FAZER LOGINถ้าเอาไปขายซ่องน่าจะได้หลายตังค์ สวย ๆ แบบนี้รับรองว่าลูกค้าติดตรึม ถึงจะไม่ซิงแล้ว แต่ก็ยังสวยใสและยังเด็กมาก ลูกค้าบ้ากามชอบเด็ก ๆ แบบนี้แหละ โกหกไปว่าอายุสิบห้ายิ่งหน้ามืด ปานวาดคิดอย่างมาดร้าย
“ถ้าหนูทำแบบนั้นก็เท่ากับทรยศหักหลังเสี่ยน่ะสิคะ เพราะพี่สาวของหนูก็ทรยศหักหลังเสี่ยไปแล้ว จะให้หนูทำแบบนั้นอีกคนหรือคะ” แต่แผนของเธอล่มไม่เป็นท่าเพราะการปฏิเสธของคนตรงหน้า
“สรุปว่าเธอจะไม่ไปใช่ไหม เห็นท่าทีดูเรียบร้อยที่แท้ก็ร่านแรดอยากจับผู้ชายรวย ๆ เขาจะแต่งงานก็ยังจะหน้าด้านเป็นเมียเก็บของเขาอยู่ได้ เธอนี่มันไร้ยางอายสิ้นดี”
มยุรินสะอึก เธอไร้ยางอายจริง ๆ เพราะรักเขามากจึงเป็นแบบนี้ รักมากก็ไม่อยากจากเขาไป
“ถ้าคุณชัชไล่หนูไป หนูจะไปค่ะ ชีวิตของหนูเป็นของคุณชัชค่ะ ถ้าเขารักคุณจริง คุณไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ ยังไงเขาก็ต้องเลือกคุณอยู่แล้วค่ะ”
“นี่แกจะหมายความว่า แกสำคัญจนเขาไม่กล้าไล่แกไปไหนอย่างนั้นเหรอ”
“หนูเปล่านะคะ”
“แกจะหาว่าฉันไม่สำคัญพอใช่ไหม” ปานวาดเสียงเข้ม รู้อยู่เต็มอกถึงสถานะของตนเอง
“ไม่ใช่นะคะ พวกคุณกำลังจะแต่งงานกันก็ต้องรักกัน หนูไม่ได้สำคัญขนาดที่จะไปเทียบกับคุณ ยังไงคุณชัชก็ต้องเลือกคุณอยู่แล้ว แต่หนูจะไปจากคุณชัชได้ก็ต่อเมื่อคุณชัชไล่หนูไปเองค่ะ ไม่อย่างนั้นคุณชัชจะตามล่าหนู ไม่ว่าหนูจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว คุณชัชบอกว่าจะตามไปฆ่าหนูให้ตายคามือ หนูไม่อยากตายอย่างอนาถแบบนั้นค่ะ” มยุรินพูดเสียงสั่น พลางสะอื้นออกมา ทำให้ปานวาดถึงกับอึ้งไป แต่เธอพยายามคิดว่าเด็กสาวตรงหน้ามารยาสาไส เป็นข้ออ้างทั้งนั้นที่จะเกาะติดคู่หมั้นของเธออยู่แบบนี้ไม่ยอมไปไหน
ปานวาดทนฟังไม่ไหว เพราะเหตุผลของพวกเมียน้อยเมียเก็บก็เป็นแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น ทู่ซี้จะอยู่ต่อ หน้าด้านหน้าทนไล่ไม่ไป
มือเรียวบางยกแก้วน้ำเย็นที่เธอไม่ได้แตะเลยแม้แต่น้อยสาดใส่หน้าของมยุรินเต็ม ๆ
มยุรินหลับตาลง รับรู้ได้ถึงน้ำเย็นที่ปะทะใบหน้า แต่เธอก็ไม่โต้ตอบ เพราะเธอผิดจริง ๆ
ปานวาดสาดน้ำเสร็จก็เดินออกไปจากเพนเฮ้าส์ฯ หรูแบบไม่เหลียวหลัง เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นทำให้มยุรินประคองตัวเองลุกจากพื้นด้วยหัวใจสั่นระริก
โดนตราหน้าว่าเป็นเมียเก็บมันเจ็บเสียยิ่งกว่าอะไร เธอไร้ค่าจนแทบยืนไม่ไหวจริง ๆ
เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวที่ปานวาดนั่งลง ก่อนจะดีดตัวขึ้นเหมือนถูกของร้อนนาบ
เธอเป็นแค่ผู้หญิงต่ำต้อย ยังคิดบังอาจไปนั่งบนโซฟาราคาแพงเหมือนคู่หมั้นของเขาได้อย่างไรกัน
อีกมุมหนึ่งของเมืองใหญ่ ชัชขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นคู่หมั้นไปที่เพนเฮ้าส์ส่วนตัวของเขา
เขาชอบนั่งมองเมียทาสของตัวเองทำโน่นทำนี่ โดยเฉพาะทำงานบ้านอย่างเพลินตาอยู่ในห้องหรูของตัวเอง เรื่องนี้เป็นความลับส่วนตัวที่เขาไม่ได้บอกใคร เพราะเขากลัวเธอหนีไป
ชัชกลัวเธอหนีไป!
เขาไม่อยากยอมรับกับตัวเองนัก อาจเพราะแรกเริ่มเดิมทีเขาแค่อยากที่จะเอาเรื่องของพี่สาวเธอมาต่อรองเพื่อให้ได้เด็กสาวหน้าใสที่มีท่าทีหวาดกลัวเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น แต่ยิ่งเอากันไปมากเท่าไหร่ นับวันเขายิ่งหลงใหลเธอมากเท่านั้น
ความเจ็บใจที่พี่สาวของเธอกับลูกน้องของเขาทำก็ส่วนหนึ่ง แต่หนี้สินหลักสิบล้านที่เขากุขึ้นก็อีกส่วนหนึ่ง เงินจำนวนไม่มากเขาพร้อมปล่อยผ่าน แต่การได้เธอมาลิ้มลองมันกระแทกหัวใจของเขานัก
ชัชไม่ได้คิดว่าตัวเองเจ้าเล่ห์ คนเราก็ย่อมอยากได้สิ่งที่ต้องการด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าได้แล้วเขาจะอยากได้อีก จากที่คิดว่าจะได้แค่ครั้งเดียวแล้วยกหนี้ให้พี่สาวของเธอไป กลายเป็นอยากได้แล้วอยากได้อีกมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาอยากกอดเธอบนเตียงทุกวันจนน่าโมโห!
หนี้สินสิบล้านจึงถูกกุขึ้นมาข่มขู่เธอ และเพื่อไม่ให้เธอหนีไปหน เขาก็ขู่ไปอีกว่าหากเธอหนี เขาจะฆ่าพี่สาวของเธอซะ
ชัชเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาละจากการดูกล้องวงจรปิดก่อนที่จะกดโทร. หาเมียทาสในทันที
“สวัสดีค่ะ”
“ทำอะไรอยู่” เสียงคุ้นเคยแต่เข้มดุทำให้หัวใจของมยุรินสั่นระริก แต่แอบดีใจจนมันพองโตคล้ายลูกโป่งถูกเป่าลมจนเต็มแม็กซ์ เมื่อรู้ว่าเจ้าชีวิตโทร.มา
“ว่าจะทำอาหารน่ะค่ะ” เธอปั้นน้ำเสียงให้สดใส ทั้ง ๆ ที่ใบหน้าหมองเศร้า
“มีใครมาหารึเปล่า”
“เอ่อ...” เธอลังเล ไม่แน่ใจว่าควรบอกเขาไปตรง ๆ หรือเปล่า แต่เขาไม่ชอบคนพูดจาโกหก เธอจึงเอ่ยบอกไปตามตรง
“คุณปานวาดมาน่ะค่ะ”
“เขามาทำไม” ชัชเอ่ยถาม เขาชอบคนตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง นั่นทำให้ชัชพึงพอใจที่เมียทาสของเขาพูดมันออกมาตรง ๆ
“มาหาคุณชัชน่ะค่ะ แต่หนูบอกว่าคุณชัชไม่อยู่”
“เขาควรรู้ว่าฉันมาทำงาน” จริง ๆ เขาไม่จำเป็นต้องเข้าผับทุกวันก็ได้ แต่ที่เขามาก็เพราะว่ามันเคยชิน และถ้ายังขืนอยู่บ้านเขาคงไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากลากมยุรินขึ้นเตียง
“ค่ะ” มยุรินไม่แน่ใจว่าจะเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้เขาฟังดีไหม แต่เธอก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ
“ค่ะคืออะไร”
“เอ่อ...” เธออึกอัก จะบอกเขาอย่างไรดีล่ะ เธอรู้สึกสับสน
“เอาเถอะ” เขาเหมือนจะตัดบท แล้วก็สั่งกำชับว่าห้ามเปิดประตูให้ใครอีก และห้ามออกไปไหนด้วยก่อนจะวางสายไป
เธอยืนกำโทรศัพท์แน่น ทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย เพราะเธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดีนี่แหละ มันสับสนไปหมด หนี้สินของพี่สาวก็มากมาย แต่ชัชก็ต้องแต่งงานมีเมีย เขาจะเลี้ยงดูเธอเอาไว้เป็นเมียเก็บแบบนี้ มันจะทำลายน้ำใจเมียแต่งเสียเปล่า ๆ
จะไปก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ไม่ดี ความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมันเป็นแบบนี้นี่เอง
เจ้าชีวิตวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว แต่มยุรินยังยืนบื้ออยู่ที่เดิม เธอไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอาหารหรือทำอะไรเลย ไม่รู้สึกหิวแต่กลับรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
จากบ้านนอกมาอยู่เมืองใหญ่เพราะพี่สาวอยากให้มีงานทำเหมือนตัวเอง ไม่คิดว่าจะมาติดแหง็กเป็นแค่เมียบำเรอเศรษฐีมีเงินอย่างชัชอยู่แบบนี้
ชัชวางสายจากเมียทาสก่อนจะกดโทร. หาคู่หมั้นของตัวเอง พอปลายสายรู้ว่าใครโทร. มาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
“พี่ชัชมีอะไรหรือเปล่าคะ” สุ่มเสียงที่บอกว่าดีใจไม่ได้ถูกปิดบังเลยสักนิด แม้ชัชจะอยู่ปลายสายเขาก็รับรู้มันได้เป็นอย่างดี
“ทำอะไรอยู่ ออกมาเจอกันหน่อยซิ”
“ที่ไหนคะ”
“เธอก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้พี่อยู่ที่ไหน” ชัชพูดจบก็วางสาย ปานวาดแทบกรีดร้อง การที่คู่หมั้นของตัวเองโทร. มาคือความสุขสุดยอดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะชัชเป็นผู้ชายที่เฉยชาสุดๆ เท่าที่เธอเคยได้รู้จักมา
ที่เขาหมั้นกับเธอเพราะว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ผู้หญิงคนอื่นจ้องจะจับเขา แต่เธอทำตัวเป็นน้องสาวที่ดี แอบรักเขาน่ะใช่ แต่ก็ไม่ทำให้เขาอึดอัด ยื่นข้อเสนอจะเป็นคู่หมั้นกำมะลอให้เขาเพื่อกันผู้หญิงคนอื่นออกไปจากชีวิตของเขา และเขาก็ยินดีเมื่อเธอไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไหน หรือนอนกับใคร
จวบจนเธอได้รับรู้ว่าเขาเลี้ยงผู้หญิงอีกคนเอาไว้ในแพนเฮ้าส์หรู พื้นที่ส่วนตัวที่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปเหยียบย่าง นอกจากเธอที่ได้มีโอกาสไปเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งต้องคิดจนหัวแทบแตกว่าจะใช้เหตุผลอะไรไปหาเขาดี
ปานวาดแทบลอยได้ เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแบบเท้าแทบไม่ติดพื้น ก่อนจะหยิบชุดสวย ๆ มากมายมาทาบไปกับเนื้อตัว คืนนี้เธอต้องสวยให้ชัชตะลึงให้ได้
เธอแต่งตัวสวยทุกครั้งที่ต้องออกไปเจอเขา แต่ไม่เคยทำให้เขาสนใจได้เลย แต่คืนนี้เธอจะทำให้ตัวเองมีโมเม้นต์แบบนั้นบ้าง
มือหนากอบกุมสะโพกผายของเธอเอาไว้ มันทำให้เขาสามารถแทรกลึกและควบคุมจังหวะการโยกคลอนของเธอได้เป็นอย่างดีความกำหนัดที่เกิดขึ้นมันร้อนแรงและสุขสมในเวลาต่อมา ชัชคิดว่าเธอกับเขาเข้ากันได้ดี แม้เธอจะตั้งครรภ์ก็ตามทีกิจกรรมบนเตียงยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ชัชก็ดูแลภรรยาอย่างดี ไม่ให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง ดำริยกกิจการทุกอย่างให้ลูกชายและปลดเกษียณตัวเอง อีกฝ่ายอยากใช้ชีวิตอยู่เงียบ ๆ ในบั้นปลายชีวิต เพื่อระลึกถึงหญิงสาวที่เคยรักมากที่สุดไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี แค้นมากแค่ไหน แต่ลินินก็ยังเป็นผู้หญิงที่ดำริรักมากที่สุดไม่เคยเปลี่ยนแปลงชัชลูบไล้หน้าท้องนูน ๆ ของเมียรักเบา ๆ จากเมียทาสที่เขาแค่อยากได้จนต้องคิดแผนการมากมายเพื่อเอาเปรียบเธอ กลายเป็นเมียรักที่เขาทั้งรักทั้งหวงและห่วงสุดหัวใจ“ฉันรักเธอนะมยุริน” คำรักของเขาไม่ได้เอ่ยออกมาพร่ำเพรื่อ ดังนั้นเมื่อเขาเอ่ยมันออกมา มันก็มีความหมายหนักแน่นของตัวมันเองมยุรินคิดว่ามันอ่อนหวานซาบซ่านหัวใจจนเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินมยุรินคลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้ชัชหนึ่งคน เขาตั้งชื่อลูกว่าชีรณัฐเด็กน้อยเป็นที่รักของบิดามารดา รวมถึงผู้เป็นปู่ ดำริเ
จบก็เดินจากไป ที่เขาไปช่วยมยุรินได้ ก็เพราะว่าชัชสั่งเอาไว้ มยุรินเองก็หนีทัน เธอฉลาดเลยไม่โดนฆ่าตายในห้องพักผู้ป่วย“เชน เดี๋ยวก่อนลูก” อนงค์นางเรียกลูกชายเอาไว้ แต่เชนวิ่งหนีไปไม่เหลียวหลัง เขาอยากหายไปสักพักชัชมองน้องชายอย่างสงสาร รู้ดีว่าเชนคงรับไม่ได้กับเรื่องราวที่ได้รับรู้อนงค์นางยอมหย่าขาดจากดำริเงียบ ๆ ในขณะที่เชนหนีหายไปไม่มีใครรู้ว่าไปที่ไหน แต่ก่อนจากไป เชนก็ยังเป็นน้องชายที่ดี ที่รักชัชเหมือนพี่ชายเสมอ เขาให้ลูกน้องพาตัวของมยุรินมาส่งคืนให้ชัชจนถึงมือดำริต้องทำใจเรื่องการแต่งงานของลูกให้ได้ เพราะน้ำรินคิดจะพามยุรินไป ไม่รู้ว่าจะพาไปทำอะไร แต่อย่างไรชัชก็จะไม่ยอมแต่งงานกับน้ำรินหรือผู้หญิงคนไหนอย่างแน่นอน เขาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย ยอมให้ลูกชายคนเดียวรับมยุรินเป็นเมียแท้ที่จริงแล้ว เขาด่าว่าลูกใฝ่ต่ำ เขาเองก็เคยเป็นแบบชัช รักลินินสุดหัวใจ แม้เธอจะมีฐานะด้อยกว่า เขาก็รักเธอ จนคิดว่าเธอมีชู้นั่นแหละ เขาจึงเกลียดเธอ แต่ไม่ว่าจะเป็นลินินหรืออนงค์นาง ซึ่งมีฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็สามารถมีชู้หรือสวมเขาให้ผู้ชายหน้าโง่แบบเขาได้มยุรีกับลูกน้องของชัชอย่างดนัยถูกนำมาส่งตัวคืนให
“มันหนีหายไปไหน” อนงค์นางที่ได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว น้อยมากที่เธอจะหลุดอารมณ์หงุดหงิดเช่นนี้ออกมา“ไม่ทราบครับ”“โง่จริง ไปตามหามันให้ทั่ว มันอาจจะหนีไปได้ไม่ไกล” ก่อนที่จะสั่งเสียงเฉียบมาตามสายมยุรินหนีออกมาได้สำเร็จ เธอฟื้นคืนสติแล้วรับรู้ทุกอย่าง คิดว่าอนงค์นางต้องส่งคนมาฆ่าเธอแน่ ๆ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ“โอ๊ย!” มยุรินร้องออกมาเพราะวิ่งมาชนเข้ากับใครคนหนึ่ง“เธอเองน่ะเหรอผู้หญิงของพี่ชัช” น้ำรินที่มาเยี่ยมชัชเอ่ยขึ้น เธอให้คนไปสืบประวัติของชัชมาอย่างละเอียดรวมถึงผู้หญิงที่เขาเอ่ยอ้างด้วย“ช่วยด้วยค่ะ มีคนตามฆ่าฉัน” มยุรินรีบเอ่ยขอความช่วยเหลือ น้ำรินขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะคว้ามือของอีกฝ่ายให้เดินตามไปอีกมุมหนึ่ง“เธอปลอดภัยแล้วล่ะ” น้ำรินพาอีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนรถ พลางมองหน้าเมียเก็บของผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย เธอเป็นพวกอยากเอาชนะก็จริง แต่ไม่เคยคิดฆ่าแกงใคร เพราะไม่ใช่วิสัย“ไหนเล่าให้ฉันฟังซิ” น้ำรินเอ่ยขึ้น เมื่อสั่งให้คนออกรถ คนร้ายที่ปลอมเป็นหมอวิ่งตามมาจนถึงท้ายรถ แต่ปรากฏว่าไม่ทัน ได้แต่มองตามไปและโทร. ไปแจ้งอนงค์นางว่ามยุรินหนีไปได
“เธอหมายความว่ายังไง” ชัชขับรถหลบกระสุนปืนไป ถามเด็กสาวข้างกายไปด้วยความสงสัย“กรี๊ด!!!” ยังไม่ทันที่มยุรินจะได้บอกความจริงว่า อนงค์นางอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด รถก็พุ่งเข้าไปชนกับเสาไฟฟ้าด้านหน้าเสียก่อนชัชรีบลากร่างของคนข้าง ๆ ออกมาก่อนที่รถจะระเบิด พวกมันถือปืนตามมาประชิดตัว“พวกแกเป็นใคร”“ท่านดำริใช้ให้พวกเรามาจัดการลูกนอกคอกอย่างแก ไปลงนรกเสียเถอะ” ด้านหลังคือหน้าผา ชัชก้มลงไปมอง ในขณะที่มยุรินหวาดกลัวแทบขาดใจ“กระโดด” ชัชคิดว่าไหน ๆ ก็ต้องตาย เพราะพวกมันกำลังจะยิงเข้าใส่ จึงตัดสินใจจับมือของมยุรินเอาไว้แล้วกระโดดลงหน้าผาไปชายฉกรรจ์ทั้งหมดวิ่งไปดูที่หน้าผา ก่อนจะมองหน้ากันอย่างปรึกษาหารือ“กลับไปบอกคุณนงเถอะว่ามันตกลงไป ยังไงก็คงไม่รอดแน่ ๆ” เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็วิ่งไปขึ้นรถที่จอดรออยู่อนงค์นางฟังรายงานจากลูกน้องลับ ๆ ที่เธอส่งไปจัดการชัชแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน“แสดงว่าพวกแกไม่เห็นว่ามันตายจริง” เธอหลอกใช้ให้ชัชดูแลกิจการของดำริมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะไม่อยากให้ลูกชายอย่างเชนต้องเหนื่อย แต่ตอนนี้ดำริชรามากแล้ว และชัชก็กำลังปีกกล้าขาแข็ง เธอก็ควรจัดการลูกเลี้ยงไปเส
“ท่านต้องการอะไร” ชัชเอ่ยถามและเห็นข้อความเข้าเป็นรูปที่บิดาส่งมา ทำให้รู้ว่ามยุรินอยู่กับบิดาจริง ๆ“พูดกันง่าย ๆ แบบนี้ค่อยอยากคุยต่อหน่อย” ประโยคกวน ๆ ของบิดาทำให้ชัชต้องกัดกรามเข้าหากัน“ว่ามา” ชัชกัดฟันกรอด พลางเอ่ยถามกลับไป“แต่งงานกับผู้หญิงที่ฉันหาให้ ฉันจะปล่อยเมียแกไป”“...” ชัชเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงขรึมเข้ม“ท่านอยากอยากเอาชนะผมขนาดนี้เลยเหรอครับ” บิดาเหมือนเด็กไม่รู้จักโต อยากเอาชนะคะคานเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ“ถ้าแกไม่ตอบตกลง ฉันจะให้เมียแกบำเรอลูกน้องของฉันทุกคน”“ได้” ชัชรีบตอบรับ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะอำมหิตของบิดาดังมาตามสาย“ดี พรุ่งนี้แกไปเดทกับหนูน้ำรินลูกสาวรัฐมนตรีนทีก็แล้วกัน”“มยุรินอยู่ไหน”“ฉันจะส่งเขากลับไปหา คนที่แกพาเขาไปฝากเอาไว้เมื่อแกไปออกเดทกับหนูน้ำริน” ดำริพูดจบก็กดวางสาย ก่อนจะหัวเราะลั่นอย่างสะใจที่เอาชนะลูกชายจอมดื้อรั้นได้ชัชมองโทรศัพท์ที่มีสายเรียกข้าวของอนงค์นาง ซึ่งโทร. มาหลายครั้งแล้วแต่เขาติดสายบิดาเลยไม่ได้คุยกัน จึงกดรับแล้วถอนใจพรืด“ชัชจ๊ะ มยุรินยังไม่ถึงบ้านแม่เลยจ้ะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”“ท่านพาตัวไปแล้วครับ” ด้วยอิทธิ
ชัชมารับมยุรินเมื่อเขาเสร็จธุระจากนอกบ้าน แม้เขาจะพาเธอไปไหนมาไหนเหมือนเงาตามตัว แต่บางครั้งก็พาเธอไปด้วยไม่ได้ เลยต้องหาที่อยู่ที่ปลอดภัยให้เธอมยุรินมองอนงค์นางที่มายืนส่งเธอหน้าบ้านด้วยใบหน้าซีดเผือด ในขณะที่ชัชยกมือไหว้มารดาเลี้ยงอย่างเคารพนับถือ“เป็นอะไรสีหน้าดูไม่ดีเลย” ชัชเอ่ยถามหญิงสาวเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาจะถามเธอตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว แต่คิดว่ารอให้ถึงที่พักก่อนสถานะของเขากับเธอในเวลานี้คือสามีภรรยา แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากใครทั้งนั้น เพราะดำริด้อยค่ามยุรินเป็นเพียงแค่ผู้หญิงข้างถนนที่เขาเก็บมาเชยชมเท่านั้น“รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ” มยุรินตอบเลี่ยง ๆ“ไม่สบายเหรอ”“เปล่าค่ะ อาจเพราะเล่นโทรศัพท์มากไปน่ะค่ะ” เธอโกหกคำโต ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ“เดี๋ยวจะทำให้หายปวดหัวดีไหม” เขาดุนดันริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ“อื้ม...” เธอครางแผ่ว“แบบนี้ก็ได้หรือคะ”“ได้สิ” เขากดร่างของเธอไปกับเตียงนอนกว้าง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมทับ เพียงไม่นานเนื้อตัวของคนทั้งสองก็เปลือยเปล่าเสมอกัน ชัชบดเบียดความแข็งแกร่งเข้าสอดแทรกในกายสาว ก่อนที่เขาจะครางออกมา“อ๊า...” ความคับแน่นที่รัดรึงท่อนกายของเขาทุกท







