FAZER LOGINชัชออกไปทำงานแล้ว มยุรินจึงได้มีเวลาพักผ่อน ช่วงเวลาที่เขาออกไปทำงานคือช่วงเวลานอนของเธอพอดิบพอดี
ที่นอนอุ่น ๆ ทำให้มยุรินหลับลงอย่างง่ายดาย เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะโดนปลุกตอนใกล้รุ่ง
วันนี้ชัชกลับมาตอนตีสี่ เธอเหลือบไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง เมื่อรู้สึกตัวว่าโดนลามเลียตรงร่องสาว
“อื้อ...” เธอกัดปาก หลุดเสียงครางบางเบาออกมา รับรู้ได้ถึงการรุกรานที่แสนเสียวซ่าน ลมหายใจฟืดฟาดของเขาบ่งบอกได้ถึงความปรารถนาที่คุกรุ่นรุนแรง
“ตื่นแล้วเหรอ ดูดให้หน่อยสิ” เขาทิ้งตัวลงไปนอนเคียงข้าง หลังจากจัดการปลดกางเกงออกไปจากสะโพกเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขยับไปหาเขาอย่างรู้งาน จัดการทั้งรูดทั้งดูดให้เขาจนได้ยินเสียงแหบพร่าดังออกมาจากริมฝีปากหยักหนา
“พอแล้ว ขึ้นมาขย่มเร็ว ๆ ฉันไม่ไหวแล้ว” มยุรินปีนขึ้นไปบนตัวของเขาก่อนที่จะคร่อมทับแล้วประคองแก่นกายของเขาสอดเสียบเข้าไปในร่องสวาทจนมิดเม้น
“อ๊า...” เธอได้ยินเสียงครางของเขาดังขึ้นเมื่อกดสะโพกผายลงไปหาจนหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
อุ้งมือใหญ่จับสะโพกผายของเด็กสาวเอาไว้ก่อนที่ชัชจะกระแทกขึ้นไปหา เพียงไม่นานร่างน้อยก็สั่นคลอน เธอกดมือกับหน้าท้องแกร่งเอาไว้ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบทรักแสนเร่าร้อนของชัช
เธอเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจ หากยังอยู่ด้วยกันเธอก็อยากที่จะเก็บความรู้สึกดี ๆ ที่ได้ดูแลกันและกันให้ดีที่สุดเอาไว้แบบนี้ หากวันใดเขาเอ่ยปากขับไสไล่ส่งเธอออกไปจากชีวิต วันนั้นเธอก็คงไม่มีโอกาสได้แนบชิดและดูแลเขาแบบนี้อีก
ร่างกายของเธอเร่าร้อนและเสร็จสมอย่างรุนแรง เธอหวีดร้องสุดเสียง ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อเขาจับเธอพลิกลงด้านล่างก่อนที่จะกดแทรกคร่อมทับและจัดหนักอีกครั้ง
มยุรินตื่นเช้าในขณะที่ชัชนอนหลับต่อ เธอตื่นมาทำงานบ้านและเตรียมอาหารให้เขา หวังว่าวันนี้เขาจะกินอาหารของเธอบ้าง
“คุณชัชจะไปแล้วเหรอคะ” เธอทำงานบ้านหัวหมุน พบว่าเขาลุกจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมออกไปข้างนอก
“ใช่”
“กินอะไรสักหน่อยไหมคะ หนูเตรียมเอาไว้ให้”
“ฉันจะออกไปกินข้างนอก เธอกินไปคนเดียวแล้วกัน” เขาตอบเสียงราบเรียบ เวลาอยู่บนเตียงเขาเร่าร้อน แต่พอเวลาปกติเขาช่างเย็นชาอย่างเหลือร้าย
มยุรินไม่กล้าเซ้าซี้เพราะรู้ถึงความร้ายกาจของเขา ขืนเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจอาจจะโดนจัดการแหลกคามือเลยก็เป็นได้
เธอเคยเห็นเขาโมโหสั่งคนกระทืบลูกน้องที่ทำผิดกฎมาแล้ว เธอไม่ควรเสี่ยงจะดีที่สุด
มยุรินแอบมองชัชเงียบ ๆ เก็บความรู้สึกแอบรักเอาไว้ในใจอย่างมิดชิด เขาดูดีเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า อาจจะขี้หงุดหงิด โมโหไปบ้าง ปากร้ายไปบ้างแต่รวม ๆ แล้วเธอก็รักเขา รักคนร้าย ๆ แบบเขานี่แหละ
ชัชออกไปจากห้องแล้ว เธอก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างเหงา ๆ ชีวิตของเธอเงียบเหงา หรือจะพูดให้ถูกก็คือชีวิตของเธอมีแค่ชัช ทำงานบ้านและรอเขากลับมา การได้เห็นหน้าเขาทำให้เธอมีความสุข แต่พอเขาออกไปทำงาน เธอก็ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากนั่งอ่านหนังสือเพราะงานบ้านเสร็จหมดแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า
เสียงกริ่งหน้าห้องพัก ทำให้เธอไปเปิดประตู เธอคิดว่าชัชลืมของแต่ปรากฏว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอสวยมากและทันทีที่ได้ประจันหน้ากันมยุรินก็จำได้ว่าหล่อนคือใคร
“คงไม่ต้องแนะนำนะว่าฉันเป็นใคร” ปานวาดมองมยุรินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวแล้วไขว้ห้าง
“คุณชัชไม่อยู่ค่ะ” มยุรินสูดลมหายใจเขาปอดแรง ๆ ลึก ๆ ก่อนจะพูดออกไป
“ฉันรู้แล้วว่าเขาไม่อยู่เลยมาหาเธอไง แขกมา ไม่คิดจะเอาน้ำมาต้อนรับแขกหน่อยเหรอ” ปานวาดเอ่ยเสียงเข้มข่มขวัญ
“ค่ะ” มยุรินรีบไปนำน้ำเย็น ๆ มาเสิร์ฟให้คู่หมั้นคนสวยของชัชในทันที เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลยเมื่อต้องสบประสานสายตากับตัวจริงของเขา
“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับเขา” ปานวาดเอ่ยถามตรงประเด็น
“ค่ะ”
“รู้แล้วก็ยังจะเป็นเมียเก็บในบ้านของเขาแบบนี้ไปตลอดอย่างนั้นเหรอ” ปานวาดรุกต้อน เพราะไม่เคยเห็นชัชเก็บผู้หญิงคนไหนเอาไว้ใกล้ตัวแถมยังอยู่ในเพนเฮ้าส์ฯ สุดหรูส่วนตัวแบบนี้มาก่อน ใจของหล่อนจึงรุมร้อนราวไฟแผดเผา จึงต้องมาให้เห็นกันจะ ๆ คา ๆ ตาว่านังเมียเก็บนั่นมันเด็ดแค่ไหน
คู่หมั้นของเธอกินแล้วเขี่ยทิ้ง แค่ขึ้นเตียงไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงก็พร้อมตีจาก แต่เด็กสาวตรงหน้ามันช่างจืดชืด แต่งตัวเชยแสนเชย ธรรมดาเหลือเกิน ทั้งเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นยิ่งกว่าเด็กกะโปโลเสียอีก แต่เขากลับเอาไว้ใกล้ตัว
“อายุเท่าไหร่” ปานวาดขมวดคิ้วเข้าหากัน หรือว่าชัชเปลี่ยนรสนิยมไปชอบเด็ก เธอประเมินจากสายตาแล้วคนตรงหน้าไม่น่าอายุเกินสิบห้าเสียด้วยซ้ำ
“สิบแปดค่ะ” ประโยคของคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาทำให้ปานวาดต้องขมวดคิ้วเข้าหากันคล้ายไม่เชื่อถือ
“สิบแปดอย่างนั้นเหรอ” คนพูดทวนประโยคของเด็กสาว กวาดสายตามองผมสั้นเพียงแค่ติ่งหูแล้วถอนใจพรืด การกระทำของปานวาดทำให้มยุรินรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“ฉันจะให้เงินเธอก้อนหนึ่ง ออกไปจากชีวิตของพี่ชัชซะ ฉันกำลังจะแต่งงานกับเขา เธอคงเข้าใจใช่ไหมว่าฉันไม่อยากให้เขามีเมียเก็บเอาไว้ในบ้านหลังจากเราแต่งงานกัน” ปานวาดเข้าเรื่อง มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างประเมิน
“หนูไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไม” เสียงเข้มเอ่ยถาม คิ้วขมวดเข้าหากันเหมือนไม่สบอารมณ์
“หนูเป็นหนี้คุณชัชค่ะ ถ้าหนีไปต้องโดนเอาตายแน่ ๆ เลย”
“หนี้อะไร”
“พี่สาวของหนูขโมยเงินกับเครื่องเพชรคุณชัชแล้วหนีไปค่ะ คุณชัชโกรธมากแทบฆ่าให้ตาย หนูเลยต้องชดใช้หนี้ก้อนนั้นแทน”
“ก็ฉันจะใช้หนี้ให้เธอไง ให้เธอออกไปจากชีวิตของพี่ชัช”
“เป็นสิบล้านเลยนะคะ คุณจะใช้หนี้ให้หนูจริง ๆ น่ะเหรอคะ”
“สิบล้านอย่างนั้นเหรอ” ปานวาดคิดว่าเป็นเงินแค่เล็กน้อย แต่ที่ไหนได้
“ใช่ค่ะ ถึงหนูเอาเงินคุณมาจริง ๆ ถ้าคุณจะจ่ายให้น่ะค่ะ หนูก็ต้องเป็นหนี้บุญคุณคุณอีก ชดใช้ยังไงก็ไม่หมด”
“สรุปว่าเธอจะหน้าด้านเป็นเมียเก็บของเขาไปแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานอย่างนั้น”
“หนูไม่รู้จะทำยังไงจริง ๆ ค่ะ ถ้าหนูหนีไปเสี่ยต้องฆ่าหนูแน่ ๆ เลย”
“ฉันมีข้อเสนอที่จะทำให้เธอหนีไปโดยที่เขาตามหาไม่เจอ เธอสนใจไหมล่ะ”
“หนูไม่มีที่ไป ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน จะหนีไปไหนได้คะ”
“ไปทำงานกับครอบครัวของฉันทางใต้ไหม รับรองว่าพี่ชัชต้องหาเธอไม่เจอแน่ ๆ ถือว่าฉันขอร้องก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเห็นเขามีเมียเก็บอยู่ในบ้าน เพราะเรากำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอเป็นผู้หญิงด้วยกันคงจะเห็นใจหัวอกของผู้หญิงด้วยกันใช่ไหม” ปานวาดกวาดสายตามองมยุรินตั้งแต่หัวจรดเท้า
มือหนากอบกุมสะโพกผายของเธอเอาไว้ มันทำให้เขาสามารถแทรกลึกและควบคุมจังหวะการโยกคลอนของเธอได้เป็นอย่างดีความกำหนัดที่เกิดขึ้นมันร้อนแรงและสุขสมในเวลาต่อมา ชัชคิดว่าเธอกับเขาเข้ากันได้ดี แม้เธอจะตั้งครรภ์ก็ตามทีกิจกรรมบนเตียงยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ชัชก็ดูแลภรรยาอย่างดี ไม่ให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง ดำริยกกิจการทุกอย่างให้ลูกชายและปลดเกษียณตัวเอง อีกฝ่ายอยากใช้ชีวิตอยู่เงียบ ๆ ในบั้นปลายชีวิต เพื่อระลึกถึงหญิงสาวที่เคยรักมากที่สุดไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี แค้นมากแค่ไหน แต่ลินินก็ยังเป็นผู้หญิงที่ดำริรักมากที่สุดไม่เคยเปลี่ยนแปลงชัชลูบไล้หน้าท้องนูน ๆ ของเมียรักเบา ๆ จากเมียทาสที่เขาแค่อยากได้จนต้องคิดแผนการมากมายเพื่อเอาเปรียบเธอ กลายเป็นเมียรักที่เขาทั้งรักทั้งหวงและห่วงสุดหัวใจ“ฉันรักเธอนะมยุริน” คำรักของเขาไม่ได้เอ่ยออกมาพร่ำเพรื่อ ดังนั้นเมื่อเขาเอ่ยมันออกมา มันก็มีความหมายหนักแน่นของตัวมันเองมยุรินคิดว่ามันอ่อนหวานซาบซ่านหัวใจจนเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินมยุรินคลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้ชัชหนึ่งคน เขาตั้งชื่อลูกว่าชีรณัฐเด็กน้อยเป็นที่รักของบิดามารดา รวมถึงผู้เป็นปู่ ดำริเ
จบก็เดินจากไป ที่เขาไปช่วยมยุรินได้ ก็เพราะว่าชัชสั่งเอาไว้ มยุรินเองก็หนีทัน เธอฉลาดเลยไม่โดนฆ่าตายในห้องพักผู้ป่วย“เชน เดี๋ยวก่อนลูก” อนงค์นางเรียกลูกชายเอาไว้ แต่เชนวิ่งหนีไปไม่เหลียวหลัง เขาอยากหายไปสักพักชัชมองน้องชายอย่างสงสาร รู้ดีว่าเชนคงรับไม่ได้กับเรื่องราวที่ได้รับรู้อนงค์นางยอมหย่าขาดจากดำริเงียบ ๆ ในขณะที่เชนหนีหายไปไม่มีใครรู้ว่าไปที่ไหน แต่ก่อนจากไป เชนก็ยังเป็นน้องชายที่ดี ที่รักชัชเหมือนพี่ชายเสมอ เขาให้ลูกน้องพาตัวของมยุรินมาส่งคืนให้ชัชจนถึงมือดำริต้องทำใจเรื่องการแต่งงานของลูกให้ได้ เพราะน้ำรินคิดจะพามยุรินไป ไม่รู้ว่าจะพาไปทำอะไร แต่อย่างไรชัชก็จะไม่ยอมแต่งงานกับน้ำรินหรือผู้หญิงคนไหนอย่างแน่นอน เขาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย ยอมให้ลูกชายคนเดียวรับมยุรินเป็นเมียแท้ที่จริงแล้ว เขาด่าว่าลูกใฝ่ต่ำ เขาเองก็เคยเป็นแบบชัช รักลินินสุดหัวใจ แม้เธอจะมีฐานะด้อยกว่า เขาก็รักเธอ จนคิดว่าเธอมีชู้นั่นแหละ เขาจึงเกลียดเธอ แต่ไม่ว่าจะเป็นลินินหรืออนงค์นาง ซึ่งมีฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็สามารถมีชู้หรือสวมเขาให้ผู้ชายหน้าโง่แบบเขาได้มยุรีกับลูกน้องของชัชอย่างดนัยถูกนำมาส่งตัวคืนให
“มันหนีหายไปไหน” อนงค์นางที่ได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว น้อยมากที่เธอจะหลุดอารมณ์หงุดหงิดเช่นนี้ออกมา“ไม่ทราบครับ”“โง่จริง ไปตามหามันให้ทั่ว มันอาจจะหนีไปได้ไม่ไกล” ก่อนที่จะสั่งเสียงเฉียบมาตามสายมยุรินหนีออกมาได้สำเร็จ เธอฟื้นคืนสติแล้วรับรู้ทุกอย่าง คิดว่าอนงค์นางต้องส่งคนมาฆ่าเธอแน่ ๆ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ“โอ๊ย!” มยุรินร้องออกมาเพราะวิ่งมาชนเข้ากับใครคนหนึ่ง“เธอเองน่ะเหรอผู้หญิงของพี่ชัช” น้ำรินที่มาเยี่ยมชัชเอ่ยขึ้น เธอให้คนไปสืบประวัติของชัชมาอย่างละเอียดรวมถึงผู้หญิงที่เขาเอ่ยอ้างด้วย“ช่วยด้วยค่ะ มีคนตามฆ่าฉัน” มยุรินรีบเอ่ยขอความช่วยเหลือ น้ำรินขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะคว้ามือของอีกฝ่ายให้เดินตามไปอีกมุมหนึ่ง“เธอปลอดภัยแล้วล่ะ” น้ำรินพาอีกฝ่ายขึ้นมานั่งบนรถ พลางมองหน้าเมียเก็บของผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย เธอเป็นพวกอยากเอาชนะก็จริง แต่ไม่เคยคิดฆ่าแกงใคร เพราะไม่ใช่วิสัย“ไหนเล่าให้ฉันฟังซิ” น้ำรินเอ่ยขึ้น เมื่อสั่งให้คนออกรถ คนร้ายที่ปลอมเป็นหมอวิ่งตามมาจนถึงท้ายรถ แต่ปรากฏว่าไม่ทัน ได้แต่มองตามไปและโทร. ไปแจ้งอนงค์นางว่ามยุรินหนีไปได
“เธอหมายความว่ายังไง” ชัชขับรถหลบกระสุนปืนไป ถามเด็กสาวข้างกายไปด้วยความสงสัย“กรี๊ด!!!” ยังไม่ทันที่มยุรินจะได้บอกความจริงว่า อนงค์นางอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด รถก็พุ่งเข้าไปชนกับเสาไฟฟ้าด้านหน้าเสียก่อนชัชรีบลากร่างของคนข้าง ๆ ออกมาก่อนที่รถจะระเบิด พวกมันถือปืนตามมาประชิดตัว“พวกแกเป็นใคร”“ท่านดำริใช้ให้พวกเรามาจัดการลูกนอกคอกอย่างแก ไปลงนรกเสียเถอะ” ด้านหลังคือหน้าผา ชัชก้มลงไปมอง ในขณะที่มยุรินหวาดกลัวแทบขาดใจ“กระโดด” ชัชคิดว่าไหน ๆ ก็ต้องตาย เพราะพวกมันกำลังจะยิงเข้าใส่ จึงตัดสินใจจับมือของมยุรินเอาไว้แล้วกระโดดลงหน้าผาไปชายฉกรรจ์ทั้งหมดวิ่งไปดูที่หน้าผา ก่อนจะมองหน้ากันอย่างปรึกษาหารือ“กลับไปบอกคุณนงเถอะว่ามันตกลงไป ยังไงก็คงไม่รอดแน่ ๆ” เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็วิ่งไปขึ้นรถที่จอดรออยู่อนงค์นางฟังรายงานจากลูกน้องลับ ๆ ที่เธอส่งไปจัดการชัชแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน“แสดงว่าพวกแกไม่เห็นว่ามันตายจริง” เธอหลอกใช้ให้ชัชดูแลกิจการของดำริมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะไม่อยากให้ลูกชายอย่างเชนต้องเหนื่อย แต่ตอนนี้ดำริชรามากแล้ว และชัชก็กำลังปีกกล้าขาแข็ง เธอก็ควรจัดการลูกเลี้ยงไปเส
“ท่านต้องการอะไร” ชัชเอ่ยถามและเห็นข้อความเข้าเป็นรูปที่บิดาส่งมา ทำให้รู้ว่ามยุรินอยู่กับบิดาจริง ๆ“พูดกันง่าย ๆ แบบนี้ค่อยอยากคุยต่อหน่อย” ประโยคกวน ๆ ของบิดาทำให้ชัชต้องกัดกรามเข้าหากัน“ว่ามา” ชัชกัดฟันกรอด พลางเอ่ยถามกลับไป“แต่งงานกับผู้หญิงที่ฉันหาให้ ฉันจะปล่อยเมียแกไป”“...” ชัชเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงขรึมเข้ม“ท่านอยากอยากเอาชนะผมขนาดนี้เลยเหรอครับ” บิดาเหมือนเด็กไม่รู้จักโต อยากเอาชนะคะคานเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ“ถ้าแกไม่ตอบตกลง ฉันจะให้เมียแกบำเรอลูกน้องของฉันทุกคน”“ได้” ชัชรีบตอบรับ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะอำมหิตของบิดาดังมาตามสาย“ดี พรุ่งนี้แกไปเดทกับหนูน้ำรินลูกสาวรัฐมนตรีนทีก็แล้วกัน”“มยุรินอยู่ไหน”“ฉันจะส่งเขากลับไปหา คนที่แกพาเขาไปฝากเอาไว้เมื่อแกไปออกเดทกับหนูน้ำริน” ดำริพูดจบก็กดวางสาย ก่อนจะหัวเราะลั่นอย่างสะใจที่เอาชนะลูกชายจอมดื้อรั้นได้ชัชมองโทรศัพท์ที่มีสายเรียกข้าวของอนงค์นาง ซึ่งโทร. มาหลายครั้งแล้วแต่เขาติดสายบิดาเลยไม่ได้คุยกัน จึงกดรับแล้วถอนใจพรืด“ชัชจ๊ะ มยุรินยังไม่ถึงบ้านแม่เลยจ้ะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”“ท่านพาตัวไปแล้วครับ” ด้วยอิทธิ
ชัชมารับมยุรินเมื่อเขาเสร็จธุระจากนอกบ้าน แม้เขาจะพาเธอไปไหนมาไหนเหมือนเงาตามตัว แต่บางครั้งก็พาเธอไปด้วยไม่ได้ เลยต้องหาที่อยู่ที่ปลอดภัยให้เธอมยุรินมองอนงค์นางที่มายืนส่งเธอหน้าบ้านด้วยใบหน้าซีดเผือด ในขณะที่ชัชยกมือไหว้มารดาเลี้ยงอย่างเคารพนับถือ“เป็นอะไรสีหน้าดูไม่ดีเลย” ชัชเอ่ยถามหญิงสาวเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาจะถามเธอตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว แต่คิดว่ารอให้ถึงที่พักก่อนสถานะของเขากับเธอในเวลานี้คือสามีภรรยา แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากใครทั้งนั้น เพราะดำริด้อยค่ามยุรินเป็นเพียงแค่ผู้หญิงข้างถนนที่เขาเก็บมาเชยชมเท่านั้น“รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยน่ะค่ะ” มยุรินตอบเลี่ยง ๆ“ไม่สบายเหรอ”“เปล่าค่ะ อาจเพราะเล่นโทรศัพท์มากไปน่ะค่ะ” เธอโกหกคำโต ไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ“เดี๋ยวจะทำให้หายปวดหัวดีไหม” เขาดุนดันริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ“อื้ม...” เธอครางแผ่ว“แบบนี้ก็ได้หรือคะ”“ได้สิ” เขากดร่างของเธอไปกับเตียงนอนกว้าง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมทับ เพียงไม่นานเนื้อตัวของคนทั้งสองก็เปลือยเปล่าเสมอกัน ชัชบดเบียดความแข็งแกร่งเข้าสอดแทรกในกายสาว ก่อนที่เขาจะครางออกมา“อ๊า...” ความคับแน่นที่รัดรึงท่อนกายของเขาทุกท







