เข้าสู่ระบบ“คุณเข้าไปหาน้องชายได้แล้วค่ะ แต่คุณต้องเข้าใจนะคะว่าตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะดำเนินคดีกับน้องชายได้” เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะนำทางทำให้พลอยนภัสไปหาน้องชาย
ปรเมศวร์จ้องมองเธอเขม็งด้วยแววตาที่อ่านยาก ก่อนที่เขาจะหลับตาลงนิ่งเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง... โทษของยาเสพติดมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยเท่าเพชรจะรับไหว และนั่นคือความกลัวที่เกาะกินใจพลอยนภัสจนแทบขาดใจ
“เธอพร้อมมั้ยพลอย”
“พร้อมค่ะ” พลอยกระซิบตอบเขาเบา ๆ
ทั้งสองถูกพาเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด ระหว่างที่รอการปรากฏตัวของน้องชาย พลอยนภัสเผลอหมุนแหวนทองที่นิ้วกลางไปมาอย่างลืมตัว มันเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อมอบให้เธอตอนอายุสิบห้า เธอเรียกมันว่าแหวนนำโชคและในวินาทีนี้... เธอพร่ำสวดมนต์ในใจ ขอให้ปาฏิหาริย์และโชคชะตาเข้าข้างครอบครัวของเธอสักครั้ง
ในที่สุด ประตูก็เปิดออกพร้อมกับการก้าวเข้ามาของสารวัตรที่คุมตัวเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาด้วย พลอยนภัสหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นข้อมือของน้องชายถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเหล็กวาววับ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้กรีดร้องด้วยความตกใจ สารวัตรก็ไขกุญแจมือออกแล้วดึงเก้าอี้ให้เขานั่งลง
“เพชร!!” พลอยนภัสเรียกชื่อน้องชายด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพชรโผเผนั่งลงอย่างหมดแรง เขาเอาแต่ก้มหน้าคอตก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนน่าเวทนา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว พลอยนภัสก็ได้เห็นใบหน้าที่อาบไปด้วยคราบน้ำตา แก้มที่เคยสดใสเลอะเทอะไปด้วยความโศกเศร้า จมูกแดงก่ำและดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาราวกับจะขาดใจ
“พี่พลอยครับ...” เสียงเรียกชื่อเธอนั้นตะกุกตะกักและแหบพร่า หัวใจของพลอยนภัสหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม การได้เห็นน้องชายที่เธอรักปานแก้วตาดวงใจในสภาพผู้ต้องหาทำให้เธอเจ็บปวดจนพูดไม่ออก เธอยังจำคำสัญญากับพ่อก่อนท่านจะสิ้นลมได้ว่าจะดูแลน้องชายให้ดีที่สุดแต่ตอนนี้เธอกลับปล่อยให้เขามาอยู่ในห้องขังอันมืดมน
“ผมไม่ได้ทำนะครับพี่พลอย... ผมสาบานได้ว่าไม่ได้ทำ ไม่ใช่ผม... ไม่ใช่ผมจริงๆ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมาเหมือนจะอ่านใจพี่สาวได้
พลอยนภัสถลาเข้าไปกอดน้องชายพยายามปลอบประโลม ทั้งที่ในหัวใจของเธอเองก็ยังสับสนและไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
“ไม่ได้ทำ... แล้วของกลางที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั่นล่ะเพชร?”
“ไม่ใช่ของผมครับพี่!” เด็กหนุ่มมองหน้าเธอด้วยดวงตาที่วาวไปด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
“ผมแค่... ผมแค่อยากช่วยพี่หาเงินไปรักษาแม่ ผมรับจ้างขนกระเป๋า... ผมขอโทษครับพี่พลอย ผมไม่รู้จริงๆ”
ปรเมศวร์ที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามเด็กหนุ่ม
“ใครเป็นคนจ้างเธอ เพชร?”
เด็กหนุ่มกัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยความเจ็บปวดปนหวาดกลัว
“ผมบอกพี่ไม่ได้ครับ...”
“ทำไมจะบอกไม่ได้?” ปรเมศวร์คาดคั้น
“ผมพูดไม่ได้จริงๆ ครับ!” เพชรก้มหน้าต่ำลงอีกครั้ง ไหล่ทั้งสองข้างห่อเหี่ยวลงราวกับคนสิ้นหวัง พลอยนภัสโน้มตัวไปหาขยับเข้าไปใกล้
“เพชร!!!... เพชรฟังพี่นะ ถ้าเพชรรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง แล้วยอมบอกความจริง มันจะช่วยลดโทษให้เพชรได้นะ”
“ถ้าผมบอกพี่... พี่ก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากผมหรอก!” เพชรสะอื้นออกมาอย่างแรง น้ำตาหยดลงบนพื้นซีเมนต์หยดแล้วหยดเล่า
พลอยนภัสหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ชัดเจน... เสี่ยชัช! มันต้องเป็นเสี่ยชัชที่ทวงหนี้ไม่ได้จึงเบนเป้ามาที่น้องชายของเธอ และบังคับให้เพชรทำงานเสี่ยงตายนี้เพื่อใช้หนี้แทน หญิงสาวหันไปหาปรเมศวร์ด้วยแววตามุ่งมั่น
“ฉันอยากคุยกับคุณค่ะ”
“ได้สิ...”
ทั้งสองเดินออกมาที่โถงทางเดินแคบๆ หน้าห้อง พลอยนภัสเล่าความจริงทุกอย่างให้ปรเมศวร์ฟังอย่างไม่ปิดบัง ทั้งเรื่องหนี้สินของครอบครัว และความร้ายกาจของเสี่ยชัชที่จ้องจะเอาตัวเธอไปครอบครอง เมื่อไม่ได้ตัวเธอ มันจึงเปลี่ยนมาใช้เพชรเป็นเครื่องมือ
“ฉันมั่นใจว่าเสี่ยชัชอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ค่ะ!”
“ถ้างั้นทำไมเพชรถึงไม่ยอมพูดล่ะ ว่าเป็นของเสี่ยชัช?” ปรเมศวร์ถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“คุณพอจะช่วยเรื่องนี้ได้ไหมคะ... ฉันสงสารน้อง ไม่อยากให้เพชรต้องเสียอนาคตไปทั้งที่ยังเด็กขนาดนี้”
ภาพของน้องชายที่หน้าซีดเผือดเหมือนขี้เถ้าและหยาดน้ำตาที่ร่วงรินยังคงติดอยู่ในใจเธอ พลอยนภัสอ้อนวอนเขาผ่านสายตา
“ฉันจะลองยื่นประกันตัวดู... แต่ไม่รับรองนะว่าทางตำรวจจะยอมไหม”
“ขอบคุณค่ะ...”
“แต่เรื่องโทษจะหนักหรือเบาแค่ไหน เราต้องไปสู้กันที่ชั้นศาล” ปรเมศวร์ก้มลงมองหญิงสาวตรงหน้า เขาคิดว่าเรื่องนี้คงไม่ยากเกินไปนัก เพราะเพชรยังเป็นเยาวชน หากพิสูจน์ได้ว่าถูกบังคับ โทษย่อมเบาลงตามลำดับ
“หนูนา หลานสาวของฉัน... ก็เสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกัน” ปรเมศวร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แสดงถึงความหนักใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“มันไม่ยุติธรรมเลยที่เด็กคนหนึ่งต้องมาเจอเรื่องแบบนี้... แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว”
“ถ้าสิ่งที่คุณพูด หมายถึงอยากให้ฉันไปช่วยสอนพิเศษหลานคุณ... ฉันตกลงค่ะ ฉันจะช่วยสอนหนูนาอย่างดีที่สุดเลย”
“ขอบคุณนะพลอย...”
“แต่ในทางกลับกัน... ถ้าคุณเองก็พอจะทำอะไรบางอย่างได้ เพื่อเปลี่ยนเรื่องที่ไม่ถูกต้องให้มันยุติธรรมขึ้นมา...” หญิงสาวทิ้งท้ายเป็นปริศนา แววตาที่จ้องมองเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ฉันทำขนาดนั้นไม่ได้หรอกพลอย” เขาเลี่ยงที่จะสบตาเธอตรงๆ
“คุณทำได้ค่ะ!” พลอยนภัสถลาเข้าไปคว้าแขนเขาทั้งสองข้าง แววตาของเธอสั่นระริกขณะเว้าวอน
“ได้โปรดเถอะค่ะคุณเมศวร์ ช่วยฉัน... ช่วยเพชรด้วย คืนอิสรภาพให้น้องชายฉันเถอะนะ”
“เธอกำลังขอปาฏิหาริย์จากฉันอยู่นะพลอย” เด็กสาวบีบแขนเขาแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าที่พึ่งสุดท้ายจะหลุดลอยไป
“ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ช่วยมอบปาฏิหาริย์นั้นให้ฉันทีสิคะ ถ้าจะมีใครสักคนในโลกนี้ที่ทำเรื่องเหลือเชื่อแบบนั้นได้ คนคนนั้นต้องเป็นคุณ... เพราะที่ผ่านมา คุณทำได้ทุกอย่างมาตลอดไม่ใช่เหรอคะ”
ปรเมศวร์ก้มมองใบหน้าสวยล้ำของหญิงสาวที่เขาเคยรักและยังคงรักอยู่ แก้มที่เคยซีดกลับมามีสีระเรื่อ ริมฝีปากสีกุหลาบที่สั่นระริกยามขอความเห็นใจ และดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อเขา มันทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก... ไฟแห่งความศรัทธาในดวงตาเธอทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกอย่างประหลาด
ตลอดสามปีที่อยู่กับนิรนาท เขาไม่เคยได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจและเชื่อมั่นเช่นนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถ” เขาเอ่ยรับคำ สมองเริ่มประมวลผลถึงเครือข่ายอำนาจที่เขามี แม้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ด้วยเส้นสายของเขา การต่อสายหาผู้ใหญ่เพียงไม่กี่คนอาจทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปได้ทันที
“ถ้าอย่างนั้น... จัดการเลยได้ไหมคะ?” เธอถามอย่างร้อนใจ
“มันอาจจะเกินอำนาจที่ฉันมีไปสักหน่อย...” ปรเมศวร์ตอบเลี่ยงๆ แฝงไว้ด้วยเล่ห์กลบางอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางสุขุม เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาหรืออ่อนแออย่างที่เคยเป็น... แต่พลอยนภัสในตอนนี้เธอพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่เธอรัก และเขาก็พร้อมจะก้าวเข้าสู่สนามรบนี้ไปพร้อมกับเธอ เพื่อพิสูจน์ว่าปาฏิหาริย์ที่เธอขอนั้น... เขาสร้างมันให้เธอได้จริง!
“อย่าค่ะพี่เมศวร์... นี่มันระเบียง...” เสียงของพลอยนภัสสั่นพร่า แม้แต่เจ้าตัวยังไม่แน่ใจว่าเสียงประท้วงที่หลุดรอดริมฝีปากออกมานั้นเป็นความต้องการที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการห้ามปรามตามสัญชาตญาณกันแน่ ลมทะเลที่พัดจัดอยู่เบื้องนอกกลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนระอุในกายที่กำลังถูกปลุกปั่นลดน้อยลงเลย“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า...” ชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจตามประสานักรักผู้เชี่ยวชาญ เขาซุกใบหน้าลงกับผิวเนื้อนวลละเอียด ไต่นำร่องด้วยจุมพิตร้อนแรงไปตามลำคอระหง กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวผสานกับกลิ่นไอทะเลกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน พลอยนภัสพยายามยกมือขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งนั้นออกอย่างอ่อนแรง ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กำลังลูบไล้บีบเค้นช่วงเอวคอดกิ่วกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไปประดุจฟองคลื่น“ไม่เอาค่ะ... หยุดเถอะนะคะ พี่เมศวร์... เดี๋ยวก็มีคนแอบถ่ายไปลงโซเชียลกันพอดี” ถ้อยคำแกมขอร้องที่ปนเปมากับเสียงหอบสะท้านในตอนท้ายทำให้ปรเมศวร์ชะงักการกระทำลง เขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ เป็นการคาดโทษ ก่อนจะครางเสียงแหบพร่าในลำคอคล้ายคนเจ็บปวดนักที่ถูกขัดจังหวะกลางคัน“ต่อจากนี้... พี่จะไม
ดวงตะวันรำไรสีส้มแก่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลงต่ำจนเกือบจะจมหายไปในผืนน้ำสีคราม เมื่อทุกคนขึ้นจากน้ำทะเลที่เริ่มเย็นจัด หนูนาหันกลับไปมองผืนน้ำกว้างด้วยสายตาครุ่นคิดฉงนสงสัย จนพลอยนภัสต้องเอ่ยทัก“มองอะไรเหรอคะหนูนา?”“ทำไมในทะเลไม่เห็นมีปลาซักตัวเลยล่ะคะ ไม่เหมือนในทีวีเลย” ปรเมศวร์ที่เดินตามมาหัวเราะจนเห็นฟันเรียงสวย“มีสิครับ แต่เขาอยู่ลึกๆ ไว้หนูนาโตกว่านี้อีกหน่อย ลุงจะพาไปดำน้ำดูปลาตัวเป็นๆ เลยนะ”“จริงนะค้า!” เด็กน้อยตาโตด้วยความตื่นเต้น“จริงซี” ปรเมศวร์รับคำพลางหิ้วถังของเล่น ปล่อยให้ห่วงยางอยู่ในมือพลอยนภัส ภาพของทั้งสามคนที่เดินจูงมือกันกลับที่พัก โดยมีเด็กน้อยเดินกึ่งกระโดดอยู่ตรงกลางกุมมือลุงเมศวร์และครูพลอยไว้คนละข้าง ดูไม่ต่างจากภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนอบอุ่นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และแชมพูอบอวลไปทั่วห้องพัก ปรเมศวร์ในชุดลำลองสวมสบายกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาคมกริบที่มักจะดูเคร่งขรึมเสมอ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนขณะทอดมองภาพตรงหน้าพลอยนภัสกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้หนูนาอย่างเบามือ เสียงไดร์ดังหึ่งๆ สลับกับเสียงหัว
ยิ่งเห็นอาการเขินอาย ปรเมศวร์ก็ยิ่งได้ใจ เขาเริ่มแกล้งหยิบชุดที่ทวีความเซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชุดบิกินี่ตัวจิ๋วหรือวันพีซแหวกหลังลึก จนในที่สุดพลอยนภัสก็ทนไม่ไหว แจกค้อนวงโตให้เขาไปหนึ่งทีใหญ่ๆ“พี่เมศวร์! เลือกดีๆ สิคะ ชุดพวกนั้นพลอยใส่ไม่ได้หรอกค่ะ!”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างมีความสุข แววตาที่เขาทอดมองหญิงสาวในเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ไม่มิด ปรเมศวร์เองก็แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน นอกจากมารดาแล้ว เขาไม่เคยเสียเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยให้ผู้หญิงคนไหนเลย แม้แต่อดีตภรรยาอย่างนิรนาทที่เขาก็ปล่อยให้เธอจัดการเองทุกอย่างแต่กับพลอยนภัส... เขากลับรู้สึกอยากเอาอกเอาใจ อยากเห็นเธอสวมชุดสวยๆ ที่เขาตั้งใจเลือกให้ด้วยมือตัวเอง ความรู้สึกปกป้องและทะนุถนอมมันเอ่อล้นจนชัดเจนขึ้นทุกทีว่า... เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงแค่ครูของหลานสาวอีกต่อไป แต่เขาปรารถนาให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มครอบครัวของเขาให้สมบูรณ์อย่างแท้จริงปรเมศวร์ค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า การเลือกซื้อเสื้อผ้ากับผู้หญิง
บรรยากาศภายในบ้านของปรเมศวร์คึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าตรู่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามา ดูเหมือนจะสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา กิจกรรมการเรียนการสอนที่เคยเคร่งครัดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้กับทริปท่องเที่ยวทะเลหัวหินที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหลังจากส่งปรเมศวร์ออกไปทำงาน หนูนา ตัวน้อยที่อยู่ในชุดลำลองพร้อมลุย ก็รีบจูงแขนพลอยนภัสขึ้นมาขลุกอยู่ในห้องนอนทันที กระเป๋าเดินทางใบเล็กสีหวานถูกเปิดกางหราอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเจ้าของกระเป๋ายืนวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้แกะสลักกับพี่เลี้ยง เพื่อเลือกสรรอาภรณ์ชิ้นที่สวยที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญนี้“เอาชุดนั้นด้วยค่า! สีชมพูๆ ที่มีโบว์ใหญ่ๆ” นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังชุดกระโปรงตัวเก่งที่แขวนอยู่ใกล้มือพี่เลี้ยง แววตาของเด็กน้อยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น“แหม... ชุดนี้น่ารักเชียวค่ะหนูนา ไว้ใส่เดินเล่นบนชายหาดคู่กับคุณครูพลอยน่าจะเหมาะที่สุดเลยนะคะ” พี่เลี้ยงเอ่ยแซวพลางคลี่ชุดออกโชว์“เอาด้วย! เอาด้วย! หนูนาจะใส่คู่กับครูพลอย”พลอยนภัสยืนกอดอกยิ้มละไมมองดูภาพนั้นด้วยความเอ็นดูลึกๆ ในหัวใจ ความสดใสของ
เสียงไซเรนของรถตำรวจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักตากอากาศ แรงกระแทกจากการพังประตูจู่โจมทำให้นิรนาทที่กำลังขวัญผวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาถึงห้องกักขัง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือหญิงสาวที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยสภาพที่บอบช้ำอย่างหนัก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและตามผิวกายขาวนวลเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากการถูกตีตราจองอย่างป่าเถื่อนนิรนาทถูกช่วยเหลือออกมาจากขุมนรกของเสี่ยมงคลในสภาพกึ่งมีสติ แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจร่างกายและเฝ้าระวังอาการช็อกที่อาจเกิดขึ้นจากความเครียดสะสมการประชุมเครียดของปรเมศวร์สิ้นสุดลงในช่วงเวลาใกล้เลิกงาน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม เขาก็ได้รับสายจากนายตำรวจเพื่อนสนิท“เมศวร์... เราช่วยนิรนาทออกมาได้แล้วนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วก็กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”ปรเมศวร์ยืนกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองอยู่นานเพื่อจะโทรแจ้งคุณหญิงนาถลดา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าตำรวจคงจัดการแล้ว สุดท้ายเยื่อใยจางๆ ในฐานะอดีตคนเคยรักก็ทำให้เขาเ
เสี่ยมงคลไม่รอช้า เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งจนหมดสิ้น เผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเจ้าพ่อผู้โหดเหี้ยม เขาตามลงไปทาบทับร่างเล็กที่นอนหอบสะท้าน ก่อนจะโน้มกายลงไปฝังจมูกสูดดมกลิ่นอายสาวจากกลีบกุหลาบที่บอบช้ำจากการผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชนมงคลใช้ลิ้นร้อนละเลียดชิมน้ำหวานที่รินไหลออกมาจนชุ่มโชก ปลายลิ้นที่ช่ำชองสอดแทรกเข้าไปทักทายภายในโพรงเนื้อนุ่มที่เริ่มผลิบานสั่นระริกตามจังหวะการปรนเปรอที่ดุดัน มือข้างหนึ่งขยับไปบี้เค้นเกสรน้อยที่แข็งชันจนมันชูชันขานรับสัมผัสอย่างเร่าร้อน“อ๊ะๆๆ อื้อออ... พอแล้ว! อย่าพอ ฮื้อๆๆ!” นิรนาทเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่น่าอับยศสุดกำลัง ร่างกายบิดเร่าส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมานจากการขัดแย้งระหว่างศีลธรรมที่ยังหลงเหลือกับความต้องการที่พุ่งสูงจนแทบคลั่ง ยามที่ปลายลิ้นของมงคลตวัดรัวเร็วอยู่บนจุดอ่อนไหวที่สุด“เธอยั่วฉันเองนะมิ้น... ตอนนี้จะมาร้องไห้ทำไม ในเมื่อเธอเป็นคนบอกให้ฉันทำเอง ชั้นในเธอก็ถอดเองกะมือ” มงคลเงยหน้าขึ้นจากร่องรักพลางกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนื้อนุ่มที่เปียกชื้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิ







