ มันก็ได้ครับ แต่อาจจะยังไม่ใช้ปีนี้ผมต้องวางแพลนใหม่ เพราะหลานผมที่ใกล้จะลืมตามาสัมผัสโลกใบนี้ ผมต้องใช้เวลาหน่อยแต่คงไม่ถึงสองปีหรอกครับ" สกายบอกด้วยรอยิ้มแค่คิดไปถึงตอนหลานโต ความบันเทิงก็มีเต็มหัวไปหมด "นี้คุณสกายกำลังจะมาหลานเหรอครับ ยินดีด้วยนะครับ" ทิวทัศน์เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาคงคาดหวังอะไรกับลูกไม่ได้แต่ ยิ่งโตยิ่งตีตัวออกห่างเขาเองก็แอบเสียดายช่วงเวลาที่ลูกต้องการกับเป็นเขาเองที่ทำงานหนัก พอตอนนี้เขาก็ต้องการอยากมีเวลากับลูกบ้าง "ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมเอาเอกสารไปอ่านที่บ้านละกันนะครับยังไงผมจะติดต่อคุณทิวทัศน์กลับไป แต่ตอนนี้ต้องไปธุระต้องพาน้องสาวไปฝากครรภ์นะครับ" สกายบอกกับเจ้าของธุรกิจระดับทวีป ที่ครองตลาดแฟชั่นในหลายประเทศ "ตามสบายครับ เดียวผมก็จะต้องไปธุระต่อเหมือนกันยังไงก็อย่าลืมติดต่อมานะครับผมจะรอ" ทิวทัศน์บอกก็จะลุกขึ้นและคุยกับสกายก่อนเดินออกจากร้านไปพร้อมกัน "ยังไงก็อย่าลืมเอาหลานมาอวดนะครับผมจะรอ" ทิวทัศน์บอกอย่างจริงจัง "ได้ครับงั้นผมขอตัวก่อนเดินทางปลอดภัยครับ ขอบคุณอีกครั้งที่มองเห็นธุรกิจเล็ก ๆ ของผม" "เช่นกันครับ ก็ต้องขอบคุณ คุณสกายด้วยที่ตอบรับเมลผมด้วยนะครับ" ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันทันที ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด 'ฮะโหลค่ะพี่' ปรายสายตอบรับเสียงใส "อยู่ไหนพี่คุยธุระเสร็จแล้ว เดียวพี่เดินไปหา" 'ตอนนี้เหรอคะ ตอนนี้กาวอยู่ที่....'เช้าวันทำงานที่ดูเหมือนว่าจะสดใสของหมอสูติได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังจากงานรับรางวัลของเด็ก ๆ "คุณหมอสกาวคะ วันนี้มีคนไข้นัดตรวจสุขภาพและเก็บไข่ค่ะ" ผู้ช่วยพยาบาลสาวของเธอรีบรายงานตารางการทำงานของวันนี้ทันทีเมื่อเธอเดินเข้ามา "กี่เคสคะวันนี้" สกาวนั่งมองตารางงานตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกว่าวันนี้อาการของเธอจะไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร "หกเคสค่ะคุณหมอ วันนี้มีผ่านคลอดสองคิวนะคะ" ผู้ช่วยพยายาลสาวเมื่อแจ้งคิวตารางงานเสร็จก็มองหน้าหมอสกาวที่กำลังเมอลอยพอดี "หมอคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะวันนี้" ผู้ช่วยพยาบาลสาวถามอแกมาด้วยควาทเป็นห่วง "กาวนอนน้อยนะคะ ช่วงนี้รับเคสเยอะขึ้น" สกาวตอบผู้ช่วยสาวออกมาเบา ๆ จะให้เธอพูดความจริงได้ยังไงว่า เพราะ 'หมอทักษ์เล่นเช้าถึงเย็นถึง จนเธอเพลียกายไปหมด' "ออ ที่แท้ก็คนมีความรักมักจะมีหน้าตา เหนื่อยล้านี้เอง" ผู้ช่วยพยายบาลสาวยิ้มอย่างรู้ทัน เพราะตารางงานของหมอสกาวอยู่กับเธอทุกสัปดาห์ทำไมจะไม่รู้ว่าเคสไม่ได้เยอะขึ้น แค่หมอสาวคนสวยนอนน้อยเพราะมีแฟน "พอเลยไปทำงานได้แล้วค่ะ" สกาวรีบกล่าวไล่คนรู้ทัน ออกจากห้องพักของเธอทันที่ "ไปแล้วค่
พอเสร็จพิธีรับรางวัลของเด็ก ๆ ทุกคนก็พากันมาเดินชอปปิ้งในห้างต่อโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือเพลียบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีแอนเนอร์จีในการอยากทำงานที่รักและมีความสุขไปพร้อมกับมัน "พี่ว่าเราเข้าร้านนี้ดีไหมครับ" หมอทักษ์ถามความเห็นของว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ "จำเป็นหรือเปล่าคะพี่หมอ" สกาวมองเข้าไปในร้านที่คุณหมอบอก ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ของเล่นซึ่งลูกเธอน่าจะมีเยอะเพราะลุงและป้าค่อนข้างสปอยล์หลานรัก "ครับหนูว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ" หมอที่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาอยากจะซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ "ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ เพราะของพวกนั้นเด็ก ๆ มีกันเยอะ" สกาวมองหน้ามองทักษ์พูดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่อาจจะทนมองสายตาผิดหวังของคุณหมอได้นาน "พี่ไม่ได้เสียใจพี่แค่เสียดาย เสียดายช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแปดปี" หมอทักษ์พูดขึ้นมาพร้อมตีหน้าเศร้า ส่วนสกาวนั้นมึนงง เสียบพลันเหมือนว่าเราจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน"ค่ะ พี่หมอกำลังจะพูดให้กาวรู้สึกผิดเหรอคะ" สกาวรีบตั้งสติแหละถามกลับทันที "เปล่าครับพี่
"คุณลุงครับพวกเรา ต้องตัดชุดกันใหม่กันทุกคนเลยเหรอครับ" เฟียสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในเมื่อชุดตั้งโชว์อยู่ในร้านก็มีมากมายทำไมถึงยังต้องตัดชุดอีก "ใช่ครับ งานรับรางวัลของหลาน ๆ ทั้งทีจะน้อยหน้าไม่ได้หรอกนะ ต้องสวยต้องหล่อต้องเท่ห์และต้องดูดีด้วยครับ" สกายอธิบายเหมือนวิญญาณนักดีไซน์เนอร์เข้าสิง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคเท่านั่น"ทุกคนรอสักครู่นะ เดี๋ยวดีไซน์เนอร์ประจำตัวของลุงจะมาดูแลทุกคนเอง" สกายมอง หลาน ๆ ที่มีแววตาตื่นเต้นสุด ๆ ในตอนนี้ก็เผลอยิ้มออกมา "ผมนั่งรอตรงนี้แล้วกันนะครับ สกาวมานั่งข้าง ๆ พี่สิ" หมอทักษ์พูดพร้อมทั้งยังคว้ามือเธอดึงเบา ๆ มานั่งลงข้างตัวเขาเอง "อ่ะ พี่หมอ" สกาวไม่ทันตั้งตัวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่นทั้งห้าคนใช้เวลาในการตัดชุดออกงานเกือบสี่ชั่วโมง "หิวกันหรือยังเด็ก ๆ ไปทานชาบูกันไหม" สกายถามหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เฟียสหิวแล้วครับ" "ซีเฟียก็อยากกินชาบู ชาบูสะดวกที่สุด" "งั้นเราไปร้านชาบูที่ชั้นสี่กัน ร้านนี้ของสดใหม่ทุกวัน" หมอทักษ์มองทุกคนที่ดูเหนื่อยล้าและหิวมาก "ไปก
"มาสิครับ" หมอทักษ์ยังคงรบเร้าคนที่เขิลจนหน้าแดงกล่ำ "คือว่ากาว กาวขอตัวออกไปตรวจคนไข้ก่อนนะคะ" หญิงสาวเองรีบรนรานจะสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคะมำล้มลงไปกะบพื้น โชคดีที่หมอทักษ์คว้าตัวเธอเอาไว้ทัน "ระวังหน่อยสิครับ" ทั้งสองสบตากันคำพูดมากมายที่อยากพูดกลับกลายเป็นอยากจะเอ่ยปากขึ้นมาดื้อ ๆ "คะ..ค่ะ" สกาวรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมายืนปกติเพราะตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหมอทักษ์ "ครับเดินระวังนะ ระวังตกหลุมรักพี่" หมอทักษ์มองหญิงสาวด้วยแววตาหลงไหลและชื่นชมอยู่ในใจ ว่าที่ภรรยาของเขาน่ารักมากจริง ๆ . "หมอสกาวคะวันนี้มีเคสตรวจภายในสองคิวค่ะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยแจ้งทางหมอสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก "ได้ค่ะประมาณกี่โมงค่ะ ตอนบ่ายสกาวมีธุระต้องรีบหน่อยนะคะ" สกาวบอกพยาบาลสาวผู้ช่วย ก็เดินออกจากห้องพักพร้อมไปรับเคสของวันนี้ทันที ช่วงเช้าที่หมอแต่ละวอร์ดต่างก็ยุ่งมาเกือบครึ่งวันในที่สุดสกาวก็เตรียมจะออกเวรไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านตัดสูทและชุดราตรีประจำของเธอ "ไปไหนครับคนสวยของผม" หมอทักษ์เดินเข้ามาทักหลังจากสวนทางกันบนทางเดินของโรงพยาบาล "ไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านค่ะกาวออ
เช้าวันทำงานที่สดใส หมอทักษ์และหมอสกาวเดินเข้ามาในห้องพักประจำวอร์ดพร้อมกันจนเป็นที่จับสายตามองของเหล่าพยาบาลและหน่วยแพทย์สำรองของทั้งตึก "ยิ้มหวานกันมาเชียวนะคะ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ" พยาบาลผู้ช่วยของสกาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแพทย์สาวมีแต่รอยยิ้มประดับประดาอยู่บนหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาในวอร์ด"แน่นอนค่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะคะ" สกาวยิ้มรับบอกผู้ช่วยพยาบาลคนสวยของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง และมองดูรายชื่อของคนไข้ที่เธอนัดเอาไว้ "โอเคค่ะคุณหมอคนสวย พี่แพรขอไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลผู้ช่วยสาวเดินออกไป ทำหน้าที่ของตัวเองเนื่องจากหมอท่านอื่นขอดึงตัวเธอไปทำงานชั่วคราวเนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ "ตามพี่เข้าไปในห้อง" หมอทักษ์ มองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว "อะไรอีกล่ะเนี่ย เฮ้ย" สกาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินตามหมอทักษ์เข้าไปในห้อง"มานั่งใกล้ ๆ เฮียสิ แบบนี้จะห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่าครับ เมื่อคืนเราพึ่งร่วมรักกันไปเองนะ ทำไหมหนูลืมง่ายจัง" หมอทักษ์ เริ่มออกอาการงอแงทันทีที่ไม่ได้ดังใจเข้าอยากได้กำลัง
"โซนนี้รถไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ" หมอทักษ์จ้องมองท้องถนนแกนกายยังสวนกระแทกไม่พัก ทำให้ร่องสาวรัดแน่นขึ้น "อยู่คฤหาสน์หลัง ยะ..ใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครการขับผ่านหรอกคะ" สกาวจ้องมองไปทางตันที่เป็นถนนหลังคฤหาสน์ซึ่งมันตรงกับหน้าต่างห้องของเธอ "เสียวไหม น้ำใกล้หมดตัวหนูหรือยัง" หมอทักษ์ด้มลงมองน้ำลักของหญิงสาวที่ไหลออกมาจะร่องสวาทไม่ได้พัก "อ่ะ สะ..เสียวค่ะกาวไม่ไหวแล้ว ฮะ..เฮียพอเถอะนะคะ" น้ำเสียงหวานร้องขอเหมือนเช่นอดีตที่เรียก หมอทักษ์ว่า 'เฮีย' ทำให้คนที่ใกล้จะปลดปล่อยหยุดกระแทก แล้วจับใบหน้าเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เพื่อเป็นการให้รางวัลเธอ "ไปนอนโก่งสะโพกให้เฮียบนเตียงดีกว่านะครับ" หมอทักษ์รีบพาหญิงสาวมานอนลงบนเตียงยกสะโพกเธอขึ้นมา เสียบท่อนรักลงในร่องสาวจนมิด ปึก ๆ ปึก ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ "อ๊า จุกค่ะ หนูจุกอ่าส~" เสียงหวานร้องครางออกมาตามจังหวะการกดกระแทกเข้าออกจะสุดทาง "เฮียชอบให้หนูเรียกว่า เฮียนะครับ ถ้าหนูฟังเฮียเคลียร์กับเฮียตั้งแต่แรกคงไม่ต้องมาโกงสะโพกครางจนเสียงแหบแบบมีตั้งแต่แรกแล้วครับ" หมอทักษ์ สวนแดนกายใส่ร่องสาวจนสุดลำรัก "อ๊าเสียว สะ..เสีย
ทั้งสองคนอาศัยอยู่บนเรือสำราญนานนับสัปดาห์เพราะเรือสำราญเข้าเทียบท่าหลายประเทศเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวที่เสียเงินเป็นจำนวนมากได้เปิดหูเปิดตาในสิ่งใหม่ ๆ และภูมิอากาศของแต่ละประเทศด้วยตัวเอง "อีกสามวันเรือก็เข้าเทียบท่าประเทศไทยแล้ว" หมอทักษ์ยืนกอดอกมองชมวิวอยู่บนดาดฟ้าของเรือพร้อมกับหญิงสาวที
ผมมองคนที่กำลังจ้องมองถาดอาหารของผมทั้งสีหน้าและท่าทางเหมือนคนที่กำลังร้องของในสิ่งที่ต้องการแต่เธอคงจะมีความเกรงใจอยู่ไม่น้อยเลยไม่กล้าขออีก"แลกกันไหมครับ" ผมถามเธอทันทีที่เห็นสายตาแบบนั้นรู้สึกเอ็นดูอาการที่แสดงออกมาของเธอ มันก็น่ารักดีนะครับ สกาวรีบพยักหน้าตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด
"หืมคนเยอะมากเลยค่ะ มอง ๆ เข้าไปในร้านแล้วดูอึดอัดอยู่นะ" สกาวที่ถูกหมอหนุ่มขอร้องให้นั่งรถเข็นวีแชร์ บ่นทั้งเงยหน้ามองคนที่คนซัพพอร์ตด้วยการเข็นรถให้เธอ "ครับ ปกติคนก็เยอะอยู่แล้วแบรนด์ใหม่พึ่งเข้าและกำลังดังมาก สินค้าตัวใหม่มักจะได้ขึ้นโชว์บนเรือสำราญก่อนจะถูกนำไปวางจำหน่ายในห้าง" หมอ
ปึก ๆ ตับ ๆ.ปึก ๆ เสียงสอดแทรกกระแทกเข้าออกของร่างชายหญิงทำให้น้ำในอ่างกระพือขึ้นมาเล็กน้อย "อ่ะ เบา ๆ เสียว อ่า~ หนูเสียว" สกาวหลับตาพริ้มรับแรงกระแทกด้วยความจำนนอย่างไม่ทันตั้งตัว "คิดว่าชอบนะ" หมอทักษ์กระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอเพื่อปลุกปั้นอารมณ์ "ไม่" เสียงปฏิเสธเบา ๆ ของสกาวทำให้เข







