Se connecterพลอยนภัสวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะราวกับมันเป็นของร้อน เธอผุดลุกขึ้นเดินวนเวียนไปมาอยู่ในห้องแคบๆ ท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวสั่นเทาขณะกดเบอร์ติดต่อของโมเดลลิ่งที่คุ้นเคย แต่แล้วเธอก็ชะงักและกดลบทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอบอกตัวเองว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางนั้นอีก... เส้นทางที่เธอเลือกก้าวเข้าไปในวันที่ใจสลายจากการเลิกรากับปรเมศวร์ ประจวบเหมาะกับที่มารดาป่วยหนักจนต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อนสนิทจึงชักชวนเธอเข้าสู่โลกของพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ ความสวยสะดุดตาทำให้งานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนกระทั่งเหตุการณ์ในคืนนั้น...
คืนที่โมเดลลิ่งรับงานปาร์ตี้กลุ่มนักธุรกิจโดยไม่บอกรายละเอียด เธอถูกล่อลวงให้ไปในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยชายแก่หื่นกาม โชคดีที่เพื่อนของเธอสังเกตเห็นความผิดปกติและบุกเข้าไปช่วยไว้ได้ทันก่อนที่ฝันร้ายจะเกิดขึ้นจริง ตั้งแต่วันนั้น พลอยนภัสจึงตัดขาดจากวงการนี้อย่างสิ้นเชิงและปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันกลับไปหามันอีก ทว่าในวินาทีนี้... ความเดือดร้อนของครอบครัวกำลังบีบคั้นจนเธอเริ่มหมดทางเลือก หญิงสาวลุกเดินไปมาหน้าตาเคร่งเครียด
“เธอจะโทรหาใครอีกเหรอ?” เสียงทุ้มถามขึ้นเรียบๆ แต่กลับกดดันอยู่ในที
“ฉัน... ฉันแค่อยากจะให้ป้าช่วยไปเจรจากับทางโรงพยาบาลดูอีกครั้งค่ะ” พลอยนภัสตอบโดยไม่หันมามองเขา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เผื่อเขาจะยอมผ่อนผัน ตอนนี้ฉันหาเงินก้อนไม่ทันจริงๆ”
“เขาไม่ยอมเจรจาหรอกพลอย เรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่เรื่องที่จะมารอกันได้” ปรเมศวร์หักพวงมาลัยเข้าจอดข้างทาง ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรงๆ
“รับข้อเสนอของฉันเถอะ เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงเสียที” พลอยนภัสเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอหันไปสบตากับเขา แววตาที่เคยหวั่นไหวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
“ฉันถามตรงๆ นะคะคุณเมศวร์... ถ้าฉันรับเงินก้อนนี้มา แล้ววันข้างหน้าฉันยังไม่มีคืนให้คุณ ฉันต้อง... นอนกับคุณเพื่อชดใช้หนี้หรือเปล่า? ถ้าข้อเสนอของคุณมันรวมถึงเรื่องนั้น ฉันขอไม่รับ” ปรเมศวร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มหยันที่มุมปาก
“ถ้าฉันต้องการแค่นั้น ฉันใช้เงินที่มีไปซื้อกินเอาไม่ง่ายกว่าเหรอพลอย? ฉันไม่จำเป็นต้องลำบากวางแผนอะไรให้วุ่นวายขนาดนี้... แต่ที่ฉันทำ เพราะอยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมต่างหาก”
“ฉันกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้หรอกค่ะ!” พลอยนภัสโต้กลับทันควัน แววตาไหวระริกด้วยความขมขื่น
“ฉันรักคนที่มีภรรยาแล้วไม่ได้ มันผิดศีลธรรม” คำพูดตัดรอนนั่นทำให้กรามของปรเมศวร์บดเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาพยายามสะกดอารมณ์กรุ่นโกรธไว้ลึกที่สุด
“เอาเป็นว่าตอนนี้เธอรับเงินฉันไปก่อนเถอะ ส่วนเรื่องอื่น... ฉันจะไม่เร่งรัดเธอ” พูดจบเขาก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาทันที
“เปิด QR Code สิ ฉันจะโอนให้” เด็กสาวนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังตีรันฟันแทงกับภาพของแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล สุดท้ายเธอก็ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อความจริงอันโหดร้าย พลอยนภัสถอนหายใจยาวก่อนจะสแกนรับเงินจากเขาด้วยมือที่สั่นเทา
ตึ๊ง! เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังขึ้น ยอดเงินจำนวน 200,000 บาท ปรากฏบนหน้าจอจนเธอต้องเบิกตากว้าง
“มันมากเกินไปค่ะ ฉันใช้ไม่ถึงขนาดนี้ ฉันจะโอนคืนให้...”
“เก็บไว้เถอะ” เขาพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“แม่เธอยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกนาน เดี๋ยวก็มีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ตามมาอีก และถ้าไม่พอก็ให้บอกฉัน แล้วก็อย่าไปคิดทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นอีก” พลอยนภัสก้มหน้านิ่ง ความรู้สึกขอบคุณปนเปไปกับความสมเพชตัวเอง
“ขอบคุณค่ะ”
“ว่าแต่วันนี้ จะให้ฉันไปส่งที่บ้านหรือเปล่า?” เด็กสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับชะตากรรม อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีเงินไปต่อลมหายใจให้แม่แล้ว
“ค่ะ แต่ฉันขอขึ้นไปจัดกระเป๋าเตรียมของใช้ไปค้างที่โรงพยาบาลแป๊บนึงนะคะ”
“ไปสิ... เดี๋ยวผมรออยู่ที่นี่”
ปรเมศวร์มองตามร่างบางที่เดินกึ่งวิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง แผนการดึงเธอกลับมาสู่วงจรชีวิตของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้จะต้องใช้ ‘เงิน’ ซื้อโอกาส หรือถูกเธอมองว่าเลวแค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอดิ้นหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง
ภายในห้องพักของเธอ พลอยนภัสพยายามตั้งสมาธิเพื่อเก็บกระเป๋า เธอไม่อยากคิดเกี่ยวกับเรื่องของปรเมศวร์อีกต่อไป ตอนนี้เธอมีเรื่องมากมายที่จะต้องให้คิด เรื่องเกี่ยวกับการรักษาของมารดา แต่เมื่อเธอรูดซิปปิดกระเป๋าใบใหญ่เสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ” พลอยนภัสรับสาย ขณะที่ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ออกไปยังโถงทางเดิน
“เสี่ยมีข่าว คิดว่าหนูคงอยากฟัง” เสี่ยชัชนั่นเอง หญิงสาวยืดตัวขึ้น แล้วทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ตรงประตู
“หนูมีเรื่องหลายอย่างที่จะทำตอนนี้ คงไม่มีเวลาฟังหรอกค่ะ” คำพูดนี้ทำให้เสี่ยเลือดขึ้นหน้าพลอยนภัสปฏิเสธความรักความหวังดีจากเขา สรรพนามที่คุยกันก็เลยเปลี่ยนไปทันที
“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพชรน้องชายของหนูนะ”
“ทำไมหรือคะเกิดอะไรขึ้นกับเพชร”
“เพชรถูกจับคดีมียาบ้าไว้ในครอบครอง”
“เสี่ยคิดว่าน้องชายของหนูถูกยัดข้อหา”
“ถ้าหนูยอมรับข้อเสนอของเสี่ย เสี่ยก็ยินดีช่วยเคลียร์ให้”
“เสี่ยหมายความว่ายังไงคะ”
“ถ้าหนูยังจำข้อตกลงของเราได้... เสี่ยก็คงไม่ต้องเสียเวลาพูดซ้ำหรอกนะ”
น้ำเสียงแหบพร่าของเสี่ยชัชแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ขณะที่เขายิ้มหยันที่มุมปาก แววตาหื่นกระหายฉายชัดว่าคราวนี้เขาหมายหัวจะครอบครองเหยื่อสาวอย่างเธอให้ได้ พลอยนภัสถือโทรศัพท์แนบหูด้วยมือที่สั่นเทา
ไม่จริง!!!...น้องชายของเธอไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องสกปรกพวกนั้น เพชรไม่ใช่เด็กเกเร เขาเป็นเด็กดีที่เรียบร้อยเสียจนค่อนไปทางเซ่อซ่าด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะพาตัวเองไปตกอยู่ในเงื้อมมือของคนอย่างเสี่ยชัชได้... เว้นเสียแต่ว่านี่จะเป็นหลุมพรางที่ถูกขุดไว้รอเธออยู่แล้ว!
“หนูเชื่อว่าเพชรไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนค่ะ..ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ๆ” เธอพูดอย่างอ่อนแรง ยกมือขึ้นกอดอกเหมือนกับจะสู้กับความเยือกเย็นที่แล่นเข้ามาจับหัวใจ
“หนูจะรู้ได้ยังไง เมื่อหนูไม่ได้อยู่กับเจ้าเพชรตลอดเวลา”
“พวกตำรวจจับได้ว่าเขาโยนของกลางทิ้ง และวิ่งหนีจากที่เกิดเหตุ”
“ไม่ใช่แน่ ๆ ค่ะ...เพชรไม่ทำแบบนั้น...” แล้วน้ำเสียงของเธอก็ขาดห้วง ขณะที่ภาพของเพชรน้องชายได้หวนกลับมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งนำของขวัญวันเกิดมาให้เธอ เมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา หลังจากที่โรงเรียนเลิกแล้ว เธอยังมองเห็นกระดาษสีขาวกับโบว์ไหมสีสวย ที่ทิ้งไว้บนหัวเตียง
“หนูจะไปคุยกับตำรวจเจ้าของคดีเองค่ะ” พลอยนภัสกัดริมฝีปากล่าง
“อันที่จริงโทษก็ไม่ได้หนัก เพราะเป็นเยาวชน ก็คงจะมีการลงโทษอย่างเบาที่สุด แต่เพชรจะต้องมีประวัติและเสียอนาคตแน่ ๆ ถ้าหนูต้องการให้เสี่ยช่วยก็โทรบอกละกัน”
“พลอย..ใครโทรมาอีก” เสียงถอนหายใจของพลอยนภัส ทำให้ปรเมศวร์อดห่วงไม่ได้จึงขึ้นมาตามเธอ
“มีเรื่องอะไรอีก บอกฉันมา..พลอย!!!” เด็กสาวกลืนน้ำลาย เมื่อรู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเธอแทบจะเต้นออกมานอกอก เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางที่น้องชายเธอจะทำอย่างที่เสี่ยชัชว่ามาเลย
“คุณเมศวร์คะ เพชรน้องชายฉันถูกจับคดีครอบครองยาเสพติด...”
“อะไรกัน ..เป็นไปได้ยังไง”
“มันเป็นไปแล้ว และฉันก็ไม่อยากเชื่อเลย!”
“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปที่สถานีตำรวจเอง ใจเย็น ๆ ก่อนนะ” เด็กสาวยังคงส่ายหน้า มันไม่เป็นความจริง เธอไม่มีวันเชื่อจนกว่าจะได้พูดคุยกับน้องชายของเธอ
“คุณช่วยกรุณาพาฉันไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เธอไม่ต้องกังวลไป เพราะถึงอย่างไรตำรวจจะต้องสอบปากคำของเขาก่อน” พลอยนภัสหลับตาแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“คุณช่วยพาฉันไปหาน้องชายด้วยนะคะ คุณเมศวร์!!!” พลอยนภัสบอกอย่างร้อนรนราวกับคนเสียสติ
“ฉันรู้….ฉันรู้ ฉันรู้ว่าเธออยากจะช่วยน้องชาย...แต่เธอต้องตั้งสติ แล้วก็แล้วก็ใจเย็น ๆ ก่อน วันนี้เธอเจอเรื่องปวดหัวพร้อมกันตั้งสองเรื่อง รับรองฉันจะช่วยเธอเอง”
เมื่อรถไปจอดที่หน้าสถานีตำรวจ เขายื่นมือมาให้เพื่อรับเธอลงจากรถ หญิงสาวไม่อยากรับแต่ก็ปฏิเสธเขาไม่ได้ เธอไม่อยากเสียเวลาต่อต้านเขาในตอนนี้ หญิงสาวอึกอักที่จะจับมือเขา รู้สึกถึงนิ้วของเขาที่สัมผัสมา
“มือเธอเย็นเฉียบเลย” ปรเมศวร์พูด ขณะที่เธอก้าวไปยืนที่ริมทางเท้า
“ฉันตื่นเต้นน่ะ” เธอสารภาพ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ตอนนี้มันเริ่มมืดแล้ว สีหน้าของเขาดุดัน
“เธอคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเพชรใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันแน่ใจว่าเพชรไม่ได้ทำ แต่ฉันกลัวแทนเขา ถ้าหากตำรวจจะดำเนินคดีด้วยที่เขาต้องจำนนต่อหลักฐาน” หญิงสาวส่ายหน้า
“ฉันหวังว่าเรื่องนี้คงจะไม่เกิดขึ้นจริงนะคะ”
“แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้เราไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ภายในโรงพักปรเมศวร์ได้รับความเคารพจากพนักงานในสถานีตำรวจทุกคน ตั้งแต่นายสิบที่นั่งโต๊ะเสมียนด้านหน้า ไปจนถึงสารวัตรทำความเคารพยิ้มแย้มต้อนรับปรเมศวร์กันเป็นแถว และหลังจากสิบนาทีในการต้อนรับอันอบอุ่นแล้ว สารวัตรกับปรเมศวร์ก็ปลีกตัวออกไปพูดคุยกันตามลำพัง ระหว่างนั้นพลอยนภัสรอคนทั้งคู่อย่างกระวนกระวาย ภาวนาให้ปรเมศวร์คุยกับสารวัตรเพื่อให้เธอเข้าไปพบน้องชายได้ตอนนี้ ในที่สุดปรเมศวร์ก็ออกมาเรียกเธอ
“อย่าค่ะพี่เมศวร์... นี่มันระเบียง...” เสียงของพลอยนภัสสั่นพร่า แม้แต่เจ้าตัวยังไม่แน่ใจว่าเสียงประท้วงที่หลุดรอดริมฝีปากออกมานั้นเป็นความต้องการที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการห้ามปรามตามสัญชาตญาณกันแน่ ลมทะเลที่พัดจัดอยู่เบื้องนอกกลับไม่ได้ช่วยให้ความร้อนระอุในกายที่กำลังถูกปลุกปั่นลดน้อยลงเลย“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า...” ชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจตามประสานักรักผู้เชี่ยวชาญ เขาซุกใบหน้าลงกับผิวเนื้อนวลละเอียด ไต่นำร่องด้วยจุมพิตร้อนแรงไปตามลำคอระหง กลิ่นหอมกรุ่นจากผิวกายสาวผสานกับกลิ่นไอทะเลกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน พลอยนภัสพยายามยกมือขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งนั้นออกอย่างอ่อนแรง ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กำลังลูบไล้บีบเค้นช่วงเอวคอดกิ่วกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไปประดุจฟองคลื่น“ไม่เอาค่ะ... หยุดเถอะนะคะ พี่เมศวร์... เดี๋ยวก็มีคนแอบถ่ายไปลงโซเชียลกันพอดี” ถ้อยคำแกมขอร้องที่ปนเปมากับเสียงหอบสะท้านในตอนท้ายทำให้ปรเมศวร์ชะงักการกระทำลง เขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ เป็นการคาดโทษ ก่อนจะครางเสียงแหบพร่าในลำคอคล้ายคนเจ็บปวดนักที่ถูกขัดจังหวะกลางคัน“ต่อจากนี้... พี่จะไม
ดวงตะวันรำไรสีส้มแก่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยลงต่ำจนเกือบจะจมหายไปในผืนน้ำสีคราม เมื่อทุกคนขึ้นจากน้ำทะเลที่เริ่มเย็นจัด หนูนาหันกลับไปมองผืนน้ำกว้างด้วยสายตาครุ่นคิดฉงนสงสัย จนพลอยนภัสต้องเอ่ยทัก“มองอะไรเหรอคะหนูนา?”“ทำไมในทะเลไม่เห็นมีปลาซักตัวเลยล่ะคะ ไม่เหมือนในทีวีเลย” ปรเมศวร์ที่เดินตามมาหัวเราะจนเห็นฟันเรียงสวย“มีสิครับ แต่เขาอยู่ลึกๆ ไว้หนูนาโตกว่านี้อีกหน่อย ลุงจะพาไปดำน้ำดูปลาตัวเป็นๆ เลยนะ”“จริงนะค้า!” เด็กน้อยตาโตด้วยความตื่นเต้น“จริงซี” ปรเมศวร์รับคำพลางหิ้วถังของเล่น ปล่อยให้ห่วงยางอยู่ในมือพลอยนภัส ภาพของทั้งสามคนที่เดินจูงมือกันกลับที่พัก โดยมีเด็กน้อยเดินกึ่งกระโดดอยู่ตรงกลางกุมมือลุงเมศวร์และครูพลอยไว้คนละข้าง ดูไม่ต่างจากภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนอบอุ่นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และแชมพูอบอวลไปทั่วห้องพัก ปรเมศวร์ในชุดลำลองสวมสบายกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนกายอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาคมกริบที่มักจะดูเคร่งขรึมเสมอ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนขณะทอดมองภาพตรงหน้าพลอยนภัสกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้หนูนาอย่างเบามือ เสียงไดร์ดังหึ่งๆ สลับกับเสียงหัว
ยิ่งเห็นอาการเขินอาย ปรเมศวร์ก็ยิ่งได้ใจ เขาเริ่มแกล้งหยิบชุดที่ทวีความเซ็กซี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชุดบิกินี่ตัวจิ๋วหรือวันพีซแหวกหลังลึก จนในที่สุดพลอยนภัสก็ทนไม่ไหว แจกค้อนวงโตให้เขาไปหนึ่งทีใหญ่ๆ“พี่เมศวร์! เลือกดีๆ สิคะ ชุดพวกนั้นพลอยใส่ไม่ได้หรอกค่ะ!”ชายหนุ่มหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างมีความสุข แววตาที่เขาทอดมองหญิงสาวในเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ไม่มิด ปรเมศวร์เองก็แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน นอกจากมารดาแล้ว เขาไม่เคยเสียเวลาเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยให้ผู้หญิงคนไหนเลย แม้แต่อดีตภรรยาอย่างนิรนาทที่เขาก็ปล่อยให้เธอจัดการเองทุกอย่างแต่กับพลอยนภัส... เขากลับรู้สึกอยากเอาอกเอาใจ อยากเห็นเธอสวมชุดสวยๆ ที่เขาตั้งใจเลือกให้ด้วยมือตัวเอง ความรู้สึกปกป้องและทะนุถนอมมันเอ่อล้นจนชัดเจนขึ้นทุกทีว่า... เขาไม่ได้มองเธอเป็นเพียงแค่ครูของหลานสาวอีกต่อไป แต่เขาปรารถนาให้เธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มครอบครัวของเขาให้สมบูรณ์อย่างแท้จริงปรเมศวร์ค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า การเลือกซื้อเสื้อผ้ากับผู้หญิง
บรรยากาศภายในบ้านของปรเมศวร์คึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าตรู่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามา ดูเหมือนจะสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา กิจกรรมการเรียนการสอนที่เคยเคร่งครัดถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้กับทริปท่องเที่ยวทะเลหัวหินที่ทุกคนเฝ้ารอคอยหลังจากส่งปรเมศวร์ออกไปทำงาน หนูนา ตัวน้อยที่อยู่ในชุดลำลองพร้อมลุย ก็รีบจูงแขนพลอยนภัสขึ้นมาขลุกอยู่ในห้องนอนทันที กระเป๋าเดินทางใบเล็กสีหวานถูกเปิดกางหราอยู่บนเตียงกว้าง โดยมีเจ้าของกระเป๋ายืนวุ่นวายอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าไม้แกะสลักกับพี่เลี้ยง เพื่อเลือกสรรอาภรณ์ชิ้นที่สวยที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญนี้“เอาชุดนั้นด้วยค่า! สีชมพูๆ ที่มีโบว์ใหญ่ๆ” นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังชุดกระโปรงตัวเก่งที่แขวนอยู่ใกล้มือพี่เลี้ยง แววตาของเด็กน้อยเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น“แหม... ชุดนี้น่ารักเชียวค่ะหนูนา ไว้ใส่เดินเล่นบนชายหาดคู่กับคุณครูพลอยน่าจะเหมาะที่สุดเลยนะคะ” พี่เลี้ยงเอ่ยแซวพลางคลี่ชุดออกโชว์“เอาด้วย! เอาด้วย! หนูนาจะใส่คู่กับครูพลอย”พลอยนภัสยืนกอดอกยิ้มละไมมองดูภาพนั้นด้วยความเอ็นดูลึกๆ ในหัวใจ ความสดใสของ
เสียงไซเรนของรถตำรวจดังกึกก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักตากอากาศ แรงกระแทกจากการพังประตูจู่โจมทำให้นิรนาทที่กำลังขวัญผวาถึงกับสะดุ้งสุดตัว ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกเข้ามาถึงห้องกักขัง ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือหญิงสาวที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงด้วยสภาพที่บอบช้ำอย่างหนัก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและตามผิวกายขาวนวลเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงจากการถูกตีตราจองอย่างป่าเถื่อนนิรนาทถูกช่วยเหลือออกมาจากขุมนรกของเสี่ยมงคลในสภาพกึ่งมีสติ แววตาที่เคยถือดีบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจร่างกายและเฝ้าระวังอาการช็อกที่อาจเกิดขึ้นจากความเครียดสะสมการประชุมเครียดของปรเมศวร์สิ้นสุดลงในช่วงเวลาใกล้เลิกงาน ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุม เขาก็ได้รับสายจากนายตำรวจเพื่อนสนิท“เมศวร์... เราช่วยนิรนาทออกมาได้แล้วนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วก็กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”ปรเมศวร์ยืนกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองอยู่นานเพื่อจะโทรแจ้งคุณหญิงนาถลดา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าตำรวจคงจัดการแล้ว สุดท้ายเยื่อใยจางๆ ในฐานะอดีตคนเคยรักก็ทำให้เขาเ
เสี่ยมงคลไม่รอช้า เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งจนหมดสิ้น เผยร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเจ้าพ่อผู้โหดเหี้ยม เขาตามลงไปทาบทับร่างเล็กที่นอนหอบสะท้าน ก่อนจะโน้มกายลงไปฝังจมูกสูดดมกลิ่นอายสาวจากกลีบกุหลาบที่บอบช้ำจากการผ่านศึกหนักมาอย่างโชกโชนมงคลใช้ลิ้นร้อนละเลียดชิมน้ำหวานที่รินไหลออกมาจนชุ่มโชก ปลายลิ้นที่ช่ำชองสอดแทรกเข้าไปทักทายภายในโพรงเนื้อนุ่มที่เริ่มผลิบานสั่นระริกตามจังหวะการปรนเปรอที่ดุดัน มือข้างหนึ่งขยับไปบี้เค้นเกสรน้อยที่แข็งชันจนมันชูชันขานรับสัมผัสอย่างเร่าร้อน“อ๊ะๆๆ อื้อออ... พอแล้ว! อย่าพอ ฮื้อๆๆ!” นิรนาทเม้มปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่น่าอับยศสุดกำลัง ร่างกายบิดเร่าส่ายหน้าไปมาด้วยความทรมานจากการขัดแย้งระหว่างศีลธรรมที่ยังหลงเหลือกับความต้องการที่พุ่งสูงจนแทบคลั่ง ยามที่ปลายลิ้นของมงคลตวัดรัวเร็วอยู่บนจุดอ่อนไหวที่สุด“เธอยั่วฉันเองนะมิ้น... ตอนนี้จะมาร้องไห้ทำไม ในเมื่อเธอเป็นคนบอกให้ฉันทำเอง ชั้นในเธอก็ถอดเองกะมือ” มงคลเงยหน้าขึ้นจากร่องรักพลางกระซิบเสียงพร่าชิดผิวเนื้อนุ่มที่เปียกชื้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหิ







