Mag-log inก่อนที่จะค่อยค่อยดันแก่นกายเข้าไปในปากถ้ำ อย่างอ่อนโยนที่สุด แต่ทว่า!! แก่นกายของเขากลับเข้าไปได้เพียงส่วนตรงคอหยักเท่านั้น! ก็ถูกรบกวนด้วยเสียงเคาะประตูอย่างระรัวจากด้านนอก
ก๊อกๆๆ!!! ก๊อกๆๆ!! "แม่ง!! ใครวะ" เขาสบถด่าออกมาอย่างหัวเสีย กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วแท้แท้ ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะสมสุขของเขา "ใครมาหรอคะ?" เธอสังเกตเห็นสีหน้าของชายหนุ่มบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ จึงเอ่ยซักถามด้วยความเป็นห่วง มือเล็กเลื่อนขึ้นไปวางแน่นิ่งอยู่บนแผงอกแกร่งของคนตรงหน้า "ช่างมันเถอะ เรามาต่อแล้วของเราดีกว่า" มือหนาทำท่าจะยัดแก่นกายเข้าไปอีกรอบ แต่คราวนี้มีทั้งเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์และเสียงเคาะประตูดังตีกันมั่วไปหมด ก๊อกๆๆ!!🚪 'รับสิไอ้สัสเอ้ย! พ่อมึงโทรแหนะ' เสียงเพลงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ดังขึ้นหลายๆรอบ ซึ่งคาดคะเนได้ว่าคนที่เคาะประตูอยู่ด้านหน้าคือผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า "พ่อ.." เสียงทุ้มพึมพำอย่างแผ่วเบา สายตาคู่นั้นคล้ายกับแฝงความกังวลและหนักแน่นใจไว้จำนวนมาก มือหนาก็เลื่อนไปหยิบชุดคลุมสีขาวซึ่งแขวนพาดอยู่ตรงราวสแตนเลสข้างฝาผนัง มาสวมใส่ให้แก่คนตัวเล็ก "เดี๋ยวแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วออกไปด้านนอกนะ" เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของนุ่มนิ่มอย่างอ่อนโยน เธอก็ได้แต่พยักหน้าอือ ออ เป็นการตอบรับ แล้วปรายตามองเขาสวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายกลับดังเดิม แล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ แกร๊ก!🚪 ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าดูมีราศีของบุคคลตรงหน้า ชายหนุ่มวัยกลางคน สวมชุดสูทสีดำอย่างสุภาพ เหลือบขึ้นมองหน้าของชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ "...." ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาในห้อง เดินลงส้นอย่างหนักแน่น พร้อมกับหย่อนก้นกระแทกนั่งลงบนโซฟาหนังสีน้ำตาลหน้าโทรทัศน์ "เมื่อวานแกฝากเคสผ่าตัดคนไข้ไว้กับหมอกวาง ฉันก็นึกว่าแกจะไปรับหนูออมสิน มาทานข้าวเที่ยงตามนัด แต่ก็เปล่าเลย" น้ำเสียงของกรรชัยแฝงความสุขุมนุ่มลึกแลดูน่าเกรงขาม เขาเหลือบมองผู้เป็นพ่อเล็กน้อย ก่อนที่จะหย่อนก้นลงนั่งโซฟาหนังตัวถัดมา "แกไปไหนมา!" กรรชัยตะคอกด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้ง แล้วหันไปจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตาเขม้น จนทำให้เขาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น "ไม่ได้ไปไหนครับ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนห้วน สองมือประสานเข้าหากันด้วยความกังวล หากผู้เป็นพ่อไม่ยอมรับในตัวของนุ่มนิ่ม เรื่องราวระหว่างเขาทั้งสองคนก็คงจะเป็นไปได้ยาก "เอาหละ! งั้นฉันจะขอพูดตรงนี้เลยก็แล้วกัน" เสียงถอนหายใจพรืดใหญ่ดังขึ้นก่อนที่จะเอ่ยออกมา "ฉันจะให้แกแต่งงานกับหนูออมสินโดยเร็วที่สุด!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แลดูมีอำนาจ มิสามารถต้านทานความต้องการอันแรงกล้าจากกรรชัยได้ และแน่นอนการตัดสินใจส่งตัวลูกชายคนเดียวของตนให้ไปแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าสัวเศรษฐีหมื่นล้าน นับว่าเป็นผลดีต่อธุรกิจมืดของเขาอย่างมากเลยทีเดียว "..." เขาเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง เพราะกำลังครุ่นคิดแก้ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบที่สุด เท่าที่จำความได้เขาก็ไม่เคยขัดใจผู้เป็นบิดาเลยสักหน แต่หากครั้งนี้เขายินยอมทำตามคำร้องขอจากบิดา นั่นก็หมายถึงว่าเขาทรยศแก่ความรู้สึกของตนเองที่มีต่อนุ่มนิ่ม คนขาดความรักอย่างเขา โลกทั้งโลกมีเพียงความมืดหม่นสีเทาดำ จนกระทั่งมีเด็กผู้หญิงไร้เดียงสาที่ชื่อนุ่มนิ่มเข้ามาในชีวิต ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ แม้เป็นเพียงระยะเวลาอันน้อยนิด แต่กลับทำให้โลกของเขาสว่างไสวขึ้น ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันละลานตา เธอเหมือนเข้ามาเติมเต็มในส่วนของความรักที่เขาขาดหาย และร้องเรียกหามาตั้งแต่เด็กๆ!มีหรือเขาจะยอมปล่อยให้เธอคนนั้นหลุดมือไป "ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับออมสินเด็ดขาด" ชายหนุ่มเอ่ยบอกบิดาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากที่ชะงักไปตริตรองอยู่ครู่หนึ่ง "แกไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นกับฉัน!! เพราะนี่คือคำสั่ง ไม่ใช่คำถาม" กรรชัยตวาดเสียงดังลั่นกว่าเดิม เขาขบฟันแน่นดังกรอดกรอดด้วยความโมโห หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะใช้ไม้หวายฟาดก้นลูกชายไปเสียหลายทีแล้ว "ผมขอโทษนะครับพ่อ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่ว่าพ่อจะให้ผมทำอะไรผมก็ไม่เคยขัดสักครั้ง พ่ออยากจะให้ผมเรียนสายวิทย์คณิตผมก็เรียนให้ พ่ออยากให้ผมเรียนแพทย์ผมก็เรียนจนจบ 6 ปี พ่ออยากจะให้ผมต่อแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงพยาบาลของเรา ผมก็เรียนจนจบ ผมทำตามใจพ่อทุกอย่าง แต่ครั้งนี้ผมขอเถอะนะครับ ขอให้ผมได้เลือกเส้นทางเดินชีวิตของตนเอง" ชายหนุ่มกล่าวถ้อยคำด้วยน้ำเสียงร้องขอต่อผู้เป็นพ่อ ประโยคต่างๆมันทะลัักพรูขึ้นมาในหัวสมองสั่งการให้เขาพูดออกมาอย่างไม่สามารถหักห้าม ทุกสิ่งอย่างเหมือนโดนสั่งสมและค้างคาอยู่ภายในใจ แต่ตอนนี้รู้สึกโปร่งโล่งราวกับว่าได้ยกภูเขาออกจากอก เพี๊ยะ!! ฝ่ามือหนาของกรรชัยผู้เป็นบิดาฟาดเข้ามาบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอย่างหนัก ด้วยเนื้อกายของเขาพื้นฐานเป็นคนผิวขาว จึงปรากฏรอยประทับฝ่ามือแดงให้เห็นอย่างชัดเจน "ทำไมแกถึงไม่ยอมแต่งงานกับหนูออมสิน!" ได้ยินเสียงลมหายใจครืดคราดเข้าออกอย่างแรงกล้า "ผมไม่สามารถแต่งงานกับออมสินได้ เพราะผมมีเมียแล้ว" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปรับพาตัวของนุ่มนิ่มออกมาแนะนำให้ผู้เป็นบิดาได้รู้จัก "......." คนตัวเล็กยืนแข็งทื่อต่อหน้าของว่าที่พ่อตา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รังสีอำมหิตร้อนแรงจากแววตาของเขาแผ่กระจายออกมาทั่วร่าง "นุ่มนิ่ม นี่คุณกรรชัยเจ้าของโรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่ ท่านเป็นพ่อของฉัน" เขาเอ่ยบอกแก่หญิงสาวที่ยืนอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เธอยกมือขึ้นประกบเข้าหากันพร้อมกับก้มศีรษะลงไว้อย่างนอบน้อม แต่ทว่ากรรชัยกลับไม่ได้สนใจ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น "..." ชายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้กับหญิงสาว แล้วประคองเธอให้หย่อนก้นกลมลงนั่งบนโซฟาข้างๆกับตัวเขา "พ่อครับ นี่นะ-" เขากำลังจะแนะนำเมียเด็กของตนเองให้แก่ผู้เป็นพ่อได้รู้จัก แต่น้ำเสียงทุ้มของกรรชัยก็พูดแทรกคั่นกลางเข้ามาเสียก่อน "แกจะคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ มาเป็นภรรยาออกหน้าออกตาของตระกูลฉันเนี่ยนะ" น้ำเสียงฟังออกถึงความไม่พอใจ สายตาคมกริบจ้องมองค้อนร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดหยาม "พ่อครับ!" เขาเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อเสียงหนัก "ฉันจะถือว่าซะว่า ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องไร้สาระพวกนี้ผ่านเข้ามาในรูหูก็แล้วกัน งานแต่งของแกกับหนูออมสินจะถูกจัดขึ้นอย่างเร็วที่สุด! ส่วนถ้าแกจะเอานังเด็กผู้หญิงกะโปโลคนนี้มาเป็นนางบำเรอแก้ขัด ฉันก็ไม่ว่าอะไรแต่ถ้าให้เอามาเป็นสะใภ้ออกหน้าออกตาในแวดวงสังคมก็คงจะไม่ได้!" เขาออกคำสั่งอย่างหนักแน่น น้ำเสียงของเขาที่เป็นออกมาคล้ายมีความโมโหเจือปนอยู่ "นุ่มนิ่มไม่ใช่นางบำเรอแก้ขัดของผม แต่ผมจะยกย่องให้เธอเป็นภรรยาออกหน้าออกตาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พ่อจะบังคับอะไรผมก็บังคับไป แต่ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้พ่อทำลายความสุขที่ผมเหลืออยู่ได้อีก" เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างจริงจัง พร้อมกับกระชับกอบกุมมือเล็กของหญิงสาวเเน่นขึ้นกว่าเดิม เพี๊ยะ!!! ฝ่ามือหนาฟาดเข้ามาที่แก้มของชายหนุ่มอีกรอบ คราวนี้เขาโมโหยิ่งขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นลูกชายปีกกล้าขาแข็ง ริอาจต่อปากต่อคำ ขัดขืนคำสั่งของเขา เพราะเด็กผู้หญิงกะโปโลเพียงคนเดียว "นี่แกกล้าเถียงงั้นนั้นหรอ!!" กรรชัยลุกขึ้นยืนตรง เอ่ยถามลูกชายอย่างเสียงดัง ก่อนที่จะแหงนหน้าไปพูดจาถากถางนุ่มนิ่มต่อ "เธอจำใส่กะโหลกโง่ๆของเธอไว้นะ ลูกชายฉันมันก็แค่อยากลองอะไรใหม่ๆ หลอกฟันเธอ พอเบื่อเดี๋ยวก็ทิ้ง เธอเป็นได้อย่างมากก็แค่นางบำเรอ คอยปรนเปรอบำบัดความใคร่เท่านั้นแหละ อย่าริอาจหวังสูงใฝ่ฝันจะมาเป็นสะใภ้ของตระกูลคนรวยเลย หินกรวดก็ยังคงเป็นหินกรวดอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางมาเทียบเท่าเพชรเม็ดงามที่ฉันเลือกไว้ให้ได้หรอก!!" นิ้วชี้้กระด้างของกรรชัยเสยจิ้มเข้าไปที่หน้าผากของนุ่มนิ่มอย่างแรง จนใบหน้าของเธอเอนเซไปยังด้านหลัง ก่อนที่กรรชัยจะเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง และที่สำคัญเขาไม่มีทางให้นุ่มนิ่มได้สมหวังอยู่กินกับลูกชายของตนเองอย่างสงบสุขแน่นอน! "นุ่มนิ่ม อย่าคิดมากเลยนะ ฉันไม่มีวันเป็นแบบนั้นแน่นอน เพราะฉันจะยกย่องเธอให้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจะมีเธอคนเดียวเท่านั้น ฉันสัญญา" ชายหนุ่มรีบลงมานั่งท่าเทพบุตรบนพื้นกระเบื้องต่อหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาหนัง อย่างลุกลี้ลุกลน เขาเป็นกังวลกลัวว่าคนที่ตนเองรักจะคิดมาก "เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ย อย่าคิดมาก อย่าโศกเศร้าเสียใจกับคำพูดของพ่อฉันเลยนะ ฉันให้คำมั่นสัญญา ว่าฉันจะรักและยกย่องเธอเป็นเมียคนเดียวเท่านั้น" เขายื่นมือเข้ากระชับกอดหญิงสาวแน่น ใบหน้าหล่อเหลาแนบสนิทเข้ากับหน้าท้องแบนราบ "ที่พ่อของพี่คีย์พูดหมายถึงอะไรหรอคะ? หลอกฟัน ทำไมต้องหลอกด้วยคะหรือว่าใส่ฟันปลอม ฟันมันก็เลยหลอกเพราะว่าไม่ใช่ของจริง หนูเข้าใจถูกมั้ยคะ" เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงใส ความวิตกกังวลที่อยู่ในใจของชายหนุ่มเมื่อครู่ ได้แหลกสลายหายวับไปในพริบตา "....." "แต่หนูก็จ้องฟันของพ่อพี่คีย์อยู่นะคะ เหมือนฟันจริงมากเลยอะ ไปทำคลีนิคไหนหรอคะ หนูจะได้เก็บตังค์ไปทำให้พ่อบ้าง ตอนนี้ฟันพ่อของหนูก็เริ่มร่วงแทบจะหมดปากแล้วเหมือนกัน""ไม่ว่านุ่มนิ่มไปทำผิดอะไรมา ขอให้หนูรู้ไว้เสมอนะ ว่าพี่พร้อมจะให้อภัยทุกๆเรื่องโดยไม่มีข้อกังขาใดๆเลย" ชายหนุ่มเลื่อนมือหนาไปจับสองมือเล็กของหญิงสาวขึ้นมาตั้งเสมออกแกร่ง พร้อมกับกดริมฝีปากจุมพิตอย่างนุ่มนวล คำพูดสองแง่สองง่ามของชายหนุ่ม ทำให้อีกฝ่ายเริ่มจะหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะไม่รู้แน่ชัดว่าเขาต้องการที่จะสื่อถึงเรื่องใดกันแน่?"........" หญิงสาวเงียบสตั้นไปชั่วครู่ พลางเลี่ยงสายตาเบี่ยงเบนความสนใจไปทางอื่น เธอไม่กล้าสบมองประสานกับใบหน้าหล่อเหลาในตอนนี้เสียเลยเพราะมันดูมีเลศนัยน์อะไรบางอย่างแฝงซ่อนอยู่ภายใต้ตาดำสนิทคู่นั้น"นุ่มนิ่มรู้มั้ย ว่าทั้งชีวิตของพี่ตอนนี้ มีแค่นุ่มนิ่มที่เป็นความสุขเพียงสิ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง พี่ก็จะรักและเทิดทูนนุ่มนิ่มให้เป็นที่หนึ่งในใจเสมอ" สองมือหนาเลื่อนขึ้นไปประคับประคองใบหน้างดงามของหญิงสาวให้หันมาตรงเสมอกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา"ค่ะ หนูก็รักพี่เหมือนกัน" หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ ในสมองของเธอตอนนี้มีแต่ความกลุ้มใจหว่านล้อมเต็มไปหมด'หรือว่าเขาจะรู้เรื่องของเราแล้วนะ! แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากฉั
"ชอบสิคะ ชอบมากๆเลย" ปลายจมูกโด่งซอกไซร้ลำคอระหงของเรือนร่างเล็กอย่างหลงใหล ก่อนที่จะฝังรอยจุมพิตหนักๆลงบนสองแก้มนุ่มยุ่นด้วยความหมั่นเขี้ยว "พูดแล้วนะคะว่าชอบ อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังก็แล้วกัน" นุ่มนิ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าหวานไม่มีรอยยิ้มล้อเล่นแม้แต่นิดเดียว "พี่ไม่มีวันเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆหรอก" มือหนาเลื่อนไปจับปลายคางของหญิงสาวให้เชิดเงยขึ้น 2 สายตาแหลมคมสบประสานกันกับสายตาของเธออย่างตั้งใจ "วันหนึ่งพี่อาจจะเกลียดหนู จนไม่อยากมองหน้าเลยก็ได้นะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลเปล่งออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อน แต่ทว่ากลับแฝงความนัยน์ลึกซึ้ง ภายในดวงตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าที่เขาจะสามารถคาดเดาได้ ถ้าคำพูดเชิงนี้มาจากปากของคนอื่นเขาก็คงจะรู้สึกเฉยๆ แต่เมื่อออกจากปากของหญิงที่ตนรัก เขากลับรู้สึกราวกับว่ามีมือปริศนาของใครสักคนมาบีบก้อนเนื้อหัวใจจนปวดหน่วงอย่างบอกไม่ถูก "ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างเคลือบแคลงสงสัย"อนาคตของเรามันไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อวานยังรักกันหวานฉ่ำน้ำตาลเรียกพี่ แต่พอมาวันนี้อาจจะแตกหัก ร้าวฉาน จนถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติด" น้ำเสียงฉะฉาน ยกข้อเท็จจริงของส
"เอ๋... ถ้าคิดแบบนี้เนี่ยใครกันน๊าที่เป็นเมียน้อย?" ใบหน้าสะสวยฉีกยิ้มหวานส่งให้กับคนเบื้องหน้าตอบกลับไป"อีนุ่มนิ่ม!!!" ออมสินลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับนุ่มนิ่ม นัยน์ตาคมมีไฟความโกรธขึ้งจ้องมองอย่างเอาเรื่อง เธอหน้าแดงแจ๋ โมโหจนตัวสั่น อยากจะพุ่งเข้าไปตบคนตรงหน้าให้เลือดกลบปากเลยทีเดียว"เรียกน้องทำไมหรอคะ" ดวงตาดำสนิทจ้องมองสีหน้าร้อนรนของออมสินอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะหย่อนก้นล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรดของสามี พร้อมกับยกขาเรียวขึ้นมาไขว่ห้าง สองมือเล็กเลื่อนไปลูบไล้พนักตั้งแขนทั้งสองข้าง แสดงตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ"แกมันร้ายกว่าที่ฉันคิดจริงๆ! ต่อหน้าคีย์ ทำใสซื่อไร้เดียงสา แต่พอลับหลังก็เปิดเผยธาตุแท้ความเป็นตัวตนออกมาสินะ แกมันก็อยากได้ผู้ชายไม่ต่างจากฉันนั่นแหละ!!" ออมสินตะคอกด้วยความโมโหออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เสียงแหลมปรี๊ดของเธอที่เปล่งดังสนั่นไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี่ แก้วหูแทบจะแตกเธอนะหรือ? จะยอมให้เด็กกะโปโลไร้หัวนอนปลายเท้าจากที่ไหนก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบบ่อเงินบ่อทองของตระกูลไปได้ง่ายๆ ทั้งๆที่หล่อนและครอบครัวอุตส่าห์ดั้นด้นพยายามกันมาตั้งหลายปี!!"ไม่เหมือนกันสิ เพราะฉ
หลายวันผ่านไป ทั้งสองคนก็ได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ถือได้ว่านี่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวที่จะผูกมัดคนสองคนเข้าด้วยกัน เพียงแต่มันมิได้เที่ยงแท้หรือยั่งยืนเท่ากับ "ความรัก" "วันนี้ไม่มีเรียน ไปโรงพยาบาลกับพี่นะคะ" ชายหนุ่มที่กำลังยืนแต่งกาย อยู่หน้ากระจกบานใหญ่เอ่ยพูดขึ้น หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แน่นแฟ้น มีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์ ไม่มีคืนไหนที่เขาจะยอมปล่อยให้ร่างเล็กได้นอนเต็มอิ่มเลย เว้นเสียแต่ว่าเธอเป็นวันนั้นของเดือน "ไปทำไมหรอคะ?" หญิงสาวเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ขณะที่ตนเองนั้นกำลังนั่งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ แล้วรีบก้าวขาเรียวลุกขึ้นยืนด้วยความสูงเต็มที่ พร้อมกับเดินตรงไปหาอีกฝ่าย สองแขนเล็กสวมกอดแผ่นหลังหนาจากด้านหลัง ดวงหน้างดงามซบลงอย่างแนบเนื้อสนิทชิดเชื้อ "ก็ไม่อยากห่างเมียนี่คะ" น้ำเสียงสุภาพหวานหยาดย้อยเปล่งออกมาจากปากของชายหนุ่ม ภายในแววตาของเขาที่มองใบหน้าสวยสะพรั่งผ่านกระจกบานใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ "ปากหวานจริงๆเลยนะคะ มิน่าล่ะสาวๆถึงได้ ติดกันตรึมขนาดนี้" เธอชักสีหน้าพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอน
#NC20+#เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีควรได้รับคำแนะนำ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาดนะคะ แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านนิยายเท่านั้น!!!"ใครมันจะไปรู้เล่า ดูซิเราใสซื่อจะตาย" มือหนาดึงจมูกของคนตัวเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว พร้อมกับฝังรอยจูบบนแก้มนุ่มหยุ่นทั้งสองข้าง "งั้นเราสองคนก็จดทะเบียนสมรสกันสิคะ" นุ่มนิ่มพูดจบ ก็ประกบริมฝีปากเข้าที่ริมฝีปากของชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาร้อนแรงของเขาจับจ้องใบหน้างดงามอย่างเสน่หา ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดหรือชักนำไปทางใด เขาก็ยินดีเออออเชื่อฟังอย่างเต็มใจ "จดทะเบียนสมรสงั้นหรอ?" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอยู่ในลำคอระหง สัมผัสอันนุ่มนวลละมุนละไมจากฝ่ามือเล็กของหญิงสาวลูบไล้แผงอกแกร่งกำยำไล่ไปเรื่อยๆจนถึงบ่า "ถึงหนูจะไม่เข้าใจในความหมายที่พ่อของพี่คีย์พูด แต่ถ้าดูจากน้ำเสียงและแววตาที่ท่านมองหนูแล้ว มันมีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งท่านก็คงจะไม่ชอบหนู ใช่มั้ยคะ?" เธอเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แววตาของเธอที่แหงนขึ้นมามองใบหน้าของคนตัวเล็กแดงก่ำคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ "อย่าร้องนะคะคนดี อย่าร้อง" คีย์พูดกล่อมนุ่มนิ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับใช้แขนแกร่ง
#NC20+#เด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีควรได้รับคำแนะนำ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาดนะคะ แต่งขึ้นเพื่ออรรถรสในการอ่านนิยายเท่านั้น!!!"อื้ออ!" นุ่มนิ่มร้องครวญครางเสียงกระเซ่า เมื่อได้รับสัมผัสเย็นช่ำจากอุ้งปากของคนด้านบน ที่กำลังดูดคลึง คลอเคลียอยู่กับเต้าอกคู่งามทั้งสองข้างของตนแผล่บๆ!ลิ้นร้อนตวัดบนยอดปทุมถันสีชมพูอ่อนด้วยความหมั่นเขี้ยว เขาเผลอขบเม้มเนินเนื้อขาวนวลอย่างแรงจนเกิดเป็นรอยจ้ำแดง ทำให้เจ้าของภูเขาสองยอดร้องสะดุ้งโหยง พร้อมกับนิ่วหน้าออกมา"อ๊ะ! เจ็บ" นุ่มนิ่มเลยลองทักท้วง เมื่อเห็นว่าเขาชักจะทำรุนแรงเกินไปแล้ว"เจ็บหรอ พี่ขอโทษนะ" ทุกครั้งที่เขาแทนสรรพนามเรียกชื่อตัวเองด้วยคำว่า 'พี่' ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยที่อยู่ใต้เนินภูเขาใหญ่เต้นระรัวราวกับตีกลองชุด"ไม่เป็นไรค่ะ" ใบหน้าเล็กขยับศีรษะส่ายไปมาเบาๆ ริมฝีปากนะของคนตัวโตกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะไล่ลิ้นร้ายเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินโหนกอวบอูม"สวย สวยมาก" มือหนาดันขาเรียวทั้งสองข้างให้ตั้งชันเข่าขึ้นเป็นตัวM แล้วเกร็งลิ้นสากเข้าหากันจนตั้งแข็ง แหย่ในรูรักที่เริ่มจะมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาเปียกแชะแผล่บๆ! แผล่บๆ!"อื้อ







